สองสามีภรรยาเดินออกจากร้านบะหมี่ไปด้วยกัน เถียนฮวนเห็นสีหน้ากู้ฉางสุ่ยที่ดูเคร่งขรึมเล็กน้อยก็อดรู้สึกผิดไม่ได้
“เมื่อครู่นี้ข้าทำให้ท่านต้องขายหน้าในหมู่คนรู้จักหรือไม่” นางเอ่ยเสียงแ่
“น้ำแกงนั่น เรียกได้ว่าเป็หัวใจของท่านอาสาม เ้าไปพูดแบบนั้นเข้า ก็ย่อมทำให้เขาโกรธเป็ธรรมดา”กู้ฉางสุ่ยตอบเสียงเรียบ
“ทว่า...” เขาก็โน้มตัวลง กระซิบเบาๆ พลางสบตากับนาง “ข้าเชื่อว่าเ้าพูดถูก อาหารที่เ้าทำอร่อยยิ่งนักแน่นอนว่าย่อมมีสิทธิ์วิจารณ์น้ำแกงของเขาได้”
เถียนฮวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา
“ความจริงตอนนั้นข้าก็แค่พูดกับท่านเท่านั้นเอง ใครจะคิดว่าเขาจะมาได้ยินเข้า แต่น้ำแกงของร้านเขาก็ถือว่าดีอยู่เปิดร้านแล้วยังทำได้ถึงระดับนี้นับว่าใช้ได้เลย เพียงแต่ยังสู้ที่ข้าทำเองไม่ได้หรอกท่านรอหน่อย อีกเดี๋ยวพอขายสมุนไพรเสร็จ ข้าจะซื้อไก่กลับไปเคี่ยวน้ำแกงให้ท่านได้กินกับข้าวฝีมือข้า!”
“ได้เลย!” พอได้ยินเช่นนั้น ดวงตากู้ฉางสุ่ยก็เป็ประกายทันที รีบพยักหน้าไม่หยุด
ท่าทางแบบนี้ไม่ต่างจากหมาป่าที่เห็นเนื้อเลยสักนิด น่ารักจนเถียนฮวนใจอ่อนยวบ
สองสามีภรรยาเดินคุยกันไปพลางหัวเราะไปพลาง ทิ้งเื่เมื่อครู่ไว้เื้ั ไม่นานก็เดินมาถึงหน้าประตูโรงหมอของตำบล
ตำบลสือโถวเป็แค่ตำบลเล็กๆ ที่นี่จึงมีโรงหมอเพียงแห่งเดียว และยังเปิดเป็ร้านยาด้วย
พอเห็นทั้งสองเดินเข้ามา คนรับใช้ในโรงหมอก็รีบออกมาต้อนรับ “ทั้งสองท่านจะมาหาหมอหรือมาซื้อยาขอรับ”
“พวกข้าไม่ได้มาหาหมอหรือซื้อยา พวกข้ามาขายสมุนไพร” กู้ฉางสุ่ยตอบ
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าคนรับใช้ก็หายวับไป
“มาขายสมุนไพรงั้นหรือ ตามข้ามาทางนี้!”
เขาหันหลังเดินนำพวกเขาไปยังลานด้านหลัง จากนั้นเชิดหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงเ็า“รอตรงนี้ ข้าจะไปตามคนมาตรวจดูสมุนไพร อย่าเดินเพ่นพ่าน ถ้าทำข้าวของที่นี่พังขึ้นมาพวกท่านชดใช้ไม่ไหวหรอก!”
น้ำเสียงถือดีเช่นนั้นทำให้ดวงตากู้ฉางสุ่ยเย็นเยียบลงทันที แต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ “พวกคนรับใช้แบบนี้น่ะเก่งแต่ดูถูกคนอื่น เราแต่งตัวอย่างนี้ก็สมควรแล้วที่เขาจะดูแคลนถ้าอยากให้เขาเปลี่ยนท่าที ทางเดียวคือต้องใช้ความสามารถทำให้เขายอมรับ”
“ข้ารู้” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “ข้าแค่รู้สึกว่า คนพรรค์นี้แต่ก่อนคงไม่มีคุณสมบัติพอจะมายืนต่อหน้าเ้าได้ด้วยซ้ำ”
ทว่าตอนนี้ เด็กรับใช้โรงหมอแสนต่ำต้อยผู้หนึ่งกลับกล้าดูแคลนนาง
คุณหนูผู้เคยถูกผู้คนล้อมหน้าล้อมหลังราวเดือนกลางหมู่ดารา บัดนี้กลับตกต่ำเพียงนี้แค่คิดก็ปวดใจแล้ว
เถียนฮวนได้ยินเพียงแค่หัวเราะเบาๆ “ไม่เป็ไร ข้าชินแล้ว”
ทว่าท่าทีสงบนิ่งเช่นนี้ของนางกลับยิ่งบาดลึกลงในใจของกู้ฉางสุ่ย เขายิ่งรู้สึกสงสารนางมากยิ่งขึ้น
นางกำลังจะกล่าวออกมา แต่เด็กรับใช้โรงหมอได้พาชายหน้าเหลี่ยมวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา
“พวกเ้าจะขายสมุนไพรงั้นหรือ” ชายผู้นั้นไม่แม้แต่จะมองตรงๆ สีหน้าท่าทางก็กระฟัดกระเฟียดเต็มที
เด็กหนุ่มที่ยืนข้างๆ รีบพูดขึ้น “นี่คืออาจารย์เกาของร้านเราขอรับ”
กู้ฉางสุ่ยรีบเอ่ยทัก “คารวะอาจารย์เกา!”
จากนั้นก็เริ่มหยิบสมุนไพรในตะกร้าออกมาวางเรียงบนพื้นทีละอย่าง
แน่นอนว่าโสมนั้นยังเก็บไว้ ไม่ได้หยิบออกมา
ไม่คิดเลยว่าอาจารย์เกาผู้นี้พอเห็นสมุนไพรแปรรูปเ่าั้ก็หน้าถมึงทึงทันที
“เหตุใดจึงมีแต่สมุนไพรแปรรูป ข้าเคยบอกไว้ไม่ใช่หรือว่าร้านเรารับแต่สมุนไพรสดเท่านั้นพวกเ้านี่นะ ความรู้เื่ตัวยาก็ไม่มี ยังกล้าแตะต้องวัตถุดิบโดยพลการอีก สมุนไพรดีๆถูกพวกเ้าทำลายกันไปเท่าไหร่กันแล้วรู้ไหม!”
“ท่านดูของให้ครบก่อนเถอะเ้าค่ะ ถ้าไม่ถูกใจก็ไม่ต้องซื้อ” เถียนฮวนกล่าวขัดเบาๆ
ดวงตาของอาจารย์เกาแทบจะพ่นไฟออกมา “ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย เ้าจะรีบร้อนอะไรนักหนุ่มสาวสมัยนี้นะ ฝีมือไม่มี แต่ปากนี่เก่งนัก!”
เขาสั่งสอนไปคำหนึ่งก่อนจะถอนหายใจแรงๆ “เห็นแก่เด็กเช่นพวกเ้า ข้าก็จะไม่ถือสาพวกเ้าเช่นนั้นเอาดอกเบญจมาศป่ามาให้ข้าดูก่อน”
เด็กหนุ่มรีบหยิบเบญจมาศป่ากำหนึ่งส่งให้ เขารับไปแล้วพลิกดูผ่านๆ ไม่กี่ครั้ง“ของพวกนี้ตากแห้งดี กลีบดอกก็ยังสมบูรณ์ รูปลักษณ์ใช้ได้ ยังพอรับซื้อได้อยู่”
ว่าแล้วเขาก็วางดอกเบญจมาศป่าลง แล้วหยิบหย่วนจื้อขึ้นมาตรวจดู สีหน้าเหยียดหยันพลันเปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นเล็กน้อย
“หืม?” เขาอุทานเบาๆ แล้วรีบหยิบหย่วนจื้อขึ้นมาดูใกล้ๆ จากนั้นบิแยกเพื่อดูด้านใน แล้วจึงเงยหน้ามองกู้ฉางสุ่ย“เ้าใช้วิธีนึ่งหรือ”
กู้ฉางสุ่ยถอยไปหนึ่งก้าว แล้วชี้ไปที่เถียนฮวน “สมุนไพรพวกนี้ภรรยาข้าเป็คนแปรรูปทั้งหมด”
“อย่างนั้นหรือ” แววตาของอาจารย์เกาใชัดเจนขึ้นมาก เขาจึงหันไปมองเถียนฮวนด้วยท่าทีจริงจัง
เถียนฮวนตอบกลับอย่างไม่อ้อมค้อม “บ้านข้ายากจน ไม่มีชะเอมเทศกับน้ำผึ้ง จึงได้ใช้วิธีคั่วแทนการคั่วหย่วนจื้อต้องใช้ไฟแรงจนผิวด้านนอกกลายเป็สีดำเข้ม ด้านในเป็สีน้ำตาลไหม้ข้าคิดว่าสีที่ข้าคั่วออกมาเหมาะเจาะดี ไฟก็ไม่อ่อนหรือแรงเกินไป ท่านว่าอย่างไรเ้าคะ”
น้ำเสียงของนางสงบสุขุม ไม่ถ่อมตนแต่ก็ไม่หยิ่งยโส ไม่มีเค้าของความไม่พอใจหรือโกรธเคืองจากการที่ถูกตำหนิเมื่อครู่แม้แต่น้อย
ในแววตาของอาจารย์เกาจึงปรากฏความฉงนขึ้นมา
“เ้าศึกษาวิธีแปรรูปพวกนี้มาจากผู้ใด ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเ้ามาก่อนเลย”
“ท่านยอมรับในฝีมือของข้าแล้วใช่หรือไม่ แม้ข้าจะอายุน้อย แต่สิ่งที่ทำออกมาก็นับว่าใช้ได้อีกทั้งเมื่อครู่ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะอวดดี ท่านว่าไหมเ้าคะ” เถียนฮวนยิ้มพลางเอ่ยถาม
อาจารย์เกาเบือนสายตาไปทางอื่นด้วยความรู้สึกผิด “พอเถิด อย่าพูดเื่ไร้สาระพวกนั้นเลยสมุนไพรแปรรูปที่เ้าทำมานั้นทำได้ดีจริงๆ โรงหมอของเรารับซื้อแน่นอน! หย่วนจื้อสดหนึ่งจินราคาแปดเหวินโรงหมอเราขายหย่วนจื้อแปรรูปหนึ่งจินสิบสองเหวิน ฉะนั้นข้าจะขอซื้อหย่วนจื่อแปรรูปจากเ้าที่หนึ่งจินสิบเหวินส่วนดอกเบญจมาศป่าข้าจะคิดราคาแพงขึ้นอีกหน่อย หนึ่งจินหนึ่งตำลึง ส่วนสมุนไพรอื่นๆข้าก็จะหักแค่จินละหนึ่งถึงสองเหวินจากราคาขาย ตกลงหรือไม่”
“ตกลง” เถียนฮวนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
ชายผู้นี้แม้จะเย่อหยิ่งไปสักหน่อย แต่ราคาที่เขาเสนอนั้นก็นับว่าตรงไปตรงมาดี
อาจารย์เการีบสั่งให้เด็กรับใช้โรงหมอนำตาชั่งมา เขาชั่งสมุนไพรแต่ละชนิดแล้วกดลูกคิดนับอย่างรวดเร็ว
“ทั้งหมดนี้ได้สองตำลึงหนึ่งเฉียน[1] เ้านับดูให้ดี”
เถียนฮวนกำลังจะคำนวณราคา กู้ฉางสุ่ยที่อยู่ข้างกายก็พยักหน้าทันที “ไม่ผิดหรอก”
เถียนฮวนหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ ก็เห็นกู้ฉางสุ่ยยิ้มให้นางพลางเอ่ยว่า“เมื่อครู่เขาบอกราคากับน้ำหนักของแต่ละอย่าง ข้าก็คิดรวมไว้ในใจแล้ว รวมทั้งหมดได้สองตำลึงหนึ่งเฉียน”
“อย่างนี้เอง ถ้าเช่นนั้นก็คงไม่ผิดหรอก” เถียนฮวนเชื่อคำของเขาโดยไม่ลังเล จึงไม่คิดจะเสียเวลาไปคำนวณซ้ำอีก
อาจารย์เกาได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้กู้ฉางสุ่ย “น้องชาย เ้าเก่งยิ่งนัก!คิดเลขในใจได้รวดเร็วยิ่งนัก!”
“สู้ภรรยาข้าไม่ได้หรอก นางต่างหากที่เก่งจริงๆ” กู้ฉางสุ่ยกลับตอบเช่นนั้น ทำให้ทุกสายตาหันไปที่เถียนฮวนอีกครั้ง
[1] เฉียน เป็หน่วยเงินจีนในสมัยโบราณ 10 เฉียน เท่ากับ 1 ตำลึง