57 - อีกสาเหตุ
‘เอลล์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!’
‘ข้าขอโทษษษษษษษษษษษษ!!!!!!!!!!!’
เสียงดังกัมปนาทเหมือนฟ้าผ่าของเคออสช่วงหลังๆนั้นได้ยินลั่นหมู่บ้านแทบตลอดเวลาพริสทีนเองก็อดยกมือกุมขมับไม่ได้เนื่องจากอยู่บ้านเดียวกันในขณะที่ร่ายเวทย์กันเสียงให้บ้านอื่นไปแล้วราชันย์มังกรดำผู้ถูกราชันย์มังกรเพลิงผู้เป็นพี่ชายแอบปีนขึ้นเตียงหลังโดนสั่งให้นอนบนพื้นเนื่องจากเธอยังไม่ได้ทำเตียงเพิ่ม
ถ้าขึ้นเตียงธรรมดาเขาไม่มีปัญหา...
แต่ถ้าขึ้นแล้วทำเหมือนที่ทำกับพริสทีนก็คงไม่แปลกใจที่คนอย่างเคออสซึ่งนิ่งเงียบและแสนเย็นชาจะโมโหใส่!!
เขามีคนรักแล้วแต่กลับต้องมาโดนพี่ชายตนลวนลามเช่นนี้ต่อให้เป็นคนอย่างเขาก็หมดความอดทนได้เช่นกัน!!!!
ดีแค่ไหนแล้วที่ยังเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นพี่ชายไม่เช่นนั้นคงฆ่าทิ้งไปนานแล้ว!!!!
“น่ารำคาญ...”
“ขอโทษนะเดฟ”
ขนาดเดฟไกส์ยังต้องหนีขึ้นมานอนบนโซฟาด้านบนแทนที่จะนอนด้านล่างเพื่อสวัสดิภาพของตัวเอง
ดูเหมือนว่าฉันต้องรีบทำเตียงกับขยายห้องให้สองคนนั้นซะแล้วแฮะอ้อใช่ ต้องทำห้องรับแขกเพิ่มด้วย... พริสทีนนึกขณะยืนทำอาหารเช้าให้ทั้งสามคน
นี่ก็ผ่านมาได้ 1 อาทิตย์แล้วนับจากกลับมาจากการเดินทางอันแสนยาวนาน นึกแล้วก็ต้องขอบคุณเจ้าพีฮอร์สทั้งสองตัวเลยทำให้เดินทางไปมาระหว่างอาณาจักรรวดเร็วภายใน1 ปีทั้งที่ระยะห่างระหว่างอาณาจักรก็ไม่ใช่น้อยๆ
โดยไม่รู้ว่าเพราะฝีเท้าหรือเพราะเวทย์ที่ร่ายเอาไว้เลยทำไห้ไม่รู้ว่ารถม้าพวกเขาทั้งสามคนค่อนข้างวิ่งเร็ว
แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อพวกนักเดินทางที่ผ่านไปมา...
“พรุ่งนี้ก็วันเทศกาลแล้วเจ้าจะเปิดร้านอะไรอีกรึเปล่า?”
เดฟถามขณะนั่งอยู่ตรงโต๊ะทานอาหารทำเป็นไม่สนใจเสียงตึงตังข้างล่างและด้วยความหูดีเกินจนต้องใช้เวทย์ผนึกประสาทการได้ยินจากที่ไกลๆไม่งั้นเขาจะหมดความอดทนลงไปร่วมเถียงกับราชันย์มังกรทั้งสองอีกคนหนึ่งแน่นอน
“อืม... ก็แอบคิดอยู่นั่นแหล่ะ ครั้งนั้นขายอาหารทอดไปแล้วด้วยเอ... หรือว่าขนมหวานดีนะ”
“หวานเกินไม่ดี”
“งั้นเอาเป็นขนมเฉพาะฤดูกาลดีมั้ยให้เข้ากับเทศกาลด้วย”
“ถ้าเจ้าว่าดีก็ดี”
“งั้นตกลงตามนี้ อืม...ไหนๆก็ไหนๆได้เมล็ดกาแฟกับผงโกโก้อย่างดีมาจากพวกเอลฟ์ซะด้วยสิอืออออ.... ทำ [ทีรามิสุ] ดีไหมนะ..”
“มันคืออะไร?”
“เป็นขนมหวานจากอิตาลีน่ะเคยเห็นในทีวีเมื่อนานมาแล้ว เคยคิดอยากจะลองทานอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ลองน่ะ”
“ทีวี? อ้อ... ที่เคยบอกว่าจะมีภาพฉายหลายๆภาพไม่ซ้ำกันคล้ายเจ้าเวทย์แอบส่องสุดโรคจิตของเจ้าสินะ”
เลิกเรียกว่าโรคจิตซักทีเถอะ.... พริสทีนแอบน้ำตาตกใน
ตราบาปนี้น่าจะคงอยู่ต่อไปอีกยาวนาน...
ให้ตายก็ไม่แอบดูอีกแล้ว—!!!
“ก... ก็นั่นแหล่ะ...!! สนใจทำด้วยกันมั้ย?”
“ข้าเนี่ยนะ?”
แทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเองโดนเรียกให้ไปช่วยทำอาหารยังพอไหว แต่นี่กลับเป็นขนมหวานซะอย่างนั้น
“ไม่ลองไม่รู้นี่นาจริงมั้ยล่ะ มาๆ มาช่วยหน่อย”
เพราะตลอดการเดินทาง...พริสทีนไม่ได้ทำขนมหวานเลยนอกจากอาหารทั่วไปที่ทำง่ายๆอุตส่าห์มีโอกาสกลับมาก็ทำซะ ก่อนจะออกเดินทางต่อ
“นี่ชดเชยช่วงเวลา 1 ปีที่ไม่ได้ทำขนมงั้นสิ”
“จะว่างั้นก็ได้นะ” ขำเล็กๆ “อีกไม่นานก็ต้องออกเดินทางต่อหลังหมดเทศกาลด้วยนี่เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำอีก โอ้...นั่นแหล่ะเดฟ เยี่ยมมาก~”
เรื่องตีครีมนี่ฝากฝังอีกฝ่ายได้ซะจริงก็แรงเยอะขนาดนั้น ไม่นานตัวครีมเริ่มข้นและเริ่มจับตัวกัน
“แล้วไงต่อ?”
“ต่อไปก็ใส่ชีสนี่ผสมกับไข่แดงแล้วก็ตี...”เทใส่ชามที่ตนทำอยู่ก่อนยื่นให้อีกฝ่าย เดฟก็รับมาทำ “นั่นแหล่ะเดฟ ค่อยๆหน่อยแรงเกินเดี๋ยวชามแตกนะ ผสมกันอย่างนั้น...”
ตลอดการทำขนมครั้งแรกของท่านไลแคนสีครามย่อมต้องเกร็งพอควร พริสทีนเลยชวนคุยว่าด้วยเรื่องที่ต้องทำต่อหลังจากหมดงานเทศกาลดอกไม้ประจำหมู่บ้านอย่างเป้าหมายต่อไปสำหรับการเดินทางของพวกเขาว่าควรไปที่ไหนเป็นอย่างแรก
“ไลรอนบอกว่าที่แอตแลนติสมีอาณาเขตหวงห้ามต่อไปเราไปที่นั่นดีไหม...?”
“ตามใจเจ้า”
“ตามใจฉันอีกแล้วนะ”
“แล้วอยากให้ข้าตอบอะไรล่ะ? ที่นั่นไม่ดีไปที่อื่นแทนรึไง?”
“เปล่านี่ อ๊ะ จุ่มนานไปแล้ว เดี๋ยวก็เละพอดี”
“ชิบ!”
ชายหนุ่มเองก็แอบเงอะงะไปพอควรต้องผ่อนแรงโน่นนี่ทำขนมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พริสทีนเองก็คอยช่วยอธิบาย คอยช่วยตักเตือนอยู่ข้างเขา
.
.
.
.
.
.
และบรรยากาศคงจะดีกว่านี้...
หากไม่มีเสียงรบกวนจากข้างล่าง...
‘นี่ๆเคออส!ข้าได้ยินมาว่าภรรยาเจ้าง๊ามมมงามใช่มะ!!!! ขอข้าเจอหน้าบ้างสิ!!’
‘ไม่!!!’
‘อะไรอ่า—!! ขอเจอน้องสะใภ้หน่อยก็ไม่ได้เหรอ!!เดี๋ยววันแต่งข้าก็ต้องเห็นอยู่ดี ขอเห็นก่อนหน่อยไม่ได้จริงๆเหรอ!!’
‘ก็บอกว่าไม่ไง!! และอย่าคิดว่าวันแต่งข้าเชิญเจ้า!!!’
‘โหดร้ายอ่า—!!! น้องข้าโหดร้ายชะมัดเลย!มาให้ข้าลงโทษเดี๋ยวนี้!!!’
‘จะทำบ้าอะไร!!! ออกไปเลย!!!’
‘ไม่ได้!! น้องชายดื้อ พี่ชายก็ต้องลงโทษ!มาให้พี่ชายจี๋เอวซะดีๆ!!!!’
‘ข้าไม่ได้บ้าจี้!!!!!’
น่ารำคาญโว้ย—!!!!!!!!!!!!
“เดฟใจเย็นๆก่อน!! ชามจะแตกแล้ว!!!”
ราชันย์ไลแคนสีครามอยากจะตะโกนออกไปซะเหลือเกินหากไม่ติดว่าพริสทีนตบบ่าปลอบเขาความนับถือราชันย์มังกรของเดฟไกส์เริ่มน้อยลงไปทุกที
โดยเฉพาะกับมังกรเพลิง!!
.
.
.
15 นาทีต่อมาในที่สุดทั้งคู่ก็ช่วยกันประคับประคองจนเจ้าขนมที่เรียกว่า[ทีรามิสุ] ขนมที่เขาไม่รู้จักสำเร็จเสร็จสมบูรณ์จนพริสทีนปล่อยให้เดฟไกส์ทำเองโดยเธอไม่ช่วย เพราะจะไปเตรียมเครื่องดื่ม
แน่ล่ะว่าคนเรียนรู้เร็วอย่างเดฟก็ทำออกมาตามที่หล่อนสอนได้อย่างดีไม่มีผิดพลาด
ขณะสาวผมเงินเดินไปเรียกน้องชายทั้งสองเขาก็แอบสลับถ้วยทีรามิสุบนโต๊ะเล็กน้อย ถ้วยแรกที่เขาทำกับพริสทีนชายหนุ่มเลือกที่จะทานเอง ถ้วยที่สองให้พริสทีนเนื่องจากมั่นใจฝีมือสุดแล้ว ที่สามให้เคออสส่วนถ้วยสุดท้าย... เขาแอบยกยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย...
ถือซะว่าเอาคืนที่พูดตอนนั้นละกันนะท่านราชันย์มังกรเพลิง...
ไม่นานทั้งสี่คนก็มานั่งทานทีรามิสุด้วยกันไลแคนหนุ่มเหลือบมองพริสทีนทานอย่างสบายใจเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าการทำอาหารให้คนอื่นทานก็ไม่ได้แย่ไปซะหมด
แต่คนที่อยากให้ทานทีรามิสุแบบพิเศษที่สุด(?)ยังเอาแต่พูดจาไร้สาระไม่ยอมแตะเสียที!
อยากคุยนักสินะ... เขาร่วมด้วยก็ได้!
“จะว่าไป...เมื่อเช้าข้าได้ยินข่าวบางอย่างมาจากเทียร่าด้วย”
“หืม? คุณเทียร่าเหรอ? ข่าวอะไรเหรอเดฟ?”
“ก็ข่าวเกี่ยวกับที่ซ่อนสมบัติของมังกรเพลิงโดนนักผจญภัยระดับสูงของเมืองแถวนั้นรุกรานน่ะสิ”
เฮือก!! เอลล์สะดุ้งอย่างเห็นได้ชัดเคออสก็เหลือบมอง จากที่ไม่สนใจ ก็เริ่มเปิดปากคุยด้วย...
“พวกดรายแอดเล่าให้เจ้าฟังรึ?”
“ครับ เห็นว่าดรายแอดบริเวณนั้นกำลังทำการย้ายพื้นที่หนีภัยบางอย่างระหว่างเดินทางมาเลยสวนกับกลุ่มนักผจญภัยพวกนั้น”
“เห... เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ?”
“อมนุษย์สาวผมดำ ตาสีทอง ใส่ชุดเกราะหนัก”
เพล้ง!!!แก้วกาแฟในมือเอลล์แตกกระจาย สีหน้าเริ่มซีดเผือก ตัวสั่นหงึกๆๆๆๆๆ...
“!! อ เอลล์!? เกิดอะไรขึ้น!? เป็นอะไรไป!!?”
เจ้าหล่อนคิดจะลุกไปดูน้องชายอีกคนแต่ไม่ทันลุกเอลล์ก็ยกมือขึ้นมาห้ามเสียก่อน แม้ว่าเสียงจะสั่นมากก็ตามที
“ขะๆๆๆ ข้าไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงจริ๊ง—!!!!พะๆๆๆพี่ไม่ต้องเป็นหะๆๆ ห่วงนะ!!!”
สั่นอย่างกับมีแผ่นดินไหวเฉพาะจุดที่เอลล์ยืนอยู่
“รู้จักล่ะสิ ผู้หญิงคนนั้นน่ะ...”
กึก!!! ราชันย์มังกรเพลิงแข็งค้างไปพอสมควรเคออสกับเดฟไกส์สบตากันอย่างรู้ทัน...
เจอจุดอ่อนแล้ว...
“แล้วนางไปทำอะไรที่นั่นล่ะราชันย์ไลแคน...”
“เห็นเทียร่าบอกว่า นางบุกฝ่าเปลวเพลิงของราชันย์มังกรเพลิงด้วยความห้าวหาญอีกทั้งยังหัวเราะคิกคักดูชอบใจนัก...”
พูดจบประโยคเอลล์ก็สะดุ้งหนึ่งที
“นอกจากนี้นางยังตั้งแคมป์อยู่หน้าปากทางเข้าเมื่อตื่นก็บุกไปทำลายกำแพงเปลวเพลิงต่อ...”
เอลล์สะดุ้งรอบที่สอง...
“ทำอย่างนี้ซ้ำๆจนกระทั่งพวกนางอพยพมาเมื่อวันก่อนครับ”
และสะดุ้งรอบที่สาม...
พริสทีนเองก็จับสังเกตได้
“เอล—”
“!!! ไม่ๆๆๆๆ ไม่มีอะไรครับ!!! ไม่มีอะไร!ข้าปลอดภัยดีหายห่วง ไม่ได้ป่วยอะไรทั้งสิ้นเลยครับท่านพี่!!!! ฮ่าๆๆๆ ขนมนี่อร่อยจังเลยเนาะ!!!”
“ทั้งๆที่ข้าแกล้งทำน้ำตาลหกใส่ทั้งถุงเนี่ยนะ?”
และแข็งค้างรอบที่สองก่อนรีบคว้าเหยือกน้ำกรอกใส่ปากตนเองอย่างไว
ถึงว่าทำไมหวานนัก!!! เอลล์บ่นในใจ เพราะมันแต่สะดุ้งตกใจกับเรื่องเล่าจนพยายามแก้ต่างด้วยการกิน
แต่ดูเหมือนไม่เป็นผล
“ข้าขอร้องล่ะเรื่องที่ข้ามาที่นี่อย่าไปบอกนางเลย!!!!!”
โครม!! เอลล์รีบพุ่งออกจากเก้าอี้คุกเข่าลงและเอาหัวโขกพื้นจนเป็นรูโหว่!!
“เอ... จะเอาไงดีล่ะท่านเคออส”
“นั่นสินะ ก่อปัญหาตลอด 1 อาทิตย์ แบบนี้จะยอมปล่อยผ่านง่ายๆรึก็ไม่ใช่ซะด้วย....”
สภาพตอนนี้คือพริสทีนหัวเราะแห้งๆในขณะที่เคออสกับเดฟไกส์ยกยิ้มมุมปาก บรรยากาศรอบตัวคล้ายปีศาจร้ายทั้งสองที่เจอเหยื่อสำหรับการทรมานอันแสนสนุก
ตอนนี้ราชันย์มังกรเพลิงรู้สึกเหมือนตัวหดลงกลายเป็นหนูตัวจิ๋วในอุ้งมือปีศาจร้ายทั้งสองตัว
ความหวังตอนนี้มีแค่....
“ท่านพี่ช่วยข้าด้วยยยย!!”
“ถ้าพุ่งไปกอดนางข้าจะเอาเรื่องนี้ไปบอก”
กึก!!! เอลล์ชะงักแทบไม่ทันหันมามองเดฟไกส์ด้วยความอาฆาตแค้น ในขณะที่ไลแคนหนุ่มยกยิ้มมุมปาก...
ทีใครทีมัน!!
“สรุปผู้หญิงคนนั้นคือใครล่ะ?”
ความจริงนี้เดฟไกส์เองก็ไม่ทราบเช่นกัน...
“ภรรยาหมอนี่ครับท่านพี่...”
.
.
.
.
“ภรรยา!?”
“ม่ายยยย!!! ไม่ใช่!!!ท่านพี่อย่าไปเชื่อเจ้าเคออสนะ!!! ข้าไม่ได้คิดจะรับนางเป็นภรรยาอะไรนั่นซักนิด!!!!”
“แต่เจ้าจดทะเบียนกับนางแล้ว”
“ข้าโดนหลอก!!!”
“อ่า... ใจเย็นนะช่วยเล่าให้ฟังหน่อยสิเอลล์ว่าเกิดอะไรขึ้น...”
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อราว 200 กว่าปีที่แล้ว...
ขณะราชันย์มังกรเพลิงกำลังนั่งเฝ้าสมบัติอยู่ตามปกตินั้นได้มีกลุ่มนักผจญภัยพยายามจะมาขโมยสมบัติ แน่นอน เขาต้องไล่ไปตามปกติ ทว่าพวกมันพาทาสสาวมาหนึ่งคนซึ่งมีผมสีดำและตาสีทองมาเป็นเหยื่อล่อขณะพวกเขาหนี...
แต่ก็ไม่รอดพ้น ตายหมด เหลือเพียงทาสสาว
เนื่องด้วยเจ้าหล่อนเองมีเชื้อสายของเผ่ามังกรแห่งความมืดเหมือนน้องชายตนเองก็เลยไว้ชีวิตและไหนๆเขาก็ว่างก็เลยเลี้ยงเด็กสาวคนนั้นแก้เบื่อและมอบชื่อให้ว่า ‘เฟรย์’
เฟรย์นั้นอยู่กับเอลล์มาตลอดร้อยปี อาศัยอยู่กับมังกรเพลิงไม่มีเพื่อน ไม่มีอะไร เขาเลยตัดสินใจให้เฟรย์เข้าเมืองไปเป็นนักผจญภัยแทนเพราะหล่อนไม่ยอมเข้าเรียนหนังสือ และเขาเองก็สอนไปให้หมดเท่าที่เขารู้แล้ว และเพราะทักษะความสามารถนั้นจึงทำให้เธอเป็นนักผจญภัยระดับA
ใครจะรู้กันล่ะ...ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้.....
“ใครจะไปคาดคิดว่าเด็กสาวตัวน้อยๆ แสนน่ารัก แก้มนุ่มนิ่มเหมือนก้อนแป้งร้องเรียกหาข้าว่า‘ท่านเอลล์~’ เสียงหวานใสตลอดเวลาจะโตมาเป็นแบบนี้น่ะ!!!!! โฮ—!!!!”
เอลล์ร้องห่มร้องไห้หลังขึ้นมานั่งดีๆ ทุบโต๊ะระบายความเศร้า
เข้าเมือง 1 ปี กลับมาก็แอบวางยาเอลล์ในอาหาร...
ทว่าไม่ใช่ยาพิษ...
แต่เป็นยาปลุก!!!
“อย่าคิดว่าเป็นยาปลุกปกติเชียว!!!ยาปลุกของพวกเผ่าปีศาจเลยนะ!!! หยดเดียวก็เครื่องติดไป 3 วันแล้ว!!! แต่นางเล่นใส่ทั้งขวด!!ถ้าข้าไม่มี [ต้านพิษ] ในระดับหนึ่งคงซวยแน่!!!”
เธอกลับเข้าเมือง 2 ปีต่อมาก็กลับมาหาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีวางยาในอาหารเขาเริ่มโล่งใจว่าลูกสาว(?)จะกลับมาเหมือนเดิม...
แต่หล่อนเริ่มเข้าหา ยั่วยวนอีกฝ่ายแทบตลอดเวลา
เวลาเอลล์แปลงเป็นมนุษย์ก็เข้ามาอาบด้วยแน่นอนว่าเปลือย ตอนนอนอยู่ก็ใส่ชุดชั้นในติดเซ็กซี่ล่อตาล่อใจพวกผู้ชาย...
แผนนี้ไม่ได้ผล ก็ตัดทิ้งไป...
ต่อมา 3 ปี... 5 ปี... จนครบร้อยปี....
ในที่สุดเฟรย์ก็ทำตัวเป็นปกติอยู่ได้สองเดือนจนเขาโล่งใจเกือบคิดจะตัดขาดไม่ยอมพบหน้าหล่อนอีกตลอดไป แน่นอน...ใครจะรู้เล่าว่าหล่อนวางแผนเอาไว้ขณะพูดคุยกันตามประสาพ่อลูก(?)หลังไม่ได้คุยกันดีๆเลยสักครั้ง...หล่อนจะแอบเอาใบทะเบียนสมรสมาให้เขาเซ็นตอนเผลอลดการป้องกันลงกันล่ะ!!!!
“หลังจากนั้นข้าก็ตัดขาดกับนางทุกครั้งที่นางบุกมาข้าก็จะจัดการไล่ไปก่อนจะเข้ามาถึงได้ครับ... กระซิก(?)”
เอลล์เล่าไปพลางสะอื้นไปพลาง...
“.....จะว่าน่าสงสารก็น่าสงสารจะว่าสมน้ำหน้ามันก็ใช่อีก”
“แกน่ะเงียบไปเลยเจ้าไลแคนถ้าจะไม่ช่วยข้าล่ะก็!!”
“แล้วแบบนี้นางบุกเข้าไปจะไม่เป็นไรเหรอเอลล์?”
“ไม่หรอกครับ กำแพงเพลิงของข้าน่ะ ถ้าเกิดว่าถูกทำลายไปครึ่งหนึ่งแล้วหากกลับออกไป... มันก็จะกลับมาเหมือนเดิม~ เอาเป็นว่าท่านพี่ช่วยข้าด้วยเถอะเรื่องนี้น่ะข้าไม่รู้จะทำยังไงแล้ว สาเหตุที่ข้าอยากมาท่านอีกเรื่องก็คือเรื่องนี้เนี่ยแหล่ะ!!”
“จะให้พี่ทำยังไงล่ะ”
“แกล้งเป็นแฟ— เอ๊ย!! ไปหลอกนาง ทำเป็นตีสนิทแล้วทำลายใบทะเบียนให้ข้าทีเถอะครับ!”กลับลำแทบไม่ทัน
เกือบไปแล้วว!! หากแก้ไม่ทันเจ้าไลแคนบ้านี่คงต้องไปฟ้องแน่...บ้าเอ๊ย!!!!!! เอลล์ได้แต่โวยวายในใจ
“แบบนั้นมันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอนั่น”พริสทีนหัวเราะแห้งๆ “แล้วทำไมถึงรังเกียจเธอขนาดนั้นล่ะ?”
ราชันย์มังกรเพลิงนิ่งไป... “เอ่อ... ท่านพี่ก็รู้ข้าเป็นคนยังไงตลอด 1 อาทิตย์ ข้าไม่ได้เหมือนเคออสซะหน่อยข้าแค่เลี้ยงเด็กคนนั้นมาในฐานะลูก มองแต่ในฐานะลูกไม่เคยมองเป็นอย่างอื่น........อีกอย่าง ข้าเป็นราชันย์มังกร... โดนหมายหัวตลอดเวลา...”
“จะบอกว่าอยู่กับเจ้ามันไม่เป็นการดีงั้นสิ?”
“ก็ประมาณนั้น” เอลล์ตอบเดฟไกส์
ไลแคนหนุ่มถอนหายใจ
“สุดท้ายท่านก็แค่หนีความจริงเท่านั้นแหล่ะ...”
เอลล์ตวัดมองอีกฝ่ายนิ่งๆ “ว่างไนะ...”
“ไม่ต้องมองข้าแบบนั้นเลย ข้าก็แค่พูดความจริง ท่านเอาแต่หนีเอาแต่ผลักไสเช่นนั้นนางจะไปรู้สิ่งที่ท่านจะสื่อได้ยังไง โน่นข้าขอแนะนำให้ไสหัวกลับไปคุยกับนางซะจะได้จบๆ”
“ข้าพูดซะจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้วต่างหาก!”
“แล้วพูดดีๆไหมล่ะ? ให้ข้าเดา ท่านพูดด้วยน้ำเสียงเชิงล้อเล่นไม่จริงจังแบบนั้นแน่ๆใครเขาจะไปเชื่อ!!”
“อึก!!”
....ประโยคฟังดูดีนะ... แต่ทำไมมันเหมือนไล่ทางอ้อมแบบนั้นล่ะเดฟ...
พริสทีนพยายามทำตัวเป็นอากาศธาตุ เหมือนกับว่าที่ตรงนั้นเธอไม่ได้อยู่ด้วยเคออสเองก็ทานจนเสร็จก่อนขอตัวหายไปในเงาเพื่อไปหาวาเนสซ่าแทนที่จะอดทนอยู่ต่อ ....หรือบางทีอาจจะอดทนมาตลอดตั้งแต่เอลล์มาแล้วก็ว่าได้
“........”
สาวผมเงินนั่งฟังการถกเถียงตรงหน้า ก่อนเงยหน้ามองเพดานบ้านตนเอง
ยกน้ำชาดื่ม...
พ่นลมหายใจเบาๆ...
อืม... ปล่อยวางเถอะ... ขี้เกียจห้ามแล้ว....
สุดท้ายวันนี้ก็เป็นวันพักผ่อนที่แสนจะวุ่นวายอีกวันหนึ่ง...
++++++++++++++++++
กลับมาทำตัวเป็นยายแก่ again 5555555