“สา มากับฉันหน่อย” วันวิสาต้องละสายตาจากงานเอกสารเพื่อเงยหน้าขึ้นมองเ้าของเสียงด้วยแววตาขัดใจให้ตายสิ! นายฌานนี่ยังไงนะ คอยมาชวนให้ไปไหนต่อไหนอยู่เรื่อย
“ไม่..” ยังปฏิเสธไม่ได้เต็มคำนักมือหนาของชาคริตก็คว้าแขนเ้าหล่อนลากลิ่วไปแบบบังคับไม่สนใจสายตาประชาชีที่ตอนนี้มองกันเป็ตาเดียว
เอ้า! เอากะเขาสิ..คิดว่าจะได้อยู่อย่างสงบๆบ้างหลังจากจบประเด็นข่าวคาวข่าวฉาวกับคนของเขา แล้วนี่อะไร! ชอบทำให้เธอต้องขึ้นกระดานข่าวเป็ลำดับต้นๆ อีกแล้ว
“นี่! จะพาฉันไปไหนฉันไม่ไปแล้วนะโรงพยาบาลน่ะ”
“ฉันก็ไม่ไป”
อ่าว!
“แล้วจะไปไหนล่ะ” เขารอจนดึงเธอเข้ามาในลิฟต์กดชั้นปลายทางแล้วจึงหันมาตอบ
“ก็เที่ยงแล้ว ไม่ไปกินข้าวหรือไง”
“ไม่กินค่ะ ยังไม่หิว”
“เออ..งั้นดีเลย ไปด้วยกันก่อน”
อะไรของเขาวะ
ชาคริตพาวันวิสามาที่ร้านอาหารแนวนั่งชิวชมวิวเพลินๆใกล้ที่ทำงาน เธอมองนายอาณัติที่นั่งฟุบนิ่งอยู่กับโต๊ะตรงมุมใกล้เถาไม้เลื้อยประดับอย่างเห็นใจตามคำบอกเล่าของชาคริตคร่าวๆ ระหว่างเดินมาทำให้รู้ว่าพวกเขานัดกินข้าวเที่ยงกันแต่ที่มากกว่านั้นก็คือ นายอาณัติรู้แล้วว่าคนที่เขารักมีคนอื่น..และไม่มีวันกลับมาหาเขาอีกซึ่งเธอก็เพิ่งรู้วันนี้เหมือนกัน
สภาพที่เห็นคงไม่ได้กินข้าวแล้วล่ะ ว่าแต่..จัดยอดข้าวไปกี่ดีกรีก็ไม่รู้จุดไฟใส่คงติดแหงๆ เธอกรอกตามองคำตอบที่ตั้งบ้างนอนบ้างกลาดเกลื่อนอยู่รอบตัวคนฟุบ
“ฉันติดประชุมก็เลยเกริ่นไว้ว่าจะมาช้า ได้แต่บอกให้เขาหาอะไรกินรองท้องไปก่อนก็ไม่คิดว่าจะเป็แบบนี้” คนเล่าถอนหายใจฟู่ยาวแล้วพูดต่อ “เลิกประชุมก็รีบโทร.กลับเลยต้องพาเธอมาด้วยเพราะฟังจากเสียงทางมือถือแล้วฉันเองก็มืดแปดด้าน ไม่รู้จะพาไปส่งที่ไหนเมาขนาดนี้” อาณัติผงกหัวขึ้นมาอย่างกับรู้ว่าถูกพาดพิง
“ครายยยเมาเพ่ ไม่ ไม่ ม่ายยยย”ชาคริตหย่อนตัวลงนั่งใกล้ๆ เพื่อระงับมือไม้ที่โบกว่อน
“ไม่เมาก็ไม่เมา เอามือลง”
หญิงสาวหย่อนตัวลงนั่งประกบอีกข้างของอาณัติได้กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดจนต้องย่นจมูก ก็เธอไม่เคยอยู่ใกล้คนเมาขนาดนี้มาก่อนนี่นา
“สา..รินเขาทิ้งฉัน..ไปแล้ว..” สองมือหนายกมาขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิงอาการฟูมฟายเริ่มออกจนชาคริตต้องเรียกเพื่อรั้งสติคนเมา
“ไม่เอาน่ะนายณัติ!”
“เพ่..ไม่เข้าจายยยหรอก”
“เข้าใจ ถ้านายอยากระบายก็กินให้เมาหัวราน้ำไปเลยแล้วก็พอแค่นั้นนะ”
“ริน..ทำมายยยรินไม่รักฉัน”วันวิสาถึงกับพูดอะไรไม่ออก เธอไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงที่ชื่อระรินดาวมาก่อนเลย รู้เพียงแต่ว่านายอาณัติรักเ้าหล่อนมากคนเมาคว้าขวดเบียร์ขึ้นกระดกจนชาคริตต้องรีบแย่งไว้
“พอได้แล้ว”
“เพ่..ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจสักนิด..” คนครางยังพยายามคว้าขวดคืน“เคยรักใคร..จนหมดใจ แล้วก็..ไม่มีโอกาสได้รักตอบไหม”อาณัติปรือตาที่แทบลืมไม่ขึ้นมองชาคริต “รักเขามาก แต่มันไม่สมหวางงงงงแม่งโคตรเจ็บเลย”
วันวิสาต้องกะพริบตาถี่เมื่อนายฌานมองมาทางเธอราวกับกำลังตอบคำถามของคนที่เกือบไร้สติชาคริตต้องถอนหายใจอีกรอบ
“เคยสิ ถึงได้บอกว่าเข้าใจไง”
“ไม่ ไม่ เพ่..ไม่เข้าใจหรอก” คราวนี้คนที่ยึดของกลางไว้จึงได้กระดกกินเสียเองในเมื่อห้ามแล้วไม่ฟังก็เอาขวดเปล่าคืนไป ทำคนไม่ได้ดั่งใจเพราะอยากเมาให้เต็มที่ต้องควานหาขวดใหม่สองหนุ่มที่ยื้อยุดขวดเบียร์กันไปมาก็เริ่มมีสภาพคล้ายกันเข้าไปทุกที วันวิสาเริ่มเห็นแววลำบากของตัวเองอยู่รอมร่อ
ทำยังไงดีวะเนี่ย!
มือเล็กรีบกดโทรศัพท์หาตัวช่วยในทันทีเพราะขืนปล่อยไว้อย่างนี้เธอคงได้คนเมาถึงสองไว้ใน ซึ่งมันคงไม่สนุกนักหรอก
“ราม นายอยู่ไหนง่ะ”
“ขอบคุณมากนะ รับรองค่ะว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดีไม่มีรบกวนใครแน่นอน” วันวิสากล่าวยืนยันกับเ้าหน้า รปภ. ของคอนโดหลังจากขอความช่วยเหลือให้พาสามหนุ่มที่เมาไม่เป็ท่ามากองรวมกันในห้องของเธอเป็ประวัติศาสตร์ชาติไทยก็ว่าได้..เธอพาผู้ชายมาที่ห้องทีเดียวถึงสามคนแซ่บป่ะล่ะ!
นี่ถ้าพ่อกับแม่ของเธอยังอยู่แล้วมาเห็นเข้าคงถูกตีจนตัวแตกแน่ๆ
“นายรามนะนายราม ให้มาช่วยแท้ๆ ดันมาเมากับเขาอีก” เธอเอาเท้าเขี่ยแต่ละคนให้เข้าที่เข้าทางแบบว่านะ..ก็แต่ละคนตัวหนักๆทั้งนั้น ยกไม่ไหว
“ตอนไม่เมาล่ะต่อยกันจนหน้ายับพอจับขวดเหล้ากันเท่านั้นแหละ..สามัคคีกลมเกลียว สมกับเป็น้ำเปลี่ยนนิสัยจริงๆ”
“สา..” เสียงนายรามเรียกเบาๆซึ่งก็ไม่รู้ว่าละเมอหรือยังพอมีสติอยู่บ้าง วันวิสานั่งลงข้างๆคนแผ่หลาที่อยู่ริมฝั่งติดผนังห้อง
“เหนียวตัวล่ะสิ เดี๋ยวเช็ดตัวให้นะ”คนที่กำลังคิดว่าอาจจะต้องทำให้ถึงสามคนไหมนะ ต้องนั่งแปะอยู่ที่เดิมเมื่อมือหนาดึงแขนเธอไว้
“มากอดหน่อย”
“กอดอะไรล่ะ กลิ่นหึ่งขนาดนี้”นายรามไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ออกแรงดึงนิดเดียวคนตัวเล็กก็ซบแนบอกกว้างไปแล้วแถมยังรัดไว้ไม่ยอมปล่อย
“ราม ปล่อย!”