เช้าของอีกวันคณะเข้าค้ายก็เดินทางกลับแต่เช้า
อัญชลีที่เห็นแก้มใสกลับมาอย่างปลอดใจก็รู้สึกขัดใจ เธอไม่อยากให้แก้มใสกลับออกมาจากป่า เธออยากเด่นกว่าสวยกว่า และประสบความสำเร็จกว่าแก้มใส ตอนนี้นับวันแก้มใสยิ่งมีความโดดเด่น เธออยากทำลายแก้มใสให้จมดิน ความรู้สึกนี้นับวันยิ่งรุ่นแรงขึ้น
ส่วนแก้มใสกำลังนั่งให้ลูกน้ำถ่ายรูปให้เธอกับเพื่อนๆที่นั่งอยู่ใกล้กัน
จนมาถึงโรงเรียน แก้มใสก็โทรให้อำนวยมารับ
กลับมาถึงบ้านแก้มใสก็รีบขอบคุณตากลมที่ช่วยให้เธอออกมาจากป่าได้
'หนูไม่ได้พาพี่ออกจากป่า เป็เ้าแม่ที่ไปพาพวกพี่ออกมาครับ เพราะเ้าที่ๆนั้นแรงมาก พลังหนูมีไม่พอ'
"อ้าวเหรอ..แบบนี้ชั้นต้องไปไหว้ขอบคุณท่านใช่มั้ย"
'ครับ..ชวนเพื่อนๆพี่ไปไหว้ด้วย เ้าแม่ท่านชอบผลไม้ นำพวกน้ำผลไม้กับผลไม้สดนะครับ'
"งั้นเดี๋ยววันหยุดค่อยนัดเพื่อนๆมาไหว้ขอบคุณท่าน จะได้ไปซื้อผลไม้ในจังหวัดด้วย"เมื่อเป็เช่นนั้นเธอจึงนำเื่นี้ไปบอกบิดามารดา
"อะไรนะ!..หลงป่า"จุรีร้องด้วยความใจนฟ้าใสที่นั่งดูการ์ตูนถึงกับสะดุ้ง
"ใช่จ้ะแม่ ดีว่าเ้าแม่ไทรงามไปช่วยพวกแก้มใสให้ออกมาจากป่าได้ แก้มใสเลยจะชวนเพื่อนๆที่หลงป่าไปทราบขอบคุณและนำผลไม้ไปถวายท่านจ้ะ"
"แล้วแก้มใสรู้ได้ยังไงว่าเป็ท่าน!"อำนวยถามบุตรสาว ถึงในใจจะใอยู่ไม่ใช่น้อย
"เออ..ท่านมาเข้าฝันจ้ะ "
"อื่อ..สมกับเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพ เ้าแม่ไม่เคยทิ้งลูกหลานดอนยายตาล แบบนี้เดี๋ยวพ่อพาไปซื้อผลไม้เองลูก"อำนวยเอ่ยบอกลูกสาว ตอนที่เขามาซื้อที่ตรงนี้ก็ได้ยินเื่เ้าแม่ไทรงาม แต่ด้วยตนเองเป็คนเชื้อสายจีน จึงไม่มีความเชื่อในเื่พวกนี้ ครั้งนี้ที่ลูกสาวเขาหลงป่าแล้วเ้าแม่กลับออกมาช่วย เขาก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ในเมื่อลูกสาวยืนยัน เขาก็ต้องไปไหว้ขอบคุณ
ด้วยเหตุนี้วันเสาร์สาวๆทั้ง5พร้อมมานิตก็ได้เตรียมผลไม้มาไหว้ขอบคุณเ้าแม่ไทรงาม
"ถึงแก้มใสไม่บอก เค้าก็คิดเหมือนกันว่าต้องเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วยพวกเราไว้แนๆ แต่แค่ไม่รู้ว่าเป็ใครเท่านั้น"ลูกหยีพูดขึ้น เพราะเธอก็รู้สึกแปลกๆ ในชาติที่แล้วไม่มีเื่หลงป่า แต่ทำไมชาตินี้ถึงมีเหตุการณ์นี้ได้ หญิงสาวก็ไม่เข้าใจว่าทำไม
"ใช้..กลับไปบ้านเค้าเล่าให้ที่บ้านฟัง ยายเค้าก็บอกมาแบบนี้เหมือนกัน แต่เค้าคิดว่าเป็เ้าที่ๆนั้น"ลูกน้ำเอ่ยสมทบ
"เ้าที่ที่นั้นไม่ใจดีจ้ะ จ้องแต่จะจับคนไปเป็บริวาร"แก้มใสเล่าอย่างขนลุก
และทั้ง5สาวพร้อมหนึ่งหนุ่มเมื่อไหว้เ้าแม่ไทรงามเสร็จ ก็รอจนธูปหมดแล้วลาผลไม้เอากลับไปกิน เ้าตากลมบอกว่าเ้าแม่ได้เสกให้ผลไม้ไว้เพื่อให้สาวๆกลับไปกินกับครอบครัวเพื่อให้มีแต่ความโชคดี
และเมื่อกลับมาถึงบ้าน แก้มใสที่ลงมือทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นไว้ตอนรับเพื่อนๆก็กลับมาช่วยกันทำต่อ
"หมูนี้เด้งอร่อยจัง"ลูกตาลอร่อยก๋วยเตี๋ยวจนต้องกินชามที่สอง
"นี้เขาเรียกหมูเด้งนะ ดีว่าได้พี่ชัยช่วยตีหมูให้ มันถึงเด้งได้ขนาดนี้ "
"ตัวเปิดร้านได้เลยนะ"ลูกหยีสนับสนุนเพื่อน
ฟ้าใสที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่พร้อมหมูเด้งก็นั่งกินไปพร้อมฟังพวกพี่ๆคุยกัน
"เราถนัดทำแต่อาหารนี้สิ เคยลองทำขนมนะ แต่รู้สึกจะไม่รอด เื่ขนมต้องยกให้ลูกหยี"แก้มใสเคยลองทำขนมไทยหลายอย่าง แต่ก็ออกมาไม่ได้ดั่งที่คิดจนเธอถอดใจ
"หมูตุ๋นนี้จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดก็อร่อยไปอีกแบบนะ ไม่เลี่ยนด้วย"ปลาดาวเอ่ยขึ้น เหตุที่ดาวได้ชื่อปลาดาวก็เป็ลูกหยีที่ตั้งให้ เพื่อนสาวบอกว่าเพื่อนในกลุ่มมีชื่อเล่นสองพยางค์กันหมด ดาวจะมีแค่คำเดียวไม่ได้ ลูกหยีจึงเพิ่มคำว่าปลานำหน้า เพราะเห็นว่ามันน่ารักมาก ดาวจึงตามใจเพื่อนใช้ชื่อว่าปลาดาวเหลือแต่มานิตที่สั่งห้ามไม่ให้ลูกหยีตั้งชื่อเล่นให้
"เค้าทำเผื่อไว้เยอะเลย เพราะเผื่อให้พวกตัวเอาไปฝากที่บ้านด้วย"
วันนี้แก้มใสตุ๋นหมูหม้อใหญ่เพราะตั้งใจจะเลี้ยงฉลองที่พวกตนรอดปลอดภัยออกมาจากป่า
"สัตว์เลี้ยงบ้านตัวแปลกดีนะ แถมมันยังขี้อ้อนอีกด้วย"ลูกน้ำเห็นจุรีป้อนเนื้อตุ๋นให้ลูกนกเค้าแมว ซึ่งมันก็อ้าปากรอเหมือนลูกนกรอให้แม่นกป้อน
"มันกินจนบินไม่เป็แล้วมั้ง555"ปลาดาวแซวเ้าตากลม
ส่วนสามหนุ่มก็นั่งกินคนละสองชามใหญ่ก่อนจะกลับไปซ่อมรถต่อ
"แฟนตัวหล่อมากเลยนะ เป็ดาราได้สบายๆเลย"ลูกตาลมองฉัตรชัยก่อนจะหันมาแซวเพื่อน
"แถมใจดีด้วย พวกเราจะไปเที่ยวไหนนะพี่ชัยพร้อมพาไปทุกที่ตามที่แก้มใสขอ"ลูกหยีเอ่ยขึ้น
"พี่แก้มใส..หนูอยากกินไอติมนมจ้ะ"ฟ้าใสที่อิ่มก๋วยเตี๋ยวแล้วก็มาอ้อนพี่สาว แก้มใสนำนมวัวแดงมาผสมน้ำแดงแล้วใส่ในบล็อกรูปทรงไอติมแท่งแล้วแช่ไว้ในช่องแช่แข็ง
"เดี๋ยวพี่ไปเอาให้ สาวๆสนใจมั้ยจ้ะ"บอกน้องสาวแล้วก็หันไปถามเพื่อนๆ
"เค้าขอผ่าน..อิ่มมากนาทีนี้"ปลาดาวสละสิทธิ์ แล้วสาวๆก็พร้อมใจกันบายในข้อเสมอ
ฟ้าใสเมื่อได้ของหวานสมใจก็ไปนั่งข้างเ้าตากลม
ตอนกลับฉัตรชัยรับหน้าที่ไปส่งทุกคนพร้อมก๋วยเตี๋ยวที่แก้มใสเตรียมให้ทุกคนพร้อมพริกเผารสเด็ด
และนางบังอรก็คอยแต่จะมาขอหยิบยืมเงินเพิ่ม แต่จุรีก็ปฏิเสธไปทุกครั้งโดยบอกว่าลูกๆกำลังเรียนต้องใช้เงินเหมือนกัน ทำให้นางบังอรโกรธที่ลูกสาวไม่ยอมให้เงินตน
"แม่เพิ่งเอาไปหนึ่งหมื่นนะ แล้วของเก่าก็ยังไม่มาคืนบ้างเลย "
"อีเนรคุณ..เงินแค่นี้มึงยังคิดกับพี่น้อง คนอย่างมึงไม่มีวันเจริญแน"
"ถ้าการที่ชั้นต้องให้เงินพี่น้องอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแบบคือความกตัญญู งั้นชั้นขอเป็คนเนรคุณแล้วกันนะแม่"จุรีพูดอย่างหมดความอดทน
"กูขอแช่งให้มึงล่มจม คนที่เนรคุณพ่อแม่ไม่มีวันเจริญแน ไอ้สิงกลับ" แช่งลูกสาวที่กล้าขัดใจตนเสร็จก็เรียกลูกชายคนเล็กให้พาตนเองกลับ
สิงมองดูเครื่องมือช่างด้วยสายตาละโมบ ก่อนจะหันมองรอบๆเมื่อมองหาทางที่จะแอบเข้ามา
เ้าตากลมมองคนผู้นี้ด้วยสายตาไม่ไว้ใจ มันอ่านสายตานั้นออก คนๆนี้จะต้องมีแผ่นคิดมาขโมยเครื่องมือในอู่แน มันจะต้องบอกท่านเ้าที่เพื่อให้ท่านคอยสอดส่อง ด้วยจุรีตักบาตรทำบุญให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเป็ประจำ ทำให้เ้าที่เ้าทางของบ้านมีพลังสามารถคุ้มครองเ้าบ้านได้
นางบังอรด้วยความโกรธจุรีจึงเที่ยวประกาศด่าบุตรสาวคนนี้ไปตลอดทาง แวะที่ไหนก็ด่าสาดเสียเทเสีย ชาวบ้านที่ได้ฟังก็มีคนเชื่อบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไม่เชื่อ เพราะเห็นจุรีมาั้แ่เด็ก เห็นว่าเป็คนที่เสียสละให้พี่น้องตลอด และที่สำคัญรู้นิสัยพี่น้องของจุรีดีว่าเป็พวกคุยโว หน้าใหญ่เกินตัวตลอด หลายครั้งที่เป็หนี้ร้านค้าแล้วถูกทวงถามก็หน้าบางไม่กล้าใช้หนี้ต้องให้จุรีไปจ่ายให้ จนจุรีประกาศว่าถ้าต่อไปนี้ร้านไหนให้พี่น้องนางเซ็นนางจะไม่รับผิดชิบอีกต่อไปเพราะพี่น้อง5คนสลับกันเป็หนี้นางรับผิดชอบไม่ไหว
พอได้ยินนางบังอรด่าบุตรสาวว่าเห็นแก่ตัวไม่รักพี่น้อง คนส่วนใหญ่จึงไม่เชื่อเพราะรู้ว่าอะไรเป็อะไร
ตกบ่ายพอจุรีไปซื้อกับข้าวที่ร้านยายยุ้ย นักข่าวประจำหมู่บ้านหลายสำนักจึงเข้ามารุมสัมภาษณ์
"ยายอรแกด่าเอ็งไปตลอดทางเลย แถมมีแวะร้านค้าด้วยนะ"ยายแจ่มเล่าเหตุการณ์ให้จุรีฟัง
จุรีฟังแล้วได้แต่ถอนหายใจ
"ไอ้ช่วยครั้งสองครั้งชั้นไม่อะไรอยู่แล้ว แต่นี้มายืมแล้วไม่คืนนี้สิแถมทุกครั้งด้วย ั้แ่ไอ้แก้มใสมันยังไม่เข้าโรงเรียนโน้นนะ คิดดูกี่ปีมาแล้วที่ชั้นแบกพี่น้องมานะ พี่อำนวยไม่เลิกกับชั้นก็บุญท่วมหัวแล้ว..เฮอ"จุรีเล่าอย่างเหลืออด
"ไหนยายอรบอกยืมแค่ไม่กี่ครั้งไง!"ยายตุ่นเอ่ยขึ้น เพราะยายบังอรด่าจุรีนั้นตนอยู่ร้านยายใจร้านค้าใหญ่ประจำหมู่บ้านพอดี
"ใช้ที่ไหนละพี่ตุ่น ชั้นมีพี่4น้องชายติดยาอีก1 ทุกครั้งที่แม่จะมาเอาก็จะบอกว่ายืมก่อน เดี๋ยวคืน แต่สุดท้ายก็หายเงียบไปแล้วก็มายืมใหม่ รวมๆแล้วหลายแสนแล้ว มาเอาจนบางครั้งชั้นต้องนับเหรียญให้ก็มีมาแล้ว"
"มีพี่น้องแบบนี้ก็ปวดหัวเหมือนกันนะ"ยายยุ้ยพูดขึ้น
"แล้วตอนนี้ที่ชั้นช่วยไม่ไหวก็ชั้นก็ต้องเก็บเงินไว้ส่งลูกเรียน กำลังใช้เงินกันทั้งสองคนด้วย"ยังไงนางก็ต้องคิดถึงลูกสาวทั้งสองคนก่อน
"เออ..เห็นตาศักดิ์มันเล่าว่าเ้าแก้มใสทำกับข้าวอร่อยเหรอ?"ยายยุ้ยไม่อยากให้เครียดจึงเปลี่ยนเื่ แล้วก็ได้ผล จุรีกลับมายิ้มแล้วรีบอวยลูกสาวคนโต
"ก็กับข้าวที่ชั้นเอาไปทำบุญทุกวันพระก็เ้าแก้มใสทำทั้งนั้นแหละ วันก่อนก็ทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นเลี้ยงเพื่อนๆที่มาไหว้เ้าแม่ไทรงาม
"เออใช่..ว่าจะถามก็นึกไม่ออก เขาเล่าว่าแก้มใสกับเพื่อนมันหลงป่าแล้วได้เ้าแม่ไทรงามพาออกจากป่า จริงมั้ย?"ยายแจ่มถามขึ้น
"จริงจ้ะ..ชั้นถามเพื่อนๆของแก้มใสแล้ว เด็กๆพูดเป็เสียงเดียวกันว่ามีคนแก่พาออกจากป่า แถมยังให้น้ำให้ผลไม้กินแก้หิวอีกด้วย เด็กๆเลยนำผลไม้มาไหว้ท่านนะ"
"เ้าแม่ท่านนี้ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ"ยายแจ่มยกมือไหว้ท่วมหัว
"แล้วแก้มใสมันกับข้าวเป็ได้ไง ?"ยายยุ้ยถามขึ้น เพราะเท่าที่รู้จักจุรีมา จุรีแค่พอทำอาหารเป็ ไม่ถึงกับเก่ง แต่ลูกสาวกลับมาทำอาหารเก่งได้ไง
"เห็นบอกว่าเปิดอ่านจากหนังสือจ้ะ ในบ้านมีหนังสือทำอาหารเยอะเลยจ้ะ เ้าแก้มใสซื้อมาอ่านแล้วก็ลองทำ"
"เก่งแถมยังทำอร่อยด้วยนะ ฉันเคยชิมมาแล้ว "ยายตุ่นเอ่ยชม
"เ้าแก้มใสเข้าใจดัดแปลงด้วย อย่างน้ำพริกปลากระป๋องนิ น้ำพริกหมูโคราชนิ ชั้นนี้ไม่เคยเห็นก็มาเห็นที่ลูกนี้แหละ"
"เออ..นะ เข้าใจทำจริงๆด้วย แบบนี้ใครได้เป็เมียนี้บุญของผู้ชายเลยนะ"ยายยุ้ยเอ่ยชมโดยไม่มีรู้ว่าแก้มใสกำลังคบหากับฉัตรชัย เพราะทั้งคู่วางตัวดี ฉัตรชัยจะให้เกียรติแก้มใสตลอดไม่ทำอะไรรุ่มร่าม
"แล้วนี้ที่ซื้อนี้คงไม่ใช่มาซื้อเตรียมให้ลูกทำหลอกนะแม่จุรี"ยายแจ่มเอ่ยแซว
"ใช่แล้วจ้ะ..แก้มใสจดว่าให้ซื้ออะไรบ้าง ตอนนี้เขาหุ้นกับเพื่อนทำปิ่นโตไปกินที่โรงเรียน ชั้นจึงรับหน้าที่มาซื้อของให้ พอแก้มใสกลับมาก็ทำมื้อเย็นแล้วเตรียมของไว้ ตื่นเช้ามาก็ลงมือทำ ชั้นเลยสบายเื่กับข้าวไป"
"จุรีนี้ถือว่ามีลูกสาวดีนะ ว่านอนสอนง่าย ฉันจำได้ว่าแก้มใสแต่ก่อนกลัวคนจะตาย ใครคุยด้วยก็ไม่คุยตอบเอาแต่เกาะจุรีไม่ปล่อย"ยายยุ้ยเอ่นขึ้น เพราะจุรีเคยพาแก้มใสมาซื้อกับข้าวด้วยบ่อยจึงเห็นว่าสมัยก่อนแก้มใสจะเป็เด็กขี้อายมาก
และสมาคมนักข่าวประจำหมู่บ้านก็ได้หัวข้อข่าวไปหลายข่าวกว่าจะแยกย้ายกันกลับบ้าน