War Story
ตอนที่6 ตอนจบ
1 วันก่อน เยอรมนีประกาศยอมแพ้
ยามค่ำคืนอันมืดมิด ทหารพลร่มที่101 คนเดิม กำลังเดินระเหอะระเหิดอย่างไร้จุดหมายมาเป็เวลากว่า 1 ปีแล้ว หลังจากรอดตายการไล่ล่าของทหารเยอรมันแม้ว่าทุกในทีมของจะตายหมดแล้วก็ตาม บรรยากาศการต่อสู้ยังเป็ไปอย่างดุเดือดดังเช่นทุกคืนเขามักจะชอบซ่อนตามซากรถหรือตามซากปรักหักพังเหมือนทุกคืนแต่คืนนี้ไม่เป็ดังเช่นทุกคืน ท้องฟ้าสว่างไสวผิดปกติ (ท้องฟ้าสว่างไสวเนื่องจากแสงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานและะเิ)ไปจากทุกคืน ปรากฏแสงสว่างตรงเส้นขอบฟ้าเบื้องหน้าของเขา ทันใดนั้น “วู้บ!”“ตู้ม!” แสงสว่างตรงเส้นขอบฟ้าเกิดะเิขึ้น ส่องแสงสว่างไสวทั่วท้องฟ้าแรงะเิส่งคลื่นกระแทกซัดมาที่ทหารพลร่มคนนั้นอย่างจัง ทหารพลร่มคนนั้นปลิวกระเด็นจนหมดสติไปพอได้สติทหารคนนั้นค่อยๆลุกขึ้นมา พร้อมมองหาแสงสว่างที่ปรากฏตรงเส้นขอบฟ้านั้นเขาใช้เวลาหามันสักพัก จนเจอตำแหน่งที่แสงปรากฏด้วยความสงสัยทำให้เขาตัดสินใจเดินไปดูว่ามันคืออะไร เมื่อเขาไปถึงเขาถึงตะลึงกับภาพที่เขาเห็น....
เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ปัจจุบัน
“ปึง!” “แกร็ก!” “ครืน....” “ตึง!” “ไป!”กลุ่มทีมรัสเซียของอเล็กซ์ เข้ามาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ห้องนึงที่มืดสนิททำให้ทุกคนต้องเปิดไปฉายที่ติดอยู่กับปืน “แกร็น!” มีคนเหยียบบางอย่างเข้าให้“อะไร?” “ปลอกะุ ยังเอี่ยมอยู่” “ทุกคนระวังตัวด้วย” “เซอร์เกรย์ไปหาสวิทซ์ไปซิ” หัวหน้าทีมสั่ง “ครับผม” “แกร็บ!” บางคนเหยียบโดนบางอย่างเข้าให้ทุกคนหันปืนไปทางเดียวกัน แล้วก็ลดปืนลง “แค่ศพ” “พรึ่บ!” ทันใดนั้น ไฟก็สว่างขึ้นบรรยากาศวังเวงได้หายไป แต่ภาพที่พวกเขาได้เห็นกลับกลายภาพที่ชวนขนหัวลุก
ในห้องเต็มไปด้วยศพทหารอเมริกันกับทหารรัสเซียพวกเขายังสวมเครื่องแบบสมัยาโลกครั้งที่2อยู่เลยบนพื้นเต็มไปด้วยปลอกะุที่ตกเกลื่อน “พวกนี้คือ...” “พวกเรากับไอ้พวกอเมริกัน”“ทำไมพวกนั้นถึง...” “พวกนั้นตายเพราะสู้กันเอง เพื่อแย่งชิงของนั้น(อาวุธ)”“แล้วของล่ะ?” “มันต้องอยู่ในนี้สักที่ล่ะน่า”“ค้นหาให้ทั่วทุกซอกทุกมุม!” หัวหน้าทีมสั่ง “ครับผม!”ขณะที่ทุกคนกำลังแยกย้ายกันค้นหา อเล็กซ์สังเกตเห็นบางอย่าง รอยขูดบนพื้น
อเล็กซ์เดินตามรอยขูดบนพื้นจนมาหยุดอยู่ที่ศพ ศพหนึ่ง “เจออะไรบ้างไหม?” หัวหน้าทีมถาม
“ไม่เจออะไรเลย ที่คาดว่าจะเป็ของนั้น(อาวุธ)”“ห้องนี้เป็ห้องโล่งไม่มีอะไรเลยนอกจากศพกับปลอกะุ” “หาดูอีกที!”หัวหน้าทีมสั่ง “ไม่ต้องเสียเวลาหามันหรอก หายังไงก็หาไม่เจอ” อเล็กซ์พูด
“แกหมายความว่าไง ไอ้คนทรยศ?!” มีคนนึงในทีมถาม“สังเกตดูที่ศพพวกนี้ ต่างมีแผลถูกยิง ซึ่งก็แปลว่าพวกเขาสู้กันเองเพื่อแย่งชิงไอ้ของนั้นศพทหารของทั้งสองฝ่ายล้วนเป็หน่วยรบพิเศษเหมือนกับพวกเราทั้งสิ้น ยกเว้นคนนึง”อเล็กซ์พูดแล้วพลางชี้ “นายรู้ได้ไง?” “ดูจากตราสัญลักษณ์ตรงแขนเสื้อเหมือนกับว่าศพของทหารคนนี้ พยายามจะเอื้อมมือไปกดปุ่มเพื่อปิดการทำงานหรือทำลายอะไรซักอย่างเพื่อขัดขวางทั้งสองฝ่ายแต่ก็ไม่สำเร็จเขาตายด้วยน้ำมือของทหารฝ่ายตัว เพราะรอยะุเป็ของเพื่อนทหารฝ่ายเขา”อเล็กซ์ตอบ พลางชี้นิ้วไปยังศพทหารอเมริกันที่นอนอยู่ใกล้ๆ “แล้วของอยู่ไหน?”มีคนถาม “ดูที่รอยขูดบนพื้น หลังการต่อสู้จบลงของยังไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน แต่จากรอยขูดบนพื้นยังดูใหม่น่าจะโดนขนออกไปไม่กี่ชัวโมงที่แล้ว”อเล็กซ์ตอบ “เป็ไปไม่ได้พวกเราวางกำลังล้อมไว้ทุกจุด ต่อให้เข้าออกยังไงก็ต้องรู้” หัวหน้าทีมพูด“หรือเรามาช้าเกินไป จนมีคนชิงตัดหน้าเราไป” อเล็กซ์พูดลอยๆ “ไม่มีทางไม่มีใครมาถึงที่นี่ก่อนนอกจากพวกเรา”คนนึงในทีมพูด “นี่ทีม2 เรียกทีม1 มีพวกอเมริกันหรือพวกไหนเข้าออก ก่อนหน้าหรือหลังพวกเราไหม? ทราบแล้วเปลี่ยน” หัวหน้าถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ไม่มีครับเราเฝ้าดูหมดทุกทางแล้วครับ ส่วนพวกอเมริกันก็เผ่นแน่บไปแล้ว ไม่มีใครมาเลยครับ!”เสียงวิทยุตอบกลับ “เฝ้าต่อไป อย่าให้ใครเข้าออก” “รับทราบ” “แม่งเอ๊ย!ถ่อมาต้องไกลสุดท้ายไม่ได้ห่าอะไร บ้าฉิบ!” “เอายังไงต่อดีล่ะทีนี้...ปิ๊บ!...ปิ๊บ!” อีกคนยังไม่ทันพูดจบ เสียงโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นมา “ฮัลโหล”หัวหน้าทีมรับโทรศัพท์ “ของที่นายสั่ง...ใช่...ฉั...ยังไม่ได้...”“มันไม่สำคัญแล้วล่ะ”เสียงคู่สนทนาตอบ เล่นเอาทุกคนแทบช็อก ทำไมถึงได้พูดแบบนั้น“ช่างมันเถอะ ภารกิจของพวกนายเสร็จสิ้นแล้ว พวกนายกลับมาได้แล้วฉันจะจ่ายเงินให้ตามสัญญา...ปิ๊บ...” เสียงคู่สนทนาตอบก่อนที่จะวางสายไป
ทุกคนต่างจ้องมองมาที่หัวหน้าทีม “พวกเรากลับ!” หัวหน้าทีมกล่าว“ได้ยินที่พูดแล้วนี้” “ไปกันเถอะ” “แม่ง...” “เอาน่ายังไงก็ได้เงินอยู่ดี”ขณะที่ทุกคนทยอยเดินออกจากห้องโถง เหลือเพียงแค่ อเล็กซ์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั่น “เฮ้ย!มึงมีปัญหาริไงว่ะ!?” ทหารคนนึงในทีมอเล็กซ์จ้องเขม่นมองมาที่อเล็กซ์หมายจะเอาเื่“เปล่านี่” อเล็กซ์ตอบ “ไม่เอาน่ายูริ ไปกันเถอะ”เพื่อนทหารอีกคนเข้ามาห้ามไว้ก่อนที่จะเดินจากไป ปล่อยให้อเล็กซ์ยืนอยู่ตามลำพัง
อเล็กซ์เหลือบไปเห็นป้ายชื่อบนเสื้อของศพ เขาจึง Dog Tag ที่ชุ่มเืออกมาปรากฏว่าป้ายชื่อบนเสื้อของศพตรงกับชื่อใน Dog Tag ที่เขาถืออยู่มันเขียนว่า“โกลด์.เอส.ดี โรเจอร์ หน่วยพลร่มที่ 101” เขา DogTag ไว้ข้างๆศพ แล้วเดินจากไป พออเล็กซ์เดินออกมาข้างนอก เขาได้ยืนหยุดคิดว่า“ขณะที่ทุกคนต่างต่อสู้แย่งชิงผลประโยชน์มักมีคนนึงเสมอที่ยอมชิงตัดหน้าเพื่อประโยชน์ของโลกใบนี้ ยอมทำทุกอย่างเพื่อความสงบสุขของโลกใบนี้อย่างไม่ลังเล สุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงเพราะการทำสิ่งนึงที่ถูกต้อง มันมักเป็แบบนั้นเสมอใช่ไหม?” อเล็กซ์ถามตนเอง ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย
บนเครื่องบินโดยสารลำหนึ่ง
ชายฉกรรจ์ชาวเอเชียใส่แว่นดำ 10 คนพร้อมด้วยของบางอย่าง กำลังนั่งพักผ่อน มีชายคนนึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“ตุ๊ด...ตุ๊ด...ตุ๊ด 喂,你的东西我们已经收到了。要送东西去哪儿? (ของของนายพวกเราได้มาเรียบร้อยแล้วจะให้เอาไปส่งที่ไหน?)” ชายคนนั้นถาม
“那你们去汇点见面吧。然后我再给你们联系。(งั้นพวกนายไปเจอที่จุดนัดพบเถอะแล้วฉันจะติดต่อไปอีกที)” เสียงคู่สนทนาตอบ
“好。(ตกลง)” ชายคนนั้นตอบ”ตุ๊ด.......”
จบบทสนทนา
ณ ห้องทำงานลับ ห้องหนึ่ง (ห้องเดิม)
มีชายทั้งสองคนกำลังนั่งสนทนากันอยู่
“ยังไงผมต้องขอโทษแทนคนของคุณ คุณมิสเตอร์ วิคเตอร์”ชายชาวเอเชียกล่าวขอโทษชายชาวรัสเซียที่สูงวัยกว่า
“โอ๊ย! ไม่เป็ไรเื่เล็ก ไม่ต้องคิดมาก หรอก คุณมิสเตอร์หวาง”วิคเตอร์ตอบ
“ยังไงก็ช่วยโปรดเข้าใจด้วยว่าผม้ารับประกันว่าของจะส่งถึงมือผมโดยเร็วเลยให้คนของผมไปจัดการ แต่ต้องขอบคุณคนของคุณจริงๆที่ช่วยกำจัดพวกอเมริกันไปให้พ้นๆทางทำให้พวกผมทำงานสะดวกขึ้นเยอะ ต้องขอขอบคุณคุณจริงๆ” หวางกล่าว“คุณหวางกล่าวชมผมมากเกินไปแล้ว ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” วิคเตอร์กล่าว “อ้อ!ส่วนเื่เงิน คุณไม่ต้องเป็ห่วง ผมจะโอนเงินตามที่ตกลงกันเอาไว้เดี๋ยวฝ่ายบัญชีผมจะติดต่อไปอีกที” หวางกล่าว “แหมคุณหวางคุณนี่ถ่อมตัวมากเกินไปแล้ว ดื่ม!” “ดื่ม!( 干杯。)”
“ยินดีด้วยที่ได้ทำธุรกิจกับคุณ”หวางลุกขึ้นกล่าวก่อนที่จะยื่นมือมาจับมือกับวิคเตอร์ “เช่นกันยินดีที่ได้ทำธุรกิจกับคุณ”ขณะที่วิคเตอร์ยังไม่ทันยื่นมือถึงมือหวางจู่ๆก็เกิดอาการวิงเวียน “อ่าา...นี่...คุณทำ...”วิคเตอร์ยังไม่ทันถามจบ “ปึง!”ก็ล้มไปกองกับพื้น
“真傻子。(ช่างโง่ซะจริง)” หวางกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินจากไป...