ท่านหมอเกาแตะชีพจรของใต้เท้าไต้แล้วทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
“พิษที่ใต้เท้ารับมาเป็นยาพิษที่ข้าไม่เคยพบมาก่อนเอาไว้รอน้องสาวข้ากลับมาค่อยให้นางมาตรวจท่านอีกทีก็แล้วกันขอรับดีที่ยังไม่ถึงกับทำลายอวัยวะภายในไปจนหมดข้าจะให้ยาบำรุงอย่างดีเพื่อให้ร่างกายของท่านแข็งแรงพอที่จะต้านทานยาพิษได้ยามนี้ก็จวนจะใกล้เวลาที่น้องสาวของข้าจะกลับมาแล้ว”
สองพ่อลูกที่รอฟังได้ยินเช่นนั้นก็ค่อยสบายใจขึ้นมาอีกนิดไต้เส้าจวิน มองใบหน้าอิดโรยของบิดาแล้วถอนหายใจเขาเห็นสภาพบิดาแล้วกังวลเหลือเกินว่าจะรั้งสุขภาพของอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ได้
“ท่านหมอขอเพียงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ข้าก็พอใจแล้ว”
“คุณชายดีที่ท่านนำเอาใต้เท้าออกมาได้ทัน หากปล่อยไว้อีกเพียงสองสามวันข้าเกรงว่าตัวข้าคงจะช่วยไม่ได้แล้ว ยาชนิดนี้ใต้เท้าไต้รับมาเป็นเวลานานแม้จะไม่ทำให้ตายในทันที แต่ก็สะสมในร่างกาย ทำให้อ่อนแอและสุดท้าย....”
ใต้จี้หลิงสีหน้าดีขึ้น“ท่านบอกว่าน้องสาวท่านใกล้จะกลับมาแล้ว นางไปที่ใดหรือ?”
“เมิ่งเจี๋ยไปขึ้นเขาหลงเฟยซานเพื่อเสาะหาสมุนไพรขอรับปกตินางก็เป็นแบบนี้ ไปหาสมุนไพรอยู่เรื่อยๆ”
ชิงเว่ยเว่ยได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกสบายใจนางหันไปมองไต้จี้หลิงที่สองขาลีบกว่าคนทั่วไปแล้วยิ้มออกมา
“ท่านน้ากินยาบำรุงของท่านหมอเกาแล้วต้องดีขึ้นแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ได้ๆข้าเชื่อเจ้า”
ไต้เส้าจวินมองความสนิทสนมระหว่างบิดาของตนกับลูกศิษย์ตัวน้อยด้วยความประหลาดใจ
“คุณชายไต้ออกไปคุยกับข้าด้านนอกสักหน่อยเถิด”
ไต้เส้าจวินรีบตามท่านหมอออกมาข้างนอกใบสั่งยาที่หมอเกาเขียนยาวเหยียด ทั้งเขียนสูตรยาและวิธีการต้มอย่างละเอียด
“การจะฟื้นฟูร่างกายที่ถูกพิษมาเป็นเวลานานของใต้เท้าไต้ต้องอาศัยทั้งการกินยาบำรุงที่ดี อาหารที่ดี และการนวดเฟ้นขยับร่างกายท่านต้องหาคนไว้ใจได้มาคอยดูแลอย่างเข้มงวด จนกว่าน้องสาวของข้าจะกลับมา”
ไต้เส้าจวินรับคำเขากลับไปรับเอาบ่าวรับใช้เก่าแก่ของบิดาจากในจวนออกมาโดยอ้างกับคนในจวนว่าบ่าวผู้นี้จำต้องกลับบ้านนอกเพราะญาติป่วยหนักอาจารย์ใหญ่หวังรับปากว่าจะป้องกันรอบเรือนอย่างดีไม่ให้ผู้ใดบุกเข้า มาได้
“ข้ารู้ว่าหากพวกมันเห็นสภาพเรือนบนเขาจะต้องตามหาบิดาของเจ้าแน่และไม่นานก็คงจะรู้ว่าเป็นฝีมือของพวกเจ้า ระวังตัวให้ดี”
เมื่อชิงเว่ยเว่ยไปถึงสถาบันเค่อเฉิงในเช้าวันเปิดเรียนสหายทั้งสามของนางก็เท้าสะเอวยืนเรียงหน้ากระดานขวางอยู่ทางเดินไปห้องส้วม
“หนึ่งในคำปฏิญาณของกลุ่มฉีหลินคือการไม่มีความลับต่อกันชิงเว่ยเว่ย เจ้าทำผิดสัญญาข้อนี้”
เด็กหญิงทำใจดีสู้เสือ“เจ้าพูดถึงเรื่องใด?”
“เว่ยเว่ยข้าเห็นนะ เมื่อวานเจ้ากับไห่ฮ่าวออกจากบ้านสกุลหวังตอนเย็นๆนี่เจ้าแอบมาประจบอาจารย์ใหญ่หวังใช่หรือไม่?”
ชิงเว่ยเว่ยขมวดคิ้วนางอุตส่าห์สังเกตรอบข้างเสียดิบดี เหตุใดจึงไม่รู้ตัวว่ามีคนเห็น?
“แน่ใจหรือว่าไม่ได้จำผิดคน?”
ซิวลู่ฉิงพองแก้มจนป่อง“นี่เจ้าคิดว่าข้าจะจำสหายสนิทไม่ได้เชียว? เมื่อวานเจ้าถือเกาทัณฑ์แปลกตาออกมาด้วยที่หลังยังสะพายกระบอกใส่ลูกเกาทัณฑ์ ที่เอวก็สะพายดาบ”
“เอ่อ......”
“เป็นความลับล่ะสิ...เราไปทางโน้นกัน”ซิวอี้เซิงผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มฉีหลินรู้สึกตื่นเต้นดูท่าชิงเว่ยเว่ยคงจะไปแอบทำเรื่องลับๆ ที่เกี่ยวพันกับอาจารย์ใหญ่หวังมา
ชิงเว่ยเว่ยเห็นว่าตนเองไม่อาจจะหนีพ้นการซักฟอกของสหายทั้งสามได้แน่เพราะฉีเหยียนกับซิวลู่ฉิงเข้าประกบยึดแขนนางไว้ทั้งซ้ายขวาโดยมีซิวอี้เซิงเดินนำหน้า ครั้นไปถึงด้านหลังอาคารที่ไม่มีผู้ใดเดินผ่านเด็กทั้งสามก็หันมาจ้องหน้าจำเลย
“ว่ามา...เจ้าแอบทำสิ่งใดลับหลังพวกเรา?”
“ก็ได้!” เด็กหญิงถอนหายใจ “ก่อนอื่นพวกเจ้าต้องสาบานว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ”
“ได้!”
“สัญญา!” เด็กทั้งสามเปล่งเสียงพร้อมกัน
ดวงตาทั้งสามคู่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะฟังเรื่องตื่นเต้น
“อาจารย์ไต้ช่วยบิดาออกมาได้แล้ว...ตอนนี้เอาไปซ่อนไว้ในเรือนของอาจารย์ใหญ่หวังคนที่ซ่อนอยู่บนเขาไข่มังกรคือชนเผ่าชู่ชี”
“เจ้าเล่ารายละเอียดด้วยสิฟังแค่นี้มันจะไปสนุกอะไร?” ซิวลู่ฉิง เด็กหญิงผู้ชอบอ่านนิยายผจญภัยรีบรบเร้า
“เออๆถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็ตั้งใจฟังล่ะกัน”
ชิงเว่ยเว่ยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามลำดับให้กับสหายน้อยทั้งสามฟัง
“แย่จริง!ข้าน่าจะได้ไปบุกเรือนของนักรบชู่ชีพร้อมกับเจ้าด้วย”
“หัวหน้าซิวมันอันตรายมากนะ”
เด็กชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มหรี่ตามองคนโต้แย้ง“แล้วเจ้าล่ะ เว่ยเว่ย เจ้าเป็นเด็ก เหตุใดจึงได้รับอนุญาตให้ตามหัวหน้าแฝดไป๋ไป?”
“ก็...ก็ข้ามีไห่ฮ่าวคอยอารักขาอย่างไรล่ะ?อย่าลืมสิว่าไห่ฮ่าวมีวิทยายุทธ์สูงส่ง อีกอย่างเป็นเพราะข้ารู้ตำแหน่งที่ซ่อนของพวกเขาข้าจำต้องไปชี้จุด”
ซิวอี้เวิงหน้าคว่ำเขาเป็นหัวหน้ากลุ่มฉีหลินสมควรจะได้เข้าร่วมสร้างวีรกรรมการช่วยชีวิตใต้เท้าไต้ซิวลู่ฉิงดวงตาเป็นประกายวาววับ นางรู้สึกตื่นเต้นแทนชิงเว่ยเว่ย
“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?ตอนที่เข้าไปช่วยใต้เท้าไต้น่ะ”
“ข้าแทบหยุดหายใจเลยล่ะนักรบเผ่าชู่ชีน่ากลัวมาก พวกเขายิงเกาทัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ รุนแรงและพร้อมจะเอาชีวิตทุกเมื่อ ทุกคนใช้ดาบอันใหญ่ ทั้งพละกำลังยังกล้าแกร่งยิ่งนักที่ดีฝ่ายเราล้วนเป็นจอมยุทธ์จึงจัดการพวกเขาได้”
ฉีเหยียนแอบดีใจที่ตนไม่ต้องไปเผชิญกับสถานการณ์อกสั่นขวัญแขวนอย่างที่ชิงเว่ยเว่ยเจอแต่ก็อดจะอยากรู้อยากเห็นไม่ได้
“เจ้าเล่าหน่อยสิว่าวิทยายุทธ์ของอาจารย์ไต้กับอาจารย์จงเป็นอย่างไร?”
“ฝีมืออาจารย์ไต้น่ะหรือ?ข้าว่าน่าจะเหนือกว่าอาจารย์จงอยู่มาก เหนือกว่าหัวหน้าแฝดไป๋อยู่พอสมควร”
เด็กทั้งสามทำหน้าตะลึงพวกเขาที่นั่งเรียนอยู่ทุกวันต่างคิดว่า ไต้เส้าจวินคืออาจารย์หนุ่มรูปงามแต่งกายได้เหมาะสมกับความเป็นคุณชายบุตรขุนนางใหญ่ทุกกระเบียด ท่วงท่าสง่าและสุขุม
“อาจารย์ไต้เก่งอย่างนั้นเลยหรือ?”
******************************
