บทที่ 164 อาละวาด
หวังเป่าเป้ยรับขวดสารดึงดูดสัตว์ร้ายมาจากซูหยวนแค่ขวดแรกเท่านั้น หลังจากที่ทางกองทัพรู้ว่าเธอสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ พวกเขาก็นำสารดึงดูดสัตว์ร้ายมาให้เธอแทน ดังนั้นหวังเป่าเป้ยในตอนนี้จึงมีสารดึงดูดสัตว์ร้ายใช้งานอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาซูหยวนอีก
ทั้งสองคนมาประจำตำแหน่งอีกครั้ง แล้วก็ปฏิบัติภารกิจเหมือนเดิม เวลานี้สะพานถูกสร้างไปจนเกือบถึงตำแหน่งที่พวกด่านหน้ากำลังเป็นด่านป้องกันเพื่อไม่ให้พื้นที่ที่ขับไล่สำเร็จถูกยึดกลับไปอีก นอกจากนี้...ศพของทหารที่เสียชีวิตจากการต่อสู้รวมถึงผู้บาดเจ็บก็ถูกขนย้ายเรียบร้อยใน 6 ชั่วโมงที่ผ่านมาแล้ว
ซูหยวนยังคงใช้แผนที่ของตนเองให้เป็นประโยชน์ ตลอดช่วงเวลาที่ต้องปฏิบัติภารกิจหลังจากนี้ การเปิดเผยตำแหน่งของศัตรูเป็นหน้าที่ของเธอทั้งนั้น
ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าแผนการต่อสู้นี้น่าจะราบรื่นไปด้วยดี จนกระทั่งวันที่ 4 ที่ซูหยวนมาปฏิบัติภารกิจ จู่ๆก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเสียอย่างนั้น
ด้วยความเร็วในการก่อสร้างสะพานนี้ คาดว่าประมาณ 6 วันพวกเขาก็น่าจะทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ทว่าในตอนที่สร้างสะพานไปได้ 70 ส่วนเต็ม 100 ส่วน จู่ๆในบ่อโคลนที่เต็มไปด้วยจระเข้หนามนี้ก็ปรากฏสัตว์กลายพันธุ์ชนิดใหม่ขึ้นมาแทนเสียอย่างนั้น
จระเข้หนามที่ควรจะถอยร่นไปด้านหลังเรื่อยๆตามแรงกดดันของทหาร พวกมันกลับพุ่งตัวออกมาจากน้ำราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง ซึ่งนั่นทำให้ทหารต้องตรึงกำลังอย่างแน่นหนา ไม่ปล่อยให้พวกมันยึดพื้นที่กลับคืนไปได้
คำตอบของเรื่องนี้ไม่ต้องใช้เวลารอนานเกินไป หลังจากที่ทหารพยายามจะยื้อเวลาเอาไว้ให้ได้มากที่สุด จู่ๆบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยโคลนก็มีการขยับขึ้น ราวกับเกิดแผ่นดินไหวที่ใต้น้ำ ก่อนที่จะเกิดลาวาปะทุออกมา ร่างที่อยู่ใต้โคลนมาโดยตลอดโผล่ขึ้นมาจากหนองน้ำแห่งนี้ และภาพที่พวกเขาเห็นก็ไม่ต่างอะไรกับภาพของมัจจุราชตัวสีแดง!!
“มีสัตว์กลายพันธุ์อื่นในหนองน้ำนี้!!”
“เร็วเข้า ถอยกำลัง ถอยกำลัง!!”
ถึงแม้ว่าพวกผู้นำจะพยายามตกโกนบอกแบบนั้น ทว่าทหารมากมายที่กำลังอยู่ในหนองน้ำจะสามารถหนีพ้นมัจจุราชสีแดงนี้ได้อย่างไร
ภาพของสัตว์กลายพันธุ์ที่ไม่ได้อยู่ในคู่มือ เป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่พกวเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าจระเข้หนามเกือบ 10 เท่า ลักษณะภายนอกเหมือนจระเข้หนามทุกประการ หากแต่เป็นจระเข้หนามที่มีสีแดงเพลิงจนทำให้ดูน่ากลัว
เพียงแค่มันโผล่ขึ้นมาจากน้ำก็สามารถบดบังวิสัยทัศน์ของทุกคนได้ทั้งหมดแล้ว แม้ว่าในพื้นที่ล่าจะไม่ค่อยมีแสงสว่างอยู่แล้วจากควันพิษที่ลอยเต็มอากาศ ทว่าเงาดำนี้ก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย มีเพียงผิวหนังหนาสีแดงเท่านั้นที่ปรากฏแก่สายตา!
เหมือนกับในภาพยนตร์ระทึกขวัญ ไฟที่ทางการใช้สาดเข้าไปในพื้นที่เขต K กระพริบถี่ๆเพราะผู้ควบคุมไม่สามารถรั้งรออยู่ได้ เมื่อมีคำสั่งให้ถอยกำลัง ทหารที่อยู่ด้านหลังสุดก็เคลื่อนไหวก่อนใคร พวกเขาพยายามกลับไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัยให้ได้ ในขณะที่ทหารที่อยู่ในหนองน้ำต้องดิ้นรนกันเอง
รุ่นพี่หวังรวดเร็วอยู่เสมอ เพราะซูหยวนและรุ่นพี่หวังสามารถอยู่บนสะพานที่ก่อสร้างจนได้เกือบ 70 ส่วนแล้ว ดังนั้นพวกเธอเพียงแค่วิ่งหนีกลับไปก็เท่านั้น เพียงแต่...ไม่รู้ว่าเจ้าจระเข้สีแดงนี้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดจากสะพานหรือไม่ เป้าหมายของมันกลับไม่ใช่ทหารที่กำลังอยู่ในหนองน้ำ แต่เป็นสะพานที่กำลังก่อสร้างอยู่ต่างหาก
ปัง!!
ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว หางสีแดงที่เต็มไปด้วยหนามแหลมของมันฟาดไปยังสะพานอิฐที่เพิ่งก่อสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของทหารทั้งหลายจนพังคลื่นในคราวเดียว ซูหยวนและรุ่นพี่หวังวิ่งกลับยังไม่ทันจะถึงตำแหน่งปลอดภัย พวกเธอก็ถูกปัดตกลงน้ำกันหมดแล้ว
“สะพานพังแล้ว อุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในโคลน!” ทหารที่มองเห็นภาพนั้นตะโกนลั่น แจ้งข่าวนี้ต่อผู้บังคับบัญชาที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่
“ไม่ต้องเก็บของพวกนั้น ถอยหลังเต็มกำลัง ฉันจะไม่สู้กับสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักตัวนั้น!” โชคดีที่ผู้นำไม่ได้โหดเหี้ยมจนเกินไป เมื่อเห็นว่ามีสัตว์กลายพันธุ์ที่น่ากลัวปรากฏอยู่ตรงหน้า พวกเขาก็ทำได้แค่ต้องยกเลิกภารกิจเท่านั้น
ซูหยวนมองไปรอบๆ เห็นรุ่นพี่หวังที่ยังโชคดี เธอคว้าจับลังอุปกรณ์ได้หนึ่งลังจนทำให้ไม่ร่วงลงบ่อโคลนแล้วถูกพวกจระเข้หนามกินเป็นอาหาร อย่างไรก็ตาม...ตอนนั้นเองที่ซูหยวนต้องเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง เพราะจระเข้สีแดงนี้มันไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองเลย
ร่างใหญ่ของมันก้าวไปข้างหน้า ผ่านหนองน้ำที่เต็มไปด้วยร่างของทหารและจระเข้หนามจำนวนมากไปง่ายดาย เมื่อมันเคลื่อนไหวผ่านจุดไหน ร่างของทหารที่พยายามตะเกียกตะกายหนีก็ถูกทับจมลงไปในโคลนทั้งหมด ไม่ต้องพูดว่าพวกเขายังมีโอกาสรอดชีวิตหรือเปล่าเลย...
เป้าหมายของมันกลับเป็นตำแหน่งแสงไฟที่สาดไปทั่วพื้นที่ราวกับท้องฟ้าจำลอง ซึ่งตำแหน่งนั้นก็คือตำแหน่งของเหล่าผู้บังคับบัญชา และตำแหน่งที่พลธนูเฝ้าระวังปักหลักอยู่ พูดให้ถูกก็คือ...ตำแหน่งที่อาจารย์เติ้งกับรุ่นน้องอยู่ที่นั่น
“อาจารย์!!” รุ่นพี่หวังกรีดร้องออกมาสุดเสียง ราวกับสามารถรีดเร้นพลังทั้งหมดของตนเองขึ้นมาได้อีกครั้ง เธอวิ่งผ่านลังอุปกรณ์แล้วตามหลังของเจ้าจระเข้สีแดงไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวตาย เป้าหมายเดียวของรุ่นพี่หวังก็คือการเข้าไปช่วยเหลืออาจารย์เติ้ง
ซูหยวนไม่ได้บ้าดีเดือดเหมือนรุ่นพี่หวัง เธอยังคงเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ อันดับแรกจะต้องพยายามขึ้นจากบ่อโคลนนี้ให้สำเร็จเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเมื่อจระเข้สีแดงย้อนกลับมา โอกาสที่จะถูกทับจนแบนก็ยังมีอยู่
การโจมตีของจระเข้สีแดงนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของเธอเลย เป้าหมายของมันเห็นได้ชัดว่าต้องการทำลายฐานของทหาร ไม่รู้ว่าเพราะต้องการขับไล่หรือต้องการจะแก้แค้นแทนจระเข้หนามทั้งหมดกันแน่ ทว่า...การโจมตีของมันก็ทำให้เกิดความภาพความวุ่นวายขึ้น
การระเบิดอย่างรุนแรงซึ่งเป็นอาวุธชั้นยอดของกองทัพไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย เจ้าจระเข้สีแดงไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านด้วยซ้ำ มันยังคงทำลายฐานที่มั่นต่อไป จนสุดท้ายอุปกรณ์มากมายของพวกทหารก็พังไปสิ้น ส่งผลให้ผู้บังคับบัญชาต้องออกคำสั่งหนีตายกันจ้าละหวั่น
ซูหยวนไม่รู้ว่าอาจารย์และรุ่นพี่มีชีวิตเป็นอย่างไรตอนนี้ เธอเพียงแค่ต้องพยายามเอาตัวรอดให้ได้ก็เท่านั้น
โชคดีที่นักล่าทุกคนส่วนใหญ่จะซื้ออุปกรณ์มองในที่มืดเอาไว้ และซูหยวนเองก็มีเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเธอก็คงอาศัยได้แค่แผนที่แสดงตำแหน่งของพวกสัตว์กลายพันธุ์เท่านั้นในการคลำเส้นทางแล้ว
เสียงร้องโหยหวนของทหารทำให้เธอได้แต่ถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจากการต่อสู้ครั้งนี้จะมีผู้รอดชีวิตมากหรือน้อยเท่าไร ซูหยวนขึ้นจากบ่อโคลนได้ เธอไม่ได้รีบกลับไปรวมตัวกับพวกทหารที่ฐาน เพราะตอนนี้พวกเขาเองก็หนีตายไม่ต่างกัน เพียงแค่เข้าไปซ่อนตัวในตำแหน่งใกล้เคียง ตรงบริเวณที่เธอเห็นว่าไม่มีจุดสีแดงก็เท่านั้น
ซูหยวนได้แต่พนันกับตัวเองว่าเจ้าจระเข้สีแดงนี้จะย้อนกลับไปในบ่อโคลนอีกครั้งหลังจากที่มันอาละวาดจนพอใจ...
โชคดีที่ความคิดของเธอถูกต้อง หลังจากที่มันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกทหารพยายามจะทำมาตลอดหลายวัน ไม่สิ! หลายเดือนที่ผ่านมาแล้ว มันก็ค่อยๆคลานกลับไปที่บ่อโคลนอีกครั้ง ระหว่างนั้นก็กินร่างของจระเข้หนามและร่างของทหารจำนวนมากในบ่อโคลนไปด้วยราวกับเป็นการเติมพลัง จากนั้นก็ลงไปในบ่อโคลนอย่างช้าๆ จนสุดท้ายก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของมันอีก
ภาพบ่อโคลนที่กลับมาสงบอีกครั้ง พร้อมกับจำนวนจระเข้หนามที่ลดลงไปเกือบจะเหลือไม่ถึงสิบตัวทำให้ซูหยวนได้แต่ถอนหายใจ เชื่อว่ามันคงจะไม่ขึ้นมาอีกสักพัก การเคลื่อนไหวของจระเข้หนามที่ถอยร่นไปมากน่าจะเป็นการกระตุ้นให้จระเข้สีแดงโผล่ออกมาจากอาณาเขตของมัน ถ้าเธอไม่เข้าไปแตะตรงตำแหน่งอาณาเขตเหล่านั้นก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
ซูหยวนเห็นจระเข้หนามที่เหลือรอดไม่กี่ตัวพยายามฟื้นฟูร่างกายของตนเอง เธอก็ไม่สนใจพวกมันอีก หญิงสาวเพียงเดินเลียบๆเคียงๆไปที่ตำแหน่งของบ่อโคลน อุปกรณ์มากมายยังคงอยู่ในลัง บางส่วนถูกทับไปบ้างแล้วจนลอยขึ้นมาเต็มบ่อน้ำ หรือไม่ก็จมลงไปในบ่อโคลน เธอไม่ได้สนใจพวกนั้น เพียงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อเก็บอุปกรณ์ที่เหลือจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ของตน
เพราะของพวกนี้เป็นของที่ทั้งกองทัพต้องใช้งาน ไม่น่าแปลกใจเลยที่ยังมีพวกมันเหลืออีกมาก ซูหยวนเก็บธนูและยาที่ใช้สนับสนุนเข้าคลังไปได้หลายลังก็พอใจไม่น้อย ก่อนจะพยายามเดินย้อนกลับไปพบทหารที่ยังรอดชีวิตอยู่ตามตำแหน่งแผนที่ที่ปรากฎ
พวกทหารที่เห็นการเคลื่อนไหวของจระเข้สีแดงหยุดลง พวกเขาเองก็พยายามเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าราวกับเสียงดังเพียงน้อยนิดจะทำให้เจ้าจระเข้ยักษ์ตัวนั้นลุกขึ้นมาอาละวาดอีก เมื่อเห็นซูหยวนเดินย้อนกลับมา พวกเขาเพียงพยักหน้าทักทายกันเท่านั้น
จากความเสียหายนี้ คนที่รอดชีวิตกลับมาได้ก็ถือว่าเป็นโชคดีแล้ว พวกเขาย่อมมองผู้ที่รอดชีวิตเหมือนสหายร่วมรบของตนเอง
จากทหารเกือบ 3,000 คน ตอนนี้ซูหยวนนับรวมได้ไม่ถึง 100 คนด้วยซ้ำ พวกเขากระจัดกระจายกันไปรอบๆ บางคนวิ่งเตลิดเข้าไปในป่าและก็เอาชีวิตไปทิ้งตามลำพัง ในขณะที่คนที่ซ่อนตัวอยู่รอบๆกลับยังรอดชีวิตมาอย่างโชคช่วย
ซูหยวนมองหาตำแหน่งของอาจารย์และพวกนักเรียนคนอื่นๆซึ่งได้ทำสัญลักษณ์เอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย เธอกลับพบว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่
หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ ทำเหมือนว่าไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของพวกเขา ก่อนที่จะมีเสียงใสของรุ่นน้องเติ้งดังขึ้น
“รุ่นพี่อัน!!” เด็กสาวแสดงความดีใจอย่างมากเมื่อเห็นเธอ อย่างไรก็ตาม...ภาพที่ซูหยวนเห็นนั้นกลับไม่ค่อยดีเอาเสียเลย นักเรียนทุกคนยังมีสภาพที่ดี แต่อาจารย์เติ้ง...
“ฮึก รุ่นน้องอัน...” รุ่นพี่หวังที่เข้มแข็งมาโดยตลอด เมื่อเห็นอันซูหยวนเดินเข้ามาก็น้ำตาแตก เธออยากจะมาเพื่อช่วยเหลืออาจารย์ คิดไม่ถึงเลยว่ากลับมาเพื่อเป็นตัวถ่วงให้อาจารย์แทนเสียอย่างนั้น
เพราะอาจารย์ต้องปกป้องนักเรียนทั้งสามคนของเขา ทำให้สุดท้าย...เป็นอาจารย์เองที่ถูกหางของจระเข้ตัวใหญ่นั้นฟาดเข้า และตอนนี้ก็ช้ำในจนยังไม่สามารถได้สติกลับมา
รุ่นน้องอี้เองก็ยืนมองภาพนั้นด้วยดวงตาแดงก่ำ ในความคิดของเขา คนที่ถูกโจมตีขนาดนี้แล้วย่อมไม่มีทางรอดชีวิตกลับมาได้แน่ อีกอย่าง...ตอนนี้ยาทั้งหมดของกองทัพก็คงจะถูกทำลายไปหมดสิ้นแล้ว ทางที่จะช่วยอาจารย์ได้ก็มีแค่ต้องพาอาจารย์กลับไปยังพื้นที่เขต J ให้ได้ แต่ลำพังพวกเขาน่ะหรือ?
ขนาดพวกทหารที่มีประสบการณ์ พวกเขายังบอกให้รอความช่วยเหลืออยู่ที่นี่ อีกไม่นานก็คงจะมีทหารเก็บกู้ฉุกเฉินมาช่วยเหลือ ซึ่งหมายความว่า...พวกเขาทำได้แค่รอให้อาจารย์เติ้งจากไปอย่างสงบเท่านั้น
“พวกเราไม่มียารักษาเหลือเลย ที่ฐานของกองทัพถูกทำลาย และมีระเบิดจำนวนมาก ที่นั่นในตอนนี้เหลือแค่เศษขยะที่ถูกเผาไหม้แล้ว” รุ่นน้องอี้อธิบายให้ซูหยวนฟัง
หญิงสาวเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเสนอตัวเอง
“ฉันจะลองไปที่บ่อโคลนดู ตอนที่สะพานถูกทำลาย ข้าวของมากมายร่วงลงไป ไม่แน่ว่าอาจจะมียารักษาเหลืออยู่” เมื่อได้ยินซูหยวนพูดแบบนั้น รุ่นพี่หวังก็จำได้ทันทีว่าก่อนหน้านี้มีอะไรเกิดขึ้น
เธอและซูหยวนอยู่ด้วยกัน ย่อมต้องเห็นว่าในบ่อโคลนนั้นมียาและอาวุธมากมายขนาดไหนร่วงลงไปในบ่อโคลน กระทั่งตอนที่เธอวิ่งกลับมา ก็ยังใช้ลังเก็บอุปกรณ์พวกนั้นเพื่อทำให้เคลื่อนที่เร็วเลย
“จริงด้วยรุ่นน้องอัน ฉันจะไปกับเธอด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ รุ่นพี่อยู่ที่นี่ คอยดูแลอาจารย์และเด็กๆดีกว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น...ลำพังทั้งสองคนคงจะรับมือไม่ได้” ซูหยวนบอกแบบนั้น เธอจะให้รุ่นพี่ไปเห็นสภาพบ่อโคลนนั้นได้อย่างไร
ข้าวของมากมายเธอเก็บมาแทบจะหมดอยู่แล้ว ที่บอกว่าจะไปเอาของกลับมาก็แค่ข้ออ้างเท่านั้น ที่จริงแล้วพวกมันถูกเก็บอยู่ในคลังของเธอ จะให้เอาออกมาตอนนี้เลยก็ยังได้ แต่ไม่มีทางที่เธอจะเปิดเผยความลับนี้ของตัวเองแน่
รุ่นพี่หวังคิดตามแล้วก็พยักหน้ารับ เธอเข้าใจที่รุ่นน้องบอก ดังนั้นจึงต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูแลทั้งสามคน
ตอนนี้ เธอเป็นคนที่มีพลังในการต่อสู้มากที่สุดแล้ว หากมีสัตว์กลายพันธุ์เข้ามาจู่โจม รุ่นน้องทั้งสองคงจะปกป้องอาจารย์เติ้งไปด้วย แล้วก็ต่อสู้ไปด้วยไม่ไหวแน่
“รุ่นน้องอัน ระวังตัวด้วย”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนพยักหน้ารับก่อนจะเดินจากไป
เห็นแผ่นหลังของเธอแบบนั้น รุ่นน้องเติ้งก็อยากจะเรียกเอาไว้ แม้การไปเก็บกู้ทรัพยากรที่ร่วงลงน้ำจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ไม่ใช่ว่าเป็นการพาตัวเองไปเสี่ยงตายอีกครั้งหรือ?
รุ่นพี่อันก็แค่นักธนูคนหนึ่งเท่านั้น หากต้องเจอกับจระเข้หนาม หรือเจอกับสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆอีก ไม่ใช่ว่าจะมีแค่ความตายที่รออยู่หรือไง!
แน่นอนว่าอันซูหยวนไม่รู้ว่ารุ่นน้องกำลังคิดอะไรอยู่ ต่อให้รู้เธอก็ไม่ได้สนใจ คนอื่นไปนั้นก็อาจจะเป็นอย่างที่รุ่นน้องคิดจริงๆ แต่ถ้าเป็นเธอ...ไม่มีทางที่จะเจอกับพวกกลายพันธุ์ถ้าเธอไม่ต้องการ!
………………………………………