“ไม่เป็นไรหรอกดิษฐ์ ว่าแต่เธอเถอะ...เป็นยังไงบ้างไหนอัพเดทมาสิ”เมื่อเห็นว่าพิญญารับได้กับการจากไปอย่างกระทันหันของพ่อและแม่ของเธอในวันนั้นสุรดิษฐ์ก็ยิ้มออก
“เป็นครูโรงเรียนบ้านนอกมันจะมีอะไรให้อัพเดทหนักหนา”
“ก็อย่างเช่น เธอแต่งงานหรือยัง มีลูกกี่คนแล้ว”
“เรายังไม่ได้แต่งงานหรอกครูจนๆ จะมีใครสนใจล่ะ”อันที่จริงสุรดิษฐ์อยากจะบอกเหลือเกินว่าจนทุกวันนี้เขาก็ยังตัดใจจากพิญญาไม่ได้แม้เขาจะรู้ตัวว่าเป็นได้แค่เพื่อนสนิทเท่านั้น
“เธอเป็นคนดี สักวันเธอจะเจอคนที่ดีเหมือนกับเธอ”หญิงสาวกล่าวไปแบบนั้นเพื่อจะสื่อถึงความในใจว่าเธอไม่ใช่คนดีที่ควรคู่กับเขานักหรอก
ทั้งสองคนคุยกันอยู่ครู่ใหญ่ก็ตกลงกันว่าจะไปรับอลินที่โรงเรียนพร้อมกันแล้วจะได้พาเจ้าตัวเล็กไปกินขนมอร่อยๆโดยมีเจ้ามือเป็นสุรดิษฐ์ น่าแปลกที่พออลินเจอกับสุรดิษฐ์ครั้งแรกแทนที่เด็กน้อยจะหวาดกลัวเหมือนเมื่อครั้งเจอกับชยันต์อลินกลับชวนเขาคุยจ้อราวกับว่ารู้จักกันมานานคงเพราะชายหนุ่มท่าทางใจดีและเป็นครูที่อยู่กับเด็กๆ มามากทำให้เขามีออร่าของความเมตตาและเอ็นดูซึ่งอลินคงรับรู้ได้
“แปลกนะเธอไม่ใช่คนช่างพูดแต่ทำไมลูกสาวถึงได้พูดเก่งจนน้ำไหลไฟดับขนาดนี้”ชายหนุ่มเอ่ยขณะที่มองดูเด็กหญิงดำผุดดำว่ายอยู่ในบ้านบอล
“ไม่รู้เหมือนกันนะ สงสัยจะกลัวเราเหงาล่ะมั้ง”
“ที่ผ่านมาคงลำบากมากสินะญ่า”
“อืม ตั้งแต่ป่วยคราวนั้นอลินก็ไม่ค่อยแข็งแรง ต้องคอยดูแลกันตลอด”คนเป็นแม่เอ่ยพลางมองลูกสาวที่เล่นบอลสนุกสุดเหวี่ยงโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นอ่อนแอกว่าที่คิด
“แล้วเธอล่ะ”
“เจ้คงบอกเธอแล้วมั้ง เรื่องอาการป่วยของเรา”
“บอกแล้ว แต่เดี๋ยวนี้เขารักษามะเร็งหายกันเยอะแยะไปเธอไม่เห็นจะต้องคิดมากไปก่อนเลย ยังเรื่องที่เอาลูกไปให้กับคนแบบนั้นอีก”ครูหนุ่มพยายามกดน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่าความรู้สึกภายในจะขุ่นมัวมากแค่ไหนก็ตาม
“อนาคตมันไม่มีอะไรแน่นอนไม่ใช่หรือ ที่เราทำลงไปก็เพราะจะได้มั่นใจว่าอลินจะไม่ต้องอยู่ลำพังหากว่าเรา...”
“แล้วเธอเชื่อใจเขางั้นหรือ” สุรดิษฐ์ถามทั้งที่หญิงสาวพูดไม่ทันจบ
พิญญานิ่งไปเพราะเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าชยันต์จะเป็นพ่อที่ดีให้กับอลินได้หรือไม่ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขามันยากเกินกว่าจะอธิบายได้ แต่ที่แน่ๆหญิงสาวมั่นใจว่าเขาคงไม่ใช่สามีและคนรักที่ดีได้เพราะถ้าชยันต์เป็นคนดีรักเดียวใจเดียวจริงๆ เขาจะผูกปิ่นโตเลี้ยงดูสาวๆไว้แก้เหงาทำไมกันคนแบบนั้นคงไม่รู้จักคำว่ารักหรือแม้แต่หัวใจก็ไม่แน่ว่าจะมีเหมือนคนอื่นเขา...
“แต่ถ้าเธอเชื่อใจเรา เราพร้อมจะดูแลเธอกับลูกนะญ่า”สุรดิษฐ์เอ่ยพร้อมกับมองมาที่หญิงสาวด้วยสายตาจริงจัง
พิญญารู้ดีว่าชายหนุ่มเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาเป็นคนจริงจังในทุกเรื่องแต่ก็ใจดีกับเธอเสมอแต่หญิงสาวคงจะรับน้ำใจจากเขาไม่ได้เพราะนั่นเท่ากับเป็นการสร้างความด่างพร้อยให้กับชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วของสุรดิษฐ์ผู้หญิงที่มีอดีตอย่างเธอคงไม่เหมาะกับใครทั้งนั้นหญิงสาวปฏิเสธไปโดยรักษาน้ำใจของเพื่อนสนิทที่สุดแต่ถึงอย่างนั้นสุรดิษฐ์ก็ยังยืนยันว่าหากอลินอยู่กับพ่ออย่างชยันต์ไม่ได้เขาก็ยินดีจะรับเด็กหญิงเป็นลูกบุญธรรมและจะดูแลตัวเธอด้วย
เรื่องนี้ทำให้เธอหนักใจ...แต่ก็ยังคงหนักแน่นในความคิดว่าสุรดิษฐ์ควรได้มีชีวิตที่ดีกว่าการต้องมารับผิดชอบแม่ลูกติดที่ป่วยกระเสาะกระแสะจะตายแหล่มิตายแหล่ ทั้งลูกก็ยังสุขภาพไม่แข็งแรงด้วยอีกคน ภาระใหญ่หลวงนี้ คนดีๆเช่นเขาไม่ควรแบกรับเพราะไม่ได้เป็นคนสร้างเอาไว้สักนิด
พอเล่นสนุกจนหนำใจแล้วสุรดิษฐ์ก็พาสองแม่ลูกไปกินอาหารร้านประจำที่ทั้งสองคนเคยกินสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยความทรงจำเดิมๆกลับมาอีกครั้งทำให้พิญญารู้สึกสดชื่นขึ้นเมื่อคุยถึงเรื่องราวหนหลังนานแล้วที่หญิงสาวไม่ได้หัวเราะจนท้องแข็งขนาดขนาดนี้ชายหนุ่มปิดท้ายมื้อแห่งความสุขด้วยไอศกรีมแสนอร่อยที่ทำให้อลินอิ่มจนพุงกางจากนั้นจึงพาสองแม่ลูกไปส่งที่บ้าน
“ขอบคุณมากนะดิษฐ์ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”
“ไม่เห็นต้องขอบคุณเราเลย ดีเสียอีกได้มาเจอกันอีกครั้งพร้อมกับหนูอลินด้วย” ชายหนุ่มตอบพลางก้มลงไปหยิกแก้มยุ้ยของเด็กหญิงเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ขึ้นมากรุงเทพอีกเมื่อไหร่บอกเรานะ”
“ได้สิ เธอก็เหมือนกันนะญ่า ลงไปเที่ยวเมื่อไหร่บอกเราหรือถ้า...เธอเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ก็บอกเรานะ เรายินดีเสมอ”
สุรดิษฐ์ทิ้งท้ายโดยที่หญิงสาวเข้าใจความหมายดี แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้แต่ยิ้มรับและยืนยันคำตอบเดิมชายหนุ่มโบกมือลาจากสองคนแม่ลูกไปแล้วแต่อลินก็ยังอ้อยอิ่งโบกมือบ๊ายบายจนกระทั่งรถของชายหนุ่มหายลับตาไปถึงจะเข้าบ้านได้
“แม่ขา ลุงดิษฐ์จะมาอีกเมื่อไหร่คะ”
“ลุงเขาเพิ่งกลับไปเองลูก ทำไมหรือคะ อลินอยากให้ลุงดิษฐ์อยู่นานๆเหรอ”
“อืม...ใช่ค่ะ ลุงดิษฐ์ใจดี เล่นก็สนุก อลินชอบลุงดิษฐ์ค่ะ”
“แล้วลุงเจ้าของบ้านล่ะคะ อลินชอบไหม”
เมื่อเจอคำถามแบบนี้ไปเด็กหญิงก็ถึงกับต้องกุมขมับลุงเจ้าของบ้านก็ดีอยู่หรอกแต่ดูท่าทางดุๆดูไม่เป็นมิตรทำให้อลินไม่อยากอยู่ใกล้มากนักอันที่จริงเธอก็ไม่อยากให้เขาอยู่ใกล้กับแม่ด้วย คนดุอย่างนั้นน่ากลัวจะตายไป
เมื่อเจ้าตัวเล็กอ้ำอึ้งพิญญาก็ไม่เซ้าซี้แล้วจูงมือกันเข้าบ้านแต่ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านเธอก็เห็นชยันต์นั่งรออยู่ข้างในก่อนแล้ว
“ไปไหนกันมา” เขาถามคำแรกด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ไปกินข้าวกับเพื่อนค่ะ”
“เพื่อนคนไหน อ๋อ...ไอ้สุรดิษฐ์สินะ”ชยันต์พูดเพียงเท่านี้แล้วก็ปราดเข้ามาประชิดตัวของหญิงสาววันนี้ทั้งวันเขาได้ข่าวจากคนสนิทแจ้งให้ทราบว่าพิญญาไปกินข้าวกับเพื่อนเก่าคนนั้นอย่างสนิทสนมซ้ำยังพากันไปรับอลินที่โรงเรียนและใช้เวลาจนถึงค่ำที่ร้านอาหารอย่างมีความสุข
“คุณรู้แล้วถามทำไมคะ” หญิงสาวถอนหายใจอย่างระอา
“มันมาทำไม” ชยันต์ยังจดจำใบหน้าของไอ้หนุ่มคนนั้นได้ดีวันนั้นเจ้าหนุ่มนั่นขวางกลางระหว่างเขากับพิชชาและยื่นคำขาดว่าอย่าให้เขาเข้าใกล้เธออีกพร้อมกับประเคนหมัดงามๆใส่หน้าชยันต์หนึ่งทีจนเขาเซถลา
จากนั้นก็ก่นด่าเขาสารพัดว่าเป็นคนเฮงซวยที่แม้แต่ลูกตัวเองก็คิดจะฆ่าได้ลงคอแต่เมื่อชยันต์ไม่ตอบโต้ผู้ชายคนนั้นก็ลากเอาร่างเล็กของพิชชาออกไปจากชีวิตเขาแถมยังพูดต่อหน้าเขาด้วยว่าเขาจะดูแลผู้หญิงคนนี้เองโดยไม่สนใจว่าเธอเคยเป็นอะไรมาก่อนอันที่จริงก็น่านับถือจิตใจของเพื่อนที่ชื่อสุรดิษฐ์คนนั้นความรักอันบริสุทธิ์ที่เขามีให้กับพิชชานั่นมั่นคงจนชยันต์ต้องถามตัวเองว่าแท้จริงแล้วเขารักหญิงสาวบ้างหรือไม่
“เขามาธุระ เราก็เลยนัดกินข้าวกันตามปกติ”
“ปกติงั้นเหรอ ฉันนึกว่าพอเห็นแฟนเก่ามาหา ก็พากันไปรำลึกความหลังกันเสียอีก”ชายหนุ่มพูดกดเสียงให้เบาลงแต่ก็พอจะจับได้ถึงความหยามเหยียดในคำพูดของเขา
“ความคิดคุณมันสกปรก ฉันไม่คุยกันคุณแล้ว”
พิญญาเดินหนีออกจากตรงนั้นแต่ชายหนุ่มกลับคว้าแขนของเธอไว้ก่อนสำหรับเขาแล้วความรู้สึกเป็นเจ้าของในตัวของหญิงสาวนั้นยังคงอยู่และเขาก็ไม่ชอบใจนักเมื่อพิญญาไปพบเจอกับคนอื่นแต่บางทีความโมโหคงทำให้ชยันต์ลืมไปแล้วว่าตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กในสังกัดของเขาอีกต่อไป
“ปล่อยฉัน”
“ไม่...ถ้าเธอต้องการเรื่องอย่างว่าล่ะก็ไม่เห็นจะต้องไปเรียกคนรักเก่ากลับมาเลยนี่ เพราะเรื่องแบบนั้นฉันก็ทำให้เธอได้”ชยันต์ไม่พูดเปล่าแต่ฉุดร่างบางของพิญญาขึ้นไปยังชั้นสอง
แม้จะพยายามดิ้นรนสักเท่าไหร่หญิงสาวก็ไม่สามารถสู้แรงของชยันต์ได้อลินที่ยืนดูเหตุการณ์ด้วยความงุนงงอยู่นั้นพยายามคิดว่าจะช่วยแม่ของเธออย่างไรได้ดังนั้นเด็กหญิงจึงวิ่งขึ้นบันไดไปเพื่อจะดันร่างของชายหนุ่มให้ออกห่างจากแม่สุดแรง
“ปล่อยแม่นะ อลินบอกให้ปล่อย” อลินใช้มือน้อยๆแกะมือของชยันต์ที่จับท่อนแขนของหญิงสาวไว้แน่นแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเด็กน้อยจึงใช้ร่างอ้วนกลมโหนสุดแรง
ชยันต์ที่พยายามฉุดร่างของพิญญาขึ้นไปนั้นไม่ได้สนใจเด็กน้อยที่พยายามจะช่วยแม่ให้หลุดออกจากพันธนาการแต่ทันใดนั้นมือของเขาที่จับแขนของหญิงสาวไว้เกิดหลุดออกพร้อมๆ กับร่างน้อยๆที่กลิ้งตกบันไดลงไปยังชั้นล่าง
“อลิน!”พิญญาร้องเสียงหลงแล้วสะบัดตัวพร้อมกับวิ่งลงไปดูลูกสาวที่นอนนิ่งอยู่ที่บันไดชั้นล่างสุดเด็กหญิงนอนนิ่งสนิทและพิญญาก็สัมผัสได้ถึงของเหลวเหนียวข้นตรงมือที่เธอประคองส่วนหัวของลูกเอาไว้
“อลิน อลิน...ได้ยินแม่ไหมลูก โธ่...อลิน อย่าเป็นอะไรไปนะ”คนเป็นแม่เอ่ยทั้งน้ำตาพร้อมกับประคองร่างของเด็กน้อยไว้แนบอก
“ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ชยันต์พูดด้วยน้ำเสียงทั้งตกใจและรู้สึกผิดแต่เมื่อเขาเดินลงมาใกล้พิญญาก็อุ้มลูกหนีไปอีกทาง ในหัวใจเกิดความเจ็บแปลบเกินพรรณนาเมื่อได้เห็นภาพนั้น
“ไม่ต้องมายุ่ง! คนใจร้าย ฉันคิดผิดจริงๆที่เชื่อว่าคุณจะดูแลอลินได้ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่าคนอย่างคุณไม่มีทางจะเป็นพ่อที่ดีได้”
“แล้วนั่น เธอจะพาลูกไปไหน” คำว่าลูก...หลุดออกมาจากปากจนได้ด้วยความห่วงใยมาจากสุดก้นบึ้ง
“ฉันจะพาลูกไปหาหมอ ลูกของฉัน...ฉันดูแลเองได้”หญิงสาวอุ้มลูกน้อยที่หมดสติไปเรียกรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาลโดยทิ้งชยันต์ที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ที่บ้านหลังนั้น
ชายหนุ่มทำอะไรไม่ถูกความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่รุนแรงจนร่างใหญ่ทรุดนั่งลงกับพื้นแล้วใช้สองมือกุมศีรษะเอาไว้“ทำเหี้ยอะไรลงไปวะ!”