Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 110

    อ๊ายย!! เฟิร์นที่ทนไม่ไหวแล้วก็หยิบสเปรย์พริกไทยขึ้นมาจากกระเป๋าตัวเอง จากนั้นก็เริ่มพ่นใส่ลูกค้าของตัวเองทันทีโดยที่เธอก็หลับตาพ่นมันไปมั่วๆ นทีที่เห็นอย่างนั้นก็หัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแน่นอนว่าเธอเองก็แอบตกใจ และช็อกกับคำพูดนั้น“..ผมแค่ล้อเล่นน่ะครับ ..ส่วนของเด็กเล่นนี้คงไม่สามาถทำอะไรผมได้หรอกนะครับ ตอนซื้อก็ดูมันให้ดีซิครับว่ามันเป็นของจริงหรือของที่เขาเอามาหลอกขาย.. ที่ผมโดนเนี้ยน้ำเปล่าชัดๆ..ฮ่าๆ” นทีกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา  แน่นอนว่าเฟิร์นที่ฟังอยู่ก็ตกใจกับสเปรย์พริกไทยในมือของเธอ เธอไม่น่าซื้อมันมาเลย เห็นว่าราคาถูกแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นของปลอมอย่างนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ เงินทองมันไม่ได้ตกมาจากฟ้า ก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องธรรมดา“..เออ คุณจะไม่ทำอะไรฉันใช่ไหมคะ..” เฟิร์นกล่าวออกมาอย่างระแวง เพราะสิ่งที่อยู่ในมือเธอเป็นที่พึ่งสุดท้ายแล้ว แต่มันกลับใช้การไม่ได้แล้วในตอนนี้ จึงคิดจะพูดคุยตกลงกันจะง่ายกว่า“..ฮ่าๆ คุณนี่ตลกดีนะครับ แต่เอาเถอะ เอาจริงๆผมสนใจคุณเล็กน้อย แต่จริงๆก็อยากจะฆ่าคุณทิ้งให้มันจบๆไป แต่ก็แอบสงสารคนดีๆอย่างพ่อของคุณที่รับใช้ประเทศชาติมาก่อน.. ดังนั้นผมมีทางเลือกให้คุณสองทางเลือก หนึ่งคือมาทำงานให้กับผม แน่นอนว่ามีฐานเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท ไม่รวมโอที หรืองานที่ต้องออกเดินทางไปทำไกลๆ.. แล้วก็พวกหนี้สินที่ติดเอาไว้กับพวกนอกระบบผมจะจัดการให้เองทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีเรื่องงานที่พ่อของคุณจะได้รับการว่าจ้างจากผมอีกด้วย…ส่วนข้อที่สองคือตาย” นทีกล่าวออกมา จริงๆแล้วเขาเลือกที่จะลบความทรงจำของเธอเลยก็ย่อมได้ แต่เหตุที่เขาต้องทำอย่างนี้ และเลือกที่จะเสนองานให้กับเธอ มันอาจจะเป็นเพราะพ่อของเธอก็เป็นไปได้ นายทหารคนนั้นถ้าเขาจำไม่ผิดจะต้องเป็นคนเดียวกับคนคนนั้น คนที่ช่วยเหลือครอบครัวเมื่อวัยเด็ก เหตุการณ์ปะทะอำเภอพร้าวที่แสนโด่งดัง..  เฟิร์นที่ได้ยินอย่างนั้นก็นึกไปต่างๆนานา เรื่องแรกคือเขารู้เรื่องครอบครัวของเธอได้อย่างไร สองก็คือทำไมต้องเป็นเธอ เธอไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย และสามก็คือทางเลือกนั้นมันเหมือนกับว่ายังไงเธอก็ต้องเลือกข้อที่หนึ่งอยู่แล้ว“คุณต้องการอะไรจากฉันอย่างงั้นเหรอคะ แน่นอนว่าฉันก็จำได้ว่าเราไม่เคยแม้แต่รู้จักกันด้วยซ้ำ..”เฟิร์นกล่าวถามออกมาไป“จริงๆผมก็ไม่อยากจะยุ่งกับใคร แต่คุณดันเห็นผม และเป็นพยานคนเดียวที่ผมคุยด้วยเกี่ยวกับห้องพักของท่านผบ.ตร. ซึ่งผมไม่อยากให้ใครทราบว่าผมไปพบกับท่านเป็นการส่วนตัว ดังนั้นเรื่องปิดปากคุณให้สนิทมันเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้ว.. แต่ด้วยประวัติของคุณที่ผมอ่านมามันกลับช่วยชีวิตของคุณเอาไว้ แล้วมันก็ทำให้เรามานั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ไงครับ.. เอารีบๆตัดสินใจได้แล้ว ผมไม่มีเวลามากขนาดนั้นหรอกนะ” นทีกล่าวออกไปตามจริง เขาจะเปลี่ยนความทรงจำเธอก็ย่อมทำได้ แต่การทำอย่างนั้นมันก็มีผลข้างเคียงที่อันตรายอยู่ การที่เขาแทรกเข้าไปในความคิด ถ้าสมองของคนที่เขาแทรกแซงเข้าไปอ่อนแอ มันก็ทำให้ถึงกับขั้นเป็นบ้าหรือตายได้เลยทีเดียว ดังนั้นการฆ่าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในความคิดของเขา “แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหมล่ะคะ.. แล้วที่บอกให้ฉันไปทำงานกับคุณ.. คุณจะให้ฉันทำอะไรล่ะคะ ไปเป็นผู้หญิงของคุณอย่างนั้นเหรอ เห็นอย่างนี้ฉันก็มีศักดิ์ศรีนะคะ..” เฟิร์นกล่าวตอบ เพราะถ้าดูจากสีหน้าชายคนนี้มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก เขาทำมันจริงอย่างแน่นอนดูจากสีหน้า แน่นอนว่าเธอไม่ไว้ใจชายคนนี้ แต่ด้วยเรื่องที่เขารู้ข้อมูลของเธอมามากขนาดนั้น เขาต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดา และอาจจะมีอำนาจมากในระดับที่เธอไม่อาจจะจินตนาการได้ เงินเดือนที่เขาเสนอพร้อมกับเงื่อนไขต่างๆมันก็ฟังดูไม่เลวเลย ดังนั้นฟังหน่อยก็ดีเหมือนกัน แต่จะให้เป็นผู้หญิงหรือของเล่นของเขาเธอก็ไม่ยอมหรอก “..ฮ่าๆ ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ผมจะให้คุณมาเป็นเลขาส่วนตัวของผมน่ะครับ ผมเองก็กำลังจะเริ่มแผนธุรกิจของตัวเองในหลายๆอย่าง ก็อยากจะหาคนเข้ามาช่วยเหมือนกัน รวมถึงคอยจัดการกับเรื่องบางเรื่องที่ผมอาจจะวานให้ทำ แน่นอนว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปค่อนข้างมากเลยล่ะ คุณจะกลายเป็นคนที่น่ากลัวสำหรับใครบางคน หรืออาจจะเป็นนางฟ้าสำหรับใครอีกหลายคนเช่นกัน..” นทีกล่าวออกมาด้วยคำพูดที่แปลกประหลาด เฟิร์นที่ได้ยินก็คิดหนักเล็กน้อย เธอเองก็อยากทำงานในด้านนี้มานานตามสายที่เรียนจบมา แต่มันก็ไม่มีโอกาสจะได้ทำ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงต้องใช้เวลาในการตัดสินใจก่อน“เรื่องนี้ฉันต้องใช้เวลาในการตัดสินใจสักหน่อย ฉันขอเวลากลับไปคิดทบทวนเรื่องราวสักหน่อยได้ไหมคะ แน่นอนว่าเรื่องที่คุณเป็นกังวลใจเกี่ยวกับผบ.ตร. ฉันจะช่วยเงียบปาก โปรดเชื่อใจฉันได้เลยค่ะ..” เฟิร์นกล่าว  นทีที่ได้ยินก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเธอจะไม่พูดเรื่องนั้น เพราะเธอก็มีนิสัยที่เป็นคนเก็บความลับมิดชิด และรับปากใครแล้วเธอก็ทำมันได้เสมอๆ เขาจึงอยากได้เธอมาทำงานด้วย “อย่างนั้นก็ได้ ตอนแรกก็กะว่าจะขอคำตอบตอนนี้ แต่ช่างเถอะ.. เอาเป็นว่าวันนี้กลับบ้านไปนอนพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้จะมีแขกมาเยือนเธอตั้งแต่เช้า และนั่นจะเป็นข้อพิสูจน์ว่าผมน่ะ ของจริง..” นทีกล่าวพร้อมกับเปิดประตูลงจากรถไปในทันที เขาเดินเข้าไปยังซอยมืดๆ ก่อนจะหายตัวไปท่ามกลางสายตาของหญิงสาว แน่นอนว่าเธอตกใจ แต่ก็คิดว่าตาฝาดไปแน่ๆ เธอส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะพูดกับตัวเองขึ้นมา“..ไม่ไหวๆ สงสัยจะทำงานหนักเกินไปหน่อย ใครกันที่จู่ๆจะหายตัวไปเฉยๆได้ เราต้องตาฝาดไปแน่ๆ กลับบ้านพักผ่อนสักวันก็ดีเหมือนกัน .. แล้วเรื่องเซอร์ไพรส์ในตอนเช้า.. ฉันจะคอยดูก็แล้วกัน..” เฟิร์นกล่าวมาขณะที่มองไปภายในความมืดนั้น ก่อนจะขับรถออกไป นทีที่ลงจากรถมา เขาก็ยังไม่เข้าไปพักผ่อนที่หอในทันที รถมอเตอร์ไซค์ของเขาเองก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย แล้วอีกอย่างคืนนี้เขามีเรื่องที่จะต้องทำอีกหนึ่งอย่าง และมันไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเท่าไรสำหรับเขา  นทียิ้มออกมาให้กับท้องฟ้าก่อนจะหายตัวไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง มันเป็นเพียงแค่ตึกเก่าๆที่อยู่ไม่ห่างจากชุมชนสักเท่าไร ด้านหน้ามันเขียนคำหนึ่งใหญ่ๆโตๆเอาไว้ว่า ‘กู้’ เขายิ้มแล้วก็เดินเข้าไปข้างในทันที“หัวหน้า.. อีก 3 วันก็จะถึงวันที่น้องเฟิร์นคนสวยจะต้องมาจ่ายดอกเบี้ยแล้ว ครั้งที่แล้วเราก็ใจดีเพิ่มเวลาให้เธออีก 2 วัน รอบนี้พี่จะเอายังไงดีครับ ให้เธอผลัดดอกเป็นร่างกายดีไหมครับหัวหน้า ฮ่าๆ..” ภายในตึกแห่งนี้มันเต็มไปด้วยควันบุหรี่ และผู้ชายที่มีอยู่ด้วยกัน 5 คน กำลังดื่มเหล้า และพูดคุยกันถึงหญิงสาวที่พวกเขาหมายปอง“เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน.. นี่แหละน้า พ่อพาลูกสาวซวย.. เงินต้นเป็นแสนก็ยังไม่เห็น เดือนเดือนหนึ่งดอกก็ปาไปเกือบสองหมื่นเข้าไปแล้ว ยิ่งน้องเฟิร์นขอผลัดไปอย่างนี้ เฮ้อข้าไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ..” ชายอีกคนกล่าวมาให้กับหัวหน้าของตัวเองฟัง แต่ตัวของหัวหน้าไม่ได้กล่าวอะไร เขานั่งสูบบุหรี่เงียบๆ และประมวลผลอะไรหลายอย่างอยู่ แต่ทันใดนั้นเสียงเปิดประตูมันก็ดังขึ้นมา มันเรียกความสนใจให้กับชายทั้งห้าคนเป็นอย่างดี“เห้ย.. แกเป็นใครกันวะ..”