" คุณยาย...ว่ายังไงนะคะ..จะให้ฝ้ายแต่งงานหรือคะ"
ฝ้าย ดากานดา วรโชติวาทิน วัย24ปี ถามด้วยความไม่อยากเชื่อว่ายังมีเื่แบบนี้อยู่หรือ? ด้วยสายตาต่อต้านหลังเงียบมาสักพัก
" ใช่แล้วแม่ฝ้าย..แกได้ยินไม่ผิดหรอก..ฉันเคยคุยกับแม่แกแล้วนะ..เมื่อหลายปีก่อน ถ้าแกเรียนจบฉันจะให้แกแต่งงาน
ยายของเธอพูดออกมา หญิงสาวได้แต่เหลือบมองไปทางแม่ตัวเอง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"แต่คุณยายคะ คือฝ้าย..."
"ยายขอนะแม่ฝ้าย ถ้าแกไม่ช่วยยายแล้วใครจะช่วยล่ะ แกก็รู้ยายมีหลานสาวแค่คนเดียวที่ยังไม่มีแฟนและแกก็ยังหางานทำเป็หลักแหล่งไม่ได้ด้วย
หญิงสาวได้แต่คิด ไม่ใช่ไม่มีงาน..เธอช่วยแม่ทำงานต่างหากล่ะยาย เพียงแต่ไม่ใช่พนักงานเงินเดือนเหมือนเด็กจบใหม่ส่วนมาก แต่ก็มีรายได้นะ ดีด้วย..
ก่อนหน้านี้ยายของเธอเล่าว่า..บ้าน สิทธิศักดิ์โสภณ ได้โทรมาด้วยเื่เร่งด่วน หลายรอบแล้วในหนึ่งปี คือเื่แต่งงานของสองตระกูล ส่งผลให้ยายของเธอเลี่ยงไม่ได้ ต้องเรียกลูกสาวอย่างแม่ของเธอและตัวเธอที่พักอยู่ในบ้านหลังเล็กที่ปลูกอยู่ภายในรั้วเดียวกันกับบ้านหลังใหญ่ของคุณยายเธอ มาพบด้วยเื่ที่ทำให้เธอกับมารดาใอย่างยิ่ง คือการที่คุณยายจะให้เธอแต่งงานกับลูกชายของบ้านนั้นบ้านที่ยายเธอบอกว่ามีพระคุณกับตาของเธอผู้ล่วงลับไปแล้ว
เื่ราวในอดีตเธอไม่รู้แน่ชัดว่าเป็เช่นไร แต่การที่เธอจะต้องไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ไม่ได้รักได้ชอบหรือแม้แต่หน้ายังไม่เคยเห็น มันทำให้เธออยากหายตัวไปในวันนี้ยิ่งนัก
"แล้วพี่จ๋า หล่ะคะคุณยาย พี่จ๋าก็หลานคุณยายเหมือนกัน"
คุณยายของเธออ้ำอึ้งอยู่สักพัก ทำหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
"แม่ฝ้ายก็รู้พี่เขาเป็ลูก'แม่รัก'และพี่เขาก็เรียนต่อเฉพาะทาง เขาทำงานไปด้วยก็ว่าหนักแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลสามี บ้านนั้นเขาคงไม่ยอมหรอกและพี่เขาก็มีแฟนแล้วแฟนเขาฐานะดีด้วย..ก็มีแต่เราไม่ใช่รึที่พร้อมที่สุด แฟนยังไม่มีและเื่เรียนก็จบพอดีงานการก็ยังไม่มีทำ นึกว่าเห็นแกยายช่วยยายเถอะนะแม่ฝ้าย ยายยื้อบ้านนั้นไม่ได้อีกแล้ว ตาเราอยู่บนฟ้าคงบ่นยายหูชาแน่ๆถ้าเจอกัน"
ยายของเธอทำหน้าเศร้าสร้อย ตัวเอนเอียงคล้ายจะเป็ลม เดือดร้อนคนสนิทส่งยาดมให้ เธอได้แต่คิดในใจยายคงได้เจอตาหรอก เธอคงต้องถามแม่ให้แน่ชัดมันเื่อะไรที่เธอต้องมาแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ หลังจากยายเธอกลับบ้านใหญ่
"แม่คะ ทำไมต้องเป็ฝ้าย"
แม่เธอก็จำต้องเล่าเื่ราวแต่ครั้งอดีตให้เธอฟังว่า
"คุณตาของลูกเป็เพื่อนรักกันกับบ้านสิทธิศักดิ์โสภณ เคยสัญญากันไว้ว่าเมื่อมีลูกจะให้แต่งงานกันเพื่อสืบทอดธุรกิจไม่อยากให้ธุรกิจที่ตาก่อตั้งมาอย่างยากลำบากต้องตกถึงมือคนอื่น อยากให้ลูกหลานเพื่อนรักสืบทอดต่อ แต่รุ่นลูกไม่มีใครสืบทอดเจตนารมณ์ของตาได้ แม่ก็แต่งงานกับพ่อ แม่รักพ่อมาก ตาต้องโมโหเพราะแม่จนเป็ลมและั้แ่นั้นมาตาก็เจ็บออดๆแอดๆจนท่านเสียชีวิต และแม่รู้สึกผิดมาตลอด"
พอแม่เธอเล่าจบ เธอสังเกตุว่าแม่น้ำตาคลอ แม่คงรู้สึกเสียใจจริงๆที่ทำให้ตาผิดหวัง ส่วนน้ารักแม่พี่จ๋าก็เป็ลูกบุญธรรมตาและยายบ้านนั้นไม่สนิทใจ แม่เธอเล่าต่อ
แล้วเธอจะปฏิเสธยายได้อย่างไรเล่าทีนี้
หลายวันผ่านไป เธอยังไม่ได้ตกลงอะไรกับแม่และยาย
หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง
"อุ้ย...ขอโทษค่ะๆฉัน..ฉัน"
"นี่...แม่คุณจะขอโทษนานไหม ฉันๆอยู่นั่นล่ะ ผมหนักนะ หลีกทางสักทีสิวะ..ยืนขวางทางอยู่ได้"
พอเธอได้ยินคำว่าวะ อารมณ์โกรธพุ่งปี้ดดเลย ผู้ชายปากสุนัขฮึ!!
"ทำไมต้องพูดวะด้วย ผู้ชายหยาบคาย บอกดีๆก็ได้ค่ะ"
"บอกดีๆ...นี่คุณผมถือของหนักคุณยังมาชนผมไม่ด่าก็บุญล่ะ"
"พอๆแล้วน่ะรันต์ คุณผมขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะครับ คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคับ"
"ไอ้กร!กูไหมที่มึงต้องช่วยและถามว่าเจ็บไหม ไอ้ห่านิ..."
การันต์หรือรันต์ที่เพื่อนๆเรียก หันไปมองแรงเพื่อนอย่างอารมณ์บูด..ถึงขีดสุด
"นี่คุณอย่าเนียนเดินชนแล้วผู้ชายจะขอเบอร์นะ ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ ไม่ได้ผลกับผม"
"ไอ้รันต์ไปได้แล้ว ขอโทษแทนเพื่อนอีกครั้งครับ"
คนหน้าหล่อ ได้แต่หันมาขอโทษแทนคนปากเสียด้วยเสียงสุภาพและก้าวขึ้นรถไป เธอได้แต่มองตามและกำมือแน่นด้วยความโมโหและเสียหน้ากับคนปากเสีย นายคนนั้นหาว่าเธออ่อย อ่อยหรือ? เจ็บใจนักน่าจะชนแรงๆกว่านี้หน่อย ขออย่าให้เจอะเจอกันอีกเลยผู้ชายปากเสีย
เฮ่อ! อะไรนี่ ซวยแต่วันเลย มีแต่เื่ให้อารมณ์ไม่ดี เธอก็เดินมาดีๆอยู่นะ สติๆเธอได้แต่บ่นในใจ
"คุณแม่ว่ายายฝ้ายจะยอมไหมคะ วาสงสารลูกค่ะ"
"ลูกเธอก็หลานฉันไหมแม่วา แม่ฝ้ายเป็คนขี้สงสารเขาคงไม่พอใจแต่จะขัดใจฉันกับเธอนั้นคงยาก ฉันเป็ยายก่อนจะตายก็อยากให้คำมั่นสัญญาของสองตระกูลบรรลุผล อีกอย่างยายฝ้ายก็ได้คู่ครองที่สมหน้าสมตากัน หึ! พูดแล้วก็เจ็บใจนักแม่วา"
"วาขอโทษค่ะแม่ก็....ก็..." เห็นลูกทำหน้าเศร้าก็ไม่อยากรื้อฟื้นเื่ราวเก่าๆขึ้นมา
ยายของเธอเจ็บใจที่ลูกสาวไปคว้าคนที่ไม่สมหน้าตามาเป็พ่อของหลานเธอแถมมาทิ้งลูกสาวเธอไว้ให้โดดเดี่ยวก่อนวัยอันสมควร..เลยจำต้องบังคับหลานให้แต่งงานกับบ้านสิทธิศักดิ์โสภณ ถึงจะสงสารก็เถอะคราวนี้คงไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยแน่ๆ
"แล้วลูกชายบ้านนั้นอยู่บ้านป่า ไกลเมืองขนาดนั้นแม่ฝ้ายจะทนได้ไหมคะเราจะบอกแม่ฝ้ายว่ายังไงคะคุณแม่"
"เธอเลี้ยงยัยฝ้ายมาเธอไม่รู้นิสัยลูกเลยหรือแม่วา"
"ก็รู้ค่ะแต่ที่นั่นบ้านนอกคอกนามากนะคะคุณแม่"
ขอให้ลูกเธอเจอคนดีดีรักกันยืนยาวเธอได้แต่ภาวนาให้ลูกเจอคนดี
บ้านสิทธิศักดิ์โสภณ
"คุณแม่คิดดีแล้วหรือครับอย่างน้อยน่าจะถามความเห็นน้องมันหน่อย"
'อิทธิพันธุ์' บุตรชายคนโตของบ้านสิทธิศักดิ์โสภณเอ่ยถามทันทีที่ได้รับทราบว่ามารดาตกปากรับคำบ้านยายพิกุลเื่แต่งงานของสองตระกูล
"เพราะผมแท้ๆเื่มันเลยเป็แบบนี้ คุณพ่อไม่น่าทำสัญญาบ้าๆแบบนั้นเลย"
อิทธิพันธุ์นึกถึงเื่ในอดีตเขาคิดว่าทางนั้นจะลืมไปแล้ว แต่บ้านนั้นยังคงไม่ลืมมัน คงเสียดายหุ้นบริษัทครอบครัวเขามาก เขาใสงสัยยิ่งนักเมื่อมารดาบอกว่าบ้านนั้นโทรติดต่อมาทวงสัญญาคลุมถุงชน นี่มันสมัยไหนแล้ว เขารับรู้ว่าทางบ้านยายพิกุลมีหลานสาวสองคนหนึ่งในสองคนคือหลานแท้ๆที่เกิดจาก'วารี'แต่สงสัยมากกว่าว่าคนที่จะแต่งงานกับการันต์คือ ดากานดา ลูกสาวคนเดียวที่เพิ่งเรียนจบหลานบ้านนั้นยอมด้วยหรือ
"อย่าโทษตัวเองเลยตาพันธุ์ก็พ่อเรากับพ่อเขาสัญญิงสัญญาแบบนั้น ปล่อยให้มันเป็ไปตามทางมันละกัน น้องเราแม่มีวิธีอธิบายเขาอยู่ถึงเขาจะรั้นแต่ก็รักครอบครัว"
นางเองไม่นึกเลยว่าพลาดจากบุตรคนโตทางบ้านนั้นยังไม่ลืมยังมายื่นคำขาดเป็บุตรชายคนเล็กอีก คิดแล้วก็นึกเคืองไม่หาย นางและบุตรรึอุตส่าห์ช่วยเหลือเื่บริษัทของทางนั้นมาตั้งมากมายเวลาเดือดร้อน จนน่าจะลบล้างสัญญาเก่าแก่ได้แล้วด้วยซ้ำแต่ฝ่ายนั้นกลับมาทวงสัญญาเมื่อหนหลังได้ทั้งๆที่นางเองก็ยังไม่มีหลานไว้สืบสกุล มันค่อนข้างคลาดเคลื่อนไปหน่อย ไม่รู้ว่าทางฝ่ายนั้นคิดอย่างไรว่าจะดองกับลูกชายนาง ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าลูกชายคนเล็กนางรู้เื่เข้าจะเป็อย่างไร รายนั้นยิ่งชอบทำอะไรเพี้ยนๆอยู่และนิสัยแข็งไม่ยอมลงให้ใครด้วย.
"ผมว่าเราบอกความจริงกับตารันต์ดีกว่าไหมครับแม่ อย่างน้อยตารันต์จะได้เตรียมตัวรับมือถูก" อิทธิพันธุ์เสนอ
"เอาอย่างนั้นหรือ ตารันต์จะไม่หักคอลูกบ้านนั้นจิ้มน้ำพริกหรอกน่ะ" นางเดาใจลูกชายคนเล็กไม่ถูกจริงๆ
"หรือบางทีน้องชายแกอาจจะหลงเสน่ห์เขาจนโงหัวไม่ขึ้นก็เป็ได้นะแม่ว่า แต่ยังไงแม่จะค่อยๆบอกน้อง"
อิทธิพันธุ์คิดตามเขาเองนึกไม่ออก น้องจะยอมไหม น้องชายเขายอมใครง่ายๆเสียที่ไหน การันต์เป็คนหัวรั้น พูดตรงๆคิดแบบไหนก็พูดแบบนั้น เชื่อมั่นในตัวเองสูง เพราะถูกเลี้ยงมาแบบเด็กตะวันตกและเป็ลูกคนเล็กที่ห่างกับเขาหลายปี เขารู้สึกโยนสัญญาบาปไปให้น้องรับผิดชอบแทนตัวเองยังไงไม่รู้
แม่เขามีลูกชายสองคนคือตัวเขาและลูกหลงคือการันต์อายุจึงห่างกันเยอะ การันต์กับมารดาไม่ค่อยจะได้อยู่ด้วยกันมากนัก การันต์เกิดแม่เขาก็สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงจึงต้องมีคนช่วยเลี้ยงและส่งน้องไปเข้าโรงเรียนประจำและไปเรียนต่างประเทศจนจบ นานๆทีมารดาจะบินไปเยี่ยมเพราะระยะทาง แต่การันต์ก็ไม่ได้เป็เด็กมีปัญหาสามารถเรียนจบและกลับมาไทยได้ทำงานที่ตัวเองเรียนมา
โดยการันต์ไม่ขอทำงานในบริษัทกับเขาการันต์ชอบอยู่กับธรรมชาติจึงขอมารดาไปซื้อที่ทางภาคเหนือปลูกพืชเมืองหนาวและทำปศุสัตว์มารดาเขาก็ไม่ห้ามเพราะเห็นว่าบริษัทก็ยังมีเขาคอยบริหารอยู่
'งานในบริษัทผมจะไม่ยุ่งกับพี่พันธุ์ผมไม่ชอบใส่สูทผูกไทด์ผมชอบทำเกษตรมากกว่า'
การันต์พูดดักทางมาขนาดนั้นแล้วใครจะห้ามเขาได้ล่ะ คนหนุ่มสาวสมัยนี้เขามีอิสระทางความคิดกันจริงๆแต่คงยกเว้นเื่แต่งงานคราวนี้
????มาลุ้นกันค่ะว่าพ่อคนรักอิสระจะยอมไม่ยอม ตอนหน้านะคะ ขอบคุณนักอ่านมากๆค่ะ ฝากติชมให้กำลังใจได้ทางข้อความเลยนะคะน้อมรับคำติชอบ ติชมแล้วขอหัวใจดวงหญ่ายๆหน่อยยยน้าา เลิฟๆ????