เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่5 ตอนที่ 132 : เร้าอารมณ์

            หลังจากที่ยุ่งมาหลายวันชีวิตของหยางเฉินก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติเฉียงเวยยุ่งอยู่กับการปรับโครงสร้างกองกำลังฝ่ายตะวันตกใหม่เหมือนกับราชินีที่ยิ่งใหญ่ เธอกำจัดผู้นำและสมาชิกที่ไร้ประโยชน์และประเมินแผนใหม่ตามที่เธอวางแผนไว้ ในจุดอื่นๆตงซิ่งจากตะวันออกนั้นมีลูกสมุนค่อนข้างมากนอกจากความหวังดีที่แสดงออกกับเฉียงเวยแล้วการเคลื่อนไหวอย่างอื่นก็ไม่ได้มีอะไรมากราวกับว่าพวกเขายอมรับหัวหน้าคนใหม่ของฝั่งตะวันตกเรียบร้อยแล้ว

            เธอส่งซีถูหมิงซื่อไปในประเทศที่ไม่ค่อยโดดเด่นในฝั่งยุโรปเหนือที่นั่นมีคู่รักสูงวัยที่หูหนวกและเป็นใบ้ จะเป็นคนดูแลเขาไปตลอดชีวิตพวกเขาไม่ได้มีเงินมากมายแต่ก็เพียงพอที่เขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปบ้านที่อยู่ไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็เพียงพอสำหรับเขาให้เขาวางโซฟาและโทรทัศน์

            หลังออกจากจีนเขาได้ยินเสี่ยวจ้าว บอกว่าซีถูหมิงซื่อขอร้องให้เฉียงเวยไม่ส่งเขาไปที่อื่นเขาบอกว่าถ้าเขาไป เขาต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง

            แต่เฉียงเวยไม่ยอมใจอ่อนเธอรู้ว่าการตัดสินใจของเธอสำคัญแค่ไหน

            ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบลง

            หลี่จิงจิงเชิญหยางเฉินไปหาเธอบอกกับหยางเฉินว่าหลังจากที่แม่เขี่ยตระกูลเจี่ยงออกไปแล้วหล่อนก็เริ่มมองหาผู้ชายคนใหม่สำหรับเธอ เรื่องนี้ทำให้จิงจิงปวดหัวเป็นอย่างมาก

            สำหรับเจี่ยงซั่วกับเจี่ยงเม้งพ่อของเขาตั้งแต่พวกเขาได้วิดีโอจากบุคคลลึกลับ พวกเขาก็ระแวงระวังตัวมากขึ้นทุกครั้งที่พวกเขาเห็นหลี่จิงจิงที่โรงเรียน เขา 2คนก็จะอมยิ้มเสมอเหมือนสัตว์เลี้ยงเชื่องๆและพยายามประจบแจงเธอ แต่หลี่จิงจิงก็แกล้งทำตัวเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร

            ถังถังเด็กสาวที่อยู่ปีสามของโรงเรียนนี้เธอชอบโทรมารบกวนหยางเฉินเป็นครั้งคราว เธอถูกควบคุมโดยแม่ของเธอและไม่สามารถออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนได้ สิ่งนี้ทำให้หยางเฉินรู้สึกอยากหัวเราะออกมาดังๆสำหรับผู้หญิงที่ทำตัวแก่แดดนั้น สุดท้ายเธอก็เรียนรู้ที่จะเชื่อฟังในที่สุด

            บริษัทอวี้เหล่ยกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากที่หลินรั่วซีกลับมาพร้อมกับงานแฟชั่นฤดูใบไม้ร่วงพวกพนักงานต่างต้องรีบทำงานกันอย่างหนัก เพราะบริษัทแฟชั่นอันดับหนึ่งนี้ ไม่อาจผลิตผลงานชุ่ยๆออกมาได้

            อย่างไรก็ตามท่ามกลางความวุ่นวายกลับมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ในแผนกประชาสัมพันธ์มีเพียงหยางเฉินเท่านั้นที่เป็นผู้ชายเฉินป๋อเพิ่งจะลาออกไปด้วยเพราะงานประชาสัมพันธ์นี้ไม่เหมาะกับเขาและเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไปทำงานที่สำนักพิมพ์ งานบรรณาธิการดูจะเหมาะกับบุคลิกของเขามากกว่า

            หยางเฉินเข้าใจดีน้องสาวเฉินป๋อ เฉินหรง เธอเป็นผู้สืบทอดของเฉียงเวยและเป็นคนรับช่วงต่อจากเฉียงเวยในอนาคตเวลานี้ปัญหาของครอบครัวนั้นได้รับการแก้ไขแล้วและเขาก็ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเหมือนเมื่อก่อนอีก

            ก่อนที่เขาจะลาออกเฉินป๋อแสดงความขอบคุณกับหยางเฉินด้วยคำพูดมากมายทั้งน้ำตาในตอนสุดท้ายเขายังมอบคำอวยพรให้กับหยางเฉิน

            การจากไปของเฉินป๋อไม่ได้ทำให้บรรยากาศในออฟฟิศโศกเศร้ามากนักอาจเป็นเพราะเขาไม่ค่อยมีตัวตนสักเท่าไหร่ตั้งแต่หลิวหมิงอวี้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าของแผนกประชาสัมพันธ์เธอก็กลายเป็นคนบ้างานและไม่ค่อยได้มาตั้งวงพูดคุยกับเพื่อนคนๆ อื่นในแผนกพวกผู้บริหารก็ต้องวางมาดแบบนี้แหละ

            สำหรับโม่เชี่ยนนีที่ไปทำงานที่แผนกการเงินแล้วมีโอกาสน้อยมากที่หยางเฉินจะพบกับเธอ พวกเขาบังเอิญเจอกันที่ลิฟต์บ้างแต่พวกเขาก็ไม่ได้ทักทายกัน

            ความเย็นชาของโม่เชี่ยนนีทำให้หยางเฉินรู้สึกเสียศูนย์เล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ไปใส่ใจอะไรมันมาก

            เมื่อหญิงสาวแสนสวยต้องการความช่วยเหลือชายหนุ่มผู้หล่อเหลาก็ได้เข้ามาช่วยเหลือเธอ เขาต้องเตรียมหน้าอกเอาไว้ให้เธอซบและทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเธออยู่กับเขา เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วต่างคนก็ต้องกลับไปในที่ของตัวเอง นั่นคือความสัมพันธ์ที่หยางเฉินรู้สึก

            หยางเฉินไม่รู้ว่าเขาควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีกับภรรยาที่แสนดีของเขาตอนที่อยู่ภายในบริษัทซีอีโอสาวแสนเย็นชานั้น ปฏิเสธการมีอยู่ของเขาโดยสิ้นเชิง

            คืนนั้นหลินรั่วซีพูดออกมาเองว่าเธอต้องการเป็นภรรยาที่ดีซึ่งหยางเฉินจะต้องไม่หนีไปจากเธอ แต่ไม่คาดคิดหลังจากหยางเฉินกระตุ้นเธอด้วยคำพูดที่ว่า “อยู่ข้างในตัวคุณ”แต่เธอกลับเปลี่ยนไป

            เธอซึ่งมีความคิดที่ใสบริสุทธิ์ดูเหมือนจะโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก จากมุมมองของเธอ ความคิดของหยางเฉินสกปรกเกินทนดังนั้นหลินรั่วซีจึงกลับมารักษาระยะห่างอีกครั้ง ถ้าหยางเฉินไม่พูดอะไรหลินรั่วซีก็จะไม่สนใจเขาดังนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงกิจกรรมที่จะทำให้พวกเขาใกล้ชิดกัน

            เธอยังคงนิ่งเฉยทั้งวันและทุกวันเธอคลุกตัวอยู่แต่ที่ทำงาน หนังสือเรียน 2 เล่มที่หลินรั่วซีซื้อมาก็ยังคงถูกวางทิ้งไว้ที่ชั้นหนังสืออย่างไม่ไยดี

            “คุณยังต้องการให้เราเป็นคู่รักที่หวานชื่นอยู่หรือเปล่าเนี่ย”

            หลินรั่วซีตอบอย่างตรงไปตรงมา “ใช่”

            “แล้วทำไมคุณต้องทำสงครามเย็นกับผมด้วย?”

            หลินรั่วซีตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันกำลังเร้าอารมณ์อยู่”

            “...”

            หยางเฉินรู้สึกว่าถ้าเขาต้องการตอบสนองความต้องการทางเพศของเขา ด้วยร่างกายของหลินรั่วซีเขาคงเหลือความหวังอยู่น้อยนิดในช่วงชีวิตนี้

            ในระหว่างวันนี้การทำงานค่อนข้างเป็นไปอย่างสบายมาก นอกจากการหยอกเล่นกับสาวๆกับทำเรื่องตลกไร้สาระแล้ว หยางเฉินก็เล่นเกมทั้งวัน เขาเริ่มหัดเล่นเกมวอร์คราฟต์และรู้จักกับหยวนเย่ และมันก็ไม่ใช่แค่การเล่นเกมอีกต่อไปแล้ว

            หยวนเย่นั้นมีความพยายามอย่างน่าเหลือเชื่อเขาฝึกต่อสู้กับหยางเฉินในเกมออนไลน์ทุกวัน

            ด้วยข้อได้เปรียบของหยางเฉินมันเป็นอะไรที่ง่ายมากที่หยางเฉินจะเอาชนะหยวนเย่ อย่างไรก็ตามหยางเฉินมักจะวางกลยุทธ์ไว้ตามจุดต่างๆซึ่งนั้นก็ทำให้เกมสนุกมากยิ่งขึ้น และมันทำให้หยวนเย่มีโอกาสชนะมากขึ้นด้วย

            หยวนเย่ชื่นชมทักษะที่ยอดเยี่ยมของหยางเฉินจากใจจริงเขาคิดถึงคำพูดของหยางเฉินที่คอยแนะนำเขาในอดีต ในตลอดการต่อสู้หยวนเย่ก็ตอบโต้อย่างกล้าหาญเขาต้องการเป็นเพื่อนกับหยางเฉินอย่างแท้จริงเขามักจะมีเด็กมีปัญหาที่ร่ำรวยอยู่รอบตัวแต่ถ้าพูดถึงเพื่อนแท้นั้นมียิ่งกว่าน้อย

            หยางเฉินเริ่มรู้สึกว่า หยวนเย่ก็ไม่ได้เป็นตัวสร้างปัญหาเหมือนลูกเศรษฐีคนอื่นๆ หยวนเย่อาจจะทำอะไรบ้าๆไปบ้าง แต่ตั้งแต่หยวนเย่แสดงทัศนคติที่เป็นมิตรออกมาเขาก็ยอมรับหยวนเย่เป็นเพื่อนไปแล้ว และทั้งคู่ก็สนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น

            เมื่อถึงช่วงเวลาสุดท้ายของการทำงานในวันศุกร์หยางเฉินก็แค่จบเกมสุดท้ายของวันกับหยวนเย่

            หยางเฉินกล่าวคำอำลากับหยวนเย่ทางMSN

            “พี่หยางวันที่ 9 เดือนหน้าเป็นวันเกิดของผมผมอยากจะเชิญพี่มาปาร์ตี้กันที่บ้าน”

            หยางเฉินลังเลจากที่เขารู้มาเบื้องหลังของหยวนเย่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยมากแม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกกดดันกับเรื่องนี้แต่เขาเองก็ไม่อยากมีปัญหากับใครสุ่มสี่สุ่มห้า

            หยวนเย่ดูเหมือนจะเข้าใจในความกังวลของหยางเฉินดังนั้นเขาจึงส่งข้อความมาว่า

            “อย่ากังวลไปเลยพี่หยางผมเชิญแค่เพื่อนสนิทกับคนในครอบครัวบางคนมาเท่านั้น ไม่ใช่คนที่พี่ไม่ชอบหรอก”

            ตั้งแต่เขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมามันก็ไม่ใช่เรื่องดีที่หยางเฉินจะปฏิเสธเขา ดังนั้นหยางเฉินจึงรับปากและจากนั้นจึงกล่าวลากับหยวนเย่

            หยางเฉินปิดคอมและในขณะที่กำลังจะเดินออกจาออฟฟิศจ้าวหงเยี่ยนที่นั่งใกล้กับหยางเฉินก็เอ่ยถามเขาขึ้นมาทันทีว่า

            “หยางเฉินนายมีแผนจะทำอะไรหลังเลิกงานหรือเปล่า?”

            “ไม่มีนะมีอะไรหรือเปล่า?”

            จ้าวหงเยี่ยนพูดพร้อมรอยยิ้ม

            “ตั้งแต่การเลื่อนขั้นของพี่หมิงอวี้ทุกคนก็ดูยุ่งอยู่ตลอด และพวกเราก็ยังไม่ได้จัดฉลองให้เธอ คืนนี้จางไช่และฉันวางแผนไว้ว่าจะไปที่บลูเบอร์รี่บาร์เพื่อไปฉลองให้พี่หมิงอวี้และพวกเราอยากชวนนายไปด้วย อีกอย่างพวกเราเป็นกลุ่มผู้หญิงหมดเลยและมันดูน่าเบื่อถ้าหากไม่มีผู้ชาย นอกจากนี้มันจะปลอดภัยกว่าด้วยถ้ามีผู้ชายอยู่ในกลุ่ม”

            ไม่เพียงแค่หยางเฉินจำได้ว่าพวกเขายังไม่ได้จัดฉลองให้กับการเลื่อนตำแหน่งของหลิวหมิงอวี้แค่เห็นสายตาอ้อนวอนของสาวสวย รอบๆ ตัว เขาก็พบว่ามันยากมากที่จะบอกปฏิเสธดังนั้นเขาจึงตอบตกลงอย่างรวดเร็ว

            หลังจากโทรไปที่บ้านบอกป้าหวังหยางเฉินมองเห็นหลิวหมิงอวี้เดินออกมาจากที่ทำงานด้วยชุดลำลอง เธอแต่งหน้าอ่อนๆใส่เสื้อคอกลมคอวีและกระโปรงขาว ดูอ่อนหวานและงดงาม

            หลิวหมิงอวี้สังเกตเห็นว่าหยางเฉินจ้องมาที่เธอเธอรู้สึกชอบใจกับสายตานั้นและถามออกไปว่า

            “ฉันดูดีหรือเปล่า?”

            “หัวหน้าแผนกหลิวสวยเป็นอันดับ1 ของแผนกประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว”หยางเฉินพูดติดตลก

            “อย่าเรียกฉันว่าหัวหน้านอกเวลางานนะฟังไม่เข้าหูเลย” หลิวหมิงอวี้หรี่ตามองเขาจากนั้นก็เดินไปสมทบกับสาวๆ คนอื่นที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส

            บลูเบอร์รี่บาร์จัดว่าเป็นหนึ่งในบาร์ที่มีชื่อเสียงทุกสุดในเมืองจงไห่จากการตกแต่งอย่างหรูหราและราคาที่เหมาะสมจึงเป็นที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนทำงาน

            นี้เป็นครั้งแรกที่หยางเฉินมาที่นี่เขาเดินตามเพื่อร่วมงานสาวทั้ง 7 คนเข้าไปข้างในมีแต่สายตาอิจฉาและไม่พอใจจากผู้ชายมองมาเป็นเพราะเพื่อนร่วมงามของเขาแต่ละคนก็สวยสะดุดตาทั้งนั้นแต่ละคนแต่งตัวกันมาแบบจัดเต็มและสวยตามสไตล์ของพวกเธอ บางคนดูสาว สดใสมีชีวิตชีวาบางคนดูสวยแบบผู้ใหญ่ สง่างามพวกเธอจะไม่ใช่สาเหตุที่สายตาของหมาป่าทั้งหลายหันมาจับจ้องกันได้อย่างไร?

            หลังจากที่พวกเขานั่งลงที่โซฟาบริเวณหัวมุมของบาร์พวกเขาก็สั่งเครื่องดื่มมามากกว่า12ขวดโดยไม่กลัวเมากันเลยแม้แต่น้อย สาวๆถอดเสื้อโค้ตออกแล้วเริ่มเลือกเครื่องดื่มที่ตัวเองชอบทันที

            เขาว่ากันว่าผู้หญิง 3 คนอยู่ด้วยกันมันก็มากพอแล้วที่จะพูดได้ทั้งคืน แต่นี่อยู่ด้วยกันถึงเจ็ดจนบทสนทนาของพวกเธอสามารถยาวนานได้อย่างไร้ที่สิ้นสุดเลยทีเดียว พวกเธอทั้งดื่มทั้งกิน เพียงเวลาไม่กี่อึดใจ ใบหน้าพวกเธอก็แดงปลั่งกัน

            หยางเฉินยกขวดวอดก้าขึ้นดื่มตั้งแต่เขาขาดสติเพราะดื่มมากเกินไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็คอยระมัดระวังเรื่องการดื่มอยู่เสมอ

            ในระหว่างที่สาวพูดคุยหัวเราะกันชายหนุ่มหน้าตาดี ใส่เสื้อเชิ้ตติดกระดุมบนและใส่ต่างหูก็เดินมาที่โต๊ะของพวกเขาเขาทักจ้าวหงเยี่ยนที่นั่งอยู่ข้างๆ หยางเฉินว่า

            “พี่สะใภ้บังเอิญจัง”

            จ้าวหงเยี่ยนหัวเราะแห้งๆเธอมองไปที่ชายคนนั้นและพูดด้วยท่าทางไม่ค่อยเป็นธรรมชาติว่า

            “โอ้เสี่ยวฮุย บังเอิญจริงๆ เลย เธอมาดื่มที่นี่ด้วยเหรอ?”

            “ผมนัดเจอกับแฟนที่นี่เธอดื่มไปมากและกำลังไปเข้าห้องน้ำ เธออาจจะต้องใช้เวลาสักครู่ไม่งั้นผมคงไม่กล้ามาทักพี่สะใภ้อย่างนี้หรอก เดี๋ยวแฟนผมหึงเอา”ผู้ชายคนนั้นยิ้มออกมาด้วยท่าทางซุกซน

            จางไช่มองมาและถามขึ้นว่า “หงเยี่ยนนั่นใครน่ะ?”

            จ้าวหงเยี่ยนแนะนำอย่างเชื่องช้าว่า

            “คนนี้คือน้องชายของสามีของฉันเองชื่อ หยูฮุย”

            หลังจากหยูฮุยกล่าวทักทายทุกคนอย่างอบอุ่นแล้วเขาก็หันไปถามจ้าวหงเยี่ยนว่า

            “พี่สะใภ้พี่ได้บอกพี่ชายผมหรือยังว่าออกมาดื่มกันคืน?”

            จ้าวหงเยี่ยนหน้าซีดเธอเม้มปาก พยายามยิ้มตอบออกมาว่า

            “ดูเหมือนจะลืมโทรบอกเขาโชคดีจริงๆ ที่ได้เธอมาเตือน เดี๋ยวฉันไปโทรหาเขาก่อนนะ”หลังจากพูดจบเธอก็รีบลุกจากโซฟาออกไปอย่างรวดเร็วและเดินออกไปจากบลูเบอร์รี่บาร์อย่างว่องไว

            หยูฮุยยิ้มอย่างชั่วร้ายในชั่วอึดใจหลังจากพูดคุยกับคนอื่นสักพัก เขาก็ขอตัวออกไปตามจ้าวหงเยี่ยนด้านนอก

            หลิวหมิงอวี้กับคนอื่นๆนั้นเริ่มที่จะเมากันแล้ว แต่ในเวลานี้พวกเธอก็มองหน้ากันเลิกลักและไม่คิดจะดื่มอีกต่อไป พวกเธอคิดว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแต่แต่มันคงจะเป็นเพียงความเข้าใจผิดเล็กน้อย

            หยางเฉินทำเสียงขึ้นจมูกเขาวางขวดเหล้าวอดก้าและพูดกับคนอื่นๆ ว่า "เดี๋ยวผมออกไปข้างนอกไปสูดอากาศสักครู่นะครับดื่มกันต่อได้เลย"

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน