"กระรอก... ไม่ใช่กระรอก... เฮ้ย! ทำไมมันยังเป็กระรอกอยู่วะ!"
ริมหนองน้ำใสแจ๋วที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คลองแสนแสบมีสิ่งมีชีวิตขนฟูอ้วนกลมตัวหนึ่งกำลังนั่งยองๆ เอาเท้าหน้าจิกขอบสระหินอ่อนจ้องมองเงาสะท้อนในน้ำพลางขยับซ้ายขยับขวาด้วยสีหน้าปูเลี่ยนๆถ้ากระรอกสามารถแสดงความโกรธจนหน้าเขียวหน้าเหลืองได้เงาในน้ำนั้นก็คงไม่ต่างจากั์วัดแจ้งในร่างสัตว์ขนหางพวง"ใครก็ได้ช่วยบอก ผม ทีว่ามันเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคตรงไหน!"เขาะโก้องในใจ เพราะเสียงที่หลุดออกมาจากลำคอมีเพียงแค่ 'จี๊ดๆๆๆ'ที่ฟังดูเหมือนหนูท่อกำลังสำลักน้ำ "โอเค...ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนดีเด่อะไร ผมไม่มีแฟน ผมขวางโลก ผมชอบกวนตีนชาวบ้านไปทั่วแต่นั่นมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องถีบส่งผมมาอยู่ในร่างไอ้หางพวงนี่นะโว้ย!"
จะไม่อดสูได้ยังไง? ในเมื่อชาติที่แล้วเขาคือ"การันต์บินทะลุดาวอังคาร" ชายหนุ่มวัย 25ปี ผู้มีทัศนคติขัดแย้งกับคนทั้งโลกเป็อาชีพหลัก เดิมทีนามสกุลที่ปู่ผู้แสนจะธรรมดาตั้งให้มาน่ะเหรอ? 'สมพงษ์กินดี' หรือ 'รักไทยใจเย็น' อะไรประมาณนั้นแหละแต่มันธรรมดาเกินไปสำหรับคนอย่างการันต์!
ในวันที่เขาบรรลุนิติภาวะสิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การไปฉลองดื่มเหล้าแต่เป็การเดินขึ้นอำเภอด้วยใบหน้าเรียบเฉย ยื่นเอกสารขอเปลี่ยนนามสกุลเป็ "บินทะลุดาวอังคาร" ต่อหน้าเ้าหน้าที่ทะเบียนที่ถึงกับทำปากกาหลุดมือ
"คุณการันต์คะ... มะ... นามสกุลนี้มันจะดีเหรอคะ?" เ้าหน้าที่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ดีครับพี่ผมอยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าคนอย่างผมไม่ได้มีไว้เดินบนพื้นถนนธรรมดาๆผมมันพวกพุ่งทะยาน" เขาตอบพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยสังคม
นับั้แ่วันนั้นการันต์ก็ใช้ชื่อสุดพิลึกนี่ปั่นประสาทคนไปทั่วไม่ว่าจะเป็ตอนสมัครงานที่ฝ่ายบุคคลต้องถามซ้ำสามรอบหรือตอนรับพัสดุที่ไปรษณีย์ต้องมองหน้าเขาเหมือนมองมนุษย์ต่างดาวแต่นี่แหละคือความสุขของเขา... การได้ขวางโลกคือลมหายใจ!
ทว่า...กฎแห่งกรรมมันทำงานเร็วกว่าจรวดอีลอน มัสก์! ในคืนที่ฝนตกหนัก นามสกุลที่บอกให้ 'บินทะลุดาวอังคาร' กลับช่วยอะไรไม่ได้เลย เมื่อเขาเดินฮัมเพลงประชดฟ้าฝันถึงชีวิตที่สูงส่งแต่เท้าดันทิ่มลงไปในท่อระบายน้ำที่ไม่มีฝาปิด!
"ชีวิตคนเรา... ทะยานไปดาวอังคารแต่จบที่ท่อระบายน้ำ... ทุเรศสิ้นดี!"เขาสบถ (จี๊ดๆ)พลางนึกถึงความทรงจำสุดท้ายก่อนิญญาจะวูบหายไปในความมืดที่เหม็นอับ
แต่พอตื่นขึ้นมาแทนที่จะเจอพญายมราชใส่ชุดแดงนั่งพิพากษา หรือเจอเทวดามารับไปเสวยสุขเขากลับพบว่าตัวเองกำลังนั่งแหมะอยู่ริมสระน้ำทิพย์! และเมื่อเขาแหงนหน้ามองฟ้า...ความขวางโลกที่สั่งสมมาทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา
ท้องฟ้าที่นี่มันไม่ใช่ท้องฟ้ากรุงเทพฯที่มีแต่ควันธูปและฝุ่นละเอียดแต่มันคือผืนกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่ปักด้วยเพชรระยิบระยับทางช้างเผือกสว่างจ้าจนเหมือนใครเอาไฟสปอร์ตไลท์มาส่องทิ้งไว้และที่สยองที่สุดคือ... กลุ่มเมฆสีขาวที่ลอยล่องอยู่ไกลๆ นั้นมีวิมานสีทองหลังใหญ่โตมโหฬารตั้งอยู่บนนั้น! หลังคาทรงไทยจั่วแหลมเฟี้ยวประดับช่อฟ้าใบระกาประกายระยับแถมยังมีนางฟ้าตัวเป็ๆ เหาะไปมาเหมือนเครื่องบินบังคับ
"นี่มัน... ์ชั้นไหนวะเนี่ย? ทำไมมันดูไทยประยุกต์แบบนี้?"ไอ้จ้อย (ชื่อในร่างนี้) ใจนขนหางพอง
ทันใดนั้นเองเขารู้สึกถึงแรงดึงที่ใบหู "โอ๊ยๆๆๆ! ใครวะ! ปล่อยนะโว้ย! นี่หูคนนะ... เออหูกระรอกก็ได้ แต่มันเจ็บนะเ้าคะ... เอ้ย! นะเ้า!"
"จ้อยจ๋า... มาแอบส่องน้ำเล่นตรงนี้เองเหรอ? พี่หาตั้งนานแน่ะ"
เสียงนั้นหวานจับใจเหมือนน้ำผึ้งเดือนห้าแต่ไอ้จ้อยไม่สน! เขาเป็พวกขวางโลก! เขาตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าจะเป็ใครเขาจะแว้งกัดให้จมเขี้ยว บังอาจมาดึงหูคุณการันต์ บินทะลุดาวอังคารงั้นเหรอ? ต้องโดนดี!
แต่พอเขาสะบัดหน้าหันไปเตรียมจะงับ...เขาก็ต้องชะงักแข็งเป็หิน ตาถลนออกมานอกเบ้า
เบื้องหน้าเขาคือสาวน้อยในชุดสไบสีนวลผมยาวสลวยส่งกลิ่นหอมเหมือนดอกพิกุลร่วง ผิวพรรณผุดผ่องจนสว่างนวลตา ใบหน้านั้นสวยชนิดที่ว่าดาราเบอร์หนึ่งของโลกยังต้องยอมสยบดวงตากลมโตแฝงความซุกซนมองมาที่เขาด้วยความเอ็นดู
เดี๋ยว...สวยขนาดนี้... นุ่มนิ่มขนาดนี้... ไอ้จ้อยที่กำลังถูกอุ้มขึ้นมาซุกกับอกเสื้อถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะพระเ้าครับ... ถึงผมจะนามสกุลพิลึก แต่การมาเป็กระรอกแล้วได้ซุกที่นุ่มๆแบบนี้... ผมว่า์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับผมเกินไปนักหรอก!
แต่อย่าคิดว่าไอ้จ้อยจะยอมง่ายๆ!นิสัยเดิมมันแก้ไม่หาย เขาแอบสำรวจรอบตัวทันที หญิงสาวคนนี้สวยก็จริงแต่ดูท่าทางจะ "ถังแตก" ไม่เบา เพราะวิมานที่เธออยู่(ซึ่งดูเหมือนบ้านไม้เรือนไทยเก่าๆ หลังหนึ่ง)มันตั้งอยู่ปลีกวิเวกไกลจากวังทองพวกนั้นลิบลับ แถมเธอยังพยายามเอาดอกไม้เหี่ยวๆมาทำเป็ขนมป้อนเขาอีก
"จ้อยกินนะจ๊ะ วันนี้พี่เก็บดอกกรรณิการ์ทิพย์มาให้สดๆ เลยนะ"เธอกล่าวยิ้มๆ
ไอ้จ้อยมองดอกไม้ในมือเธอด้วยสายตาว่างเปล่า 'นายท่านครับ... นี่มันดอกไม้เหี่ยวๆชัดๆ!' แต่ด้วยความหิวที่เหมือนมีหลุมดำอยู่ในท้องเขาเลยเผลออ้าปากงับเข้าไปคำเดียว...
กร้วม!
ไม่ใช่แค่ดอกไม้!แต่เขากัดเข้าไปยันถ้วยดินเผาที่เธอถืออยู่!รสชาติของมันกรอบเกรียวเหมือนขนมเบื้อง แถมยังหวานล้ำลึกไปถึงสรวง์ไอ้จ้อยใในพลังทำลายล้างของฟันตัวเองมากเขาเริ่มมีความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมา...เขาคือกระรอกสายพันธุ์พิเศษที่เกิดมาเพื่อ 'กินทุกอย่างที่ขวางหน้า' ไม่ว่าจะเป็ไม้ หินหรือแม้แต่เหล็กอาคม!
ในขณะที่เ้านายสาวกำลังใกับความตะกละของเขาไอ้จ้อยก็สังเกตเห็นบางอย่างที่หลังพุ่มไม้... มีไอ้หนุ่มร่างั์ ถือขวานเล่มโตแอบซุ่มมองเ้านายเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย
'ไอ้หน้าหนวดนี่...บังอาจมาแอบดูเ้านายผมเหรอ?' ไอ้จ้อยที่ความกวนเข้าเส้นบวกกับความหิวที่ยังไม่หายไปย่องเงียบๆ ลงจากมือสาวงาม พุ่งหลู่ไปที่หลังพุ่มไม้ทันที
ไอ้หนุ่มร่างั์กำลังน้ำลายสอลืมสังเกตเห็นก้อนขนสีขาวที่พุ่งมาหาเท้า...
กร้วม!
ไอ้จ้อยไม่ได้กัดขา...แต่มันงับเข้าที่ 'คมขวาน'ของไอ้เ้าั์นั่นเต็มแรง!ขวานเหล็กกล้าที่ว่ากันว่าตัดไม้หิมพานต์ขาดได้ในฉับเดียวกลับแหว่งเป็รูปฟันกระรอกต่อหน้าต่อตาไอ้คนถือ!
"เหวออออ! ไอ้กระรอกผี!" เ้าั์ร้องเสียงหลงพลางสะบัดขวานทิ้ง
ไอ้จ้อยนั่งแทะเศษเหล็กเคี้ยวตุ้ยๆพลางทำหน้าตาใสซื่อใส่เ้านายสาวที่วิ่งตามมาดู 'นายท่าน...ผมว่าขวานนี่รสชาติไม่เลวนะครับ เหมือนช็อกโกแลตอัลมอนด์เลย!'
และนี่คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ความฉิบหายบนสรวง์...เมื่อกระรอกขวางโลกนามว่าการันต์ เริ่มต้นภารกิจ"แทะทุกอย่างที่ขวางหน้า" จนเทวดาทั้งวิมานต้องสะท้าน!