เล่มที่ 1 บทที่ 5 ไม่ตายไม่เลิกรา
“เ้าพ่ายอีกแล้ว!”
ท่ามกลางความเงียบงันเสียงของเจียงอวิ๋นได้ดังขึ้นอีกครั้ง
เสียงพูดสั้นๆนั้นกลับเป็ดั่งอสนีบาตฟาดผ่าเข้ากลางใจของผู้คนทั้งหมดอย่างหนักหน่วงโดยเฉพาะคำว่า “อีก” นั้น ถือเป็คำดูิ่สำหรับเฟิงอู๋จี้อย่างชัดเจน
“ยอดมาก หนูน้อยอวิ๋น!”
“ฆ่ามันซะ ฆ่ามันซะ!”
คนของหมู่บ้านเจียงที่ได้สติพลันเดือดพล่านต่างก็พากันส่งเสียงเฮขึ้นมาดังสนั่น ทั้งยังคาดหวังให้เจียงอวิ๋นเด็ดชีพเฟิงอู๋จี้ทิ้งเสีย
ลอบโจมตีหนึ่งครั้งไม่ยอมรับความพ่ายแพ้หนึ่งครั้งไม่ว่าใครก็มองออกว่าเฟิงอู๋จี้มีนิสัยที่ชั่วร้ายสุดขีด หากปล่อยมันไปจะต้องกลายเป็ภัยร้ายไม่สิ้นสุดแน่อีกทั้งยังมันยังละเมิดกฎของูเาหนึ่งแสนไพศาลด้วย ถึงจะฆ่ามันไปคนของหมู่บ้านเฟิงก็ว่าอะไรมิได้
“เจียงอวิ๋น เ้าบังอาจ!”
เฟิงหลิงแผดเสียงตะคอกอย่างร้อนรนพร้อมพาคนของหมู่บ้านเฟิงทั้งหมดพุ่งเข้ามาเจียงอวิ๋นลังเลไปครู่หนึ่ง เขาชักมีดกลับมา ทว่ามืออีกข้างกลับชกหมัดออกไปดุจสายลม
เกิดเสียงดัง “เปรี้ยง” เมื่อกำปั้นปะทะเข้ากลางอกของเฟิงอู๋จี้ซัดอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไปทันที เจียงอวิ๋นฉวยโอกาสกระทืบเท้าลงพื้นดีดตัวถอยออกมาไกลหลายจ้าง
“เจียงอวิ๋น!”
เมื่อเห็นเฟิงอู๋จี้ถูกเจียงอวิ๋นชกกระเด็นในหมัดเดียวดวงตาของเฟิงหลิงก็แทบจะถลนออกจากเบ้า ถึงกับไม่ไปรับเฟิงอู๋จี้คิดจะพุ่งตรงเข้าไปหาเจียงอวิ๋นทันที
เวลานี้เองในที่สุดเจียงว่านหลี่ก็เอ่ยปากขึ้น “เฟิงหลิง หากเ้ายังบังอาจทำอะไรตามใจแม้แต่นิกายสังสารวัฏก็คุ้มครองพวกเ้าไม่ได้แน่!”
เงาร่างของเฟิงหลิงพลันหยุดชะงักลงในบัดดลแม้เขาจะไม่พอใจ แต่ก็รู้ว่าคำขู่ของเจียงว่านหลี่ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด
เฟิงอู๋จี้เป็ฝ่ายละเมิดกฎของูเาหนึ่งแสนไพศาลก่อนถึงเจียงอวิ๋นจะลงมือสังหารก็ไม่มีความผิด แต่หากพวกเขายังลงมืออีกละก็อย่างนั้นสิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่จะเป็การร่วมมือโจมตีจากทุกหมู่บ้านในูเาหนึ่งแสนไพศาล
ไม่ว่านิกายสังสารวัฏจะมีพลังอำนาจยิ่งใหญ่เพียงใดก็ไม่มีทางล่วงเกินทั้งูเาเพียงเพราะลูกศิษย์ฝ่ายในคนเดียว
“ฝากไว้ก่อนเถอะ ไป!”
เมื่อแน่ใจแล้วว่าเฟิงอู๋จี้เพียงกระดูกหักไปไม่กี่ท่อนไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิตเฟิงหลิงก็จ้องเขม็งไปที่กลุ่มคนของหมู่บ้านเจียงอย่างดุร้าย โดยเฉพาะเจียงอวิ๋นจากนั้นเขาถึงโบกมือออกมา พาคนของหมู่บ้านเฟิงทั้งหมดจากไป ส่วนเฟิงอู๋จี้เองก็ถูกคนหามขึ้นมาแล้ว
ทว่าในเวลานี้เองได้มีเื่เกิดขึ้นอีกครั้ง
เสียง “กร๊อบ” ดังขึ้นเฟิงอู๋จี้พลันออกแรงหักลูกธนูที่เจียงอวิ๋นยิงใส่เขาเมื่อครู่นี้จ้องเขม็งทางเจียงอวิ๋นอย่างไม่ละสายตา ในดวงตาเปี่ยมไปด้วยแววชั่วร้ายอำมหิต
กฎของูเาหากดึงลูกธนูที่อีกฝ่ายยิงมาออก คือการรับคำท้า แต่หากหักลูกธนูด้วยก็มีความหมายว่า ไม่ตายไม่เลิกรา!
เห็นได้ชัดว่าระหว่างเฟิงอู๋จี้และเจียงอวิ๋น ไม่ว่าวันเวลาจะผันเปลี่ยนเพียงใดหนึ่งในพวกเขาจักต้องมีคนใดคนหนึ่งที่ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมืออีกฝ่ายอย่างแน่นอน
“เจียงอวิ๋น อีกห้าปีให้หลังข้าจักต้องฆ่าเ้าให้ได้! หากเ้าบังอาจหนีข้าจักทำให้พวกเ้าหมู่บ้านเจียงถูกฝังไปด้วย!”
แม้ว่าคำขู่ของเฟิงอู๋จี้จะยังคงดังกังวานอยู่ในหมู่บ้านทว่าเมื่อคนของหมู่บ้านเฟิงหายไปหมดแล้ว คนของหมู่บ้านเจียงก็พากันถอนหายใจออกมาอย่างน้อยเื่นี้ก็ได้ยุติลงไปชั่วคราวแล้ว
กลุ่มคนที่โล่งใจได้แล้วพากันเข้ามามุงล้อมเจียงอวิ๋นไว้ทันทีเจียงมู่ยื่นหมัดออกมา ออกแรงชกไปที่ไหล่ของเจียงอวิ๋นเล็กน้อย “เ้าหนูดูไม่ออกเลย ซ่อนได้แเีเหลือเกินนะ!”
เจียงเหลยขยิบตากล่าว“นั่นสิ น้องอวิ๋น ไม่เคยเห็นเ้าลงมือมาก่อน ไม่คิดเลยว่าเ้าจะร้ายกาจเพียงนี้เช่นนั้นจากนี้ไปพวกเราต้องประลองกันบ่อยๆ แล้วล่ะ”
ผลงานของเจียงหลินวันนี้เหนือความคาดหมายของทุกคนมากจริงๆ ทั้งยังสร้างความตะลึงระคนยินดีแก่พวกเขาอย่างใหญ่หลวงอย่างไรเสียเจียงอวิ๋นก็เป็ครอบครัวของพวกเขาพวกเขาย่อมยินดีที่คนในครอบครัวแข็งแกร่งอยู่แล้ว
“เอาละ แยกย้ายกันได้แล้ว!” เจียงว่านหลี่โบกมือออกมา“หนูน้อยอวิ๋น ตามข้ากลับไป!”
เจียงอวิ๋นเวลานี้กลับมามีท่าทีตามปกติแล้วแย้มยิ้มให้กลุ่มคน จากนั้นก็ตามหลังเจียงว่านหลี่กลับไปยังบ้านเล็กหลังนั้น
ไอร้อนในบ้านได้สลายไปหมดแล้วเผยให้เห็นสภาพแวดล้อมอันเรียบง่าย
“นั่งลงข้ามีเื่จะกล่าวกับเ้า!”
เจียงว่านหลี่บอกให้เจียงอวิ๋นนั่งลงแล้วกลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยอันใดออกมา แต่จมลงสู่ภวังค์ เหมือนจะกำลังไตร่ตรองอยู่ว่าจะเอ่ยปากเช่นไรดี
ในใจของเจียงอวิ๋นเองก็มีเื่กวนใจอยู่เช่นกันหนึ่งคือคำขู่ก่อนจากของเฟิงอู๋จี้ สองคือคำพูดของปู่เมื่อครู่นี้ที่ยังกล่าวไม่จบแท้จริงแล้วเขาสามารถฝึกฝนได้หรือไม่ ทว่า เขาเองก็ไม่กล้าเอ่ยถามเหมือนกัน
เวลานี้บรรยากาศภายในบ้านจึงตึงเครียดเล็กน้อย จนเมื่อผ่านไปครู่หนึ่งแล้วเจียงว่านหลี่ถึงได้เอ่ยพูดในที่สุด “ที่เมื่อครู่นี้เ้าไม่ได้สังหารเฟิงอู๋จี้เป็เพราะเ้าไม่กล้าฆ่าคนหรือ?”
เจียงอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่งไม่คาดคิดว่าหลังจากปู่นิ่งคิดไปครึ่งค่อนวันแล้ว ปู่กลับถามคำถามเช่นนี้ออกมาเขาจึงรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ ในสายตาข้ามันกับสัตว์ร้ายเ่าั้มิได้แตกต่างกันแต่อย่างใด”
“เช่นนั้นก็เป็เพราะกังวลว่าหลังจากฆ่าไปแล้วจะชักนำให้นิกายสังสารวัฏมาล้างแค้นหมู่บ้านเรา?”
“ใช่!”
นี่คือสาเหตุที่เจียงอวิ๋นยอมไว้ชีวิตอีกฝ่ายแม้เขาไม่รู้ว่านิกายสังสารวัฏคือสิ่งใดทว่าในเมื่อมันทำให้หมู่บ้านเฟิงถึงกับกล้าเมินเฉยการมีตัวตนของหลิ่วเทียนเหยินได้เช่นนั้นการลงมือสังหารเฟิงอู๋จี้จะต้องนำปัญหามาสู่หมู่บ้านเจียงเป็แน่
เจียงว่านหลี่ถามต่อโดยน้ำเสียงไม่เปลี่ยน“เช่นนั้นตอนนี้เ้าเข้าใจหรือยัง?”
“เข้าใจแล้วถึงแม้ข้าจะปล่อยมันไป มันก็ไม่คิดจะปล่อยข้าไปอยู่ดีทั้งยังไม่คิดจะปล่อยหมู่บ้านพวกเราด้วย!” ในดวงตาของเจียงอวิ๋นเป็ประกายเย็นเยียบค่อยๆ เอื้อนเอ่ยทีละคำ
คำพูดและการหักลูกธนูของเฟิงอู๋จี้ก่อนจากไปคือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีอีกห้าปีให้หลัง มันจักต้องย้อนกลับมาอีกแน่!
“จงจำไว้หลังจากนี้หากเ้าพบเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันอีก จงเด็ดขาด อย่าลังเลอีก! ในโลกนี้ผู้อ่อนแอย่อมเป็เหยื่อของผู้แข็งแกร่ง ความเมตตาต่อศัตรูคือความโหดร้ายต่อตนเองยิ่งกว่านั้นความเมตตาของเ้า กลับกลายเป็ความอ่อนแอรูปแบบหนึ่งในสายตาของศัตรูด้วย!”
เจียงอวิ๋นใจเต้นเล็กน้อยไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดปู่ถึงได้ตั้งใจพูดเช่นนี้กับเขา ทว่าเขาก็ยังคงพยักหน้ารับ“ปู่ ข้าเข้าใจแล้ว!”
“เอาละเื่นี้ก็พอเท่านี้ก่อนแล้วกัน พวกเรากลับไปเื่ก่อนหน้านี้ต่อ”
เจียงอวิ๋นชะงักไปเดิมทีเขาคิดว่าปู่จะบอกวิธีรับมือการท้าดวลของเฟิงอู๋จี้ในอีกห้าปีให้หลังเสียอีกไม่คาดคิดเลยว่าปู่จะเปลี่ยนเื่
ทว่าเื่นี้เองก็เป็เื่ที่เขาสนใจสุดขีดเช่นกันเขาจึงตั้งใจฟังทันที กลัวว่าจะพลาดคำพูดต่อจากนี้ของปู่
“เหตุใดเ้าจึงอยากบำเพ็ญข้าจะไม่ถามแล้วกัน บางทีในอนาคตเ้าคงจะค้นพบคำตอบได้เองทว่าข้าสามารถบอกเ้าได้อย่างมั่นใจว่า เ้าสามารถบำเพ็ญได้!”
“ข้าบำเพ็ญได้?” เจียงอวิ๋นตื่นเต้นจนยืนขึ้นทันทีเื่นี้เป็ปัญหากวนใจเขามานานสิบหกปีแล้ว ในที่สุดก็มีวิธีแก้ไขเสียที
“ใช่แล้วข้าเคยบอกเ้าเพียงว่า เ้ามิใช่คนของหมู่บ้านเจียงเราคุณสมบัติร่างกายของเ้าไม่เหมาะกับวิธีการบำเพ็ญของหมู่บ้านเจียง ทว่าข้าไม่เคยบอกเลยว่าเ้าไม่สามารถบำเพ็ญทุกศาสตร์วิชาทั้งหมดในใต้หล้านี้”
“เช่นนั้นข้าสามารถบำเพ็ญวิชาเช่นไรได้?”
“นอกูเาหนึ่งแสนไพศาลมีนิกายแสวงมรรค ที่นั่นมีวิชาที่เ้าใช้บำเพ็ญได้”
“นิกายแสวงมรรค!”
เจียงอวิ๋นจดจำชื่อนี้จนขึ้นใจในความคิดเขา เมื่อเขาเติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้วหากมีโอกาสได้ออกจากูเาหนึ่งแสนไพศาลละก็จักต้องลองไปเยือนนิกายแสวงมรรคอย่างแน่นอน
เจียงว่านหลี่พลันแย้มยิ้มบางๆ“จากที่ข้าได้ยินมา นิกายแสวงมรรคกำลังจะเปิดรับศิษย์พอดีหากเ้าออกเดินทางตอนนี้ละก็ น่าจะไปถึงได้ทันเวลา”
“ตอนนี้?” เจียงอวิ๋นชะงักไปทันที
แม้่หลายปีที่ผ่านมาเจียงอวิ๋นจะใช้เวลามากกว่าครึ่งอยู่ภายในส่วนลึกของูเาทว่ามันก็ยังอยู่ห่างจากชายแดนของูเาไปอีกไกลโข เพราะูเาหนึ่งแสนไพศาลหมายถึงูเาอันกว้างใหญ่ไพศาลที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ถึงหนึ่งแสนลี้!
ต่อให้มีสัตว์ขี่ที่ดีที่สุดช่วยเดินทางต่อให้ไม่คำนึงถึงเื่ที่อาจมีสัตว์ร้ายโจมตีเข้ามาได้ทุกเมื่อการจะออกจากูเาไปได้เกรงว่าก็จำเป็ต้องใช้เวลาหลายปีเลยเหมือนกัน
เห็นได้ชัดว่าเจียงว่านหลี่อ่านความคิดของเจียงอวิ๋นออกจึงแย้มยิ้มจนมองไม่เห็นดวงตาแล้วกล่าวว่า “ฮ่าฮ่า ข้าเพียงหยอกเ้าเล่นเท่านั้นข้าจะบอกความจริงให้เ้าฟังแล้วกัน ข้ามียันต์เทพท่องหมื่นลี้อยู่หลายใบขอเพียงเ้าติดไว้ ระยะห่างหมื่นลี้ เพียงพริบตาก็ไปถึง แม้จะมีไม่มากทว่าหากเ้าออกเดินทางตอนนี้เลย เร็วสุดครึ่งเดือน ช้าสุดหนึ่งเดือนเ้าก็น่าจะไปถึงนิกายแสวงมรรคได้แล้ว”
ระหว่างที่กล่าวอยู่ในมือเจียงว่านหลี่ได้มีแผ่นยันต์หนึ่งกองปรากฏขึ้นมาสั่นไหวอยู่ตรงหน้าเจียงอวิ๋น “เ้าอยากได้ไหม?”