Its you dear เป็นเธอที่รัก [มีอีบุ๊ค+หนังสือแล้วค่ะ]

    ตอนที่ 3.1

     บทที่ 3

     

            เวลาผ่านไปจนถึงวันที่ต้องแสดงจริง ฉันลุกขึ้นมา๻ั้๫แ๻่เช้าด้วยอาการเดิมคืออาเจียนและเวียนหัว รู้สึกจริง ๆ แล้วว่าร่างกายของตัวเองไม่ปกติ ดูเวลายังเหลืออีกเยอะเลยตัดสินใจนอนต่อเพื่อพักเอาแรง ตื่นมาอีกครั้งเพราะเสียงนาฬิกาที่ตั้งปลุกไว้ ฉันอาบน้ำแล้วแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มตัวเก่ง ไปหน้าสดเพราะยังไงก็ต้องไปแต่งที่นู่นอยู่แล้ว โชว์ของฉันเริ่มต้นตอนหนึ่งทุ่มเป็๞งานตอนกลางคืน แต่พี่ฝนให้ทุกคนไปเตรียมตัว๻ั้๫แ๻่บ่ายเพราะอยากซ้อมอีกรอบหนึ่ง


            ลงมาก็เจอคุณพ่อกับน้าทิพย์กำลังกินข้าวกันอยู่พอดี

            “วันนี้แสดงใช่มั้ย มากินข้าวก่อนสิ” ฉันเดินไปนั่งตามที่คุณพ่อเรียก พี่แววตักข้าวต้มมาให้ พอได้กลิ่นอาหารอาการพะอืดพะอมก็กลับมาจนต้องเลื่อนจานออกไปไกล ๆ คุณพ่อเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

            “นีนไม่ค่อยหิวค่ะ” ฉันตอบคุณพ่อ

            “อาการหนูนีนนี่แปลก ๆ นะคะ” น้าทิพย์พูดขึ้นมา

            “นีนเรียนแล้วก็ซ้อมหนักค่ะ ไม่ค่อยได้พักอาการก็เลยเป็๞แบบนี้”

            “อ่อ น้าก็อดคิดไม่ได้ว่าอาการหนูนีนน่ะเหมือน...” แล้วน้าทิพย์ก็เว้นไป

            “เหมือนอะไรเหรอคะ”

            “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ น้าคงคิดมากไป คุณพี่เดี๋ยวกินเสร็จแล้วเราออกกันเลยดีกว่าค่ะ” แล้วน้าทิพย์ก็หันไปคุยกับคุณพ่อ

            “อืม ได้สิ แล้วแกก็แสดงอย่าให้ผิดพลาดล่ะ เค้าอุตส่าห์ให้โอกาสมา” ประโยคหลังคุณพ่อหันมาพูดกับฉัน

            “ค่ะ” ฉันรับคำคุณพ่อ

            “หนูนีนนี่โชคดีนะคะที่ทางนั้นเค้ายังนึกถึง ทั้ง ๆ ที่คุณตากับแม่ของแกก็เสียไปนานแล้วแท้ ๆ”

            “คุณหญิงเ๽้าภาพงานนี้เค้าสนิทกับแม่ของนีนน่ะเลยขอให้ช่วย เพราะจำได้ว่านีนก็แสดงอะไรแบบนี้บ่อย ๆ”

            “อ่อ อย่างนี้นี่เอง” แล้วคุณทิพย์ก็ชวนคุณพ่อคุย ฉันไม่อยากมานั่งฟังเลยขอตัวออกมาเหมือนทุกครั้ง

            

            นั่งรถมาถึงโรงแรมที่จัดงานพอดีกับที่หนูนาโทรมาบอกว่ามาถึงแล้ว ยืนรอได้ไม่นานหนูนาก็เดินมาหา ฉันส่งยิ้มให้หนูนาที่เข้ามากอดแขนเอาไว้

            “เสร็จจากวันนี้เราจะเป็๲อิสระแล้ว” หนูนาที่ดูอารมณ์ดีเป็๲พิเศษพูดขึ้น

            “ร่าเริงเลยนะ”

            “แน่นอนอยู่แล้ว จบงานเราจองร้านสปาไว้แล้ว ไปด้วยกันมั้ย”

            “ได้ ไว้นัดกันอีกครั้งแล้วกัน” หลังจากที่ซ้อมด้วยกันมาหลายวันฉันกับหนูนาก็สนิทกันมากขึ้น หนูนาเป็๞คนที่อัธยาศัยดี เข้ากับคนอื่นง่ายฉันเลยคุยได้โดยไม่อึดอัด เราสองคนมาถึงห้องที่พี่ฝนนัดเอาไว้ ในห้องดูวุ่นวายมาก พี่ฝนที่คุยกับทีมงานอยู่หันมาเห็นเราสองคนก็เดินเข้ามาหา

            “นี่กินอะไรรึยัง”

            “กินไปนิดเดียวเองค่ะ ไม่อิ่ม” หนูนาตอบ

            “งั้นไปนั่งกินกันก่อน ตรงนู้นมีของกิน เดี๋ยวพอมากันครบเรามาซ้อมกันอีกรอบแล้วค่อยเริ่มแต่งหน้าทำผม”

            “ได้ค่ะ” ฉันกับหนูนาเดินไปนั่งรอที่พี่ฝนบอก ฉันเลือกหยิบแค่ขนมปังเพราะกินอะไรไม่ลง แต่ต้องกินเพราะจะไม่มีแรง จนพี่ ๆ มาครบเราเลยเริ่มซ้อมกันอีกครั้ง ซ้อมเสร็จก็คุยรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนจะเริ่มแต่งตัวเพราะใกล้ได้เวลาขึ้นทุกที


            ชุดที่ใส่เป็๞เสื้อเกาะอกสีแดงเข้ม ห่มสไบปักทอง และนุ่งซิ่นยาวกรอมเท้า ผมเกล้าขึ้นจนหมดแล้วทัดด้วยดอกไม้ พอแต่งตัวเสร็จฉันก็เดินไปนั่งเพื่อให้ช่างได้แต่งหน้า

            “ง้ามงาม สนใจไปประกวดมั้ยลูก เดี๋ยวพี่จีส่งเอง” พี่จีสาวประเภทสองพูดขึ้นมา ฉันส่ายหน้าแล้วปฏิเสธ

            “ไม่เป็๞ไรค่ะ”

            “เสียดาย ดูสิพอแต่งออกมายังกับหลุดออกมาจากวรรณคดี”

            “ขอบคุณค่ะ”

            “จ้ะ ถ้าเปลี่ยนใจก็บอก เอานามบัตรเก็บไว้ด้วย” ฉันยื่นมือไปรับนามบัตรของพี่จีก่อนจะลุกออกมาเพื่อให้คนอื่นแต่งหน้าต่อ ระหว่างรอก็เล่นโทรศัพท์ไปพลาง ๆ จนทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยพี่ฝนถึงเรียกรวมตัว

            “เอาล่ะ เดี๋ยวลงไปรอที่หลังเวทีชั้นล่างได้เลย ก่อนออกอย่าลืมพานดอกไม้ล่ะ” พี่ฝนย้ำก่อนจะไปสั่งงานคนอื่นต่อ ฉันเดินตามคนอื่นไปยังหลังเวที หนูนาที่อยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือมาจับ

            “ตื่นเต้นอะ กลัวลืมท่า” ฉันกุมมือเย็น ๆ ของหนูนาแล้วพูดให้กำลังใจ

            “หนูนาทำได้อยู่แล้ว คิดซะว่าซ้อมอีกรอบหนึ่งจะได้ไม่ตื่นเต้น”

            “นีนแต่งแล้วสวยมากเลย ไปเป็๲ดาราได้เลยนะเนี่ย”

            “อยู่ ๆ ก็มาชม หนูนาก็สวยเหมือนกันนั่นแหละ” ฉันชมหนูนากลับไป แต่หนูนาก็สวยมากจริง ๆ

            “ผลัดกันชมเลยนะ สวยทั้งคู่นั่นแหละ มาเตรียมตัวเร็ว พิธีกรจะพูดเสร็จแล้ว” พี่ที่ยืนอยู่ข้างหน้าเอ่ยขึ้นมา หนูนาถอยหลังไปอยู่ข้างหลังฉันตามตำแหน่ง ฉันหลับตาทำสมาธิก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อบทเพลงเริ่มบรรเลง ไฟในห้องที่ถูกหรี่จนมืดค่อย ๆ สว่างขึ้นตามการก้าวเดินของพวกเรา

            

            ภายในงานเสียงพูดคุยค่อย ๆ เงียบลง ฉันเริ่มร่ายรำตามที่ฝึกซ้อมมาตลอดหลายวัน ในงานมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ฉันส่งยิ้มให้ผู้ชม มีเสียงดังขึ้นอย่างตื่นเต้นเมื่อพวกเราเริ่มโปรยดอกไม้ที่อยู่ในพาน จนกระทั่งจบเพลงเสียงตบมือก็ดังขึ้น พวกเรายกมือขึ้นไหว้พร้อมกันก่อนจะเดินเข้าไปหลังฉาก

            

            ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดี พี่ ๆ เดินเข้ามากอดแล้วกล่าวขอบคุณ

          

              “นีนจะเข้าไปในงานอีกมั้ย” ระหว่างที่เดินขึ้นไปห้องเพื่อเปลี่ยนชุดหนูนาก็ถามขึ้นมา

            “ไม่เข้าแล้วล่ะ เดี๋ยวกลับเลย หนูนาจะเข้าไปงานเหรอ”

            “อืม แม่อยู่ในงานน่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นพอเปลี่ยนชุดเสร็จก็แยกกันเลยแล้วกันเนอะ” ฉันเสนอ

            “โอเค ไว้เรานัดเจอกันอีกที แต่นีนรอตรงนี้แป๊บหนึ่งนะ ขอเราเข้าห้องน้ำก่อน ขึ้นไปข้างบนคนเยอะอะ”

            “ได้ เดี๋ยวยืนรอตรงนี้นะ” แล้วหนูนาก็วิ่งไปเข้าห้องน้ำ ฉันเดินหลบมายืนริมทางเดิน มองวิวตอนกลางคืนของกรุงเทพผ่านทางกระจกใส ระหว่างเหม่อมองวิวข้างนอกอยู่ ๆ ก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา ฉันเลยหันกลับไปมอง แต่ดันเห็นแค่แผ่นหลังกว้างในเสื้อสูทสีเข้มกำลังเดินห่างออกไป รู้สึกคุ้นอย่างบอกไม่ถูก ยังไม่ทันคิดให้ดีหนูนาก็เรียกขึ้นมาก่อน

            “นีน เสร็จแล้วไปกัน”

            “อืม” ฉันละสายตาออก แล้วเดินไปหาหนูนาที่ยืนอยู่

            “คนแทบไม่มี คงอยู่ในงานกันหมด นี่แม่ก็โทรมาเร่งอีกแล้ว” ฉันฟังหนูนาบ่นจนลืมเ๱ื่๵๹เมื่อครู่ไปซะสนิท


            หลังเปลี่ยนชุดล้างเครื่องสำอางเสร็จฉันก็นั่งรถกลับบ้าน เหมือนเดิมคือที่บ้านไม่มีใครอยู่ คุณพ่อส่งข้อความมาบอกว่าพาน้าทิพย์ไปธุระที่ไหนสักที่อาจจะกลับดึกหรือไม่ได้กลับ ฉันชินแล้วล่ะ พอเข้าบ้านก็กดล็อกประตูให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้าห้องไปอาบน้ำ พรุ่งนี้ฉันมีเรียนตอนเช้า โชคดีที่งานวันนี้เลิกไม่ดึก

            

            พออาบน้ำเสร็จก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูปฏิทิน อาจจะเพราะเครียด ๆ เลยไม่ได้นึกถึง มานึกได้ตอนอาบน้ำว่าประจำเดือนไม่มาเกือบสองเดือนแล้ว ฉันวางโทรศัพท์ลงเพราะรู้สึกว่ามือตัวเองสั่นเกินไปเมื่อนึกถึงอาการที่เป็๲อยู่และประจำเดือนที่ขาดไป

            “ไม่มีอะไร” บอกกับตัวเองทั้งที่ใจเต้นรัว เวียนหัว อาเจียน เหม็นอาหาร และประจำเดือนไม่มา มานึกได้ว่าอาการของฉันเหมือนกับคน ‘ท้อง’ ทุกอย่าง ทนไม่ไหวกับสิ่งที่คิด ฉันลุกขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมและกระเป๋า ระหว่างลงบันไดก็กดเรียกรถให้มารับ เลือกร้านยาที่ไกลจากบ้านเพราะกลัวคนจะจำได้ รถพาฉันมาถึงร้านขายยาที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง


            “เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งได้มั้ยคะ ซื้อยาไม่นาน” ฉันถามพี่คนขับที่เป็๞ผู้หญิง

            “ได้ค่ะ” พอพี่เค้าตกลงฉันก็รีบวิ่งเข้าไปในร้านขายยา

            “สวัสดีค่ะ” เภสัชกรทักขึ้น

            “ค่ะ มาซื้อที่ตรวจครรภ์ค่ะ” กลั้นใจพูดออกไป

            “ได้ค่ะ รับแบบไหนดีคะ” โชคดีที่เภสัชไม่ได้ถามอะไรมาก

            “แบบไหนก็ได้ค่ะ”

            “งั้นเอาไปสองยี่ห้อนี้มั้ยคะ เพื่อความชัวร์”

            “ค่ะ เอามาสองอันเลยก็ได้ค่ะ” ฉันบอก

            “ทั้งหมด 280 บาทค่ะ” ฉันยื่นเงินไปให้ เภสัชกรยื่นเงินทอนพลางกล่าวอวยพร

            “ขอให้โชคดีนะคะ”

            “ขอบคุณค่ะ” ฉันยัดที่ตรวจเข้ากระเป๋าก่อนจะขึ้นรถ ในใจยังคงกังวลและขอให้ไม่ใช่อย่างที่คิด พอถึงบ้านก็รีบเดินขึ้นบนห้อง วางกระเป๋าลงแล้วหยิบที่ตรวจเดินเข้าไปในห้องน้ำ นั่งอ่านรายละเอียดข้างกล่องจนเข้าใจแล้วหยิบออกมา มันไม่ยากเลยแค่จุ่มลงไปแล้วรอผล


            ฉันเริ่มทำตามขั้นตอนที่บอกเอาไว้เมื่อเรียบร้อยก็นั่งรอเวลา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมานั่งนับถอยหลัง ทุกวินาทีที่ผ่านไปสร้างความกดดันขึ้นเรื่อย ๆ จนครบกำหนดเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น ฉันกดปิดเสียงแล้วเอื้อมมือไปหยิบที่ตรวจมาหนึ่งอัน จำได้ขึ้นใจถึงความหมายของขีดที่ขึ้น หนึ่งขีดคือไม่ท้อง และสองขีดคือท้อง ฉันจ้องที่ตรวจด้วยมือสั่นเทา น้ำตาที่กักไว้หยดลงมาเมื่อที่ตรวจในมือมันขึ้นสองขีด บางทีอาจจะผิด ฉันปาดน้ำตาแล้วหยิบที่ตรวจที่วางไว้อีกอันขึ้นมาดู แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม ทั้งที่อยากจะปฏิเสธมากแค่ไหนแต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้า ความเข้มแข็งที่เคยมีพังทลายลง


            “ทำไม ฮึก ทำไมเป็๞แบบนี้” ทรุดลงนั่งพร้อมกับกอดตัวเอง ในหัวมีแต่คำถามว่าทำไมเ๹ื่๪๫เลวร้ายที่เกิดมันไม่หมดลงสักที ทั้ง ๆ ที่ฉันก็กินยาคุมฉุกเฉินไปแล้ว ฉันไม่ควรจะท้อง ทำไมต้องเป็๞ฉันด้วย

            

            “ไม่ นี่คือความฝัน ตื่นสินีน ตื่น!!” แล้วฉันก็เริ่มหยิกเริ่มตีตัวเอง แต่ความเ๯็๢ป๭๨ที่ได้รับก็ทำให้รู้ว่ายังไงมันก็ไม่ใช่ความฝัน อยากจะกรีดร้องออกมาแต่ก็ร้องไม่ออก ในหัวว่างเปล่า รู้สึกเหมือนอนาคตที่วาดหวังไว้กำลังพังทลายลง แล้วความคิดหนึ่งก็เข้ามาในหัว ‘ต้องเอาออก’


            ฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาหาข้อมูลเ๹ื่๪๫การทำแท้ง แต่ยิ่งอ่านเนื้อหามากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บไปทั้งหัวใจ สุดท้ายฉันก็ทำไม่ได้เมื่อคิดว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้อง ฉันกดออกแล้วปิดหน้าจอ พยายามสูดหายใจลึก ๆ เพื่อรวบรวมสติ ก่อนจะลุกขึ้นไปล้างหน้า มองดวงตาแดงช้ำแล้วเหมือนเดจาวู ก่อนหน้านี้ฉันก็มายืนอยู่หน้ากระจกด้วยสภาพแบบนี้ บอกกับตัวเองว่ามันจะผ่านไปได้ แต่มันไม่เกิดขึ้น คำภาวนาของฉันไม่เคยได้ผลเลย ไม่เลยสักครั้ง

            

            หลังจากนั้นฉันก็ออกมานั่งบนเตียง หยิบรูปที่ถ่ายคู่กับแม่ขึ้นมาถาม

            “หนูจะทำยังไงดีคะแม่” ฉันยังคงถามต่อ

            “แม่ว่าหนูควรเก็บเค้าไว้มั้ย แม่บอกหนูหน่อย” ฉันลูบใบหน้าที่ยังสวยของแม่

            “หนูอยากกอดแม่จังเลย” หลังพูดจบฉันก็นอนลงแล้วเอากรอบรูปมากอดไว้แนบอก

            “แม่ให้กำลังใจนีนด้วยนะคะ” ฉันขอกำลังใจจากแม่เมื่อคิดถึงสิ่งที่จะทำในวันพรุ่งนี้

     

    ***

    สวัสดีค่ะ หากเจอคำผิดหรือประโยคแปลกๆ บอกได้เลยนะคะ จะรีบแก้ไขให้ค่าา ถ้าหากชอบสามารถคอมเม้นต์ติชมได้เลยยย หรือจะติดตามไปพูดคุยได้ที่

     

    ติดตามหรือพูดคุยได้ที่เฟสบุ๊ค

    https://www.facebook.com/องศาเดียวชื่อนี้เขียนนิยาย-111613020972880

     

     

    :องศาเดียว