ในเวลานี้ สิ่งต่างๆได้ดำเนินไปอย่างคึกโครมและเต็มไปด้วยความน่าตื่นตะลึง กิลด์ใหญ่ระดับโลกอย่างกิลด์เซฟีรอส, กิลด์มังกรสวรรค์, กิลด์เทพปีกสวรรค์, รวมถึงผู้เล่นพเนจรที่มีชื่อเสียงมากมายต่างปรากฏตัวกันอย่างพร้อมเพรียง
ภายในลานกว้างหน้าทางเข้าโรงประมูล บรรยากาศปะปนไปกับความตื่นเต้น เมื่อเหล่าผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกใบใหม่นี้มารวมตัวกัน ขณะที่สายตาของผู้คนจับจ้องไปยังองค์ชายเลโกลัสแห่งราชวงศ์เอลฟ์และเอลก้า ผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ ผู้ที่งดงามราวกับเทพธิดา
เลโกลัสและขบวนของเหล่าเอลฟ์กำลังก้าวเข้าสู่โรงประมูล ความสง่างามของพวกเขาสะกดทุกสายตาให้เฝ้าติดตาม
แต่ในขณะเดียวกัน ตัวของเอลก้าก็เหลือบสายตาไปยังรอบบริเวณ ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ไม่ปกติ ดวงตาสีฟ้าสดของเธอหรี่ลงเล็กน้อย ความเยือกเย็นที่เปล่งออกมาจากแววตาของเธอ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ในใจของเอลก้าครุ่นคิดถึงกลิ่นอายที่เธอสัมผัสได้ มันเป็นกลิ่นอายที่เธอเกลียดชังอย่างยิ่ง กลิ่นอายที่มีความสกปรกและมืดมน
“กลิ่นอายของพวกปีศาจ...”
เธอพึมพำในใจอย่างเฉยชา
“กิลด์แห่งความมืด สเปคเตอร์งั้นหรือ?”
“แม้แต่พวกมันก็มาที่นี่...”
ดวงตาสีฟ้าของเธอจับจ้องไปยังเงามืดที่อยู่ไกลออกไป แม้เธอจะไม่เห็นตัวตนของพวกมันอย่างชัดเจน แต่สัญชาตญาณของเอลฟ์ที่เฉียบแหลม ทำให้ตัวของหญิงสาวมั่นใจว่ากิลด์สเปคเตอร์กำลังซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของลานประมูล
“ถ้าพวกมันไม่ก่อเรื่องอะไรก็ดี”
เอลก้าคิดในใจ พลางยืดตัวตรงด้วยท่าทางที่ยังคงสง่างาม
“แต่ถ้าพวกมันกล้าก่อเรื่องขึ้นมาที่นี่”
“เราจะไม่ปล่อยมันไว้แน่!”
เลโกลัสที่เดินเคียงข้างสังเกตเห็นถึงท่าทางแปลกไปของเอลก้า เขาขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“มีอะไรหรือครับท่านป้า?”
เอลก้าหันไปมองเลโกลัส เธอยิ้มเล็กน้อยเพื่อปกปิดความกังวล แต่ยังไม่ทันที่จะตอบ เสียงคำรามที่ดังกึกก้องก็สะท้านไปทั่วทั้งเมือง
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
เสียงคำรามนั้นทรงพลังและน่าเกรงขามจนทำให้ทุกคนหยุดชะงัก ราวกับเวลาถูกหยุดลงชั่วขณะ เสียงนั้นไม่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตธรรมดา แต่มันคือเสียงคำรามของมังกร เปลวเพลิงสีแดงส้มพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นเส้นทางที่ลุกโชนและเปล่งประกายอย่างน่ากลัว
ทุกสายตาหันไปยังทิศทางของเปลวเพลิงนั้น และสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือร่างมหึมาของมังกรเพลิงจักรพรรดิ เฟนเรียร์
มันทะยานบนท้องฟ้าอย่างสง่างาม และแผ่พลังอันเกรี้ยวกราดออกมาให้ทุกคนได้สัมผัส
เอลก้าและเลโกลัสที่เห็นภาพนั้น สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันที
ความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากมังกรตัวนั้นทำให้พวกเขารู้ได้ทันทีว่าใครคือเจ้าของ
“นั่นคือผู้พิทักษ์ของตระกูลซิกฟรีด...”
เอลก้าพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง
“หมายความว่า..คนที่เดินทางมาคือคนของตระกูลซิกฟรีด!!”
เลโกลัสกล่าวเสริม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่น
บนหัวของมังกรเพลิงจักรพรรดิเฟนเรียร์ ร่างอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังและเกรี้ยวกราด ปรากฏให้เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่โดดเด่นราวกับเป็นภาพจากตำนาน ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ด้านหน้าคืออนาเธอร์
ชายผู้มีเส้นผมสีเทาเปล่งประกาย ดวงตาคมลึกที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ และใบหน้าที่หล่อเหลาจนเหมือนเทพเจ้าจุติ ตัวเขาเองเปล่งประกายออร่าแห่งความสูงส่งและความมั่นใจที่ไม่มีผู้ใดในลานกว้างกล้าจะลบหลู่
ขนาบข้างเขาคือสามสาวงามแห่งยุค คริสติน่า เฟรย่า และไอริน ซึ่งหญิงสาวแต่ละคนต่างก็มีความงดงามในแบบของตัวเอง ทั้งสามเปล่งประกายราวกับแสงจันทร์ในคืนอันมืดมิด
คริสติน่าอยู่ในชุดสีเงินประดับอัญมณีที่สะท้อนแสงราวกับดวงดาว ใบหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความสง่างามและลึกลับ
เฟรย่าในชุดสีแดงเพลิงโดดเด่นด้วยความเย้ายวนราวกับเปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับ ไอรินในชุดสีน้ำเงินเข้มแสดงถึงความนิ่งสงบและความมั่นคง แต่ก็แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ที่ไม่อาจละสายตาได้
“นี่มัน..”
การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้ทั้งลานกว้างแทบจะหยุดนิ่ง ทุกสายตามองไปยังกลุ่มของอนาเธอร์ด้วยความตกตะลึงและเงียบงัน
แม้แต่เลโกลัส องค์ชายแห่งราชวงศ์เอลฟ์ ผู้ที่มีความสง่างามไม่แพ้ใครยังต้องหยุดและหันมามองภาพนั้นอย่างตกตะลึง
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มต้องสั่นไหวมากที่สุด มันกลับไม่ใช่ความงดงามของกลุ่มคนเหล่านั้น เป็นเพราะตัวของเขารู้ดี
ท่านคริสติน่า ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปกป้องวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้กลายเป็นภรรยาของอนาเธอร์
ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก และสำหรับเลโกลัสแล้ว ผู้ที่เคารพและเลื่อมใสในตัวของท่านคริสติน่า การได้ยินข่าวนี้ทำให้หัวใจของชายหนุ่มสั่นไหวอย่างไม่อาจปฏิเสธ
ในตอนนั้น เฟนเรียร์ที่แบกรับกลุ่มคนอันโดดเด่นเหล่านี้ไว้ค่อยๆทะยานลงสู่ลานกว้าง เปลวเพลิงที่ห่อหุ้มร่างของมันเริ่มจางลง มันส่งเสียงคำรามสุดท้ายก่อนที่ร่างของมันจะเริ่มเปลี่ยนแปลง เฟนเรียร์แปรเปลี่ยนจากร่างมังกรมหึมากลับกลายเป็นร่างมนุษย์ในชั่วพริบตา
“แม้แต่พวกเอลฟ์ก็มางานครั้งนี้ด้วย!”
ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงที่มีใบหน้าคมเข้มและสายตาดุดันปรากฏตัวในชุดที่สง่างาม เขาเดินลงจากจุดที่ยืนอยู่ด้วยท่าทางเรียบง่าย แผ่บารมีจนผู้คนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้
ถึงเฟนเรียร์จะเคยกล่าวว่าตัวของเขาไม่สนใจมนุษย์หรือการประมูลในครั้งนี้ แต่ความจริงคือเขาเองก็อยากเปิดหูเปิดตาและสังเกตการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน
การปรากฏตัวในฐานะพาหนะของอนาเธอร์ในวันนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดยังยอมรับในสถานะของอนาเธอร์
เสียงฮือฮาดังก้องขึ้นทันทีเมื่ออนาเธอร์และกลุ่มของเขาปรากฏตัวในลานกว้าง
“นะ... นั่นคืออนาเธอร์! บุตรแห่งพระเจ้า ผู้เล่นที่มีพลังของเทพเจ้าถึงสามตน!”
“เขาหล่อเหลาถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ฉันคิดว่าข่าวลืออาจจะเกินจริงไป แต่ดูสิ!”
“แล้วผู้หญิงพวกนั้นล่ะ? เฟรย่า? ไอริน? และนั่นใครกัน? ผู้หญิงที่สวยที่สุดในกลุ่ม...”
เสียงซุบซิบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มีเสียงหนึ่งดังขึ้นตอบกลับด้วยความชัดเจน
“ไอ้โง่! นั่นคือท่านคริสติน่า ผู้ปกป้องวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งการเลื่อนขั้น และท่านไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเทพเจ้า! เป็นเทพเจ้าที่แท้จริง!”
คำพูดนี้ทำให้ผู้คนในลานกว้างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง หลายคนไม่เคยพบเห็นคริสติน่ามาก่อน และข่าวลือเกี่ยวกับเธอก็เป็นเพียงเรื่องราวที่เล่าขานกันในหมู่ผู้เล่นระดับสูงเท่านั้น
การได้เห็นเธอปรากฏตัวในวันนี้พร้อมกับชายหนุ่มอนาเธอร์ ยิ่งทำให้ทุกคนประทับใจในพลังและบารมีของเขา
“จ้องมองและเชิดชูฉันให้มากกว่านี้อีก!”
อนาเธอร์เดินลงจากเฟนเรียร์อย่างสง่างาม สายตาที่จับจ้องไปยังผู้คนรอบข้างแสดงออกถึงความมั่นใจและความทะนงตน
เขาไม่เอ่ยคำใด แต่เพียงแค่การยืนอยู่ที่นั่นก็ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงอำนาจที่ไม่อาจเอื้อมถึงได้
คริสติน่า เฟรย่า และไอรินเดินตามเขามาอย่างเงียบงัน ทุกย่างก้าวของพวกเธอกลับดึงดูดสายตาและความสนใจของทุกคนในลานกว้าง
การปรากฏตัวของพวกเขาไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตะลึง แต่ยังตอกย้ำสถานะของอนาเธอร์ในฐานะผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์
ทุกคนต่างรู้ดีว่าชายคนนี้ไม่ได้มาเพื่อแค่ประมูลไอเทมล้ำค่า แต่ยังเพื่อแสดงให้โลกได้เห็นถึงอำนาจที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้...
..
มั่นหน้าจริงๆไอ้เด็กเวร 555+