"ฉัน!! ฉันขอถามเป็นคนแรก"
อลิเซียยกมือข้างขวาขึ้นสุดแขน เธอรีบพูดออกมากลัวเหมือนว่าตนเองจะไม่มีโอกาศได้พูดอีก
"ครับ เชิญ"
อาเบลยิ้มเล็กๆก่อนจะพยักหน้าเชิญให้เธอพูดถามคำถามต่อได้เลย
"นายมีทักษะการต่อสู้เก่งมาก นายเคยเป็นทหารมาก่อนหรอ"
อลิเซียที่มีความเกี่ยวข้องกับสายเลือดทหารมาตั้งแต่แรกกำเนิด ถามขึ้นมาโดยทันที เธอก็พอจะได้รับความรู้เกี่ยวกับวิธีการฝึกของหน่วยทหารพิเศษที่พ่อของเธอบัญชาการมาบ้างในตอนเด็กๆ ฝีมือหรือทักษะการต่อสู้ที่อาเบลแสดงออกมาให้เธอเห็นในเหตุการณ์ครั้งนั้นมันก็เกินคำว่าจะเป็นทหารปกติแล้ว เธอจึงคิดว่าอาเบลจะต้องได้รับการฝึกให้เป็นทหารหน่วยรบพิเศษตั้งแต่เด็กๆแล้วถึงสามารถต่อสู้ฆ่าฟันศัตรูได้ขนาดนั้น
"ไม่เคยครับ"
อาเบลตอบอลิเซียสั้นๆได้ใจความ
"ห๊ะ ไม่ได้เป็นทหารหรอ แล้วเป็นอะไรมาก่อนละ"
อลิเซียเริ่มหัวเสียเธอนึกว่าอาเบลต้องโกหกเธอแน่ๆ
"ผมก็เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายทั่วไปครับ"
อาเบลทำท่าทางกวนโอ้ยใส่อลิเซียแบบเดิมเหมือนเมื่อเช้า
"หึ คำนี้อีกแล้ว น่าโมโหชะมัด ไม่คุยด้วยแล้ว ลินฝากถามต่อด้วย ฉันไม่คุยกับผู้ชายขี้โกหก"
เธอสะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธก่อนจะให้ลินเป็นคนถามคำถามที่เหลือต่อไป
"อลิเซียใจเย็นๆสิ"
ลาล่าจับมือของอลิเซียและพยายามปลอบให้เธอใจเย็นลงอีกครั้งหนึ่ง
"นายชื่อจริงชื่อว่าอะไร"
เพราะข้อมูลที่เธอได้รับจากแฟ้มประวัติของอาเบลเหมือนจะถูกปลอมแปลงมันขึ้นมา เธอจึงต้องไล่เรียงคำถามที่ต้องการรู้ให้มากที่สุดทุกอย่างที่สามารถปลอมแปลงได้
"อาเบล"
"ใช่ชื่อจริงๆแน่หรอ"
"ใช่"
อาเบลพยักหน้าตอบ
"อายุ?"
"18ปี"
"เพศ"
"ก็ผู้ชายไง เธอดูแล้วไม่รู้หรอ หรือว่าจะต้องให้ผมพิสูจน์ให้ดูไหมครับ"
อาเบลตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆ แต่ก็เงียบโดยพลันเมื่อจับจ้องมองไปที่ใบหน้าของลินในตอนนี้ที่ปกติจะนิ่งเฉยไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมา แต่ตอนนี้กลับหน้านิ่วคิ้วขมวดดูน่ากลัวสุดๆ ในสายตาของอลิเซียและลาล่าการแสดงออกของลินที่เป็นแบบนี้มันน่าขนลุกสุดๆ มันแสดงออกว่าเธอโกรธจริงๆ
"(ตายแน่ๆอาเบล Rip)"
หญิงสาวสองคนโอบกอดกันและกัน พวกเธอหันหน้ามองอาเบลอย่างน่าสงสาร ก่อนจะภาวนาในใจ ให้อาเบลจากไปอย่างสงบ
"ขอโทษครับ"
อาเบลทนสายตาของหญิงสาวตรงด้านหน้าไม่ไหว ไหนจะสายตาของอีกหญิงสาวที่กอดกันอยู่ข้างๆเขาอีกที่มองเขาเหมือนจะต้องพบเจอกับเรื่องร้ายแรงน่าดู เขาจึงต้องเอ่ยคำขอโทษออกมาเพื่อให้ลินสงบอารมณ์ลง
"งั้นคำถามสุดทาย จุดประสงค์ที่นายเข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้ละ"
และแล้วคำถามที่ลินอยากถามมากที่สุดเธอก็ถามออกไป
"ฉันรู้ว่านายคือนักเรียนมัธยมปลายธรรมดา แต่ทำไมนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาถึงมีทักษะการต่อสู้เก่งยิ่งกว่าทหารหน่วยรบพิเศษอีกละ แล้วก็เรื่องฆ่าคนอีกด้วย นายสามารถฆ่าคนจำนวนมากโดยไม่กระพริบตาได้อย่างไร"
เมื่อลินพูดถึงตอนฆ่าคน เธอก็นึกถึงภาพที่มีชายชุดดำจำนวนมากล้มตายเรียงรายเหมือนโดมิโน่ล้มทับกัน เธอก็แทบจะอาเจียนอ้วกอาหารที่กินเมื่อตอนเที่ยงออกมา แต่เธอก็ฝืนใจอกทนไว้ได้จึงไม่ได้อ้วก
"ก็ไม่มีอะไรมาก อยากใช้ชีวิตเหมือนคนปกติดูบ้าง ที่ผมฆ่าคนก็เพราะต้องการช่วยเหลือพวกเธอ"
ลินมองแววตาของอาเบลที่ไม่ได้แสดงถึงการโกหกเลยแม้แต่น้อย คำพูดที่เขาพูดออกมาคือความจริงใจที่แสดงให้เห็น คำตอบที่เขาตอบนั้นเป็นความจริง100% เธอจึงเข้าคำถามต่อไป
"งั้นทำไมนายถึงมาช่วยพวกเราละ"
นี่ก็เป็นอีกคำถามที่เธออยากถาม
"อืม ก็พวกเธอเป็นเพื่อนผมไง เป็นเพื่อนผู้หญิงกลุ่มแรกที่สนิทสนมกันมากอีกด้วย ก็ต้องช่วยเป็นเรื่องปกติ"
"อืมขอบคุณที่ตอบคำถามเราทุกอย่าง และก็ขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเราทั้งสามคนไว้ เพื่อตอบแทนนาย ไม่ว่านายจะต้องการอะไรก็บอกพวกเราทั้งสามคนได้เสมอ พวกเราพร้อมจะคอยช่วยเหลือตลอดเวลา"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบคุณอะไรกันครับ ทำเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ แต่ก็ดี พวกคุณติดคำขอผมไว้คนละหนึ่งข้อแล้วกันนะ"
อาเบลยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะพยักหน้ารับรู้เองคนเดียว
"ทำแบบนี้มันก็ดีนะ หุ๊ หุ๊"
อยู่ๆความคิดของอาเบลก็ล่องลอยไปกับการจินตนาการอันไร้ขอบเขต
"หมดเวลาพักแล้ว เข้าห้องเรียนกันเถอะ คาบอาจารย์แอนนาด้วยไปช้ามีหวังโดนเธอทำโทษแน่ๆ เมื่อเช้าก็เกือบจะไม่รอดแล้วด้วย"
"อืม ไปกัน"
สามสาวมองดูอาเบลคิดอะไรเพลินๆอยู่ พวกเธอจึงไม่รบกวนอีก ปล่อยเขาเอาไว้ตรงที่จุดนี้ ให้อยู่ในโลกจินตนาการของตัวเองต่อไปก่อนจะรีบวิ่งกลับห้องเรียนโดยทันที
******************************†*******************************
"เจอกันอีกแล้วยามบ่าย สวัสดีค่ะทุกคน"
อาจารย์แอนนาเปิดประตูเข้ามาด้วยอารมณ์เหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อย นักเรียนทุกคนที่เห็นอารมณ์ของเธอก็ไม่ค่อยจะเกร็งตัวสักเท่าไหร่ แต่ททุกคนก็ไม่อาจทันได้สบายใจมากนัก ออร่าแห่งความน่ากลัวของอาจารย์แอนน่าก็ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้งเมื่อเธอกวาดสายตาไปหยุดมองตรงพื้นที่ว่างเปล่าตรงหลังห้องที่ปกติิจะมีชายรูปร่างสูงหล่อนั่งอยู่
"อาเบลหายไปไหนกันคะ"
เธอถามออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นสุดขั้ว สายตาอันเยือกแข็งที่สามารถแทงทะลุร่างกายได้ถูกใช้ใส่ให้กับสามสาวคนสนิทที่สุดของอาเบล จนทำให้พวกเธอลุกขึ้นยืนตอบคำถามด้วยขาที่สั่นไหว
"อ.....อ....อาจารย์คือว่า เขาอยู่ตรงนั้นค่ะ"
และอาเบลก็เดินเข้ามาในห้องอย่างถูกที่ถูกเวลา เขาเปิดประตูในตอนที่สามสาวชี้นิ้วมาที่ประตูพอดีพวกเธอทั้งสามจึงหลุดออกจากรายชื่อคนที่จะถูกลงโทษโดยอาจารย์แอนนาไปได้
"เห้ออออ รอดแล้วพวกเรา"
ทั้งสามสาวนั่งลงเก้าอี้อย่างโล่งอกโล่งใจ และจ้องมองไปที่อาเบลเพื่อรอรับชมความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้นในตรงหน้าของพวกเธอ ถ้ามีขนมขบเคี้ยวด้วยมันคงจะสนุกน่าดู
"หืม มีอะไรกันหรอครับ"
อาเบลที่ไม่รู้ตัวว่าตนเองจะโดนอะไร เขาเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าแววตาปกติของเขา และหันมองพบว่าสามสาวชี้นิ้วมาทางที่เขายืนอยู่ก่อนที่ทุกคนในห้องจะร่วมกันสามัคคีหันมาจ้องมองเขาพร้อมๆกัน แม้แต่คนที่เกือบจะฟุบหลับคาโต๊ะก็ต้องตื่นตาขึ้นมารับชมเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้
"อาเบล ตอนนี้มันถึงเวลาเข้าเรียนแล้วไม่ใช่หรอ เธอไปทำอะไรที่ไหนอยู่ถึงมาช้ากว่าอาจารย์อีก"
อาจารย์แอนนากัดฟันพูดด้วยความโมโห นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งที่สองที่อาเบลทำตัวมีปัญหาแบบนี้ เขาทำตัวมีปัญหามากจนเธอรู้สึกว่านักเรียนชายคนนี้ต้องการจะมีเรื่องกับเธอจริงๆ แต่เพราะความเป็นครูเธอจึงต้อฝใจเย็นเอาไว้ให้ได้
"ขอ........"
"ไปนั่งที่ได้แล้ว อาจารย์จะได้เริ่มสอนสักที"
อาเบลไม่ทันได้พูดคำขอโทษออกมา ก็ถูกอาจารย์แอนนาไล่ให้ไปนั่งที่ของตัวเอง เพื่อที่เธอจะเริ่มการสอนในคาบนี้
"ครับ"
"โห...."
เหมือนบางคนจะโห่ร้องด้วยความเสียใจที่อดดูอะไรมันๆ แต่ก็ไม่ทันได้เปร่งเสียงออกมาก็ถูกสายตาอันเย็นเฉียบจ้องมอง จนเขาต้องหาอะไรมาปิดปากไม่ให้ตนเปร่งเสียงออกมา ทั่วทั้งห้องได้แต่มองอาจารย์แอนนาที่ทำท่าทางน่ากลัวและคิดในใจออกมา
"(เธอช่างน่ากลัวจริงๆ)"
"เอาละ เราจะมาเรียนเรื่อง........................................"
"ที่เหลือก็ไปทบทวนทั้งหมดที่สอนในวันนี้"
การสอนของเธอก็จบลงไปในเวลาไม่นาน ก่อนที่เธอจะเก็บของและเดินออกจากห้องเรียนไป
"อาเบล นายรอดมาได้ยังไงกัน สุดยอด"
อลิเซียรีบเดินเข้ามาใกล้อาเบลเพื่อถาม เธอก็คิดว่าอาเบลคงต้องโดนทำโทษอะไรบ้างแหละ แต่ก็เกิดเรื่องผิดคาดเกินไป
"นายโชคดีจริงๆเลยนะ ปกติถ้าอาจารย์แอนนาโมโหใครตั้งแต่เช้าละก็ ถ้าคนนั้นทำผิดพลาดอีกละก็"
"ปรึ๋ยยย น่ากลัวชะมัด ไม่อยากจะนึกภาพต่อจากนั้นเลย"
อลิเซียไม่พูดไม่จาต่ออีก เธอแทบไม่อยากจะนึกถึง ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่ตัวเองต่อและเปิดหนังสือทบทวนบทเรียนที่ได้เรียนเมื่อสักครู่อย่างตั้งใจ อาเบลที่เห็นการกระทำของเธอ ก็พลันแปลกใจเล็กน้อย
"เธอน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ แค่เรื่องรองผอ.เองนะ"
อาเบลพรึมพำออกมา
***********************†****************************
"กริ่ง กริ่ง กริ่ง"
"ถึงเวลาเลิกเรียนแล้วอาเบลไปเที่ยวกัน"
อลิเซียลุกขึ้นยืน กำลังจะวิ่งไปหา แต่เบื้องหน้าของเธอก็ถูกหญิงสาวคนหนึ่งพุ่งเข้าไปก่อน และใช้ตัวบดบังอลิเซียไว้ เธอกำลังจับมือของอาเบลเพื่อชวนเขากลับบ้าน
"อาเบล อาเนีย ลาเนียคิดถึงนายมากๆเลยรู้ไหม วันนี้ว่างหรือเปล่าไปเที่ยวบ้านฉันกัน"
ลาล่าที่วิ่งเข้ามาหาอาเบลที่โต๊ะด้วยความเร็วสูง เธอคว้าข้อมือของอาเบลก่อนใครเพื่อน และใช้แฝดน้องสาวสองคนของตัวเองเป็นข้ออ้างให้อาเบลไปกับเธอ
"กึก ยัยนี่หนิ แผนสูงเหลือเกิน"
อลิเซียที่ช้ากว่าลาล่าได้แต่ กัดฟันแสดงความโกรธออกมา แต่เธอก็รีบปั้นใบหน้ายิ้มแย้มให้อาเบลในขณะที่อาเบลกำลังมองมาที่เธอ
"ฉันและลินขอไปด้วยสิลาล่า สมัยมัธยมต้นเธอแทบไม่คุยเรื่องน้องสาวฝาแฝดให้กับพวกเราสองคนฟังเลยหนิ ในฐานะที่เป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมานานมาก เราคงต้องไปเยี่ยมเยียนด้วยแล้วแหละ"
อลิเซียคิดหาคำพูดเพื่อขัดขวางลาล่าได้เธอก็รีบวิ่งเข้าไปแทรกกลางระหว่างอาเบลและลาล่าก่อนจะพูดขัดขาออกมาเลยในทันที จนทำให้ลาล่าที่ถูกผลักไปด้านหลังแสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกมาให้อาเบลเห็น