นั่งอยู่ในรถระหว่างเที่ยงวัน ภาพจำของเหตุการณ์เมื่อวานยังไม่ลืมเลือน เพนจีใส่ไม่ยั้งเหมือนกับเครื่องยนต์ที่ลูกสูบหมุนแทบไหม้ แต่ถึงอย่างนั้นเครื่องกลับแรงไม่มีตก เนี่ยฝานโดยตลอดมาเป็นฝ่ายคุมเกมแทบจะทุกครั้ง แต่มีครั้งนี้ครั้งเดียวที่เขาตกเป็นรอง นอกจากนั้นยังแทบไม่ได้นอน เพราะตื่นขึ้นมาก็ถูกล่อซะหลายยก
“โชคดีที่ร่างกายได้รับการพัฒนา หากเป็นร่างกายตามปกติของพล็อตนิยาย เนี่ยฝานคงได้ตายกลายเป็นหนอนแห้ง” ชายหนุ่มหัวเราะเยาะตัวเอง ดีนะที่เคลื่อนไหวหลังจากร่างกายแข็งแรง มิฉะนั้นเมื่อพบเพนจีครั้งแรกแล้วมีอะไรกันเลย คงไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายเพราะเซ็กส์อันรุนแรง
รถจากโรงแรมบลูสตาร์ขับพาเนี่ยฝานเข้าไปในวิลล่าส่วนตัว
เหวินจิงซึ่งได้รับแจ้งจากยามหน้าประตูด้านล่างทางขึ้นภูเขารีบเดินออกจากบ้าน ต้อนรับเขาที่หน้าประตูวิลล่า
เนี่ยฝานลงจากรถแล้วมองภรรยาพยาบาล ท้องของเธอโตแต่ไม่มากเท่ากับหน้าอกที่ยานลงมาถึงเอว จะว่าไปแล้วหน้าอกเหมือนว่าจะยังไม่หยุดเติบโต รวมถึงการผลิตน้ำนมที่มากไปในแต่ละวัน
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะนายน้อย” เหวินจิงไม่ได้ถามว่าเขาไปไหนมาเพราะเมื่อวานก็เห็นๆ กันอยู่ รวมถึงคนอื่นๆ เช่นอัลบา ฯลฯ
พวกเธอต่างรู้ว่าเพนจีเป็นคู่หมั้นของเนี่ยฝาน แต่สุดท้ายก็ยังไม่เคยมีอะไรกัน ในฐานะผู้หญิงด้วยกันเข้าใจหัวอกหัวใจได้ไม่ยาก ดังนั้นอัลบาจึงรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะเข้ามาขโมยของของคนอื่น เป็นการดีกว่าที่จะถอยมาครึ่งก้าว รวมถึงผู้หญิงคนอื่นเพื่ิอให้เพนจีมีโอกาสอยู่กับเนี่ยฝาน
เนี่ยฝานจับมือของเหวินจิง ตามด้วยกล่าว “ไม่จำเป็นต้องมารับผมทุกครั้งก็ได้ ตอนนี้เหวินจิงกำลังท้องกำลังไส้ พักผ่อนให้เยอะๆ จะดีกว่านะ”
“แต่ว่านายน้อย...”
“ไม่มีแต่ คนรับใช้ในบ้านก็มีตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ อีกอย่างหนึ่งหากลูกเป็นอะไรไปคงแย่ ด้วยพรของเครื่องประดับอินฟินิตี้สตาร์พี่สาวเหวินเองก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่ากำหนดคลอดใกล้เข้ามาแล้ว หรือว่ายังอิงกับเวลากำหนดคลอดเดิมอยู่อีก”
เหวินจิงผงะก่อนจะพยักหน้า หากเนี่ยฝานไม่เตือนเธอก็แทบจะลืมไปเลย แม้ว่าตอนนี้ท้องจะใหญ่หรือหน้าอกเหมือนกับวัวนมแต่กลับไม่เหนื่อย เนื่องจากเธอสวมใส่เครื่องประดับอินฟินิตี้สตาร์ครบทุกชิ้น ร่างกายจึงรับพลังงานภายนอกโดยตลอด เป็นเรื่องแปลกหากจะเหนื่อย
หลังจากเทศนาเหวินจิงให้ดูแลตัวเองมากๆ เนี่ยฝานได้กลับเข้าไปนอนพักผ่อนในห้อง
การอยู่กับเพนจีเป็นเรื่องต้องใช้พลังงานจำนวนมาก จำเป็นต้องพักผ่อนทั้งวัน มิฉะนั้นหากกลางคืนมาถึงแล้วภรรยาคนอื่นอยากกินกล้วยแต่คุณชายดันไม่มีแรง นั่นคงกลายเป็นที่น่าหัวเราะสำหรับคนที่อยากเปิดฮาเร็ม
......
หัวหน้าหม่ารีบดำเนินการตามคำสั่งของลูกค้า วันรุ่งขึ้นเมื่อคนพร้อมเขาจึงเดินทางมาที่เมืองลู่ซานพร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆ ในการขุดสุสานหรือทำพิธีกรรมส่วนหนึ่งทางไสยเวทย์โบราณ
จริงอยู่ที่มันค่อนข้างงมงายไร้สาระ แต่นี่คือโลกแห่งปาฏิหาริย์ อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
“หัวหน้าหม่ายินดีต้อนรับ ผมจงเจ๋อตงได้รับคำสั่งจากคุณซางให้มาช่วยประสานงาน หากมีอะไรขาดเหลือระหว่างอยู่ที่นี่ก็บอกผมได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ” ชายอ้วนวิ่งมาแต่ไกล เหมือนว่าเขาจะรออยู่ที่นี่นานแล้วกลิ่นตัวถึงได้ฉุน หัวหน้าหม่าและคณะต้องเบือนหน้าหนีไปไกล
“รีบพาผมไปดูเนินที่ว่า” หัวหน้าหม่าดูไม่ค่อยอยากรอนาน
“เชิญทางนี้ครับ”
ภายใต้การนำของจงเจ๋อตงไม่นานหัวหน้าได้มาถึงเนินดินที่มีวัชพืชจำนวนมากขึ้นถึงหัวเข่า
จงเจ๋อตงไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาแค่เป็นผู้ประสานงานแต่ไม่รู้เรื่องราว จะดีกว่าที่ปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเอง
“หวังเฉา ใช้ตาของนายดูซิว่าหน้าดินนี้ซ่อนอะไรอยู่ข้างใต้” หัวหน้าหันไปกระซิบบอกชายซึ่งมีผ้ายันต์ผืนสีขาวปิดตา ลักษณะของเขาคล้ายกับเย่ซวนที่ควบคุมพลังไม่ได้ จึงต้องมีเครื่องรางบดบังดวงตา
หวังเฉาซึ่งเป็นชายหนุ่มอายุ 20 ปีก้าวมาข้างหน้าตามคำสั่ง ผ้ายันต์ที่อยู่บนหน้าถูกดึงออก บังเอิญจงเจ๋อตงเหลือบไปเห็นถึงกับร้องเสียงหลง ใบหน้าของหวังเฉาไม่มีอะไรผิดปกติแต่ดวงตาของเขาต่างหากที่ผิดปกติ เมื่อไร้ผ้ายันต์น้ำเลือดน้ำหนองพลันไหลทะลักออกมาจากกระจกตา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงราวกับตาผี
หวังเฉาไม่สนใจเสียงนกเสียงกาที่กำลังร้อง รีบใช้งานความสามารถที่ได้มาแบบผิดๆ ก่อนที่เขาจะเห็นบางอย่างที่อยู่ภายในเนินดิน แล้วนั่งคุกเข่าสวมผ้ายันต์คลุมหน้าพร้อมกับหอบหายใจหนักหน่วง
“เป็นยังไงบ้างหวังเฉา” หัวหน้าหม่าถาม
หวังเฉาหอบหายใจเล็กน้อยเพื่อเรียกสติตัวเอง ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “มีทางเดินภายใน คล้ายกับเส้นทางเข้าไปในคุกคุมขังนักโทษ และนอกจากนั้นเหมือนว่าผมจะเห็นปีกและโซ่เหล็ก”
“ปีก...โซ่เหล็กเหรอ” หัวหน้าหม่ากัดริมฝีปาก ของเก่าโบราณมีจำนวนมากที่เขาค้นพบจากสุสานโซ่จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปีกหรืออะไรทำนองนั้นไม่เหมือนกับของเก่าในจีนเลย แต่หากมองเป็นศิลปะจากต่างแดนทางยุโรปก็น่าจะมีพวกรูปปั้นเทวาทำนองนั้น
“ประมาณนั้นครับแต่ผมรู้สึกไม่ดีเลย คล้ายกับว่าหากมองนานกว่านี้ปีกพวกนั้นอาจจะขยับ แม้แต่โซ่คงไม่สามารถรั้งตัวมันไว้ได้” หวังเฉากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
หัวหน้าหม่าตบไหล่ของเขา “ไม่เป็นไรนี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่เราพบเรื่องแปลกๆ จริงไหม”
หลังจากที่ปลอบใจลูกน้องเล็กน้อยหัวหน้าหม่าจึงหันไปสั่งให้คนในกลุ่มเริ่มขุดเนินดินเพื่อเจาะทางเข้าไป แม้ว่าภายในนั้นตามคำกล่าวของหวังเฉาจะเหมือนกับคุกมากกว่าที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงหรือฮ่องเต้ แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าอาจเป็นที่ซ่อนของสมบัติ
ในฐานะคนที่อยู่ในวงการนี้มานานหัวหน้าหม่าพบการปะแป้งโรยหน้าเพื่อปกปิดขุมทรัพย์จำนวนมาก ครั้งนี้เองเขาก็คิดว่าอาจจะมีของดี จึงได้เร่งการขุดเจาะแทบจะทันที
จงเจ๋อตงที่อยู่ในเหตุการณ์บังเอิญได้ยินคำพูดเหล่านั้น เขาหาโอกาสออกมาคนเดียวด้วยเหตุผลปวดท้องแล้วเข้าไปนั่งในรถ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาติดต่อเจ้านาย
“คุณซางครับ หัวหน้าหม่าเริ่มการขุดเจาะแล้ว”
“โอ้...สมกับเป็นหัวหน้าหม่าทำงานได้รวดเร็วจริงๆ แล้วมีอะไรอีกไหม” สิ่งที่คุณซางหมายถึงคือเนินดินของเขาซ่อนอะไรไว้ มิฉะนั้นเขาคงไม่จงใจส่งจงเจ๋อตงไปหรอก
“ยังไม่ได้รับการยืนยันที่แน่นอน แต่ว่าภายในนั้นอาจเป็นทางเข้าคุกสมัยโบราณ มีปีกของเทวทูตและโซ่เหล็กที่รั้งตัวเทวทูตไว้ครับ” จงเจ๋อตงไม่รู้ว่ามันคือปีกอะไร เขาจึงทำได้เพียงคาดคะเนถึงความเป็นไปได้เท่านั้น
“คุกเหรอ...หึหึหึ หัวหน้าหม่าช่างเข้าใจเล่น เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกระตือรือร้นเพียงเพราะพบคุก ที่นั่นอาจจะซ่อนสมบัติจริงๆ ก็ได้ บอกทีมของคุณให้คอยสแตนบายเผื่อไว้ เมื่อของถูกขุดขึ้นมาให้รีบดำเนินการทันที”
“เข้าใจแล้วครับ” จงเจ๋อตงออกมาจากรถอย่างรีบๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครเห็นเขากำลังทำอะไรอยู่
“หัวหน้าหม่า ชายคนนั้นที่คุณซางส่งมาไว้ใจไม่ได้ จะให้ผมจัดการเลยไหมครับ” คิดส์หนึ่งในผู้ติดตามของทีมเข้ามากระซิบบอก เขาแบกดาบเล่มยาวกว่าตัว ออร่าที่แสดงออกมาผ่านแววตาค่อนข้างน่ากลัว นี่คือหนึ่งในคนที่เคยฆ่าคนมาแล้วของกลุ่มขุดสุสาน
“ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบร้อน หากขุดแล้วมันเป็นแค่คุกธรรมดาก็ถือว่ามองไม่เห็นเรื่องพวกนี้ไป แต่หากข้างในเป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ ก็อีกเรื่องหนึ่ง”
คิดส์พยักหน้าแล้วกลับไปประจำตำแหน่งเดิม ใช้เวลาไม่นานหน้าดินจึงถูกเปิด มีทางหินเล็กๆ ขนาดพอหนึ่งคนเดินสำรวจ
หัวหน้าหม่ารีบเดินลงไปสำรวจหน้าทางเข้า จมูกดมกลิ่นชื้นภายใน ใช้มือแตะทางหินที่พื้นเพื่อวิเคราะห์อายุของคุกใต้ดิน โดยปกติเหล่านักขุดสุสานจะมีวิธีการที่ต่างออกไป บ้างก็ใช้เครื่องมือทันสมัย บ้างก็ใช้ความสามารถของตัวเองเข้าช่วย
“เป็นยังไงบ้าง...” เฉาจื่อเข้ามาถาม
“ที่นี่มันแปลก...แต่ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอธิบายยังไง ต้องลงไปดูก่อนถึงจะรู้”
“เข้าใจแล้ว”
เฉาจื่อลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองกลุ่มคนที่กำลังเตรียมตัวข้างหลัง จากนั้นด้วยการประสานงานกลุ่มแรกจึงเดินเข้าไปสำรวจก่อน
เย่ซวนยืนอยู่ในร่มทว่าดวงตาของเขาที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าปิดตาราวกับกำลังสั่งสมพลังงานจำนวนมหาศาลที่พร้อมจะปะทุ
อี้เหนี่ยวและอี้เฟยใช้ไฟฉายเพื่อสร้างแสงสว่างในเส้นทางเล็กๆ และอับชื้น
ภายในโพรงดินมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็เหมือนเขาวงกต กลุ่มคนที่ตามมาด้านหลังเริ่มทำสัญลักษณ์ไว้บนผนังหิน ผ่านกำแพงช่วงนี้ไปจะพบกับโซ่เหล็กตามคำกล่าวของหวังเฉา
เมื่อเข้าไปลึกขึ้นโซ่เหล็กราวกับพัวพันเป็นเส้นใยเหมือนกับสายไฟในบางประเทศที่ไม่ได้เก็บไว้ใต้ดิน พื้นที่ตรงนั้นราวกับถูกความเย็นกัดเซาะ ไฟฉายในมือของอี้เหนี่ยวส่องไปรอบๆ ก่อนจะสะดุดกับรูปปั้นสีขาวซึ่งมีปีกและถูกตรึงไว้ด้วยโซ่เหล็กเหมือนกับนักโทษ
“ทีมสำรวจที่ 1 เราพบเป้าหมายแล้ว เป็นรูปปั้นต่างประเทศไม่ใช้ของจีน มันเหมือนกับถูกขโมยมามากกว่า” อี้เหนี่ยวหยิบวิทยุสื่อสารออกมารายงาน แต่ทว่าในตอนนั้นเองรูปปั้นมีปีกดันขยับ มันหักศีรษะของเธอหมุนในคราวเดียว!