บทที่ 55
ศึกตัดสินที่ลานประลองใต้ดินกับหมูหันเดิมพันชีวิต!
เที่ยงคืนตรงณ โกดังร้างหมายเลข 13 ในเขตอุตสาหกรรมเก่าที่ถูกทิ้งร้างบรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแมลงกลางคืนทว่าเมื่อก้าวผ่านประตูลับที่ซ่อนอยู่หลังตู้คอนเทนเนอร์และเดินลงบันไดวนลึกลงไปใต้ดินโลกอีกใบก็ปรากฏขึ้น
มันคือ‘ลานประลองใต้ดิน’ สถานที่เริงรมย์และลานประหารของเหล่าผู้ใช้ความมืด อัฒจันทร์คอนกรีตถูกล้อมรอบด้วยกรงเหล็กหนาเตอะตรงกลางเป็นลานกว้างที่พื้นดินชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือดสีคล้ำที่ฝังแน่นมานานนับปีแสงไฟสปอตไลต์สีแดงสลัวสาดส่องลงมา สร้างความรู้สึกกดดันและน่าสะอิดสะเอียน
“แหวะ... กลิ่นเหม็นสาบเหมือนไม่ได้ล้างส้วมมาสิบปี”
เสียงใสเจื้อยแจ้วดังทำลายความเงียบเสี่ยวเป่าในชุดเอี๊ยมกางเกงตัวเก่ง ที่ซักจนซีดแต่ใส่สบายที่สุดสำหรับการต่อสู้เดินเตาะแตะลงมาที่ลานประลอง เธอใช้มือป้อมๆ บีบจมูกตัวเองด้วยความขยะแขยงสิ่งที่ตัดกับบรรยากาศนองเลือดที่สุดคือ... ที่คอของเธอผูก ‘ผ้ากันเปื้อนลายเป็ดน้อย’เตรียมพร้อมสำหรับการกินข้าวมื้อดึก!
ขนาบข้างด้วยกู้หลินในชุดแจ็กเกตหนังมือขวากระชับไม้เบสบอลเหล็กกล้าที่สลักอักขระสีทองและกู้หยูที่สะพายเป้เทคโนโลยีเต็มพิกัดสวมแว่นตากรองแสงอัจฉริยะที่หน้าจอมีตัวเลขและเรดาร์วิ่งพล่าน
บนอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามคุณนายเฉียวในชุดกี่เพ้าสีแดงเลือดนกนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุกำมะหยี่ขนาบข้างด้วยลูกศิษย์ชุดดำนับสิบคนแววตาของเธอจ้องมองลงมาที่สามพี่น้องด้วยความเคียดแค้นและเหยียดหยาม
“ไม่นึกเลยว่าพวกแกจะกล้ามาจริงๆ... นังเด็กโง่”คุณนายเฉียวแค่นเสียงหัวเราะ “คิดว่าที่นี่เป็นสนามเด็กเล่นหรือไง? คืนนี้แกและพี่ชายจะต้องกลายเป็นปุ๋ยบำรุงลานประลองแห่งนี้!”
“เลิกพล่ามเรื่องไร้สาระได้แล้วป้า!” เสี่ยวเป่าเท้าเอวชี้หน้า “ไหนล่ะ?หมูหันสิบตัว! ถ้าป้าเบี้ยวสัญญาล่ะก็เสี่ยวเป่าจะจับป้าไปย่างไฟแทนหมูเลยคอยดู!”
“หมูหันงั้นรึ? ฮ่าๆๆ!” คุณนายเฉียวลุกขึ้นยืนดวงตาทอประกายอำมหิต “มีสิ! แต่อยู่ในท้องของ ‘สัตว์เลี้ยง’ ของฉันแล้วถ้าอยากกิน... แกก็ต้องผ่าท้องมันเอาเอง!”
เธอชู‘เศษหินวิญญาณ’ ที่หลอกเอาไปจากเสี่ยวเป่าเมื่อคืนขึ้นมาก่อนจะร่ายคาถาด้วยภาษาโบราณที่ฟังดูวิปริตและบีบคั้นหัวใจ พลังงานสีดำพวยพุ่งออกจากหินก้อนนั้นพุ่งตรงไปยังมุมมืดของลานประลอง
โฮก!!!
เสียงคำรามกึกก้องจนกรงเหล็กสั่นสะเทือนร่างเงามหึมาค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด มันไม่ใช่คนและไม่ใช่ผีดิบธรรมดา แต่มันคือ‘อสูรโลหิตกลืนวิญญาณ’ ปีศาจร้ายที่เกิดจากการหลอมรวมซากศพของสัตว์ป่าและวิญญาณอาฆาตร่างกายของมันใหญ่โตเท่าช้างสาร ผิวหนังสีแดงสดเหมือนถูกถลกหนัง
มีสี่แขนที่ปลายสุดเป็นกรงเล็บแหลมคม และที่น่าขยะแขยงที่สุดคือ...บริเวณหน้าอกของมันมี ‘หน้าคน’ บิดเบี้ยวร้องโหยหวนอยู่เต็มไปหมด!
“นั่นมันตัวบ้าอะไรเนี่ย! ผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าชัดๆ!” กู้หยูอุทานเขารีบรัวนิ้วบนแป้นคีย์บอร์ดที่รัดแขนอยู่“เซนเซอร์วัดค่าพลังงานทะลุหลอดเลยครับพี่ใหญ่! ไอมารเข้มข้นมาก!”
“งั้นก็ต้องทุบให้เละ!” กู้หลินไม่รอช้า พลังสายเลือดมังกรทองในตัวตื่นขึ้นเส้นเลือดที่แขนปูดโปนและเปล่งประกายสีทองจางๆ เขากระโจนพุ่งตัวออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่!
“ย่าห์!!”
ไม้เบสบอลฟาดเข้าที่สีข้างของอสูรโลหิตอย่างจัง!
เปรี้ยงงงง!เสียงปะทะดังสนั่น แรงหวดของกู้หลินรุนแรงพอที่จะทำลายกำแพงอิฐได้สบายๆแต่อสูรยักษ์กลับเซไปเพียงไม่กี่ก้าว มันหันกลับมาคำรามและตวัดกรงเล็บสวนกลับทันที!
“พี่ใหญ่ หลบ!” เสี่ยวเป่าตะโกน
ฟรึ่บ!กรงเล็บเฉี่ยวเสื้อแจ็กเกตของกู้หลินไปนิดเดียว
กู้หลินม้วนตัวหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด
“พี่รอง! กางอาคม!” เสี่ยวเป่าสั่งการต่อทันที
“รับทราบ!” กู้หยูกดปุ่มสีแดงที่เข็มขัด โดรนขนาดจิ๋วสี่ตัวพุ่งทะยานออกจากเป้ของเขาบินไปประจำที่สี่มุมรอบตัวอสูรโลหิตลำแสงเลเซอร์สีฟ้าที่ผ่านการเลเซอร์อักขระยันต์สาดส่องลงมาถักทอกันเป็นตาข่ายแสง!
“ค่ายกลแสงธรรมฉบับไฮเทค! ทำงาน!”
จี่!!!!เมื่อผิวหนังของอสูรโลหิตสัมผัสกับตาข่ายแสง มันก็เกิดเสียงดังฉ่าเหมือนเนื้อย่างโดนกระทะร้อนปีศาจร้ายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ควันสีดำลอยคลุ้งแสงธรรมของกู้หยูทำหน้าที่สะกดการเคลื่อนไหวของมันได้อย่างชะงัด!
คุณนายเฉียวเห็นท่าไม่ดีเธอรีบกัดนิ้วตัวเองจนเลือดไหล แล้วดีดหยดเลือดลงบนเศษหินวิญญาณ
“ข้าขอพลีเลือด... ปลดผนึกขั้นสุดยอด! ฉีกร่างพวกมันซะ!”
พริบตานั้นอสูรโลหิตที่กำลังดิ้นรนกลับมีพลังมหาศาลปะทุขึ้นมา!ดวงตาของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ตาข่ายแสงของกู้หยูเริ่มปริร้าวและแตกออก!โดรนทั้งสี่ตัวช็อตและระเบิดร่วงลงพื้น!
ตู้ม!
อสูรโลหิตสะบัดแขนอย่างเกรี้ยวกราดคลื่นกระแทกพัดเอากู้หลินและกู้หยูกระเด็นถอยหลังไปคลุกฝุ่น
“ฮ่าๆๆๆ! จบสิ้นแค่นี้แหละ! เด็กน้อย! วันนี้พวกแกต้องตาย!”คุณนายเฉียวหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง
กู้หลินพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่แรงกระแทกเมื่อกี้ทำให้เขาจุกจนแทบขยับไม่ได้ กู้หยูก็แว่นตาแตก แขนขวาถลอกปอกเปิก
อสูรโลหิตเดินกระทืบเท้าสั่นสะเทือนตรงดิ่งเข้ามาหาเสี่ยวเป่าที่ยืนนิ่งอยู่ตรงกลางลานกรงเล็บทั้งสี่ง้างขึ้นเตรียมจะสับร่างเด็กน้อยให้เป็นชิ้นๆ
ทว่า...แทนที่เสี่ยวเป่าจะหวาดกลัว เธอกลับถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ ยกมือป้อมๆขึ้นมาลูบท้องที่กำลังร้องโครกคราก
“เสี่ยวเป่าให้โอกาสแล้วนะป้า...อุตส่าห์ให้พี่ชายออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายก่อน...” เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้นดวงตากลมโตที่เคยดูไร้เดียงสาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามที่สว่างจ้าจนลานประลองที่เคยมืดมิดสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน!
บรรยากาศรอบตัวเด็กห้าขวบเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอสูรโลหิตที่กำลังบ้าคลั่งถึงกับชะงักกึก!สัญชาตญาณของปีศาจบอกมันว่า... สิ่งมีชีวิตตัวเล็กจ้อยตรงหน้าคือความตายที่แท้จริง!
“เจ้าบังอาจ... เอากับข้าวของข้าไปให้เดรัจฉานกินงั้นรึ!”
เสี่ยวเป่ายื่นมือขวาออกไปด้านหน้าโทรศัพท์มือถือจอแตกคู่ใจลอยขึ้นมาจากกระเป๋า หมุนคว้างอยู่กลางอากาศพลังปราณเทพเซียนที่นางเพียรสะสมมาหลายสัปดาห์ ถูกดึงออกมาใช้อย่างเต็มพิกัด!แสงสีทองจากหน้าจอแตกๆ สาดส่องขึ้นไปรวมตัวกันเหนือหัวของนาง ก่อตัวเป็นรูป‘ฝ่ามือขนาดยักษ์สีทองคำ’!
คุณนายเฉียวเบิกตากว้างจนแทบถลน“พะ... พลังแบบนั้นมันอะไรกัน! เป็นไปไม่ได้!เด็กห้าขวบจะมีพลังระดับปรมาจารย์ได้ยังไง!”
“จำชื่อท่านี้ไว้ให้ดีนะป้า... แล้วเอาไปท่องในนรก!”
เสี่ยวเป่าแสยะยิ้มที่มุมปากแล้วตวัดมือตบลงสู่พื้นอย่างรุนแรง!
“ฝ่ามืออรหันต์ปราบเกรียน... ทะลวงวิญญาณ!!”
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!
ฝ่ามือสีทองขนาดยักษ์ฟาดดิ่งลงมากระแทกใส่ร่างของอสูรโลหิตอย่างจัง!เสียงระเบิดดังกึกก้องจนกรงเหล็กของลานประลองบิดเบี้ยวแรงลมมหาศาลพัดกระหน่ำจนลูกศิษย์ของคุณนายเฉียวปลิวไปกระแทกกำแพงสลบเหมือดไปตามๆกัน!
ร่างของอสูรโลหิตที่เคยแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผงในเสี้ยววินาที!ไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวนเลยแม้แต่นิดเดียว!
คลื่นพลังยังพุ่งทะลวงต่อไปจนถึงอัฒจันทร์ที่คุณนายเฉียวนั่งอยู่เก้าอี้กำมะหยี่แตกกระจาย คุณนายเฉียวกระเด็นตกลงมาคลุกฝุ่นที่พื้นลานประลองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ชุดกี่เพ้าฉีกขาด กระอักเลือดสีดำออกมาคำโตหินวิญญาณในมือของเธอแตกละเอียดเป็นเศษซาก
ความเงียบสงัดระดับหูอื้อเข้าปกคลุมลานประลองใต้ดินอีกครั้ง
ฝุ่นควันค่อยๆจางลง เผยให้เห็นร่างเล็กๆ ของเสี่ยวเป่าที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่ที่เดิมผ้ากันเปื้อนลายเป็ดน้อยไม่เปื้อนฝุ่นเลยสักเม็ด
“พี่ใหญ่ พี่รอง ลุกไหวไหม?” เสี่ยวเป่าหันไปถามพี่ชายทั้งสองที่กำลังนั่งอ้าปากค้างอยู่กับพื้น
“วะ... ไหว...” กู้หลินกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ วันนี้น้องสาวของเขาโหดกว่าทุกวันจริงๆ
เสี่ยวเป่าพยักหน้าก่อนจะเดินเตาะแตะเข้าไปหาคุณนายเฉียวที่นอนตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นเธอใช้เท้าเล็กๆ เหยียบลงบนยอดอกของคุณนายเฉียวอย่างไม่ออมแรง
“อั่ก!” คุณนายเฉียวกระอักเลือดอีกรอบ แววตาที่เคยมองอย่างหยิ่งผยองบัดนี้เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขีด “ยะ... อย่าฆ่าฉัน... ฉันยอมแล้ว...”
“เสี่ยวเป่าไม่ฆ่าป้าหรอก เพราะเสี่ยวเป่าเป็นเทพธิดาใจดี”เสี่ยวเป่ายิ้มหวานหยดย้อย “แต่เสี่ยวเป่ามีสองคำถาม... ข้อแรก ‘นายท่าน’ของป้าซ่อนตัวอยู่ที่ไหนในภูเขาเทียนซาน?”
คุณนายเฉียวหน้าซีดเผือด“กะ... แกรู้เรื่องภูเขา
เทียนซานได้ยังไง... ถะ... ถ้าฉันบอก นายท่านต้องฆ่าฉันแน่!”
“ถ้าป้าไม่บอก เสี่ยวเป่านี่แหละจะส่งป้าลงนรกขุมที่สิบแปดเดี๋ยวนี้!”เสี่ยวเป่ากดเท้าหนักขึ้น “ข้อสอง... และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด...”
เสี่ยวเป่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน
“หมู-หัน-สิบ-ตัว-ของ-ข้า-อยู่-ไหน?!!!”
คุณนายเฉียวถึงกับน้ำตาเล็ดชี้มือสั่นๆ ไปทางตู้คอนเทนเนอร์ด้านหลังลานประลอง “ยะ...อยู่ในตู้แช่แข็งตรงนั้น... สั่งตรงมาจากภัตตาคาร... ยะ...ยังไม่ได้เอาไปให้สัตว์เลี้ยงกิน...”
เสี่ยวเป่าตาเป็นประกายวาววับปล่อยเท้าออกจากอกคุณนายเฉียวทันที
“พี่รอง! โทรเรียกตำรวจมาเก็บกวาดขยะพวกนี้ด้วย!แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายและค้าสัตว์ป่าเถื่อนไปเลย!”
เด็กหญิงตัวน้อยหันหลังกลับเดินตรงดิ่งไปที่ตู้คอนเทนเนอร์ด้วยความอารมณ์ดี “พี่ใหญ่!มาช่วยหนูยกหมูหันหน่อย! คืนนี้เราจะจัดปาร์ตี้หมูหันย่างไฟปราณกัน!”
กู้หลินและกู้หยูมองหน้ากันแล้วหัวเราะแห้งๆ
ถึงแม้จะเพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาดๆ...แต่สำหรับ ‘เทพธิดาน้อยร้อยศพ’ แล้ว...ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการได้กินของอร่อยอีกแล้ว!