คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    มหกรรมกวาดล้างที่แสนน่าเบื่อ และการย้ายที่ล่า

    [ในช่วงวันที่ 14 ถึง 18 เมษายน]

    กิจวัตรของปาร์ตี้ 'นักล่าราตรี' เริ่มกลายเป็นความจำเจที่น่าเบื่อหน่าย

    ผลพวงจากนโยบาย 'กวาดล้าง' ของกองทัพ ทำให้ในช่วงกลางวัน 

    ทหารและเหล่านักล่าอิสระต่างพากันออกล่าจนแทบพลิกแผ่นดินชลบุรี

    เมื่ออคินตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืน สิ่งที่เหลืออยู่จึงมีเพียงเศษเดน...

    ฉัวะ!

    ดาบของอคินฟันผ่าครึ่งร่างของ 'แมลงสาบยักษ์' ที่พยายามมุดหนีลงท่อระบายน้ำ 

    ของเหลวสีขาวขุ่นกระเซ็นเลอะรองเท้าหนังของเขา

     

    [ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารแมลงสาบกลายพันธุ์ เลเวล 15 จำนวน: 15 แต้ม] 

     

    "สิบห้าหน่วย..." 

    อคินถอนหายใจยาวเหยียด ยืนมองดูหลอดประสบการณ์ที่แทบไม่ขยับเลยตลอดสามคืนที่ผ่านมา 

    "ฆ่าหมดท่อนี่จะได้สักหนึ่งเปอร์เซ็นต์ไหม?"

    "โฮ่ง..." 

    โบ้ครางหงิงๆ อย่างเบื่อหน่าย นอนหมอบเอาคางเกยพื้น 

    แม้แต่สุนัขบ้าพลังอย่างมันยังเริ่มเซ็งที่ต้องวิ่งไล่กวดหนูยักษ์ตามท่อระบายน้ำเหม็นๆ แทนที่จะได้ฟัดกับมอนสเตอร์โหดๆ

    คืนต่อมา พวกเขาเจอฝูง 'หมูป่ายักษ์' เลเวล 30 แถวไร่อ้อยร้าง 

    แม้พวกมันจะดูดุดัน 

    แต่มันก็ไม่อาจต้านทานทีมเวิร์กของโบ้ที่ชนแหลกและบัวลอยที่ล็อกขาได้ 

    การต่อสู้จบลงในเวลาไม่ถึงสิบนาที

     

    [ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารหมูป่ายักษ์ เลเวล 30 จำนวน: 750 แต้ม] 

     

    "ก็ยังน้อยอยู่ดี..." 

    อคินบ่นอุบ โยนซากหมูป่าเข้ากระเป๋ามิติอย่างเซ็งๆ

    ความท้าทายหายไปหมดแล้ว... ชลบุรีในตอนนี้ 'สะอาด' เกินไปสำหรับพวกเขา

     

    [อัตราการเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์แนะนำ หากยังอยู่ที่นี่ นายอาจจะเลเวล 50 ยันลูกบวชแน่ๆ]

     

    ข้อความประชดประชันของระบบเด้งขึ้นมาตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด

    จนกระทั่งความอดทนของอคินมาถึงขีดสุดในวันที่ 19 เมษายน

     

     

    [19 เมษายน | 19:30 น.]

    หลังจากเติมท้องจนเต็มในโรงครัวเขาเดินดุ่มๆ เข้าไปที่อาคารอำนวยการของทหารเรือ 

    ซึ่งถูกดัดแปลงเป็น 'สำนักงานทะเบียนนักล่า' ชั่วคราว 

    แสงไฟนีออนสว่างจ้าทำให้อคินต้องหยีตา

    "ผมขอแจ้งเรื่องย้ายเขตครับ"

    อคินพูดเสียงเข้ม วางบัตรประจำตัวนักล่าลงบนเคาน์เตอร์ เสียงตบโต๊ะดังปังทำให้เจ้าหน้าที่สาวสะดุ้ง

    เธอเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ขยับแว่นสายตามองเขาอย่างง่วงงุน 

    แต่พอเห็นชื่อบนบัตร แววตาของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย... เธอรู้ว่าชายคนนี้คือใคร หรืออย่างน้อยก็รู้ว่า 'แมว' ของเขาคือใคร

    "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ คุณอคิน?"

    "แถบนี้ไม่มีมอนสเตอร์เหลือให้ล่าแล้วครับ" 

    อคินชี้ไปที่แผนที่ด้านหลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งพื้นที่ชลบุรีเกือบทั้งหมดเป็นปลอดภัย

    "ผมเดินวนรอบเมืองมาสามคืน เจอแต่แมลงสาบกับหนูท่อ เลเวลผมไม่กระดิกเลย ทางกองทัพพอจะมีพื้นที่ใหม่แนะนำไหมครับ? ที่มัน... ท้าทายกว่านี้"

    เจ้าหน้าที่สาวถอนหายใจ ยิ้มแห้งๆ อย่างเข้าใจ

    "ก็จริงค่ะ ช่วงนี้ท่านปกป้องเล่นกวาดล้างซะเรียบวุธ... นักล่าระดับสูงคนอื่นก็บ่นกันเยอะ เดี๋ยวทางเรารับเรื่องไว้นะคะ พรุ่งนี้น่าจะมีคำสั่งจัดสรรพื้นที่ใหม่ลงมาสำหรับพวกหัวกะทิ" 

    เธอเหลือบมองบัวลอยที่นั่งจ้องหน้าเธอบนเคาน์เตอร์ 

    ก่อนจะรีบจดข้อมูลลงกระดาษอย่างรวดเร็ว

    "จะรีบดำเนินการให้ด่วนที่สุดค่ะ"

    "ฝากด้วยนะครับ... " 

    อคินพูดทิ้งท้ายก่อนเดินออกมา โดยมีโบ้และบัวลอยเดินตามต้อยๆ 

    ท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่มองตามหลังพวกเขาไปจนลับตา

    ในค่ำคืนนี้พวกเขายังคงเดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆเมือง กำจัดพวกอสูรอ่อนแอที่ยังหลงเหลืออยู่

     

     

    ติ๊ง!

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 20 เมษายน]

    [วันนี้น่าจะได้ยืดเส้นยืดสายจริงๆ สักที เตรียมตัวให้ดีล่ะ]

     

    อคินตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่นกว่าทุกวัน 

    สายตาของเขาเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลประทับตราต้นไม้ที่วางอยู่ข้างหมอน

    จ่าหน้าซองถึง 'คุณอคิน และปาร์ตี้'

    เขาฉีกซองออกอ่าน แสงตะเกียงส่องกระทบตัวหนังสือที่เป็นทางการ

    [เรียน คุณอคิน

    เนื่องจากผลงานการกวาดล้างในพื้นที่ชลบุรีของคุณอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม และตามที่คุณได้ร้องขอพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความท้าทายสูงขึ้น ทางกองบัญชาการจึงขออนุมัติย้ายจุดประจำการของคุณ

    เป้าหมาย: ค่ายพักแรมชั่วคราว 'เขื่อนทดน้ำบางปะกง' จ.ฉะเชิงเทรา

    สถานะพื้นที่: สีส้ม (มีการพบเห็นอสูรน้ำ และสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์จำนวนมาก)]

    "ฉะเชิงเทรา..." 

    อคินอ่านทวนชื่อจังหวัด แววตาเป็นประกายวาวโรจน์ขึ้นมาทันที 

    "นี่แหละที่รอคอย!"

    เขาหันไปหาเพื่อนร่วมทีม ชูจดหมายขึ้นเหมือนถ้วยรางวัล

    "เก็บของพวกเรา! คืนนี้เราจะย้ายบ้านกัน!"

    "โฮ่ง!" 

    โบ้เห่ารับอย่างคึกคัก หางสั้นๆ ของมันส่ายจนตัวโยก

    บัวลอยกระดิกหางเบาๆ แม้จะดูนิ่งเฉยแต่ดวงตาของเธอก็ฉายแววตื่นเต้นเช่นกัน 

    เธอรู้ดีว่าที่นั่นมีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจกว่าหนูท่อรออยู่

    ...

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 03:59:59] 

     

    อคินสะพายเป้สัมภาระใบใหญ่ เดินเท้าไปตามถนนสุขุมวิทสายเก่าที่มุ่งหน้าสู่ฉะเชิงเทรา 

    ถนนสายนี้ร้างผู้คน มีเพียงซากรถยนต์เก่าๆ จอดทิ้งไว้เป็นระยะ

    สองข้างทางมืดสนิท ป่าหญ้าที่รกชัฏส่งเสียงกรีดร้องของแมลงกลางคืน 

    มีแสงสะท้อนจากดวงตาของสัตว์ร้ายที่จ้องมองมาจากพงหญ้าเป็นระยะ แต่ไม่มีตัวไหนกล้าเข้ามาใกล้

    กลิ่นอายของ 'นักล่าระดับสูง' จากทั้งสามร่างแผ่ออกมาเป็นอาณาเขตป้องกันที่มองไม่เห็น

    "บรรยากาศดีชะมัด..." 

    อคินสูดอากาศยามค่ำคืนที่เย็นยะเยือก พลางฮัมเพลงเบาๆ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเพลงที่เขาฮัมนั้นไม่มีใครร้องมานานแล้ว

    เท้าของเขาก้าวเดินอย่างมั่นคง มุ่งหน้าสู่ความมืดเบื้องหน้าด้วยความหวัง

     

    [เดินดีๆ ระวังสะดุด... อีก 10 กิโลเมตรจะถึงค่ายใหม่ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ ของจริงรออยู่ข้างหน้า... หวังว่าอสูรที่นั่นไม่หมูเหมือนที่ผ่านมานะ]

     

    อคินยิ้มกว้าง กระชับสายสะพายเป้

    "จัดมาเลยระบบ... ฉันพร้อมเสมอนั่นแหละ นายก็รู้"

    คืนนั้น การเดินทางสู่สมรภูมิใหม่ของอคินและปาร์ตี้สัตว์เลี้ยงได้เริ่มต้นขึ้น 

    ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้แสงดาว 

    เขาเดินหน้าต่อไป เพื่อไขว่คว้าปาฏิหาริย์และการผจญภัยที่เขาเชื่อว่า 'ระบบ' ผู้ใจดีจะมอบให้... 

    โดยไม่รู้เลยว่า ปลายทางข้างหน้านั้น คือความจริงที่รอวันเปิดเผย

    ...

    ฉัวะ!

    คมดาบเหล็กกล้าตวัดผ่านอากาศ ตัดศีรษะของ 'ซอมบี้พนักงานโรงงาน' ที่สวมชุดยูนิฟอร์มเปื้อนเลือดจนขาดกระเด็น 

    ร่างไร้วิญญาณทรุดฮวบลงกับพื้นถนนยางมะตอยที่แตกร้าว

    อคินสะบัดเลือดสีดำข้นออกจากดาบด้วยความชินชา 

    ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลกว่า 30 กิโลเมตร

    "อีกตัว..." 

    เขาพึมพำ สายตากวาดมองไปรอบๆ ความมืดของถนนสายเก่า

    เสียง จี๊ดๆ แสบแก้วหูดังระงมมาจากพงหญ้าข้างทาง ฝูงหนูท่อยักษ์ขนาดเท่าแมวบ้านวิ่งพล่าน 

    พวกมันจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีแดงฉาน 

    แต่เมื่อเห็น 'เจ้าโบ้' ที่ยืนแยกเขี้ยวคำรามต่ำอยู่ในลำคอ พวกมันก็พากันมุดหนีลงท่อระบายน้ำไปอย่างรวดเร็ว

    "แมลงสาบอีกแล้ว..." 

    บัวลอยส่งเสียงร้องร้อง

    ขณะที่เธอตบแมลงสาบกลายพันธุ์ตัวเท่าฝ่ามือที่บินว่อนเข้าหาด้วยอุ้งเท้าเดียวจนมันร่วงลงไปนอนหงายท้องดิ้นพราดๆ

    อคินเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงจันทร์เริ่มคล้อยต่ำลงแล้ว เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาสีฟ้าโปร่งใสที่ลอยอยู่

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:30:59]

    [รีบซอยเท้าเข้าเถอะพ่อคุณ... ถ้าหมดเวลาแล้วนายหลับกลางดงซอมบี้ ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของก้นนายนะ]

     

    "รู้แล้วน่า! ก็รีบอยู่นี่ไง!" 

    อคินตะโกนตอบอากาศธาตุ เขาเร่งฝีเท้าขึ้น สองขาที่เริ่มล้าเกร็งฝืนก้าวต่อไป

    เบื้องหน้า... แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าตัดกับความมืดมิดของรัตติกาลปรากฏขึ้นในระยะสายตา 

    กำแพงคอนกรีตสูงตระหง่านของ 'เขื่อนทดน้ำบางปะกง' ตั้งตระหง่านขวางกั้นแม่น้ำ

    เสียงเครื่องปั่นไฟดังกระหึ่มแข่งกับเสียงกระแสน้ำเชี่ยวกราก

    ...

    ณ จุดตรวจหน้าค่ายพักแรมชั่วคราว เขื่อนทดน้ำบางปะกง

    "หยุด! แสดงตัวด้วย!"

    เสียงตะโกนแหบห้าวจากหอคอยสังเกตการณ์ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมาจนอคินต้องยกมือบังตา

    เขารีบหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ยับยู่ยี่จากการเดินทางออกมาโบกให้ดู

    "นักล่าสังกัดพิเศษ! ย้ายมาจากชลบุรีครับ!" อคินตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

    ทหารยามที่เฝ้าประตูรั้วลวดหนามเดินเข้ามาหา 

    ใบหน้าของเขาอิดโรย ขอบตาดำคล้ำ ปืนในมือลดลงเมื่อเห็นเจ้าโบ้และบัวลอย

    "อ้อ... กลุ่มที่ท่านอาทิตย์ส่งข่าวมาสินะ" 

    นายทหารรับซองไปเปิดดูผ่านๆ ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องเปิดประตูรั้ว 

    "เข้ามาได้เลยครับ แต่บอกไว้ก่อนนะ... สภาพข้างในมันอาจจะไม่หรูหราเหมือนที่ชลบุรี"

    อคินเดินผ่านประตูรั้วเข้ามา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือความโกลาหลที่ถูกจัดระเบียบแบบลวกๆ

    ลานกว้างหน้าเขื่อนที่เคยเป็นสวนสาธารณะ 

    บัดนี้เต็มไปด้วยเต็นท์ทหารสีเขียวขี้ม้าและเต็นท์ผ้าใบหลากสีของเหล่านักล่าและผู้ลี้ภัยวางเรียงรายกันอย่างแออัด 

    รถฮัมวี่และรถบรรทุกทหารจอดขวางเป็นแนวป้องกันชั้นใน 

    กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นโคลนตมลอยคละคลุ้ง

    "แล้ว... ผมต้องไปรายงานตัวที่ไหนครับ?" 

    อคินถามอย่างร้อนรน สายตาเหลือบมองเวลา

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:15:20] 

     

    "เวลานี้กองอำนวยการปิดแล้วครับ" 

    นายทหารชี้ไปที่กองสัมภาระที่วางอยู่ข้างป้อมยาม 

    "คุณรับอุปกรณ์ไปกางเองได้เลย ตรงลานดินฝั่งโน้นยังพอมีที่ว่างแทรกๆ ได้อยู่... แต่อย่าไปกางใกล้ริมน้ำมากนะ ช่วงนี้ 'ไอ้เข้' มันชอบขึ้นมาลากคนตอนดึก"

    อคินกลืนน้ำลาย รับห่อผ้าใบหนักอึ้งกับเสาเต็นท์มาถือไว้ในอ้อมแขน มันหนักกว่าที่คิดจนเขาเซถลา

    "ขอบคุณครับ! ไปกันเถอะพวกเรา เวลาไม่คอยท่าแล้ว!"

    เขาเดินกึ่งวิ่งอย่างทุลักทุเล แบกถุงเต็นท์ใบเขื่อง ฝ่าดงเต็นท์ของคนอื่นไปตามทางเดินแคบๆ

    "ขอโทษครับ... ขอทางหน่อยครับ..."

    เท้าของเขาสะดุดสมอบกของเต็นท์ข้างๆ จนเกือบหน้าทิ่ม 

    บัวลอยที่เกาะอยู่บนไหล่ร้องประท้วงเสียงหลง ส่วนเจ้าโบ้ต้องคอยเอาหัวดันก้นเขาไว้ไม่ให้ล้ม

     

    [อีก 10 นาที! เร็วเข้า! ถ้าไม่อยากนอนตากน้ำค้าง!]

     

    เสียงเตือนของระบบเร่งเร้าจนหัวใจอคินเต้นระรัว

    ในที่สุด เขาก็เจอช่องว่างเล็กๆ ระหว่างเต็นท์ขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับรถบรรทุกเสบียง 

    พื้นที่ขนาดเท่าแมวดิ้นตาย... ไม่สิ เท่าคนนอนเบียดกันสามชีวิต

    "ตรงนี้แหละ!"

    อคินทิ้งสัมภาระลง เสียงเหล็กกระทบพื้นดัง เคร้ง!

    เขาแกะห่อผ้าใบออกด้วยมือที่สั่นเทา พยายามสอดเสาไฟเบอร์เข้ากับตัวเต็นท์

    "โบ้! อย่าคาบเสาเล่น! เอามานี่!"

    "บัวลอย! อย่าเพิ่งลับเล็บกับผ้าเต็นท์สิโว้ย เดี๋ยวรั่ว!"

    ความวุ่นวายบังเกิดท่ามกลางแสงจันทร์ 

    อคินปล้ำกับเต็นท์สนามรุ่นมาตรฐานกองทัพที่ดูเหมือนจะมีวิธีประกอบซับซ้อนกว่ายานอวกาศ เหงื่อกาฬไหลพรากเข้าตา

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:03:29] 

     

    "เสร็จสักที!"

    อคินตอกสมอบกตัวสุดท้ายลงดินอย่างลวกๆ เต็นท์สี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ตั้งตระหง่านอยู่อย่างเอียงกระเท่เร่ 

    ผ้าใบตึงบ้างหย่อนบ้าง แต่มันก็คือบ้าน

    "เข้าไปเร็ว!"

    อคินรูดซิปเปิดประตูเต็นท์ มุดตัวเข้าไปเป็นคนแรก ภายในเต็นท์แคบและเหม็นกลิ่นผ้าใบใหม่

    เจ้าโบ้รีบมุดตามเข้ามา มันเบียดตัวจนอคินต้องขยับไปชิดผนังเต็นท์อีกฝั่ง 

    ส่วนบัวลอยเดินนวยนาดเข้ามาเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนทับบนอกของอคินหน้าตาเฉย

    "โอ๊ย... แน่นชะมัด" 

    อคินบ่นอุบอิบ ขาข้างหนึ่งของเขาพาดอยู่บนตัวเจ้าโบ้ ส่วนแขนข้างหนึ่งถูกบัวลอยยึดเป็นหมอนข้าง

    พื้นที่ไม่มีแม้แต่จะให้พลิกตัว 

    แต่น่าแปลก... ท่ามกลางความเบียดเสียดนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างของสิ่งมีชีวิตทั้งสอง

     

    [ทันเวลาพอดี... เกือบไปแล้วนะพ่อตัวดี]

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:10]

     

    อคินถอนหายใจยาว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนฝุ่น

    "ราตรีสวัสดิ์นะระบบ... ราตรีสวัสดิ์นะพวกแก"

    เขาหลับตาลง ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าครอบงำร่างกาย

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01] 

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

    วูบ...

    สติของอคินดับวูบไปในทันที ร่างกายของมนุษย์หนุ่มคลายความเกร็งลง ลมหายใจเปลี่ยนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

    ในความมืดสลัวของเต็นท์ที่แออัด... ไม่มีใครรู้ว่าวินาทีนั้น จิตวิญญาณของอคินได้จมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราอันลึกล้ำ