เหยียบย่ำสวรรค์ (จบ)

    บทที่37 3กระบวนท่า พาส2

    เจ้าหมาบ้า หันเซียง ถอยฝีเท้ากรูดออกไปหลายก้าว ก่อนแค่นเสียงแข็งกร้าว ส่งตรงมาหาเฉินหนาน ด้วยแววตาโกรธจัด 

     

    “ยังหรอกน่า นี่เพิ่งแค่การโจมตีกระบวนท่าแรก ของข้าเท่านั้น”

     

             เมื่อมันหมุนดาบใหญ่ มองเห็นกระแสเกลียวคลื่นลมบ้าคลั่ง ร่างใหญ่กล้ามเนื้อโป่งพอง เผยเส้นเลือดปูดนูน พลันพุ่งเข้าโจมตีเฉินหนาน ในท่าสะบั้นกวาดลาน 

     

    วูม! ร่างใหญ่โจนทะยานมาพร้อมคลื่นดาบแนวนอน พุ่งหมายตัดร่างเฉินหนาน ให้ขาดออกเป็นสองท่อน ท่ามกลางสายตาผู้คน 

     

    ย๊าก! มาพร้อมเสียงคำรามเข้าจู่โจม 

     

    เมื่อเฉินหนานกัดฟัน แอบเผาผลาญโลหิตภายในกาย เปลี่ยนเป็นม่านพลังสีเลือด ปกคลุมกายา พลันเกิดประกายไฟแปลบปลาบ 

     

    เมื่อปะทะคมดาบ เข้ากับม่านพลัง เคร้ง! ชนิดเฉินหนานไม่ได้ถอยฝีเท้าแม้แต่ครึ่งก้าว 

     

    “หืม! ม่านพลังคุ้มกันกาย งั้นหรือ?” หลานน่าหลาน นางกัดเล็บ ยังแทบไม่อยากเชื่อ ว่าเฉินหนานจะมีวิชาประหลาดแบบนี้ด้วย

     

    บนหอคอยตำราสูง องค์ชายเหยากวาง ยังกล่าวพึมพำ “ตอนสู้กับข้าไม่เห็นมันใช้ ม่านพลังคุ้มกันกายกับข้าเลย ชิ!” 

     

    ขณะเดียวกัน องค์หญิงเหยาหนิง ก็เหมือนได้เห็นความลับ วิชาที่เฉินหนาน แอบซ่อนนางไว้อีกอย่าง 

     

    พลางกำมือแน่นในแขนเสื้อ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย‘ข้าไว้ใจ เจ้าได้จริงหรือไม่ เฉินหนาน?’ 

     

    ทว่านางก็ยังไม่มั่นใจว่าอีกฝ่าย จะมีวิชาอะไรเก็บซ่อน นางไว้อีกหรือเปล่า ก่อนเสียงเหยาหนิงรีบเอ่ยเตือนขึ้นมา “เฉินหนาน ระวัง!” 

     

    เมื่อเจ้าหมาบ้า หันเซียง แค่นเสียง ย๊าก! พยายามกดดาบใหญ่ในฝ่ามือไม่ยอมถอย ด้วยสายตาบ้าเลือด 

     

              ส่งปราณพลังบีบอัด ควบแน่นเข้าไปภายในดาบใหญ่ ชนิดแผ่คลื่นปราณพลังรุนแรง ตัวใบดาบเกิดการสั่นไหว “ข้าไม่เชื่อหรอกว่า จะทำลายม่านพลังเจ้าไม่ได้ ย๊าก!”

     

    ตู้ม! ม่านโลหิตเฉินหนาน เกิดการแตกร้าว พลันพังกระจายเป็นเสี่ยงๆ จากแรงปะทะ ส่งคลื่นรุนแรง ออกไปทั่วสนามประลองในเสี้ยวพริบตา 

     

              เฉินหนานแปลกใจ เผยสายตาแหลมคมจนเล็กแคบเท่ารูเข็ม “ทะลวงได้งั้นหรือ!” เมื่อเห็นพลังดาบใหญ่ของหันเซียง เพิ่มพูนพลังทำลายล้าง พุ่งพรวดพราดขึ้นมาไม่น้อย

     

    ชนิดดาบใหญ่เกิดรอยแตกร้าว

     

    พร้อมเสียงผู้เฝ้ามองแค่นเสียงออกมา “จัดการไอ้หนุ่มนั้นเลย”

     

                  ดาบใหญ่เจ้าหมาบ้า หันเซียง ก็ตวัดเข้าหาเฉินหนาน ด้วยคลื่นพลังบ้าคลั่ง เสียงแหวกอากาศดังออกมาชัด ราวกับเหวี่ยงบ้านเข้ามาทั้งหลัง 

     

    “ฮ่าๆ มันจบแล้ว” ครั้นเจ้าหมาบ้า หันเซียง เหวี่ยงฟาดดาบลงในจังหวะต่อเนื่องเต็มแรง 

     

    มีความมั่นใจหลายส่วน เฉินหนานจะต้องหลบดาบใหญ่ของมันแน่ ไม่ก็ยอมตายเสียตรงนี้

     

    วูม! 

     

    เฉินหนานพลางถอนลมหายใจออกมายาว ในเสี้ยวขณะ “ให้มันได้แบบนี้ซิ”

     

    เมื่อความคิดของทุกคนดันผิดคาด…

     

               ครั้นเฉินหนานเปลี่ยนฝ่ามือเป็นสีม่วงเข้มราวกับโลหะทมิฬ เลือดการต่อสู้ภายในกายพลุ่งพล่าน เขาพลันเอื้อมฝ่ามือ ออกไปจับคว้าดาบใหญ่ ไว้ในเสี้ยวขณะเสีย ดื้อๆ

     

    ตึง! เปรี้ยง! แรงสั่นสะเทือนสะท้านไปทั่วแขน ประกายไฟ กระจายระยิบระยับ

     

               เฉินหนาน กล่าวบอกมันที่พยายาม จะดึงดาบใหญ่ออกจากฝ่ามือ เขาที่มีเลือดไหลซึมให้ได้ “ครบ3กระบวนท่าแล้วนะ เจ้ายังไม่ยอมแพ้อีกหรือ?” ชนิดกล้ามใหญ่ ของมันตอนนี้ โป่งพอง

     

    ก่อนได้ยินเสียง ชิ! ไม่พอใจของหลานน่าหลาน กล่าวเสียงหงุดหงิด ออกมาให้คนรับใช้ของนาง “ไอ้บ้านี่ ทำอะไร ก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง จริงๆ”

     

               เจ้าหมาบ้า หันเซียง ยิ่งบ้าคลั่ง ที่เห็นหลานน่าหลาน ไม่พอใจมันเป็นอย่างมาก เสียงแค่น มันก็คำรามกู่ร้อง ด้วยความไม่จำยอมออกมา “ใครจะไปสนเรื่องพันนั้นกันเล่า เจ้าโง่ อย่างไรข้าต้องไม่แพ้เจ้า” 

     

    ครั้นดึงดาบใหญ่ ออกไปพ้นฝ่ามือเฉินหนาน มันก็เตรียมพุ่งยืดขยาย ดาบใหญ่ ไม่สนการประลอง3กระบวนท่าของพวกเขาอีกต่อไป 

     

    เมื่อสำแดงวิชาท่าผ่าโลกันตร์ “กระบวนท่าที่2 คลื่นดาบยาว จงเสียบ ทิ่มแทงให้ข้า”

     

    วูม!

     

    เฉินหนานเหยียบฝีเท้า พุ่งปราดออกไปราวกับศรที่ถูกยิง ปัง! ส่งให้พื้นสนามประลอง ปรากฏรอยเท้าลึก จากแรงดีดตัว 

     

    ครั้นเฉินหนานเบี่ยงตัวหลบเลี่ยง คลื่นดาบขยายยืดยาว เข้าไปหาเจ้าหมาบ้า หันเซียงในเสี้ยวขณะ

     

    อีกฝ่ายเองก็เผยความตระหนก เมื่อเห็นเฉินหนานเข้าประชิดตัวมันได้ พลันทิ้งดาบใหญ่ปะทะหมัด กำปั้นกับเฉินหนานทันที 

     

    เปรี้ยง! ตู้ม! ทำให้หลายคนรับรู้ได้ทันที ทั้งสองฝึกฝน ด้านกายาเป็นหลัก เมื่อได้ยินเสียงกระดูก กล้ามเนื้อเคลื่อนขยับ ดังสะท้านใจ

     

    หันเซียง จู่ๆ แขนมันก็ชาสะเทือนขึ้นมาไม่หยุด “ได้อย่างไรกัน พลังหมัดที่เหนือกว่าข้า งั้นหรือ?”

     

                เฉินหนานยิ้มประหลาดดูชั่วร้ายชอบกล เมื่อจับข้อมืออีกฝ่ายได้ “ถึงตาข้าลงมือบ้างแล้ว” เขาก็เหวี่ยงฟาดร่างอีกฝ่ายไปมา กับพื้นสนามประลองทันที 

     

    ปัง! ปัง! ปัง! สองสามตลบ จนหมาบ้า หันเซียง สลบเหมือดคามือเฉินหนาน สมกับเป็นคนเถื่อน 

     

    เมื่อเหยาหนิงนางยิ้ม ปนหัวเราะ แห้งๆ “เหอะๆ ดี ดี อย่างน้อยก็ถือว่า พวกเราเป็นฝ่ายชนะการต่อสู้ครั้งนี้” 

     

              เฉินหนานครั้นลงมาจากสนามประลอง ด้วยสายตาปลาตาย ไม่มีอารมณ์ร่วม ผู้คนต่างก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ คล้ายมองว่าองค์หญิงเหยาหนิง ไปเก็บเจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้มาจากที่ใด

     


    ด้านบนหอตำราสูงสุด

     

    ศิษย์พี่ เฟิงจุน สำนักกองทหาร ยังกล่าวเสียงหนักเอ่ยชม “เหมือนว่าโล่คุ้มกันกาย องค์หญิงเหยาหนิงคนใหม่ จะกายาแข็งแกร่งไม่เบาเชียว” 

     

                องค์ชายเหยากวางอยู่ด้านข้าง ถูคาง ยังพยักหน้า เห็นด้วยในข้อนี้กับสหายเฟิงจุน “หากเจ้าหนุ่มเฉินหนานผู้นี้ ไว้ใจได้ ก็ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกับเหยาหนิงแน่”

     

    ครั้นได้ยินหลานน่าหลาน กล่าวหยอกล้อ องค์หญิงเหยาหนิง ชนิดเสียดสี ให้ชื่อเสียงนางเสื่อมเสีย

     

    “ถึงว่าที่แท้องค์หญิง ก็ชอบคนฝึกกายาแข็งแกร่ง ไว้ข้างกายนี่เอง” เมื่อหลานน่าหลาน เอื้อมฝ่ามือลูบไล้ แอบจับกายาของเฉินหนาน 

     

    มันก็ทำให้ชายหนุ่มรอบด้านถึงกับเดือดดาล บ้าคลั่ง ไม่เว้นแม้แต่ศิษย์พี่ เฟิงจุนเอง

     

    ชิ! เหยาหนิงหน้าขึ้นสี รีบคว้ามือเฉินหนาน พลางหันหลัง สะบัดชายอาภรณ์จากไปทันใด “หลานน่าหลาน ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว เราไปกันเถอะ” 

     

                 เมื่อนางลากเฉินหนาน ออกจากความชุลมุนวุ่นวายไป ท่ามกลางเสียงซุบซิบจากผู้คน พร้อมสายตาพวกนั้น ที่จ้องมองมา สามารถฆ่าสังหารเฉินหนานได้ ด้วยสายตาของพวกเขากันแล้ว

     


    คล้ายกับเรื่องเหยียบย่ำสวรรค์ (จบ) ที่คุณอ่าน