[จบ] ระบบกลืนกินพรสวรรค์

    บทที่ 7 หมียักษ์คลั่งและน้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิด

    บทที่ 7 หมียักษ์คลั่งและน้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิด


    โครงสร้างร่างกายของหมาป่าและสุนัขนั้นเหมือนกัน พวกมันถูกเรียกว่าสุนัขสันเหล็ก


    ดูจากชื่อแล้ว หลังของมันต้องแข็งมากอย่างแน่นอน


    การจะจัดการกับสุนัขสันเหล็กได้นั้นต้องระมัดระวังเขี้ยวและกรงเล็บของมันให้ดี ตราบใดที่หลบหลีกมันได้เรื่อย ๆ สุนัขสันเหล็กก็จะหมดแรงไปเอง


    เขาแค่ต้องหาจังหวะและระมัดระวังให้มาก


    แต่…


    “ไม่จำเป็นหรอก!”


    ตอนที่ความทรงจำไหลเข้ามาในสมองนั้นเอง สุนัขสันเหล็กก็พุ่งกรงเล็บเข้ามาแล้ว!


    แววตาของฉู่โม่ววาวโรจน์ เขาไม่หลบหลีกแม้แต่น้อยและปล่อยหมัดออกไป!


    ตู้ม!


    กำปั้นอาบพลังสายฟ้าพุ่งตรงเข้าใส่หัวของสุนัขสันเหล็ก


    เสียงกระดูกหักดังขึ้นในทันใด


    กะโหลกของสุนัขสันเหล็กแตกร้าว และหลุดกระเด็นออกไปไกล


    มันร่วงลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นทันที!


    สังหาร!


    “หมัดสายฟ้าของฉันมีพลังตั้ง 2.72 ตัน! ต่อหน้าฉันคนนี้ แค่สุนัขสันเหล็กน่ะไม่คณนามือหรอก!”


    ฉู่โม่วส่ายหน้าไปมา


    ก่อนเขาจะค่อย ๆ ย่างกรายเข้าไปตัดขาหน้าของเจ้าสุนัขสันเหล็กด้วยมีดที่พกติดตัวมา


    มันคือหลักฐานว่าชายหนุ่มสังหารสุนัขสันเหล็กไปจริง ๆ


    หลังจากนั้น 


    ฉู่โม่วหยิบขวดยาจำนวนหนึ่งออกมา ผ่าหัวใจของสุนัขสันเหล็ก และเทเลือดของมันลงไปในขวด


    เลือดสัตว์อสูร!


    ถึงแม้จะเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับ 1 เลือดในร่างกายของมันก็ยังช่วยเพิ่มพลังกายเนื้อของผู้ปลุกพลังได้


    ภารกิจเรียบร้อย


    ฉู่โม่วเดินต่อไปพร้อมกับขาหน้าสุนัขสันเหล็กสองข้างและเลือดของมัน


    …


    ลึกไปในป่าทึบ


    ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดสลัวลงโดยไม่รู้ตัว


    เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว


    ฉู่โม่วสังหารงูพิษปล้องเงินด้วยหมัดเดียว ก่อนจะใช้นิ้วปาดหยาดเลือดออกจากใบหน้า เขาลุกขึ้นยืนพลางหายใจหอบ


    หนึ่งวันแห่งการล่าผ่านพ้นไป


    นอกจากงูพิษปล้องเงินแล้ว ฉู่โม่วยังสังหารสัตว์อสูรระดับ 1 อีกเจ็ดตัว 


    นี่เป็นโอกาสดีในการเพิ่มประสบการณ์การต่อสู้ เขาหายใจแรงขึ้นด้วยความเหนื่อยหอบ


    และในภารกิจล่าของวันนี้


    “ใกล้จะมืดแล้ว ดูเหมือนว่าฉันจะต้องหาที่ปลอดภัยอยู่”


    ฉู่โม่วพึมพำเบา ๆ ขณะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า


    ตอนกลางคืนคือสวรรค์ของเหล่าสัตว์อสูร


    อสูรทรงพลังมากมายจะตื่นขึ้น ทำให้ผืนป่าแห่งนี้อันตรายยิ่งกว่าเก่า


    ดังนั้นแล้ว แม้แต่กลุ่มไล่ล่าทั้งหลายยังต้องหาที่ปลอดภัย เพื่อพักผ่อนให้รัตติกาลผ่านพ้นไป และรอคอยแสงแดดในยามเช้า


    แม้ว่าจะไม่มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังอยู่ในพื้นที่ ฉู่โม่วก็ทนนิ่งเฉยไม่ไหว เขาสังหารพวกมันไปมากมายจนร่างกายอ่อนล้า


    ยิ่งไปกว่านั้น ชายหนุ่มยังได้เลือดสัตว์อสูรมาไม่น้อยและพร้อมฝึกฝน


    เมื่อคิดได้ดังนั้น


    ฉู่โม่วหยิบถุงน้ำดีของงูพิษปล้องเงินออกมา คั้นเลือดลงไปในขวด ก่อนออกไปจากที่นั่นทันที


    ผ่านไปพักใหญ่


    ดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า …ความมืดเข้าปกคลุมโลกทั้งใบ


    ในหลุมต้นไม้ขนาดใหญ่


    มันเคยเป็นถ้ำกระรอกกลายพันธุ์ระดับ 1 ที่ถูกฉู่โม่วสังหารไป และตอนนี้เมื่อเขาต้องการที่หลบซ่อน ชายหนุ่มจึงนึกถึงที่นี่ขึ้นมา


    ขั้นแรก กับดักเตือนภัยมากมายถูกติดตั้งไว้ที่ทางเข้าถ้ำ ทันทีที่มีใครมาแตะต้องมัน การแจ้งเตือนจะเกิดขึ้นทันที


    เมื่ออยู่ในป่าลึก เราต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นแสนเท่าตัว!


    ระหว่างวัน มู่โฉ่วเห็นสัญญาณของเครื่องรางสื่อสารปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราวบนผืนป่า ยังคงมีนักเรียนได้เผชิญหน้าเข้ากับอันตรายอย่างไม่คาดฝัน


    ถึงแม้จะมีอาจารย์คอยช่วยเหลือก็ตาม


    แต่นักเรียนเหล่านั้นจะยังมีชีวิตรอดจนกระทั่งความช่วยเหลือไปถึงหรือไม่นั้น… ยังไม่อาจทราบได้


    พูดอีกอย่างคือ…


    แค่วันแรกของภารกิจก็อาจมีผู้เสียชีวิตมากมายแล้ว!


    ทั้งที่ป่าแห่งนี้ถูกเก็บกวาดและลดความอันตรายลงไปมากโข


    เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลายคนคงจะจินตนาการถึงความอันตรายของป่าทึบที่แท้จริงได้แล้ว


    “นี่ยุคสมัยนี้ต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเอาชีวิตรอด!”


    เขาส่ายหน้าไปมา หยุดคิดเรื่องเหล่านั้น


    ฉู่โม่วเข้าไปในถ้ำและหยิบเลือดสัตว์อสูรที่เก็บได้ออกมา


    มีเลือดอยู่เพียงครึ่งขวดเท่านั้น


    ปริมาณเลือดของสัตว์อสูรเจ็ดตัวนั้นมีไม่มากนัก


    แต่โลหิตสัตว์อสูรที่เหล่าผู้ปลุกพลังใช้ไม่ใช่เลือดทั่วไป ทว่ามาจากหัวใจซึ่งเป็นแก่นสำคัญของพวกมัน


    สัตว์อสูรมักจะมีเลือดในหัวใจไม่มากนัก


    ฉู่โม่วสังหารอสูรไปกว่าเจ็ดตัว แต่ก็ได้มาเพียงเท่านี้


    “ได้ประมาณห้าครั้ง!”


    ฉู่โม่วประมาณการก่อนจะเปิดฝาขวด และก้มลงจิบ


    ทันใดนั้น… พลังพลุ่งพล่านก็แผ่ออกมาจากร่างกายเขา


    ฉู่โม่วไม่รอช้าและเริ่มต้นการฝึกฝนทันที


    ยามดึกคืนนั้น


    เสียงคำรามของเหล่าสัตว์อสูรดุร้ายในป่าทึบดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่ฉู่โม่วจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนร่างกายและเพิ่มพูนพลังกายเนื้อ


    ...


    เช้าวันต่อมา


    ฉู่โม่วตื่นนอนด้วยความสดชื่น


    เมื่อคืนนี้ชายหนุ่มดื่มเลือดสัตว์อสูรซึ่งเพิ่มพลังกายเนื้อของเขาได้เกือบ 0.01 ตัน แม้ว่าจะน้อยนิด แต่หากดื่มต่อไป มันต้องแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในสักวันแน่นอน


    โดยปกติแล้ว หลังจากผู้ปลุกพลังธรรมดาดื่มเลือดสัตว์อสูร จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนกว่าพวกเขาจะสามารถย่อยมันได้


    ทว่าเมื่อชายหนุ่มดื่มมันติดต่อกัน เลือดและพลังกายเนื้อจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างง่ายดาย


    แต่ระยะเวลาในการย่อยก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ด้วยเช่นกัน


    ยิ่งพรสวรรค์โดยกำเนิดแข็งแกร่งมากเท่าไร ระยะเวลาในการย่อยก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น


    และหากใช้กายเนื้อระดับกลางและพลังสายฟ้าระดับ 2 ของฉู่โม่ว เขาต้องใช้เวลาในการย่อยเพียงสามวันเท่านั้น


    พูดอีกอย่างก็คือ เขาจะดื่มเลือดสัตว์อสูรได้อีกครั้งในสามวันข้างหน้า


    “ถ้าแบบนี้ฉันก็กินได้เดือนละสิบครั้ง แม้แต่เลือดสัตว์อสูรที่อ่อนแอก็ช่วยเพิ่มพละกำลังได้ไม่มากก็น้อย!”


    ฉู่โม่วพึงพอใจกับผลลัพธ์เป็นอย่างมาก


    ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์และร่างกายแข็งแกร่งถึงพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ผู้มีร่างกายและพรสวรรค์ด้อยกว่าพัฒนาอย่างเชื่องช้า


    อันที่จริงแล้ว ด้วยความเร็วในการย่อยเลือดสัตว์อสูรของเขา ประกอบกับพรสวรรค์และร่างกายนี้แล้ว อณูแห่งชีวิตที่ได้จากการฝึกฝนร่างกายก็แตกต่างออกไปด้วยเช่นกัน


    ด้วยข้อเท็จจริงนี้ ระยะเวลาในการย่อยนั้นมีช่องว่างระหว่างผู้มีพรสวรรค์ และไร้พรสวรรค์มากกว่าสิบเท่าร้อยเท่าเสียอีก?!


    ไม่ต่างอะไรจากการอาบน้ำด้วยเลือดสัตว์อสูรเลย!


    เขาฝึกฝนร่างกายอีกครั้งเพื่ออุ่นเครื่อง แล้วจึงหยิบเอาเนื้อสัตว์อสูรชิ้นใหญ่ที่ได้มาเมื่อคืนออกมาย่างกินเป็นอาหาร


    หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มก็กินดื่มจนเสร็จสิ้น


    ฉู่โม่วเดินทางเข้าป่าทึบต่อไป พร้อมกับของมีค่าทั้งหมดที่ล่ามาได้


    เมื่อวานนี้ เขาเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วพื้นที่ และอสูรที่เขาสังหารล้วนอยู่ในระดับ 2 ไปจนถึงระดับ 1 ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาอีกต่อไป


    วันนี้ฉู่โม่วตั้งใจจะลองต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสูงกว่านั้น!


    เพื่อให้รู้ถึงขีดจำกัดของตัวเอง!


    แต่แล้ว…


    หลังจากเดินไปได้ไม่นาน ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงการปะทะอันแสนดุเดือดดังขึ้นเบื้องหน้า


    เขาเข้าไปใกล้ต้นเสียง ก่อนเปลี่ยนสีหน้าไปทันที


    ฉู่โม่วลอบมองเข้าไป เมื่อไปถึงบริเวณข้างเคียง 


    ตอนนั้น ในพื้นที่กว้างห่างออกไปราวร้อยเมตร ปรากฏภาพผู้ปลุกพลังกำลังเผชิญหน้าสัตว์อสูรร้าย


    ความเสียหายของการต่อสู้นั้นรุนแรงไม่น้อย ต้นไม้โดยรอบถูกโค่นทำลายจนหมดสิ้น


    อสูรร้ายตัวนั้นเป็นหมีขนาดยักษ์ที่สูงกว่าสี่ถึงห้าเมตร ด้วยร่างกายใหญ่ยักษ์ มันปลดปล่อยพละกำลังมหาศาลออกมาพร้อมเสียงน่าสะพรึงกลัว ขณะยกอุ้งมือขึ้นมา


    พลังของมันทำให้ศัตรูไม่อาจโต้กลับได้แม้แต่น้อย …ได้แต่ถอยหนีครั้งแล้วครั้งเล่า


    “นี่มันหมียักษ์คลั่ง!”


    ฉู่โม่วจำสัตว์อสูรตัวนี้ได้ทันที


    สัตว์อสูรอย่างหมียักษ์คลั่งนั้นอันตรายมาก กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ก็ยังจัดการมันได้อย่างยากลำบาก!


    “มีบันทึกเรื่องของมันอยู่ในสถาบัน ถ้าหมียักษ์คลั่งไปที่ไหน แปลว่าจะต้องมีรังผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดอยู่แน่!”


    ผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดอาศัยอยู่ในรังนั้น


    ผึ้งเหล่านี้มีพลังน้อยนิด แต่พวกมันสามารถผลิตน้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดได้ หากผู้ปลุกพลังดื่มมันเข้าไป ก็จะเพิ่มความรวดเร็วในการฝึกฝนกำลังกายเนื้อหรือกระทั่งช่วยย่อยเลือดสัตว์อสูรได้!


    “ถ้าฉันได้น้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดมาก็… จะลดเวลาย่อยเลือดสัตว์อสูรได้โขเลย!”


    “ของดีแบบนี้จะพลาดไม่ได้!”


    เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็พุ่งตรงออกไปทันที!


    ...

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ระบบกลืนกินพรสวรรค์ ที่คุณอ่าน