อาหารเย็นมื้อแรกในหมู่บ้านชนเผ่าลามู่ ถือว่าเป็ที่น่าจดจำสำหรับโอบอุ่น และเพื่อร่วมคณะคนอื่นๆ ด้วยรสชาติอาหารที่แปลกลิ้นแปลกตา แต่กลับอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่อาหารส่วนใหญ่มีผักเป็องค์ประกอบ มีแค่ไก่และนกเท่านั้นที่เป็โปรตีนหลัก
แล้วนี่ก็เป็ครั้งแรกที่อุ่นได้ลองกินเนื้อนก ที่ชาวบ้านนำไปหมักกับเครื่องเทศประจำถิ่น แล้วเอามาย่างไฟอ่อน รสชาติเค็มๆ หวานๆ หอมเครื่องเทศ
โดยร่วมถือว่าอร่อยไม่ได้แปลกจนไม่กล้ากิน ถ้าหลับตากิน คงจะคล้ายกับเนื้อไก่บ้านตัวเล็กที่เอามาย่างให้แห้ง ยิ่งฉีกจิ้มกับน้ำพริกเกลือ ยิ่งอร่อยแซ่บน้ำหูน้ำตาไหล
“คืนนี้บรรยากาศดีเนอะอุ่น เย็นสบายไม่ต้องเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับกาศเลย”
“ใช่ อากาศก็สดชื่นด้วย โอดูนั่นสิ ดาวเต็มท้องฟ้าเลย ต่างจากในเมืองที่เห็นแต่ดาวสปอร์ตไลท์”
“ระยิบระยับเต็มท้องฟ้า พระจันทร์ก็ดวงโตกว่าที่เคยเห็น”
“เราไม่ปลกใจเลยที่ผู้คนที่นี่ต่างยิ้มแย้มมีความสุข แม้จะไม่ได้มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเหมือนในเมือง ทว่ามีธรรมชาติที่สวยงามจนน่าอิจฉา”
“คืนนี้ต้องนอนหลับสบายแน่เลย”
“เราก็ว่าอย่างนั่น แล้วโอไม่ไปเล่นกับพวกพี่ๆ เขาแล้วเหรอ”
“ไป แต่ขอมาเดินย่อยก่อน มื้อเย็นซัดซะจนแน่นท้องเลย”
“ไม่คิดเลยว่าเมนูปรุงสุกแบบง่ายๆ จะอร่อยได้ขนาดนี้”
“เวลาหิวมากๆ แค่ข้าวคลุกน้ำปลาก็อร่อยแล้ว”
“จริงเหรอ”
“อย่าลืมใส่พริกบีบมะนาวด้วยล่ะ อร่อยอย่างงี้เลย”
โอยกนิ้วโป้งประกอบ การันตรีความอร่อยไปในที
“ฮ่าๆๆๆ ไว้เราจะลองไปทำกินดู”
“อื้ม แล้วนี่จะเข้านอนเลยไหม”
“ว่าจะไปนอนเอาแรงซักหน่อย เมื่อคืนนอนไม่พอ กลัวพรุ่งนี้จะไม่มีแรงทำงาน”
“นี่ยังนอนไม่พออีกเหรออุ่น หลับคอพับไม่รู้เื่ขนาดนั้น”
“ก็จริงอ่ะ เนี่ย เริ่มง่วงแล้วเนี่ย”
“ให้เดินไปส่งที่ห้องไหม”
“เราไม่ใช่เด็กแล้วเด้อ ไปเองได้สบายมาก”
บรรยากาศ่กลางคืนในหมู่บ้านค่อนข้างที่จะวังเวง เงียบเชียบ มืดสนิท เนื่องด้วยบนนี้ไม่มีไฟฟ้าเข้ามาถึง มีเพียงแสงสว่างจากไฟฟ้าแผงโซล่าเซลในโรงเรียนเท่านั้น
ส่วนตามบ้านเรือนใช้ไฟตะเกียง ครบเพลิงไม้เท่านั้น อีกอย่างบนนี้ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไม่มีกิจกรรมยามค่ำคืนให้ทำกัน ผู้คนเลยพากันเข้านอนแต่หัวค่ำ
ทั้งหมู่บ้านจึงมีแค่โรงเรียนที่ยังติดไฟสว่างโล่ ทั่วทั้งบริเวณ อำนวยความสะดวกให้คณะนิสิตนักศึกษา บางคนที่ไม่มีอะไรทำก็พากันเข้านอนตามห้องที่จัดรองรับเอาไว้
ส่วนใหญ่ก็จะเป็รุ่นน้องปีหนึ่ง ส่วนรุ่นพี่ปีสูงยังคงเตรียมงานสำหรับพรุ่งนี้กันอยู่ มีบ้างที่นั่งตั้งวงเล่นไพ่กันสนุกสนาน แต่ไม่ได้ส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น
“จะไปนอนแล้วเหรออุ่น”
“อื้อ เริ่มง่วงแล้ว”
“นี่ยา กินดักอีกคืน กูกลัวพรุ่งนี้มึงจะป่วย อากาศต่างถิ่นร่างกายคงยังไม่ชิน”
“ไม่กินแล้วได้ไหม นอนห่มผ้าไม่ป่วยหรอก”
“กิน หรือมึงอยากให้คุณปู่ของมึงดุกู ที่พามึงมาลำบากแล้วไม่ดูแล”
“เอาคุณปู่เรามาอ้าง”
“กิน”
เปรมยื่นยาจ่อปากบาง กลายบังคับให้อุ่นอ้าปากรับยาแต่โดยดี
“แค่นี้ก็สิ้นเื่ ห่มผ้าด้วย มีใช่ไหม?”
“มีครับ โอเอามาให้ แล้วเปรมยังไม่นอนเหรอ”
“ยังไม่ง่วง เดี๋ยวไปตรียมงานช่วยไอ้เจตทางนู้น เสร็จก่อนค่อยนอนกัน”
“มีอะไรให้เราช่วยไหม จะได้เสร็จเร็วๆ”
“ไม่มี”
“อ้าว แล้วทำไมเปรมมีอ่ะ”
“งานปีสูงเขาทำกัน”
“แต่เปรมอยู่ปีหนึ่ง ทำไมทำได้”
“มึงจะเถียงเอาอะไรโอบอุ่น ไปนอนได้แล้วไป หรือต้องให้กูกอดกล่อม หื้ม?”
“ไร้สาระ โตแล้วนอนเองได้”
.
.
อุ่นมองนาฬิกามือถือบอกเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว เขานอนไม่หลับพลิกไปพลิกมาั้แ่หัวถึงหมอน ที่ว่างข้างกันไม่มีใครนอนด้วยเลย โอก็ไม่อยู่ไม่รู้ไปไหน สงสัยไปครุกอยู่กับแก๊งรุ่นปีสูงแน่ๆ
ด้วยความที่มันแปลกที่ แปลกทาง ที่หลับที่นอนไม่ได้นุ่มสบายตัว มีแค่เสื่อผืนหมอนใบ กับผ้าห่มบางๆ ที่ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ แต่ว่าอากาศมันเย็นจนผ้าห่มผืนบางเอาไม่อยู่
นี่ขนาดปิดประตูหน้าต่างกันลมเข้าแล้วนะ ยังหนาวขนาดนี้ แล้วคนที่นอนเฝ้าของอยู่ข้างนอกจะขนาดไหน เขาได้แต่นอนคดกอดตัวเองใต้ผ้าห่มอยู่อย่างนั้น
“ยังไม่นอนอีกเหรอ”
เสียงทุ้มกระซิบข้างหู เรียกให้อุ่นหันกลับไปมองด้านหลัง เป็เปรมนั่นเองที่เข้ามา เขานอนหันหลังคลุมโปรงให้ประตู จึงไม่รู้ว่าใครเข้าออกมาบ้าง
“มันแปลกที่เรานอนไม่หลับ”
“นอนไม่หลับหรือกลัวผอ อี ผี”
“นี่! ใครเขาให้มาพูดอะไรแบบนี้ตอนนี้กันห้ะ”
“โอ้ย!”
มือเล็กบิดเเขนหนาไม่ออมแรง เรียกเสียงร้องโอ่ดโอยเปรมได้เป็อย่างดี
“เบาๆ คนอื่นเขานอน”
“ขอนอนด้วยดิ ข้างนอกหน๊าวหนาว”
“ก็นอนสิใครว่าอะไร ที่ว่างก็เยอะแยะ”
“จะนอนตรงนี้ข้างอุ่น ได้ไหมครับ”
หึ มาไม้นี้อีกแล้ว ลูกอ้อนลูกชง วาจาสุภาพเรียบร้อย พูดเพราะขึ้นมามาเชียว เวลาอยากได้อะไร
“ก็ไม่ได้ห้าม”
เปรมลงตัวนอนข้างร่างเล็กเมื่อได้รับคำอนุญาตจากอีกฝ่าย ร่างสูงเอนกายนอนลงกับเสื่อทั้งอย่างนั้น ไม่มีแม้แต่หมอนหรือผ้าห่มคลุมกาย ใส่เพียงเสื้อแขนยาวกับกางเกงห้าส่วน สีกรมแถบดำแดงของชนเผาลามู่ ไม่รู้ไปเอามาจากไหน สงสัยชาวบ้านคงเอามาให้ล่ะมั้ง
กึกๆ กึกๆ
ทว่าทั้งสองเอนหลังลงพื้นยังไม่ทันร้อน ก็มีเสียงดังทางหน้าประตูดังขึ้นกึกกักเป็ระยะ คล้ายว่ามีคนกำลังพยายามดันประตูเข้ามา
“เปรม ได้ยินเสียงอะไรไหม”
“หื้ม ไม่ได้ยินนิ เสียงอะไร?”
“เสียงคนดันประตูจะเข้ามาไง”
เปรมหันกลับไปมองประตูตามที่อีกคนสงสัย แต่ก็ไร้วี่แววคนหน้าประตู ตามที่อีกคนบอก
“ไม่มีใครหรอก ถ้ามีคนจะเข้า คงเข้ามานานแล้ว ประตูไม่ได้ล็อก อีกอย่างไม่มีเงาตรงล่องใต้ประตูด้วย”
อุ่นนอนคิดตาม แต่ไม่กล้าหันกลับไปมองประตูอย่างคราแรก ใช่จริงๆ ด้วย ถ้ามีคนยืนอยู่หน้าประตูจะต้องมีเงาทับแสงไฟที่รอดส่องเข้ามาแน่นอน แต่นี้แสงใต้ประตูยังลอดสว่างเข้ามาเต็มบาน
“แต่เราได้ยินจริงๆ นะ ได้ยินหลายครั้งแล้วด้วย”
“มึงหูฝาดแล้ว ไม่ต้องคิดมาก นอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า”
“อึก!”
อุ่นฝืนกลืนน้ำลายหนืดลงคอ อย่าหวาดกลัว หรือว่าที่เขาได้ยินจะไม่ใช่เสียงของคน! ร่างบางสั่นเทาขยับตัวแนบชิดร่างสูงข้างกายในทันที เมื่อความกลัวเเล่นขึ้นสมอง
เปรมที่นอนกอดอกตัวเองอยู่ ลืมตาขึ้นมามองร่างเล็กที่เบียดเสียดแนบกายอยู่ตอนนี้
“เป็อะไร”
“หนาว กอดหน่อย”
อุ่นร้องขออย่างไม่เขินอาย เขาไม่อายอะไรทั้งนั้น ตอนนี้กลัวจนไม่กล้าขยับตัวเเล้ว รู้สึกว่าบรรยากาศรอบข้างมันหนาวเย็น วังเวงพิกล จนต้องขยับหาความอุ่นจากชายข้างกัน
“นอนได้แล้ว”
เปรมดึงหมอนร่างเล็กมาหนุนนอน ก่อนสอดแขนซ้ายใต้คอบาง ให้อีกคนหนุนนอนแทนหมอนใบเดิม แขนขวาคว้ากอดเอวบางให้แนบชิดติดกันยิ่งขึ้น
อุ่นเองก็ให้ความร่วมมือ คลี่ผ้าห่มแบ่งคลุมร่างสูงด้วยเหมือนกัน ก่อนจะซุกหน้าลงอกซ้ายคลายความกลัวของตน มือหนาลูบหลังปลอบกล่อมร่างเล็กให้หลับนอน เมื่อคนในอกได้รับไออุ่นและััอ่อนโอนก็เคลิ้มหลับไปในที่สุด
.
.
“เมื่อคืนนอนหลับสบายไหมอุ่น”
“หลับสบายมาก แล้วเมื่อคืนโอไปนอนที่ไหน ก่อนเราหลับไม่เห็นโอในห้องเลย”
“นี่แหล่ะ กำลังจะบ่น เมื่อคืนเราจะเข้าห้องกลับไปนอน แต่ประตูเป็อะไรไม่รู้มันเปิดไม่ออก ดันอยู่ตั้งหลายที เพิ่งมารู้เมื่อเช้าว่ามีกระเป๋าขวางบานประตูอยู่เลยเปิดไม่ได้ ก็เลยไปขอนอนกับรุ่นพี่ในเต้นท์หน้าเสาธงแทน”
“ห้ะ? เมื่อคืนโอกลับห้องมาเหรอ เวลาประมาณกี่โมงอ่ะ”
“ประมาณเกือบตีหนึ่งอ่ะ ทำไมหรอ”
อื้อหื้ออออออ โอเอ้ยยยยย เกือบทำเราหัวใจวายตายแล้วไหมล่ะ เสียงกึกกักที่เขาได้ยินเมื่อคืน เป็เสียงของโอแน่นอน เสียงที่เขาได้ยินเป็่เวลาเดียวกับที่โอเล่ามาทั้งหมด ไอ้เราก็กลัวแทบแย่
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ เพราะเปรมนั่นแหล่ะเล่าให้เรากลัว”
ร่างสูงข้างกันหัวเราะเสียงดังหลังจากที่ฟังโอเล่ามาเมื่อครู่ ที่แท้เป็โอนั่นเองที่สร้างเื่ให้คุณหนูของเขากลัวจนตัวสั่น จนต้องขออิงซบอกของเขาทั้งคืน
ที่จริงมันก็เป็ความผิดเขาด้วยเหมือนกันที่ดนไปป้อนข้อมูลเื่ผีสางนางไม้ให้อีกคนรับรู้
“พี่เปรมเล่าอะไรให้อุ่นฟังเหรอคะ เล่าให้เพียงฟังบ้างสิ”
หญิงสาวดาวสาขาถามอย่างใคร่รู้ พรางขยับก้นเข้ามาใกล้เปรมที่นั่งอยู่ขอนไม้ท่อนเดียวกันมากขึ้น อีกนิดจะเกยตักเปรมแล้วนะนั้น
พวกเรานั่งล้อมวงพิงไฟกันั้แ่ฟ้ายังไม่สาง ต้มชา กาแฟ ดื่มคลายหนาวกันไปพราง เป็เปรมที่ปลุกอุ่นให้ตื่นมารับลมหนาวยามเช้าบนดอยด้วยกัน บรรยากาศหนาวเย็น เห็นหมอกขาวจางๆ บรรยากาศดีสุดๆ
“ไม่มีอะไรหรอกครับ อุ่นคงนอนแปลกที่เลยระแวงไปทั่ว”
“จิ กินเข้าไปอย่าพูดมาก”
“อื้อ!”
อุ่นยัดข้าวปุกงาปิดปากร่างสูงข้างกัน อย่างนึกหมั่นไส้ ตัวเองเป็ตัวต้นเหตุแท้ๆ ยังมานั่งขำอยู่ได้
“อื้มมม อร่อย”
ร่างเล็กยัดก้อนแป้งแผ่นกลมัันุ่มยืด หน้าตาประหลาด แต่รสชาติหวานหอมเข้าปากกลบความขุ่นมัว ก่อนยกซดชาร้อนตามลงอย่างเดือดดาน
“อันนี้ขนมอะไรอ่ะ เหมือนโมจิของญี่ปุ่นเลย อร่อยมาก”
“ข้าวปุกงา ทำจากข้าวเหนียว ตำผสมกับถั่วงา แล้วเอามาย่างไฟให้สุกหอม โรยน้ำตาลอ้อย”
“อร่อยมากกกก มีขายที่ไหนอ่ะโอ เราจะซื้อไปฝากที่บ้าน”
“ไม่ได้ซื้อ เมื่อเช้าชาวบ้านที่นี่เขาตำกินกันเอง เลยแบ่งมาให้กิน ถ้าอยากซื้อค่อยแวะตอนกลับ”
“อื้อ ดีจัง”
.
.
.
งานซ่อมบำรุง ต่อเติม ก่อสร้าง อาคารเรียน ห้องน้ำ และโรงอาหารโรงเรียน ถูกจัดแจงแบ่งหน้าที่กันอย่างเรียบร้อย โดยแบ่งออกเป็ทั้งหมดสี่กลุ่มหลัก ตามอาคารที่จะทำกัน ส่วนกลุ่มที่สี่เป็งานสวัสดิการและงานรักษาความสะอาด เป็งานของผู้หญิงทั้งหมด
เขากับโออยู่ในงานส่วนซ่อมแซมอาคารเรียน งานพื้นผนัง ระบบไฟฟ้าภายในห้องทั้งหมด ซึ่งเป็งานที่เขาสามารถทำได้ทั้งหมด เขาได้รับหน้าที่ทาสีผนังห้องอีกที งานไม่ได้หนักหนาอะไร เพราะเป็งานที่ทำเกือบสุดท้าย
ค่ายอาสาดำเนินมาถึงวันที่หก วันสุดท้ายที่พวกเราจะอยู่ที่นี่ ระหว่างทางอาจจะมีปัญหาติดขัดไปบ้างเล็กน้อย แต่งานทุกอย่างก็ดำเนินลุลวงไปได้ด้วยดี ไม่มีใครได้รับบาทเจ็บอันตรายร้ายแรง
ส่วนเื่ความเป็อยู่ และอาหารการกิน ในแต่ละมื้อไม่ได้เน้นอาหารประเภทเนื้อสัตว์มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็เมนูผักหัว ผักใบ สลับหมุนเวียนกันไปตามความเหมาะสม พืชผักแทบจะทั้งหมดก็มาจากสวนที่ชาวบ้านพากันปลูกแซมทิ้งไว้กินสำหรับครัวเรือน
“งานใครเสร็จแล้วก็จัดการเก็บทำความสะอาดพื้นที่ให้พร้อมใช้งานกันด้วยนะครับ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันั้แ่เช้า”
พี่เจตะโแจ้งนิสิตทุกคนให้รับทราบ เมื่อประเมินว่างานตามแผนสำเสร็จลุลวงไปเกือยหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เหลือแค่เก็บของเคลียร์ทำความสะอาดพื้นที่เท่านั้น
นิสิตทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวอย่างอย่างไม่อีดออด เร่งมือทำก่อนฟ้าจะมืด ให้ทันงานเลี้ยงขอบคุณที่ชาวบ้านช่วยกันจัดเตรียมขึ้นมาสำหรับพวกเขา
“เป็ไง เหนื่อยไหม”
“สบาย แค่นี้จิ๊บๆ”
อุ่นจีบมือจิ๊บๆ อย่างน่ารักตอบกลับเปรมที่ยืนรอต่อคิวอาบน้ำอยู่ข้างกัน
“ขนาดนั้นเชียว คืนนี้ก่อนกลับก็สนุกให้เต็มที่นะ ในกรุงเทพหาแบบนี้ไม่ได้แล้ว”
“ไม่อยากลับเลย อยู่บนนี้สนุกมาก”
สนุกจริงๆ นะครับ เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ในระหว่างที่อยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตอยู่บนโลกไร้อินเทอร์เน็ต แต่กระนั่นที่นี่ก็ยังสัญญาณโทรศัพท์ในบางพื้นที่ พอให้ได้โทรติดต่อกับที่บ้านได้บ้าง จึงไม่ทำให้คนที่รอเป็หวงมากนัก
“ไว้ค่อยมาเที่ยวใหม่ บนดอยมีอีกหลายที่ที่เรายังไม่มีโอกาสได้ไป”
“เปรมจะพาเรามาใช่ไหม”
“แน่นอน ถ้าว่างนะ”
“เหอะ ถ้างั้นชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้มา”
“ทำไม”
“เปรมไม่มีเวลาว่างหรอก เพราะเวลาของเปรมคืองานทั้งหมด”
“สำหรับมึง กูว่างให้เสมอ”
นั่นไง โดนหยอดเข้าให้อีกหนึ่งดอก ั้แ่ขึ้นดอยมาเปรมหยอดเข้าเยอะจนนับครั้งแทบไม่ได้ ไหนจะพูดจาหวานหยดย้อย ดูแลเอาใจใส่ ตามติดไม่ห่าง แปลกจนผิดวิสัย
“โอ๊ะ! ห้องน้ำว่างแล้ว ไปกัน”
“เอ้า หนีเฉย มันว่างห้องเดียว อาบด้วยกันดีไหม”
“ไม่! เราจะอาบก่อน”
ปัง!
อุ่นปิดประตูใส่หน้าหนีหายเข้าห้องน้ำไปเสียแล้ว ปล่อยให้ร่างสูงยื่นยิ้มร่าหน้าประตูอยู่คนเดียว
ให้มองกันที่นิสัย เนื้อเเท้ข้างใน โอบอุ่นเป็เด็กผู้ชายที่น่ารักคนหนึ่ง มีน้ำใจมองส่วนรวมเป็หลัก ขี้สงสาร ไม่โอ้อวด อยู่ง่ายกินง่าย ไม่ถือตัว ไม่อวดรวย หรือด้อยค่าคนอื่น เป็ผู้ชายที่ใช้ได้คนหนึ่ง
แต่สำหรับผม ติดอยู่อย่างเดียว ถ้าโอบอุ่นผู้หญิงอะไรทุกอย่างมันคงจะง่ายขึ้นสำหรับผม
“มึงเล่นกูอีกแล้วนะอุ่น ปั่นให้กูใจสั่นอยู่เรื่อย”
ผมยอมรับอย่างลูกผู้ชาย ว่าผมสนใจโอบอุ่น สนใจมากกว่าเพื่อนคนหนึ่ง อยากอยู่ใกล้ๆ อยากดูแล อยากให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา อยากเป็เ้าของรอยยิ้มน่ารัก ผมหวงทุกครั้งที่อุ่นส่งยิ้มให้กับคนอื่น ถึงจะส่งไปตามมารยาท หรือไม่มีนัยยะเเอบแฝงก็เถอะ ผมหวง
ไม่รู้ว่าแบบนี้เรียกว่า ชอบ ได้รึเปล่า ในใจลึกผมยังต่อต้านเพศสภาพของอุ่นอยู่ไม่น้อย ผมไม่ได้เป็เกย์ ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย
Reference : ข้าวปุกงา, https://krua.co/food_story/kaowpook