เช้าวันถัดมาจินหยางและไป๋ฉีได้พากันไปยังสนามบินเพื่อโดยสารยานขนส่งระหว่างดวงดาวไปทำภารกิจนอกดาราจักรแห่งการศึกษา ซึ่งแน่นอนว่านอกจากพวกเขาแล้วบนยานลำนี้ยังมีนักศึกษาคนอื่นๆอีกมากมายที่กำลังออกเดินทางไปทำภารกิจเช่นเดียวกัน
ไป๋ฉีในเวลานี้นั่งอยู่บริเวณที่นั่งริมหน้าต่างมองดูบรรยากาศท่ามกลางอวกาศอย่างเบื่อหน่าย
"สหายเจ้าเป็นอะไรของเจ้ากัน เมื่อเช้ายังเห็นร่าเริงอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับห่อเหี่ยวไปเสียอย่างนั้น"จินหยางที่นั่งอยู่ข้างๆกล่าวถามด้วยความสงสัย
"เห้อ มันก็เป็นเพราะเจ้าไม่ใช่หรือไง ใครจะไปคิดกันละว่าแต่ละภารกิจที่เจ้ารับมามันจะต้องเดินทางไกลเกือบสุดขอบจักรวาล นี่ไม่รู้ต้องใช้เวลากี่วันกว่าจะไปถึง"กล่าวจบไป๋ฉีก็ถอนหายใจยาวออกมา เขาพึ่งมาถึงดาราจักรแห่งการศึกษาได้ไม่กี่วันเองนะ ตอนนี้กลับต้องออกเดินทางไกลอีกแล้ว จะไม่ให้เขาเบื่อหน่ายได้อย่างไร
"ฮ่าๆๆ เอาน่าๆ ถือว่าออกผจญภัยไง บางทีการเดินทางครั้งนี้อาจจะทำให้เราได้พบเจอกับวาสนาครั้งใหญ่ก็ได้นะ"จินหยางตบไหล่ชายหนุ่มพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างขบขัน
หลังจากผ่านไปห้าวันยานขนส่งก็บินออกจากรูหนอนมาถึงยังสถานีสุดท้ายซึ่งเป็นดวงดาวที่อยู่ไกลเกือบสุดขอบจักรวาล ไป๋ฉีและจินหยางเดินลงมาจากยานอวกาศก่อนที่จะกวาดสายตามองสิ่งรอบข้างด้วยความประหลาดใจ
"ให้ตายเถอะ จินหยางเจ้าแน่ใจนะว่าเป็นที่นี่"
"แน่นอนสิ ก็ข้อมูลภารกิจมันบอกมาแบบนี้"จินหยางเปิดแผนที่และข้อมูลภารกิจดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจก่อนที่จะกล่าวยืนยัน
"แต่ที่นี่มันมีแต่ทรายทั้งนั้นเลยนะ แถมดูจะไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตด้วย แล้วมันจะไปมีโจรสลัดอวกาศได้อย่างไรกัน" ไป๋ฉีกล่าวออกมาเช่นนั้น ซึ่งมันเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆเพราะดาวดวงนี้ถูกปกคลุมไปด้วยทะเลทรายและดูไร้ชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่งราวกับว่ามันเป็นเพียงดาวรกร้างเท่านั้น
"เอาน่า พวกเราก็ลองสำรวจกันก่อนก็แล้วกัน ถ้ามันไม่มีจริงๆพวกเราค่อยกลับกันก็ยังไม่สาย ถึงอย่างไรยานขนส่งข้ามดวงดาวก็มาลงจอดที่สถานีนี้ทุกๆวันอยู่แล้ว เราจะกลับเมื่อไรก็ได้จริงไหม"
ไป๋ฉีพยักหน้าอย่างเห็นด้วย จากนั้นทั้งสองก็พากันบินกันออกไปพร้อมกับกวาดสายตามองทั่วทั้งบริเวณที่บินผ่าน หลังจากนั้นไม่นานไป๋ฉีก็หยุดชะงักกลางอากาศแล้วถอนหายใจ
"เป็นอะไรไปสหาย เจ้าพบเจออะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือ?"เมื่อเห็นไป๋ฉีหยุดไปดื้อๆ จินหยางจึงหันไปถามด้วยความสงสัย
ไป๋ฉีส่ายหน้า "ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปเกรงว่าจะใช้เวลาเป็นสัปดาห์แน่กว่าจะสำรวจเสร็จสิ้น"
กล่าวจบไป๋ฉีก็ทำการผสานธาตุแม่เหล็กและสายฟ้าของตัวเองในทันที จากนั้นก็กระจายพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าออกไปจนมันปกคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของดาวทะเลทรายอย่างง่ายดาย นี่คือขอบเขตที่ไป๋ฉีทำได้หลังจากที่ก้าวเข้าสู่ระดับจ้าวพิภพ
"นี่มันเขตแดนอย่างนั้นหรือ!!" จินหยางอุทานด้วยความตื่นตระหนก แววตาจับจ้องไป๋ฉีราวกับจับจ้องสัตว์ประหลาดก็ไม่ปาน
นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน ทักษะเขตแดนที่แม้แต่ระดับจ้าวจักรวาลยังแทบจะใช้กันไม่ได้แต่ไป๋ฉีที่อยู่เพียงระดับจ้าวพิภพขั้นที่หนึ่งกลับใช้มันได้เสียอย่างนั้น แม้จะเจอกันได้ไม่นานแต่สหายคนนี้ก็ทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ
"วาบ"
"เจอแล้ว! ตามข้ามา"
ผ่านไปไม่นานนัก ไป๋ฉีเก็บเขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้าของตัวเอง จากนั้นก็บินทะยานออกไปโดยไม่รอช้า จินหยางที่เหม่อลอยเมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มก็ได้สติขึ้นมาและบินตามไปในทันที เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น พวกเขาก็มาหยุดลงท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่
"สหาย ไม่เห็นมีอะไรเลย มองไปทางไหนก็มีแต่ทรายเพียงเท่านั้น"
ไป๋ฉียิ้มแล้วจากกล่าวอย่างมั่นใจว่า "หากเจ้าใช้เพียงตามองก็คงไม่มีทางเห็นพวกมัน ตอนนี้โจรสลัดอวกาศที่เจ้าตามหาอยู่ใต้เท้าของพวกเรา"
"หืม เจ้ากำลังจะบอกว่าพวกมันอาศัยอยู่ใต้ดินอย่างนั้นหรือ?"จินหยางกล่าวถามอีกครั้ง
ไป๋ฉีพยักหน้า "ใช่ น่าจะอยู่ลึกไปราวๆสิบเมตรได้ ดูเหมือนพวกมันจะใช้ผืนทรายเพื่อปิดบังตัวตนจากสหพันธ์ นับว่าเป็นวิธีการที่ฉลาดมาก และจากการตรวจสอบของข้าคาดว่าพวกมันน่าจะมีประมาณยี่สิบคน"
"โอ้ เขตแดนของเจ้า ช่างเป็นอะไรที่สะดวกดีแท้ ถึงกับระบุจำนวนคนได้"จินหยางเอ่ยปากชื่นชม ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
พวกสิ่งมีชีวิตต่างๆล้วนแต่มีกระแสไฟฟ้าอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว เขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้าของเขาก็แค่ตรวจสอบหากระแสไฟฟ้าในร่างกายเหล่านั้น แถมไป๋ฉียังทำให้มันเบามาก ดังนั้นศัตรูจึงไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความผิดปกติได้
"เอาล่ะถึงเวลาที่เจ้าต้องลงมือ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจินหยางก็พลันพยักหน้าตอบรับด้วยความเต็มใจ ต่อมาไม่นานร่างกายของเขาก็ปรากฏชุดเกราะพันธุกรรมสีแดงฉานลวดลายสีทองดูแล้วช่างงดงามและน่ายำเกรงยิ่ง
ทางด้านของไป๋ฉีเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พลันยิ้ม ชุดเกราะของสหายคนนี้เองก็เป็นระดับ S เหมือนกับของเขา มิน่าถึงได้มั่นใจนักว่าจะจัดการพวกโจรสลัดได้
"นี่จินหยาง เจ้าไม่ใช่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้หรือไร"
จินหยางในชุดเกราะพยักหน้า "ใช้สิ เจ้าไม่เห็นหรือว่าตอนนี้มันอยู่ในมือข้าแล้ว"
กล่าวจบจินหยางก็ควงหอกสีแดงลาดลายสีทองไปมาเพื่อให้ไป๋ฉีได้ประจักษ์ นี่คือจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเขามีนามว่า 'หอกเพลิงสวรรค์'
"โอ้ ถ้าเช่นนั้นก็เต็มที่ล่ะ หากไม่ไหวก็เรียกข้าได้"ไป๋ฉีโบกมือและบินออกมาจากบริเวณนั้น
จินหยางที่เห็นก็ยิ้มอย่างมั่นใจ พร้อมกับทำชูหอกในมือขึ้นฟ้าสะสมพลัง เปลวเพลิงสีแดงปนทองถูกหลอมรวมจนกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ตรงปลายหอกนั้น
หลังจากผ่านไปเพียงไม่นาน จินหยางก็ปล่อยลูกไฟยักษ์ลงไปยังพื้นทรายเบื้องล่างในทันที ทำให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ในเวลาต่อมา
"บูมม!!"
เสียงระเบิดดังกึงก้องกังวาล บริเวณพื้นทรายนั้นหลังจากเกิดการระเบิดขึ้นก็ปรากฏอุโมงขนาดใหญ่ตรงจุดนั้น พร้อมกับการปรากฏตัวของผู้ชายจำนวนยี่สิบคนที่สวมใส่ชุดเกราะพันธุกรรมสีน้ำตาลดูกลมกลืนกับผืนทรายยิ่ง
จินหยางเมื่อให้ภาพนี้ใบหน้าภายใต้ชุดเกราะก็พลันประดับรอยยิ้มด้วยความตื่นเต้นจับใจ ส่วนทางด้านไป๋ฉีเขายังไม่คิดที่จะไปช่วยจินหยางในตอนนี้ เพราะต้องการดูฝีมือของสหายคนแรกของตนเองว่าจะร้ายกาจขนาดไหน