ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 24 นักรบชั้นยอด

            

            เย่เทียนเดินทางกลับไปยังฐานหลินไห่อย่างปลอดภัย

            เช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็ไปยังตลาดมืดเพื่อซื้อเลือดสัตว์อสูรระดับกลางจํานวนมาก เขาใช้เงินไปเกือบ 10ล้านหยวน

            ถ้าเขานําเงิน 10 ล้านหยวนไปชำระเงินกู้เขาจะสามารถชําระเงินคืนได้อย่างง่ายดายแต่เย่เทียนก็ยังเลือกที่จะซื้อเลือดสัตว์อสูรระดับกลางแทน

            แม้ว่าเขาจะมีเลือดสัตว์อสูรระดับสูงถึง 10 ขวดที่ถ้าเขาใช้มันในการฝึกฝน เย่เทียนก็จะสามารถบรรลุถึงขั้นนักรบขั้นสูงได้ภายในเวลาไม่ถึง3 เดือน แต่เย่เทียนไม่คิดจะทำเช่นนั้นเขาต้องการใช้เลือดอสูรระดับสูงในบางครั้งสลับกับเลือดสัตว์อสูรระดับกลางการทำเช่นนี้จะสามารถรีดเค้นประสิทธิภาพของเลือดสัตว์อสูรออกมาได้มากที่สุด

            วิลลา ลานขนาดเล็ก

            เย่เทียนยืนอยู่กลางลานและเริ่มฝึกเทคนิครวบรวมลมปราณขั้นกลางเทคนิครวบรวมลมปราณขั้นกลางนั้นมีเพียง 9 กระบวนท่าเท่านั้นแต่ถึงอย่างนั้นแต่ละกระบวนท่าก็มีการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนและลึกลับยิ่งกว่าเทคนิครวบรวมลมปราณขั้นต่ำ

            อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้มันก็สูงกว่าก่อนหน้านี้อย่างชัดเจนพลังปราณอันเข้มข้นไหลเข้าสู่ร่างของเย่เทียนความเร็วในการขัดเกลาก็เหนือกว่าเทคนิครวบรวมลมปราณระดับต่ำมาก

            “มันมีประสิทธิภาพมากกว่าเทคนิครวบรวมลมปราณระดับต่ำถึงสามเท่า!”

            เย่เทียนพึมพำด้วยความตกใจ

            นี่เป็นเพียงการฝึกฝนด้วยเทคนิครวบรวมลมปราณระดับกลางเพียงอย่างเดียวเท่านั้นหากใช้โลหิตของสัตว์อสูรช่วยในการฝึกฝนแล้วละก็ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งเร็วขึ้นเพราะเทคนิครวมลมปราณขั้นกลางช่วยให้การใช้โลหิตสัตว์อสูรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

            “ลองทดสอบด้วยเลือดสัตว์อสูรระดับสูงก่อนแล้วกัน!”

            เย่เทียนอดไม่ได้ที่จะยกโลหิตสัตว์อสูรระดับสูงขึ้นจิบ

            ตูม!!!!

            กลิ่นอายอันทรงพลังแผ่ออกมาจากร่างของเขาราวกับว่าร่างกายของเขานั้นกําลังจะฉีกขาดออกจากกัน

            “ดูเหมือนว่าเราประเมินพลังของเลือดสัตว์อสูรระดับสูงต่ำเกินไป!”

            เย่เทียนคิดในใจว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มันจะไม่ส่งผลดีกับเขานัก

            ดังนั้นเขาจึงเริ่มฝึกเทคนิครวบรวมลมปราณขั้นกลางในทันทีหลังจากเคลื่อนไหวตามกระบวนท่าครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดเขาก็ดูดซับพลังโลหิตของสัตว์อสูรระดับสูงจนหมด

            “โชคดีที่มีเทคนิครวบรวมลมปราณขั้นกลางไม่อย่างนั้นเราคงจะไม่สามารถดูดซับพลังจากเลือดของสัตว์อสูรร้ายระดับสูงได้เยว่หลิงน่าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้วเธอจึงมอบตำราเทคนิครวบรวมลมปราณขั้นกลางให้เราพร้อมกับเลือดของสัตว์อสูรระดับสูง”เย่เทียนคิด

            เขาประเมินอย่างรอบคอบแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าตัวเขาในตอนนี้นั้นสามารถใช้เลือดสัตว์อสูรระดับสูงเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้ถึงหกเท่าหากนับรวมเทคนิครวบรวมลมปราณขั้นกลางแล้วละก็ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นถึงสิบแปดเท่า

            พรสวรรค์ของเขาคือพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงซึ่งดีกว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับกลางอย่างน้อยสามเท่า

            “ถ้าเปรียบเทียบแบบนี้เมื่อเทียบกับอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับกลางของฐานหลินไห่ความเร็วในการบ่มเพาะของเรานั้นเร็วกว่าถึงห้าสิบสี่เท่า!”

            เย่เทียนอุทานออกมา

            อย่างไรก็ตามอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับกลางจะได้รับโลหิตของสัตว์อสูรระดับกลางคอยช่วยเหลือในการฝึกฝนอย่างน้อยก็สามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะของพวกเขาขึ้นได้อย่างน้อย 2-3เท่า แต่ถึงอย่างนั้นความเร็วในการบ่มเพาะของตัวเขาก็เหนือกว่าผู้มีพรสวรรค์ระดับกลางถึงยี่สิบเท่า

            เขาฝึกฝนหนึ่งเดือนเทียบเท่ากับผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับกลางคนอื่นๆที่ฝึกฝนเกือบสองปี

            “น่าเสียดายที่ตอนนี้เรามีเลือดสัตว์อสูรระดับสูงเพียงสิบขวดเท่านั้น!”เย่เทียนคิดด้วยความโลภ

            ในตอนนี้เย่เทียนมีทรัพยากรมากมาย และไม่มีคนนอกมาคอยรบกวนเขาจึงพยายามฝึกฝนอย่างเต็มที่

            เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียว 3 เดือนก็ผ่านไป

            “ในที่สุดเราก็บรรลุถึงระดับนักรบชั้นยอดแล้ว!”

            เย่เทียนพูดอย่างตื่นเต้น

            ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูกของเขาถูกขัดเกลาจนแข็งแกร่งมากพละกำลังของเขาทำลายขีดจำกัด 10,000 จิน แล้วเช่นกันซึ่งตอนนี้นั้นถือว่าเขาเป็นนักรบชั้นยอดแล้วแต่มันก็ยังไม่นับว่าเป็นนักรบชั้นยอดอย่างแท้จริง

            เพื่อที่จะเป็นนักรบชั้นยอด เขาต้องขัดเกลาโลหิตภายในร่างด้วย

            นักรบชั้นยอดต้องผ่านกระบวนการขัดเกลาโลหิตมีเพียงการขัดเกลาเลือดภายในร่างให้แข็งแกร่งพอเท่านั้นจึงจะสามารถทำให้ร่างกายวิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้นได้

            เพราะการบ่มเพาะเป็นกระบวนการวิวัฒนาการ!

            เย่เทียนยังไม่ได้เริ่มขัดเกลาเลือดเพราะกระบวนการขัดเกลาเลือดนั้นค่อนข้างยุ่งยากมันคือการขจัดสิ่งเจือปนออกจากเลือดทีละน้อยการขัดเกลาเลือดนั้นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เลือดเป็นจำนวนมากหากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เลือดจะหมดตัวในขณะกำลังฝึกฝน ซึ่งสำหรับมนุษย์แล้วการไม่มีเลือดก็ไม่ต่างอะไรจากตาย

            หากไม่มีสารอาหารเพียงพอ เมื่อฝึกฝนจนเลือดหมดตัวมนุษย์จะต้องตายอย่างแน่นอนวิธีการที่ดีที่สุดในการเพิ่มสารอาหารก็คือการดื่มเลือดของสัตว์อสูรเพื่อบำรุงเลือดของตนเองซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เลือดของสัตว์อสูรจำนวนมากแม้ว่าการใช้เลือดสัตว์อสูรระดับสูงนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแต่ในตอนนี้เย่เทียนไม่เหลือเลือดของสัตว์อสูรระดับสูงแล้ว

            แม้ในฐานหลินไห่จะมีผู้ฝึกยุทธ์ไม่มากนักแต่เลือดของสัตว์อสูรก็ขาดตลาดอยู่เสมอ เพราะ 9 ใน 10ส่วนของเลือดสัตว์อสูรที่หามาได้ในฐานหลินไห่ถูกถือครองโดยนักรบชั้นยอดเลือดสัตว์อสูรที่พวกเขากินเข้าไปในแต่ละวันเพียงพอที่จะทำให้นักรบธรรมดาต้องตกตะลึง

            นอกจากนี้ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาเย่เทียนก็ไม่ได้ทิ้งโอกาสในการคัดลอกพรสวรรค์ของเขาเขาแอบคัดลอกพรสวรรค์ระดับกลางของคนหลายๆ คนเพื่อหลอมรวมเข้ากับสถานะของเขาแต่น่าเสียดายที่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงของเขานั้นไม่ได้เปลี่ยนไปแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสัมผัสได้ว่ามันมาถึงขั้นสูงสุดแล้ว บางทีตราบใดที่เขาได้โอกาสประสานพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงอีกครั้งพรสวรรค์ของเขาอาจพัฒนาขึ้นอีกขั้นก็ได้!

            เย่เทียนใช้เวลาอีกสามวันในการขัดเกลาเลือดและก้าวเข้าสู่นักรบชั้นยอดขั้นต้นตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งถึง 13,000 จินและเตรียมที่จะเดินทางไปยังทะเลสาบมรณะอีกครั้ง

            เป้าหมายของเขายังคงเป็นพรสวรรค์ของแมงกะพรุนประภาคาร

            ......

            เมื่อมาถึงทะเลสาบมรณะอีกครั้ง เย่เทียนรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

            แม้ระดับการบ่มเพาะของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าสามเดือนที่แล้วหลายเท่ากระทั่งพลังดาบก็พัฒนาขึ้นเช่นกันทักษะเงาสังหารของเขาบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญขั้นสูงสุดแล้วแต่เขายังคงไม่กล้าประมาทความน่ากลัวของทะเลสาบมรณะ

            สถานที่แห่งนี้มีสัตว์อสูรชั้นยอดอยู่ด้วย หากเผลอไปยั่วยุมันเขาต้องตายอย่างแน่นอน

            ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำ เย่เทียนไม่ได้รีบเข้าไปใกล้ทะเลสาบแต่รอคอยการมาถึงของค่ำคืนที่มืดมิดอย่างเงียบๆ

            หากเป็นยามค่ำคืน ใต้ทะเลสาบจะมืดสนิท มันทำให้เขาสามารถใช้พรสวรรค์เงาทมิฬได้ถึงพรสวรรค์เงาทมิฬจะไม่สามารถซ่อนตัวจากสัตว์อสูรระดับสูงที่มีพลังจิตได้แต่ก็สามารถซ่อนจากสัตว์อสูรระดับต่ำและสัตว์อสูรระดับกลางได้

            การเคลื่อนไหวในเวลากลางคืนสำหรับเขามันมีความปลอดภัยมากกว่าในเวลากลางวัน

            ค่ำคืนมาถึงอย่างรวดเร็ว ทั่วทั้งทะเลสาบมรณะยิ่งดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้นบวกกับกลิ่นอายของสัตว์อสูรที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณเกรงว่าคนธรรมดาคงไม่มีใครกล้าเดินทางมายังที่นี่ในเวลานี้

            เย่เทียนพยายามอดทนต่อความรู้สึกไม่สบายในใจและค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าใกล้ทะเลสาบมรณะ

            “พรสวรรค์เงาทมิฬ!”

            ทันใดนั้น ร่างของเย่เทียนก็หลอมรวมเข้ากับความมืด และค่อยๆว่ายน้ำลงใต้ทะเลสาบ

            ในฐานะนักรบชั้นยอดเขาสามารถอยู่ใต้น้ำได้เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงโดยไม่ต้องหายใจนั่นแปลว่าเขาต้องหาแมงกะพรุนประภาคารให้พบภายในหนึ่งชั่วโมงมิฉะนั้นเขาต้องกลับขึ้นฝั่ง และนั่นมันอันตรายเกินไป

            “ใต้ทะเลสาบมืดจริงๆ โชคดีที่มีพรสวรรค์ในการคัดลอกไม่อย่างนั้นเราคงจะไม่สามารถหาตัวแมงกะพรุนประภาคารเจอแน่!”

            เย่เทียนคิดกับตัวเอง

            ไม่นาน เขาก็สัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรน้ำตัวแรก

            [ประเภท : ปลาตีนเสือ

            พรสวรรค์ทางสายเลือด : ปานกลาง]

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน