บ่ายคล้อยวันนั้น แสงแดดจัดจ้าสีส้มอมแดงสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่เข้ามายังโถงนั่งเล่นกลางคฤหาสน์หรู ทอดเงาสลัวยาวเหยียดของเครื่องเรือนไม้ราคาแพงลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวขัดมันจนเลื่อมพราย บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบาสม่ำเสมอประหนึ่งเครื่องช่วยหายใจของบ้านหลังใหญ่ ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่สีเข้ม สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอเรืองแสงของเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่วางอยู่บนหน้าตัก นิ้วมือทั้งสิบพยายามเคาะปุ่มพิมพ์รหัสชุดคำสั่งอย่างเป็นจังหวะเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและระบบรักษาความปลอดภัยสารสนเทศที่ผมรับหน้าที่ปรับปรุงในฐานะนักออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอิสระ ทว่าในความเป็นจริง จิตใจของผมกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวเลขหรือแถวรหัสชุดคำสั่งโปรแกรมตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
สมองของผมปั่นป่วนและสับสนวุ่นวายจนยากจะจัดระเบียบ ความตึงเครียดที่สะสมมาตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องเก็บรองเท้าเมื่อคืนก่อนยังคงตามหลอกหลอนซ้ำๆ ลมหายใจร้อนผ่าวของนิชาและน้ำเสียงสั่นสะท้านที่แฝงไปด้วยความยโสโอหังยามที่เธอบีบบังคับชี้ชะตาชีวิตคู่ของผมกับเกด มันเหมือนบ่วงเชือกเส้นหนาที่ค่อยๆ รัดคอของผมให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ ดึงให้ผมจมดิ่งลงสู่ความอึดอัดทุรนทุราย ทุกครั้งที่หลับตาลง ภาพใบหน้าสวยเฉี่ยวปนรอยยิ้มเยือกเย็นของนิชา ลูกสาวคนโตแท้ๆ ของเกดจะสลักแน่นอยู่ในมโนสำนึก คอยตอกย้ำเตือนใจว่าผมเป็นเพียงเบี้ยล่างตัวหนึ่งบนกระดานเดิมพันที่เธอเป็นผู้เขียนกติกาขึ้นมาเพื่อเล่นสนุกนอกเวลาตามใจชอบ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ่นออกมาช้าๆ เพื่อระบายความร้อนรุ่มในอก ตัดสินใจพับหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาลงเพื่อดับความว้าวุ่นชั่วขณะ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปหยิบเอกสารเกี่ยวกับผังระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศที่ผมจดบันทึกค้างไว้ตรงโถงทางเดินชั้นล่าง หวังใจว่าการได้ขยับเขยื้อนร่างกายจะช่วยดึงสมองให้ออกห่างจากความฟุ้งซ่านนี้ได้บ้าง ทว่าก้าวเท้าพ้นจากมุมนั่งเล่นเข้าสู่พื้นที่กึ่งกลางโถงทางเดินสลัวใกล้กับเสาปูนตกแต่งขนาดใหญ่ต้นหนา ร่างระหงของใครบางคนก็ก้าวเดินเข้ามาดักหน้าผมอย่างจงใจและไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ทำงานเหนื่อยไหมคะ... คุณพ่อเลี้ยง"
น้ำเสียงใสทว่าราบเรียบเยือกเย็นดังขึ้นในระยะประชิด หัวใจของผมกระตุกวูบไปทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมสวยของนิชา เธออยู่ในชุดทำงานกึ่งลำลองเนื้อดีพอดีตัวที่ขับเน้นสัดส่วนส่วนเว้าโค้งของร่างกายสาวสะพรั่งอย่างชัดเจน นิชาไม่มีท่าทีเกรงกลัวต่อช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ ที่คนใช้ในบ้านอาจจะเดินผ่านมาเห็นเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความหยิ่งยะโสผุดขึ้นช้าๆ ก่อนที่เธอจะก้าวประชิดตัวเข้ามาจนผมได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของผิวกายสาวหอมกรุ่นปนกลิ่นน้ำหอมราคาแพง
ผมพยายามก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่างตามสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาปูนต้นใหญ่จนไร้ทางหนี นิชากระตุกยิ้มอย่างพึงใจพร้อมยื่นมือเรียวสวยออกมาก่อนจะทาบฝ่ามือลงบนแผ่นอกของผมอย่างอุกอาจ เธอใช้นิ้วมือเรียวสวยลูบไล้แผ่วเบาผ่านเนื้อผ้าของเสื้อทำงานที่ผมสวมอยู่ ปลายนิ้วของเธอไล่ช้าๆ ขึ้นไปตามแนวสาบเสื้อและปกเสื้ออย่างล่วงเกินและเชิงคุกคาม สัมผัสอุ่นจัดจากผิวกายของเธอส่งผ่านเนื้อผ้าเสื้อทำงานเข้ามาจนร่างกายของผมเกร็งทื่อด้วยความระแวดระวัง
"นิชา... อย่าทำแบบนี้ นี่มันกลางวันแสกๆ นะ เกิดมีใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี..." ผมพยายามกดเสียงให้ต่ำและเบาที่สุดจนกลายเป็นเสียงกระซิบพลางยื่นมือไปจับข้อมือของเธอเพื่อปัดป้องและผลักไสออกไป ทว่านิชากลับเกร็งข้อมือต้านแรงของผมไว้ สายตาของเธอยังคงจับจ้องมองตรงมาด้วยความเยาะหยันปนสนุกสนานราวกับกำลังข่มขู่สัตว์ตัวเล็กๆ ที่ไม่มีทางสู้
"จะกลัวอะไรขนาดนั้นคะ? คุณพ่อเลี้ยงผู้แสนดีของคุณแม่" นิชาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะเฉียดใบหูของผม ลมหายใจร้อนผ่าวของเธอเป่ารดผิวแก้มจนผมต้องขบฟันแน่นเพื่อระงับความสั่นสะท้าน "นิแค่จะเดินมาเตือนความจำและทวงสัญญาค่ะ ว่าค่ำคืนนี้... กระดานเดิมพันตัวจริงของเราจะเริ่มขึ้น หวังว่าคุณจะเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้พร้อมแล้วนะคะ อย่าริอ่านทำเป็นบิดพลิ้วหรือแกล้งลืมเด็ดขาด ไม่งั้นภาพเคลื่อนไหวสุดพิเศษตอนที่คุณกำลังเริงรักอย่างถึงพริกถึงขิงกับน้าสาวคนสวย คงได้ไปปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาของคุณแม่แน่ๆ"
คำขู่กรรโชกอันเยือกเย็นส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายของผมเย็นเฉียบพลันราวกับน้ำแข็ง ผมบีบข้อมือของเธอแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อสะกดความโกรธก่อนจะกระชากออกเบาๆ และเบี่ยงตัวหลบหนีออกจากมุมเสาใหญ่อย่างกระวนกระวายใจ นิชาไม่ได้ตามมาขัดขวางหรือยื้อยุด เธอเพียงแค่ส่งเสียงหัวเราะในลำคอแผ่วเบาพลางกอดอกมองตามหลังผมด้วยสายตาของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์ ผมรีบก้าวเท้าเดินหนีออกจากโถงทางเดินตรงนั้นทันที หัวใจเต้นรัวกระหน่ำด้วยกระแสความหวาดกลัวและความแค้นใจปะปนจนแยกแยะไม่ได้
ทว่าในจังหวะที่ผมหันหลังกลับและก้าวเดินอย่างเร่งรีบเพื่อขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน ผมไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าที่มุมมืดสลัวตรงชานพักบันไดไม้ด้านบน ร่างของ น้าอร หรือ อรสิริ หญิงสาววัยสามสิบหกปีซึ่งเป็นน้าสาวแท้ๆ ของนิชาและเป็นผู้ดูแลคฤหาสน์หลังนี้ กำลังยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเงาของม่านหน้าต่างหนา แววตาของเธอสั่นระริกเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งโทสะ ความโกรธเกรี้ยว หึงหวง และระแวงรุนแรงปะทุขึ้นในอกจนขอบตาร้อนผ่าว
น้าอรยืนจิกเล็บลงบนราวจับบันไดไม้เนื้อแข็งจนปลายนิ้วขาวซีดไร้สีเลือด ภาพที่หลานสาวแท้ๆ ของตนเองเดินเข้าไปลูบไล้หน้าอกเสื้อทำงานของภัทรและกระซิบกระซาบใกล้ชิดในมุมสลัวมันกรีดลึกเข้าไปในใจของเธอจนแหลกลาญ น้าอรแอบมีความสัมพันธ์สวาทลับลึกกับภัทรมานาน ความเสน่หาและการแสดงตนเป็นเจ้าของเหนือร่างกายโปรแกรมเมอร์หนุ่มรุ่นน้องทำให้เธอไม่สามารถทนเห็นผู้หญิงคนอื่น โดยเฉพาะหลานสาวตัวแสบที่ก้าวล่วงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชายหนุ่มที่เป็นของเธอได้ ความเงียบในเงามืดนั้นกำลังก่อตัวเป็นพายุร้ายที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างในอีกไม่ช้า
ค่ำคืนโรยตัวลงมาปกคลุมคฤหาสน์หรูอย่างเชื่องช้า แสงไฟรอบบ้านถูกดับลงเกือบหมดเหลือเพียงแสงไฟสีนวลจางๆ ตามทางเดินเพื่อความปลอดภัย เกดต้องออกไปคุยงานธุรกิจนอกบ้านกับลูกค้าคนสำคัญทำให้คืนนี้เธออาจจะกลับดึกมาก ส่วนมีนและคนใช้อื่นๆ ต่างแยกย้ายขึ้นห้องพักส่วนตัวไปหมดแล้ว ทิ้งให้ความเงียบงันและบรรยากาศอันเย็นเยือกโอบล้อมบ้านหลังใหญ่ไว้ในเงามืด
ผมเดินลงมาจากชั้นสองในชุดลำลอง ก้าวตรงไปยังห้องครัวขนาดใหญ่เพื่อต้องการน้ำดื่มเย็นๆ ดับความรุ่มร้อนในอก ความตึงเครียดจากข้อตกลงลับและกระดานเดิมพันของนิชาที่ใกล้จะถึงเวลาส่งเสียงเตือนในหัวสมองจนอึดอัดแน่นหน้าอก ผมยืนอยู่หน้าโต๊ะปรุงอาหารขนาดใหญ่ในห้องครัวอันมืดสลัว เอื้อมมือหยิบแก้วน้ำมารินน้ำเย็นจากตู้เย็น ดื่มรวดเดียวหมดเพื่อหวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยชะล้างความกระวนกระวายใจในหัวสมอง
แก๊ก... แกร๊ก...
เสียงหมุนปลดและลงกลอนประตูไม้ห้องครัวดังขึ้นอย่างกะทันหันในความมืดเงียบ หัวใจของผมกระตุกเฮือก รีบวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะเตรียมอาหารแล้วหันกลับไปมองทางต้นเสียงทันที แสงไฟดวงเล็กสีส้มอบอุ่นสลัวรางมุมห้องครัวถูกเปิดขึ้น เผยให้เห็นร่างของน้าอรยืนอยู่หน้าประตูครัวที่เพิ่งถูกลงกลอนอย่างหนาแน่น
ใบหน้าของน้าอรยามต้องแสงไฟสลัวดูบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นอย่างหนัก ดวงตาคู่สวยที่เคยดูอ่อนโยนบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธเกรี้ยวสะสม เธอสะบัดผมยาวสลวยไปด้านหลัง กอดอกแน่นพลางก้าวเดินเข้าหาผมอย่างช้าๆ จังหวะการลงเท้าของเธอหนักหน่วงและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศในห้องครัวดูแคบลงจนหายใจลำบาก
"เมื่อตอนเย็นมันคืออะไรภัทร?!" น้าอรเค้นเสียงต่ำสะกดอารมณ์โกรธพลางจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมจนแทบทะลุ "ทำไมแกกับยัยนิชาถึงต้องทำท่าทางลักลอบกระซิบกระซาบ ลูบเนื้อตัวล่วงเกินกันขนาดนั้นในโถงทางเดิน?! ตอบฉันมาสิภัทร! อย่าคิดจะแต่งเรื่องมาหลอกฉันเด็ดขาดนะ!"
น้ำเสียงสั่นพร่าของน้าอรเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและหึงหวงอย่างไม่ปิดบัง เธอขยับก้าวเข้ามาประชิดตัวผมที่ยืนพิงหลังติดอยู่กับโต๊ะปรุงอาหาร สองมือของเธอเอื้อมมากระชากคอเสื้อของผมไว้แน่น แววตาคาดคั้นบีบบังคับประหนึ่งต้องการจะรีดเอาความจริงทั้งหมดออกมาจากปากของผมให้ได้
"น้าอร... มันไม่มีอะไรจริงๆ ครับ" ผมพยายามควบคุมน้ำเสียงและจังหวะหายใจไม่ให้แสดงอาการตื่นตระหนก "นิชาเธอแค่เดินเข้ามาถามเรื่องระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในบ้านเฉยๆ ครับ พอดีสัญญาณตรงห้องนอนเธอค่อนข้างช้า แล้วจังหวะที่คุยกันเธอก็ก้าวพลาดสะดุดพื้นจนเกือบเซล้ม ผมเลยต้องช่วยจับและประคองตัวเธอไว้เฉยๆ ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งเลยจริงๆ ครับน้าอร เชื่อผมเถอะนะ"
ผมแก้ตัวพัลวันโดยดึงเอาเรื่องระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาอ้างเพื่อสร้างความสมจริง ทว่าน้าอรกลับไม่ยอมเชื่อคำพูดง่ายๆ แววตาของเธอวาวโรจน์ขึ้นกว่าเดิม มือที่จับเสื้อของผมสั่นระริกด้วยโทสะที่ยากจะระงับ
"อย่ามาโกหกฉันนะภัทร! สายตาที่ยัยนิชามองแก และสายตาที่แกกลัวยัยนั่น มันไม่ใช่เรื่องปกติ... แกแอบไปมีอะไรกับหลานฉันใช่ไหม?!" น้าอรตะคอกเสียงต่ำแต่น้ำเสียงสั่นระริกขยับร่างบดเบียดเข้าจนร่างกายอวบอัดภายใต้ชุดอยู่บ้านเบียดกระชับกับตัวผม "ฉันรู้ดีว่าสายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง! แกแอบไปตกลงข้อตกลงลับอะไรกับยัยเด็กนั่นลับหลังฉันใช่ไหม?! หรือแกเบื่อคนแก่แบบฉันแล้วอยากจะไปหาเด็กเอ๊าะๆ?!"
คำถามคาดคั้นและกระแสความหึงหวงของน้าอรทำให้ผมเกร็งสั่นไปทั้งตัว เหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นเต็มแผ่นหลังชื้นแฉะ ผมไม่อาจบอกความจริงกับเธอได้เลยว่าเหตุผลที่ผมต้องยอมทนแสดงท่าทางตลบตะแลงและสับสนนอบน้อมต่อนิชา เป็นเพราะหลักฐานภาพเคลื่อนไหวลับของผมกับน้าอรอยู่ในมือของนิชาแล้ว หากผมหลุดปากบอกเรื่องข่มขู่เปิดโปงความลับนี้ออกไป เรื่องราวจะยิ่งลุกลามใหญ่โตจนไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป
"ไม่มีอะไรจริงๆ ครับน้าอร ผมจะกล้าไปคิดแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อผมมีน้าอรอยู่แล้ว..." ผมพยายามชโลมใจด้วยคำพูดหวานหูและสบสายตาของเธอเพื่อแสดงความจริงใจแบบตลบตะแลงชั่วคราว
คำพูดนั้นคล้ายจะสลักลึกลงในอารมณ์ดิบของน้าอร ทว่าความเสน่หาและความอิจฉาที่คุกรุ่นอยู่ในอกกลับผลักดันให้เธอต้องการแสดงความเป็นเจ้าของเหนือตัวผมอย่างบ้าคลั่ง น้าอรจ้องหน้าผมเขม็งพลางส่งเสียงสะอื้นแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะผวาเข้าหาบดเบียดร่างกายกอดรัดผมอย่างถือดี สองแขนโอบรัดรอบคอของผมแน่นหนาจนร่างกายของเราสองคนทาบทับแนบชิดกันทุกสัดส่วน
ริมฝีปากอวบอิ่มของน้าอรกดบดขยี้ลงมาบนริมฝีปากของผมอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน จุมพิตของเธอในครั้งนี้เต็มไปด้วยความเรียกร้อง ดุดัน และระบายอารมณ์หึงหวงอย่างสุดขีด ลิ้นร้อนชื้นชอนไชเข้ามาในโพรงปากเกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนจนผมแทบสำลักลมหายใจ ความเสียวกระสันและรสชาติเสน่หาอันคุ้นเคยปลุกเร้าอารมณ์ดิบในกายผมให้พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ สองมือของผมขยับกระชับบดเบียดสะโพกผายเนื้อนุ่มของเธอเข้าหาตัว ตอกย้ำสัมผัสเร่าร้อนท่ามกลางความมืดสลัวและเสียงลมหายใจสอดประสานที่ดังกังวานก้องหู
น้าอรบดจูบอย่างทารุณจนผมแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกช้าๆ หอบหายใจสะท้านจนหน้าอกกระเพื่อมไหวแรง น้าอรซบหน้าลงกับซอกคอของผมพลางกระซิบคาดโทษเสียงพร่าสั่นระริกแกมข่มขู่
"จำไว้นะภัทร... แกห้ามยุ่งกับยัยนิชาเด็ดขาด อย่าคิดจะปีนเกลียวไปหาเด็กนั่น ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน! ฉันแฉเรื่องของเราให้พี่เกดรู้แน่ถ้าแกริอ่านนอกใจฉันไปหาลูกสาวแท้ๆ ของพี่เกด!"
คำเตือนกรรโชกของน้าอรเหมือนน้ำแข็งเย็นยะเยือกที่ราดรดลงบนตัวผม ทำให้ผมอึดอัดและขื่นขมลึกๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก ผมยืนเกร็งตัวทื่อในอ้อมกอดของเธอ ความเครียดบีบคั้นอารมณ์จนขมับเต้นตุบๆ เพราะผมรู้ดีว่าคืนนี้ผมไม่มีทางหลบเลี่ยงข้อตกลงลับของนิชาได้พ้นเลยแม้แต่น้อย
แกร๊ก... กริ๊ก...
เสียงกลอนประตูห้องครัวถูกบิดและไขออกอย่างแผ่วเบาทว่าทรงพลังดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ทำเอาผมและน้าอรสะดุ้งตัวโยนและรีบผละออกจากกันอย่างมีพิรุธทันที ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างระหงของ นิชา เดินนวยนาดเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มเยาะยโสโอหัง ในมือกำพวงกุญแจสำรองของห้องครัวเอาไว้พลางเหวี่ยงเล่นเบาๆ ด้วยนิ้วเรียวสวยอย่างไม่ยี่หระต่อสายตาของใคร
นิชาปรายตามองน้าอรที่ยืนหน้าตื่นขยับตัวออกจากผมอย่างมีพิรุธ แววตาของหลานสาวเต็มไปด้วยประกายท้าทาย ไร้ซึ่งความเคารพเกรงกลัวน้าสาวของตนเองแม้แต่น้อย นิชาก้าวเดินผ่านหน้าน้าอรตรงเข้ามายืนประชิดหน้าผมแล้วเอ่ยปากสั่งเสียงหวานแกมบงการข่มขู่ต่อหน้าน้าอรเพื่อประจานสถานะเบี้ยล่างของผมอย่างโจ่งแจ้ง
"คุณพ่อเลี้ยงคะ นิอยากได้น้ำร้อนชงชาสมุนไพรขึ้นไปส่งบนห้องนอนด่วนเลยค่ะ คืนนี้นินอนไม่ค่อยหลับ ต้องการคนชงชาไปส่งให้ถึงเตียงนอน... อ้อ แล้วก็ช่วยปัดกวาดเช็ดถูโต๊ะปรุงอาหารตรงนี้ให้สะอาดเรียบร้อยด้วยนะคะ ดูท่าทางจะเลอะเทอะคราบเหงื่อคราบสกปรกเต็มไปหมดแล้ว"
นิชาจงใจทำตัวเป็นผู้คุมและสั่งงานผมอย่างผู้ชนะเพื่อตอกย้ำสถานะเบี้ยล่างของผมต่อหน้าน้าอรอย่างเจ็บแสบ นิชาส่งสายตาสมเพชและท้าทายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของน้าอรประหนึ่งต้องการจะประกาศความเป็นเจ้าของบนกระดานเดิมพันตัวจริงในค่ำคืนนี้
นิชาเหยียดยิ้มหวานปนสมเพชสะใจแล้วหมุนตัวเดินนวยนาดหันหลังก้าวออกไปอย่างผู้ชนะ ปล่อยให้น้าอรยืนตัวสั่นเทาด้วยความแค้นและโกรธจัดจนเล็บมือจิกเข้าเนื้อฝ่ามือตัวเองจนแดงห่อเลือด น้าอรหันมามองผมด้วยแววตาดุดันคาดโทษอย่างที่สุด แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ และจะลอบสืบหาความจริงเบื้องหลังข้อตกลงลับระหว่างผมกับนิชาให้ได้
ผมยืนสั่นสะท้านท่ามกลางความเย็นเยือกในครัวสลัว รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนกองระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังรอวันระเบิดทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตคู่และความฝันของผมให้พังพินาศลงในพริบตา...