เสิ่นเป้ยอีสะดุ้งวาบ พอได้สติก็ผลักเขาออกสุดแรงพลันยกมือขึ้นสะบัดเซี่ยหยูก่อนจะหันหลังแล้ววิ่งออกไป
เข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำ เธอพิงผนังก่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นโดยที่มือยังคงสั่นไม่หยุด
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น เธอยกขึ้นมาดูแวบหนึ่ง ซึ่งคือเซี่ยหยูเป็คนโทรมาอย่างที่คิดเอาไว้เธอกดลงบนปุ่มวางสาย
โทรอีกก็วางอีก...
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น ซึ่งก็ยังคงเป็ของเซี่ยหยู
“เป้ยอี ขอโทษ ผม...ผมวู่วามเกินไป” ความจริงเสิ่นเป้ยอีรู้ว่าที่เซี่ยหยูทำแบบนั้นก็เพราะถูกเธอกระตุ้นเข้าทว่าเธอก็ยังคงโกรธมาก วินาทีที่แล้วเพิ่งรู้สึกว่าถูกยกย่อง แต่วินาทีนี้เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้ง
สมัยเรียนทุกคนต่างบอกว่าที่เธอดูเย่อหยิ่งก็เพราะเธอสวยเกินไป
เธอรู้สึกขำมาก หรือว่าคนหน้าตาไม่ดีก็จะต้องพุ่งเข้าหาผู้ชายทุกคนที่ขวางหน้า?
ทว่าในความจริงของเธอไม่ว่าจะเป็เื่ความรักหรือการแต่งงาน ทั้งสองฝ่ายต้องมีหัวใจที่ตรงกัน เพราะฉะนั้นสำหรับเธอยอมขาดแคลนดีกว่าได้ของไร้คุณภาพและไม่เกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอก
แม้อีกฝ่ายจะเป็เซี่ยหยูชายผู้ที่ผู้หญิงต่างเข้าแถวกันเข้ามาหาก็ตาม เธอก็ไม่สามารถยอมรับได้
ห้องน้ำห้องนี้ มีตรงหัวมุมบนทางเดินของโรงแรมปกติไม่ค่อยมีคนมาเข้า เสิ่นเป้ยอีนั่งอยู่บนพื้นแบบนั้นจนลืมว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว กระทั่งหนิงเสี่ยวซีโทรเข้ามา
“แม่เล็กอยู่ไหนอะ?”
เสิ่นเป้ยอีได้สติ “เธอเสร็จหรือยัง?”
“เธออยู่ไหน ฉันจะไปหาเธอ”
“ไม่ต้องๆ เธอรออยู่หน้าประตูหลังเถอะฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้แหละ” ในขณะที่พูด เสิ่นเป้ยอีก็ลุกขึ้น ขาเริ่มรู้สึกชา เธอยืนพยุงตัวบนผนังอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงค่อยๆ เดินไปยังด้านหลังห้องจัดเลี้ยง
หลังจากหลิวซวี่ส่งต่อหนิงเสี่ยวซีให้เธอก็สั่งให้ลุงจางพาพวกเธอกลับบ้านก่อน
พอถึงบ้านตระกูลหนิง เสิ่นเป้ยอีก็อาบน้ำให้หนิงเสี่ยวซีแล้วนั่งคุยเป็เพื่อนเขาอยู่บนเตียง...
ทุกอย่างยังคงเหมือนปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“แม่เล็ก ฉันอยากดื่มนม”
เสิ่นเป้ยอีสะกิดบนศีรษะของเขาอย่างเอ็นดู “เธอรอเดี๋ยวนะฉันจะไปเอามาให้”
พอเอานมเข้ามาให้ หนิงเสี่ยวซีก็บอกว่าไม่อยากดื่มแล้วอยากอ่านหนังสือ
เสิ่นเป้ยอีไม่ได้คิดอะไรมากจึงไปหาหนังสือในห้องหนังสือที่อยู่ข้างๆให้เขา พอกลับมา หนิงเสี่ยวซียกนมแก้วนั้นมายื่นให้เธอ “แม่เล็กดื่มนมแก้วนี้สิ ฉันคิดว่าตอนเย็นเธอคงจะไม่ได้กินอะไรเลยใช่ไหม?” เมื่อครู่ที่ผ่านมาเขาได้ยินเสียงท้องร้องของเสิ่นเป้ยอี
การกระทำของเขาทำให้เสิ่นเป้ยอีรู้สึกซาบซึ้งใจมากรับนมแก้วนั้นมาแล้วดื่มจนหมดในรวดเดียว
เพิ่งจะดื่มนมหมดไปไม่นาน เสิ่นเป้ยอีก็รู้สึกกระสับกระส่ายและร้อนรุ่มไปทั่วทั้งตัวเธอถอดเสื้อกั๊กออกแล้วอ่านหนังสือให้หนิงเสี่ยวซีฟังต่อ แต่กลับพบว่าไม่สามารถรวบรวมสมาธิให้อยู่กับตัวได้
“แม่เล็กเป็อะไรหรือเปล่า?” หนิงเสี่ยวซีมองเสิ่นเป้ยอีด้วยท่าทางที่ดูตื่นตระหนกไม่น้อย
เสิ่นเป้ยอีนวดขมับ แล้วฝืนยิ้มให้หนิงเสี่ยวซี “เสร็จแล้ววันนี้...อ่านถึงตรงนี้ แม่เล็กไปนอนแล้วนะ” ในขณะที่พูดก็ลุกขึ้นแต่กลับพบว่าร่างกายอ่อนระทวย ไม่สามารถทรงตัวได้เลยแม้แต่น้อย
หนิงเสี่ยวซีกระตุกมุมปาก เผยรอยยิ้มพอใจ
จากนั้นก็ออกจากห้องไปโทรหาหนิงเส้าเฉิน
“คุณพ่อวันนี้วันที่หนึ่งพ่อจะกลับมานอนกับผมใช่ไหมครับ?” เขาจงใจทำเสียงให้ดูเคอะเขิน
หนิงเส้าเฉินหันมองเกาเหวินที่นั่งอยู่ข้างๆลอบพยักหน้าและตอบว่า “อืม” ไปที
หลังจากวางสายเขาก็ให้คนขับรถจอดรถข้างทางแล้วพูดกับเกาเหวินว่า “ผมไปส่งคุณที่บ้านก่อน”
ได้ยินดังนั้น เกาเหวินไม่อยากจะเชื่อ “แต่...วันนี้เป็วันหมั้นของเรานะ”
“โอ๋ วันนี้วันที่หนึ่งผมรับปากกับเสี่ยวซีว่าทุกวันที่หนึ่งของเดือนจะไปนอนด้วย” หลังจากคิดทบทวนดูแล้วก็รู้สึกว่าดูไม่เหมาะสมนัก “ขอโทษที่ลืมนึกถึงเื่นี้ตอนกำหนดฤกษ์”
เกาเหวินสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดไปทีแม้จะอยากพูดอะไรมากมาย แต่สุดท้ายกลับทำได้เพียงพยักหน้า ไหนๆ ก็หมั้นไปแล้วเธอเชื่อว่ายังมีโอกาสอีกมากมายในอนาคต
“เส้าเฉิน คนที่เส้าซีเรียกว่าแม่เล็กก็คือพี่เลี้ยงคนใหม่ของบ้านคุณใช่ไหม” ตอนลงรถ เกาเหวินอดถามเพื่อความแน่ใจไม่ได้
หนิงเส้าเฉินอึ้งไปทีก่อนจะตอบกลับเธอพร้อมรอยยิ้มที่ฉายความอ่อนโยน “เด็กไม่รู้ความจึงเรียกไปมั่วซั่ว วางใจเถอะ หลังจากนี้คุณจะเป็แม่ของเขา”
คำตอบของเขาทำให้เกาเหวินยิ้มพอใจ
ตอนที่ถึงบ้าน หนิงเสี่ยวซีก็นั่งรออยู่บนโซฟาแล้วพอเห็นเขาเข้ามาก็ดูตื่นเต้นเป็อย่างมาก “คุณพ่อผมคิดว่าพ่อจะไม่กลับมาแล้ว”
คำพูดของเขากระทบกระเทือนจุดอ่อนของหนิงเส้าเฉินเขาอุ้มหนิงเสี่ยวซีมาวางบนตัก ซึ่งไม่บ่อยนักที่เขาจะทำเช่นนี้
“พ่อดื่มนมหน่อยสิครับ เมื่อตอนเย็นผมเห็นพ่อดื่มไปเยอะเลย” หนิงเสี่ยวซีไหลตัวลงจากเข่าของหนิงเส้าเฉินยกนมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมายื่นให้หนิงเส้าเฉิน
หนิงเส้าเฉินเกลียดกลิ่นคาวจากนมมาก ถ้าเป็ปกติเขาจะต้องปฏิเสธเป็แน่ทว่าวันพิเศษเช่นวันนี้ เขามักเกิดความรู้สึกว่าตนเองทำผิดต่อเด็กคนนี้
จึงยกแก้วนมขึ้นมาแล้วดื่มจนหมดในรวดเดียว
เพราะเหนื่อยจากงานหมั้นและตอนเย็นก็ดื่มไปไม่น้อย หนิงเส้าเฉินจึงไม่ได้คิดอะไรกับปฏิกิริยาที่ผิดปกติของหนิงเสี่ยวซี
ให้หนิงเสี่ยวซีไปรอเขาที่ห้องแล้วเขาก็กลับห้องของตนเองไปความร้อนรุ่มบนร่างกายทำให้เขาเลือกที่จะอาบน้ำเย็นใน่ปลายฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้
เพียงแต่ว่า กลับไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย
เขาไปหยิบน้ำเย็นในตู้เย็นมาขวดหนึ่งมาดื่มพลางเดินมุ่งไปยังห้องนอนของหนิงเสี่ยวซี
พอเปิดประตูออกในห้องที่มืดสลัวยังคงมีกลิ่นหอมจากนมอยู่บางๆ
หนิงเสี่ยวซีชอบดื่มนมมาก
เปิดผ้าห่มออกแล้วเขาก็นอนลงไป
“อืม…” บนหลังมือของเขา มีมืออีกข้างเพิ่มเข้ามาและไม่ใช่ของหนิงเสี่ยวซีแน่
สัญชาตญาณภายในตัวส่งสัญญาณเตือนทันที เขาพลิกตัวลงจากเตียงแล้วไปเปิดไฟตรงหัวเตียง
หลังจากนั้น ก็เปิดผ้าห่มข้างๆ ออก
พลันเห็นเสิ่นเป้ยอีที่นอนงอตัวอยู่อีกข้าง ผมยาวอันเงางามบดบังครึ่งใบหน้ากว่าครึ่งหนึ่งของเธอ กระดุมเสื้อหลายเม็ดบริเวณคอถูกปลดออกเผยให้เห็นบราเซียร์ที่อยู่ด้านในได้อย่างชัดเจน
สายตาของหนิงเส้าเฉินเคลื่อนออกจากตัวเธอพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆทีหนึ่ง พยายามควบคุมร่างกายที่กำลังกระสับกระส่าย “เธอทำอะไรของเธอ!” เพราะพยายามกดให้ต่ำจนเกินเหตุน้ำเสียงของเขาจึงดูแหบแห้ง
เพียงแต่ว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงนอกจากบิดตัวไปมาและพยายามดึงชุดตัวของตนเองก็ไม่มีปฏิกิริยาอื่นเลย
วินาทีนี้ ถ้าหนิงเส้าเฉินยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก็ถือว่าเขามีชีวิตอยู่มาจนอายุปูนนี้อย่างเสียเปล่า
มองแก้วที่วางอยู่บนหัวเตียง แล้วคิดถึงปฏิกิริยาก่อนหน้านี้ของหนิงเสี่ยวซีที่ดูผิดปกติเขาจึงหลับตาลง แล้วอุทานเสียงทุ้มต่ำ : เ้าเด็กบ้า!
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า