ปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ

    ตอนที่ 42 : ช่วยฉันหาก้อนหิน

    ครึ่งชั่วโมงให้หลัง เฉิงหยู่ ก็มาถึง ซินกวงไนต์คลับ พอเข้าประตูไป ก็มีพนักงานต้อนรับคนหนึ่งรีบเข้ามาทักทาย “นายน้อยหยู่”


    นี่คือสิ่งที่ ฉินชางไห่ ให้ความสำคัญต่อเขา ตอนนี้ทุกๆอย่าง ได้เปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากเขาได้กลายเป็นหัวหน้าคนเหล่านี้ไปซะแล้ว แถมฝ่ายตรงข้ามก็ประจักษ์ถึงความสามารถของตัวเองอย่างแจ่มชัดถนัดตา ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เขาไม่พอใจ พวกมันจึงพยายามต้อนรับขับสู้เขาอย่างดี


    ถึงแม้ว่า ฉินชางไห่ จะไม่ได้กำชับบอกกล่าวกับพวกมัน แต่พวกมันก็ปฏิบัติเช่นนั้นอยู่แล้ว เนื่องจากพนักงานทุกคนภายใน ซินกวงไนต์คลับ ต่างได้เห็นฝีมือของเฉิงหยู่เต็มสองตา ดังนั้นจึงไม่พยายามทำให้ เฉิงหยู่ ขุ่นเคืองใจ


    “นายน้อยหยู่ ผมจะพาคุณไปหา พี่ฉิน นะครับ ” เมื่อคราวก่อน ผู้จัดการคนหนึ่งที่อยู่ประจำชั้นสอง พอเห็น เฉิงหยู่ เดินเข้ามา มันก็รีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับอย่างสุภาพ


    “อืม”


    พอเข้าไปในห้อง ฉินชางไห่ รวมกับคนอื่นๆก็รีบลุกขึ้นมา แล้วก็พูดอย่างพร้อมเพรียงกัน “นายน้อยหยู่”


    “อืม นั่งลงเถอะ ” เฉิงหยู่ ไม่ได้เกรงอกเกรงใจอะไรแม้แต่น้อย เขาตรงเข้าไปนั่งที่เก้าอี้เดิมซึ่งเคยเป็นของ ฉินชางไห่ แถม ฉินชางไห่ ก็ยังหลบไปนั่งใกล้ๆ


    “วันนี้ฉันมาหาพวกนายเพราะมีเรื่องให้ทำนิดหน่อย คนในแก็งของพวกนายมีทั้งหมดกี่คน”


    “ตอนนี้ทั้งหมด 528 คนครับ แล้วมีบางคนที่กำลังพักฟื้นตัวอยู่ กับอีกกลุ่มที่กระจายไปตามไนต์คลับทั้งสามแห่ง”


    “อืม นายช่วยเรียกคนที่เหลืออยู่มารวมตัวกันหน่อย ฉันมีเรื่องบางอย่างต้องแจ้ง”


    “ครับ เดี๋ยวผมจะออกไปจัดการเลย แต่คงต้องใช้เวลารวมตัวประมาณครึ่งชั่วโมง ” ฉินชางไห่ พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง


    เฉิงหยู่ มองไปยังทั้งสองคนที่นั่งอยู่ จากนั้นก็เริ่มพูดกับ หมาป่าคลั่ง ก่อน “ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย นายช่วยให้ใครทำอะไรมาให้กินหน่อยสิ”


    “ได้ครับเดี๋ยวผมจัดการให้เลย” พอได้ยินที่ เฉิงหยู่ พูด หมาป่าคลั่งก็รุกรี้รุกรน พร้อมกับจ้องมองไปยังดวงตาของ เฉิงหยู่ ด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด เหตุการณ์ครั้งที่แล้วทำให้มันกลัวจนแทบฉี่ราด ทั้งยังเกรงว่าจะไปทำอะไรขัดใจเข้า


    พอเห็น อู๋ฉาง ยังนั่งนิ่งๆอยู่ เฉิงหยู่ ก็เริ่มพูด “พวกเขาคงเล่าเรื่องของฉันให้นายฟังแล้วใช่ไหม!”


    “ใช่ครับ ผมทำตามที่สั่งแล้ว ทุกอย่างวางอยู่บนโต๊ะเชิญคุณตรวจดูได้เลย”


    เฉิงหยู่ มองไปที่โต๊ะ แล้วเห็นว่ามีซองกระดาษใบหนึ่งวางอยู่ จากนั้น เฉิงหยู่ ก็เอื้อมไปหยิบมันเปิดออกดู ข้างในมีเอกสารชุดหนึ่ง แบนมากับบัตรธนาคารหนึ่งใบ


    เฉิงหยู่ หยิบบัตรนั้นขึ้นมาถามต่อ “ในบัตรของนายมีเงินอยู่เท่าไหร่?”


    “ทั้งหมดก็หนึ่งร้อยสิบล้านครับ”


    “นายมีครอบครัวหรือเปล่า?”


    “มีครับ ภรรยาหนึ่ง ลูกสาวหนึ่ง”


    “งั้นนายเก็บบัตรนี้ไว้ นายเองก็ต่อสู้ไม่ได้แล้ว คราวหน้าก็คอยมาช่วยงานฉันล่ะกัน ถ้าหากทำให้ฉันพึงพอใจได้ นายจะได้รับบางสิ่งที่ดียิ่งกว่าศิลปะการต่อสู้”


    “จริงเหรอครับ?” อู๋ฉาง พูดด้วยความตื่นเต้น สิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าศิลปะการต่อสู้งั้นหรือ? หรือว่าจะเป็นแบบที่พี่รองพูดไว้ วิชาที่ใช้กันกระสุนกับพลังที่ผ่าร่างของคนเป็นสองซีก?


    “จริงไม่จริงต่อไปนายจะได้รู้เอง ฉันหวังว่านายจะเชื่อในสิ่งที่ฉันพูด เช่นเดียวกับที่ร่างกายของนายฟื้นคืนสภาพจนหายดีนั่นแหละ”


    “ครับ ผมจะเชื่อ นายน้อยหยู่ ผมจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด”


    ในเวลาเดียวกัน หมาป่าคลั่ง พาคนจำนวนหนึ่งถืออาหารเข้ามาข้างในห้อง พอเห็น อู๋ฉาง ทำหน้าพอใจแล้ว ก็นึกสงสัย แต่ตอนนี้คงไม่เหมาะที่จะถาม


    เฉิงหยู่ มองอาหารมากมายที่วางบนโต๊ะ ตั้งแต่มาที่โลกนี้ สิ่งที่น่าจดจำมากที่สุดสำหรับเขาคือรสชาติของอาหาร แม้แต่โลกเดิมเขาก็ยังไม่สามารถเทียบกับรสชาติตอนนี้ได้ ความอร่อยของมันเกินจะบรรยายจริงๆ


    พอ เฉิงหยู่ กินเสร็จ ฉินชางไห่ ก็กลับมาพอดี “นายน้อยหยู่ ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว คนทั้งหมด 300 รวมตัวกันอยู่ที่ห้องถัดไปครับ ”


    “ดี พวกเราไปกันเถอะ” พูดจบ ก็มุ่งออกไปทันที


    พอเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ คนกว่า 300 ก็ยืนรอกันก่อนแล้ว เมื่อเห็นนายใหญ่ทั้งสามเดินตามเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง กลุ่มคนจากอีกสองไนต์คลับก็สงสัย ว่าทำไมคนของซินกวงไนต์คลับถึงได้เกิดอาการหวาดกลัวและตื่นเต้นขนาดนั้นเมื่อมองไปที่ เฉิงหยู่ ทั้งหมดเป็นเพราะภาพฉากนองเลือดในวันนั้น ยังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจของพวกมันไม่เลือนหาย


    “ดีมาก พวกนายบางคนคงรู้จักฉันแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักฉัน ฉันชื่อ เฉิงหยู่ ต่อไปนี้ทุกคนจะเรียกฉันว่า นายน้อยหยู่ ก็ได้ ตอนนี้ฉันมีเรื่องอยากมอบหมายให้พวกนายออกไปจัดการ ถ้าทำได้ดีก็จะเป็นผลดีต่อพวกนายเอง แต่ถ้าทำไม่ดีพวกนายคงเดาไม่ถูกแน่ว่าผลจะจบลงยังไง ตอนนี้ฉันขอพูดถึงภารกิจที่จะมอบหมายให้พวกนายทำก่อน พวกนายต้องหาก้อนหินใน หยุนไห่ มาให้ฉัน” พอได้ยินที่ เฉิงหยู่ พูด ทุกคนก็แสดงท่าทางสับสนแตกตื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด ที่เรียกรวมตัวเพราะต้องการให้มาหาก้อนหินเนี่ยนะ? ฉินชางไห่และทั้งสองต่างก็ยังสงสัย


    “ฉันรู้ว่ามันฟังดูแปลกๆ แต่เรื่องนี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญก็คือ ถ้าใครก็ตามที่หาก้อนหินตามลักษณะที่ฉันต้องการมาได้ ฉันจะให้รางวัล 1 ก้อนต่อหนึ่งหมื่น ยิ่งหาได้มากรางวัลตอบแทนก็จะมากตามไปด้วย ”


    พอได้ยินว่าก้อนหินหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับเงินหนึ่งหมื่น ทุกคนก็ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที แล้วคิดว่า นี่มันโคตรกำไรเลย จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “นายน้อยหยู่ อยากให้พวกเราตามหาหินชนิดใด?”


    “ ฉันคงบอกพวกนายไม่ได้ แต่ฉันมีวิธีที่จะทำให้พวกนายรู้ ” พูดจบ เฉิงหยู่ ค่อยๆปล่อยพลังออกมาจากฝ่ามือแล้วส่งขึ้นไปเหนือศีรษะผู้คน ทันใดนั้นก็มีแสงสีขาวพวยพุ่งออกมา พร้อมทั้งหมุนวนอยู่รอบๆห้องราวกับกลุ่มหมอกควัน ได้เห็นเช่นนั้นทุกคนก็แสดงท่าทางประหลาดใจออกมา? มันคืออะไร ? เป็นวิชาเซียนงั้นหรือ?


    เฉิงหยู่ ยื่นฝ่ามือออกไปข้างหน้า จากนั้นแสงสีขาวที่วนอยู่โดยรอบๆก็การกระจายตัวออก พร้อมพุ่งเข้าสู่ร่างกายของทุกคนที่กำลังแสดงท่าทางตกตะลึงและตื่นกลัวอยู่


    “วางใจได้ ฉันแค่ส่งคำใบ้ให้กับพวกนายทุกคนเท่านั้น นับตั้งแต่ตอนนี้ไปอีก 3 วัน พวกนายจะรู้สึกถึงการดำรงอยู่ของก้อนหิน ตราบใดที่ก้อนหินอยู่ห่างจากพวกนายไม่เกินหกฟุต พวกนายก็จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมัน ขอแค่พวกนายหาก้อนหินนั้นมาให้ฉันได้ พวกนายจะไม่ได้เพียงแค่เงินรางวัลเท่านั้น ฉันยังมีบางอย่างที่มีค่ามากกว่าเงินมอบให้อีก ดังนั้นภายในเวลาสามวันนี้ พวกนายจะสามารถคว้ารางวัลพิเศษนี้ไปหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ว่าพวกนายขยันขันแข็งกันแค่ไหน นอกจากนี้หากเจอแล้ว อย่าลืมนำเอามาให้ฉันตรวจสอบให้แน่ใจด้วย ”


    “เรื่องนี้ อู๋ฉาง จะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนพวกนายทั้งสองก็รับผิดชอบในส่วนของไนต์คลับต่อไป เอาล่ะกลับกันได้แล้ว ไว้กลับมาเจอกันอีกครั้งในสามวันให้หลัง”


    ลงมาถึงชั้นหนึ่ง ก็สังเกตุเห็นสาวสวยคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดวาบหวิวกำลังออกท่าทางเต้นรำเย้ายวนอยู่ที่หน้าเวที เธอรายล้อมไปด้วยชายหนุ่มหญิงสาวด้านล่างเวที ที่กำลังพากันกรีดร้องโดยไม่สนใจว่าตนจะเป็นชายหรือหญิง ระดับของความเร้าร้อน แม้กระทั่งปีศาจจิ้งจอกในอดีตยังเทียบไม่ติด


    เฉิงหยู่ เดินไปที่บาร์เพื่อที่จะไปเอาเบียร์มาดื่ม พอสาวบาร์เทนเด้อเห็น เฉิงหยู่ ก็รีบเทเบียร์ใส่แก้วอย่างรีบร้อน เฉิงหยู่ ดื่มเบียร์เข้าไปหนึ่งอึก จากนั้นก็ทำขมวดคิ้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ เฉิงหยู่ ดื่มเบียร์ เพราะทุกๆครั้งเวลาที่กินข้าวนอกบ้านก็จะเห็นคนดื่มสิ่งๆนี้เป็นประจำ ผู้คนยกขวดดื่ม แล้วหิ้วสิ่งนี้ไปมา ก็ดูเท่ไม่เบา แต่พอได้ลองดื่มดูแล้ว รสชาติของมันกลับห่วยแตกสิ้นดี ? แล้วทำไมพวกเขาถึงดื่มกันได้อย่างหน้าตาเฉย หรือว่าพวกเขาเสพติดรสชาติที่แปลกประหลาดแบบนี้ ?


    แม้ว่าเขาจะไม่ชอบรสชาติของมัน แต่ เฉิงหยู่ ก็ยังคงมองดูชายหญิงเหล่านั้นที่กำลังเต้นด้วยท่าทางลักษณะเหมือนชักดิ้นชักงอด้วยอารมณ์ขัน


    แม้ว่าสถานที่นี้จะมีเสียงโด่งดัง ทว่าภายในใจ เฉิงหยู่ กลับนิ่งสงบ ชีวิตแบบนี้ไม่มีในโลกของเทพเซียน เขารู้สึกว่าโลกที่เต็มไปด้วยโลกีย์รักโลภโกรธหลงแบบนี้สิ ถึงจะเป็นโลกที่แท้จริง


    เฉิงหยู่ ดื่มเบียร์พลางกับมองดูบรรกาศไปรอบๆ กวาดสายตาผ่านผู้คนที่เข้ามายังไนต์คลับแห่งนี้ ทันใดนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้น ทำไมเธอคนนั้นถึงมาที่นี่กับเจ้าหนุ่มนั่นกันนะ? แถมยังยังดื่มไปขนาดนั้นอีก? ดังนั้นเขาจึงวางแก้วลง แล้วลุกขึ้นเดินออกไปทันที


    “นาน่า ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วนะ ให้หัวหน้าพาเธอกลับไหม!”


    หญิงสาวแต่งตัวดีคนหนึ่งกำลังหิ้วพยุง เหยาน่า ในสภาพเมามาย


    “จริงด้วย! นาน่า ให้ฉันพาเธอกลับดีกว่า! ฉันเอารถมา แปปเดียวก็ถึงแล้ว” ชายร่างสูงนัยตาสีดำสนิทพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของผู้หญิงคนนั้น


    “ให้ฉันพาเธอกลับดีกว่า! ฉันกับเธออยู่โรงเรียนเดียวกัน มันจะสะดวกกว่า” เหอเจี้ยน กล่าว คืนนี้ในใจของมันค่อนข้างร้อนรุ่มตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง


    ก่อนหน้านี้ เหยาน่า ตกลงที่จะไปกินมื้อค่ำด้วยกันกับ เหอเจี้ยน เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยได้โทรศัพท์หาเธอว่า ให้มารวมตัวกันที่ ซินกวงไนต์คลับ เพราะจะจัดงานเลี้ยงรุ่นกันที่นั่น ทุกคนต่างมารวมตัวกันเพื่อดื่มฉลอง และพูดคุยกันถึงความหลัง


    เหอเจี้ยน ย่อมไม่มีความสุขอย่างแน่นอน นอกจากนี้เหยาน่ายังปฏิเสธนัดของมัน เลยทำได้แค่ตามเธอมาด้วยกันเท่านั้น ตอนแรกๆก็ยังโอเคอยู่ แต่พอรู้ทีหลังว่าเขาไม่ใช่แฟนของ เหยาน่า เพื่อนๆของเธอก็กันท่ามันทันที ผู้หญิงหลายคนจับคู่ เหยาน่า กับหัวหน้าห้อง เพราะคิดว่าเธอยังใสซื่อบริสุทธิ์อยู่


    แล้วจะไม่ให้มันโมโหได้ยังไง มันต้องใช้ความพยายามแค่ไหน กว่าจะชวนเธอมากินมื้อค่ำด้วยได้ สุดท้ายผลลัพท์ที่ได้คือ ให้คนพวกนี้มาทำลายความสุขงั้นเหรอ


    แต่ที่น่าเกลียดกว่านั้น คือคนกลุ่มนี้เหมือนพยายามจะมอมเหล้า เหยาน่า เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาที่ไม่ดี แถมเจ้าแว่นนั้นบางครั้งยังใช้สายตาลวนลามมองเธออีก ทั้งสองคนช่วยกันเติมเหล้าให้กับ เหยาน่า แน่นอนว่าน่าจะมีการวางแผนกันมาแล้ว แถมพอ เหยาน่า เริ่มเมา ผู้หญิงพวกนั้นก็เสนอให้เจ้าแว่นพาเธอกลับบ้าน แบบนี้เท่ากับยื่นแพะเข้าปากเสือชัดๆ ?


    พวกเธอวางแผนนี้มานานแล้ว แถมตอนนี้ยังตั้งใจส่งแพะเขาปากเสือ คนพวกนี้มันช่างไร้ศีลธรรม ดังนั้นเลยพยายามพูดจาปฏิเสธ


    “แบบนี้หมายความว่าหง? นายไม่ใช่แฟนเธอซะหน่อย นาน่า ก็ดื่มเมาขนาดนี้ นายกำลังคิดจะฉวยโอกาสใช่ไหมล่ะ” หญิงคนนั้น ตอบกลับทันที


    “ฮึ่ม แล้วพวกเธอป็นใครกัน ฟังไม่ผิดก็เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นเรียนของเหยาน่า ถ้าให้พูด พวกเธอก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเธอ พฤติกรรมของพวกเธอ อย่าคิดว่าฉันจะมองไม่ออกนะ” มาถึงเวลานี้แล้ว เหอเจี้ยน ทนดูไม่ได้แล้ว ถ้าตอนนี้ไม่ลงมือ ก็จะต้องถูกคนอื่นชิงลงมือก่อน ดังนั้นเขาก็ชี้ไปที่ หญิงสาวคนนั้น และเจ้าแว่น


    “พี่ชาย ปากมีไว้กินข้าว ไม่ได้เอาไว้พูดเรื่องไร้สาระ ความสัมพันธ์ของพวกเรากับ เหยาน่า นั้นใช้เวลาร่วมกันถึงสี่ปี พูดแล้วพวกเราก็เป็นเหมือนพี่น้องกัน แล้วทำไมเราต้องทำร้ายเธอ? นายก็เป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันไม่กี่วันเท่านั้น” เจ้าแว่น เอามือดันแว่น แล้วก็พูดด้วยวาจาเย้ยหยัน


    “ฮึ่ม พูดได้น่าฟังดีนี่ แต่ถึงยังไงพวกนายก็พาเธอกลับไปไม่ได้” หลายคนต่าก็ถกเถียงกันอยู่


    “ฉันอยากกลับบ้าน อ๊อก!” เหยาน่า ที่อยู่ในอ้อมแขนของ หญิงสาวคนนั้นก็พูดออกมา จากนั้นก็ผลักออกไปแล้วเดินถอยไปสองก้าว จนล้มลงไปที่พื้นอ้วกออกมา


    เฉิงหยู่ เดินเข้ามาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “จุ๊ๆ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนตั้งมากมายเป็นห่วงเป็นใย นาน่า ฉันนี่ซึ้งใจแทนจริงๆ ”


    “นายเป็นใคร?” เจ้าแว่น ได้ยิน เฉิงหยู่ พูดแบบนั้น ก็ถามด้วยความไม่พอใจ


    “ฉันเป็นสามีของ นาน่า” เฉิงหยู่ พูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย


    “เฉิงหยู่ นายมาที่นี่ทำไม? แล้วก็ระวังคำพูดหน่อย นายก็เป็นแค่นักเรียนของ เหยาน่า เท่านั้น” เหอเจี้ยน ก็พูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง


    “ที่แท้ก็เป็นแค่เด็กนักเรียน คิดไม่ถึงว่าเด็กนักเรียนสมัยนี้ช่างไร้ยางอายซะจริง แถมยังกล้าลามปามครูบาอาจารย์”


    เฉิงหยู่ ไม่ได้สนใจพวกเขา เดินตรงเข้าไปหา เหยาน่า จากนั้นก็อุ้มพยุงเธอขั้นมา


    “นายจะทำอะไร? ปล่อยเธอลงเดี๋ยวนี้ ” หญิงคนนั้นตวาดขึ้นด้วยด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นเขาอุ้ม เหยาน่า ขึ้นมา


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ ที่คุณอ่าน