เจมส์มาส่งสองสาวถึงสวนมณีรัตน์โดยตรง
เมื่อลงจากรถแล้วเส้นด้ายยังกล่าวขึ้นอีกว่า “ขอบคุณที่มาช่วยวันนี้ แต่เรื่องที่คุณอยากได้สวนของฉันมันคนละเรื่องกัน ไม่ต้องมาทำดีกับฉัน ฉันดูแลตัวเองได้ ต่อให้อีกฝ่ายเป็นมาเฟียก็ตาม!”
กล่าวจบเส้นด้ายเดินเข้าไปในบ้าน โดยไม่หันมามองอีกเป็นครั้งที่สอง
“เอ่อ...ขอบคุณอีกครั้งนะคะประธาน ถ้าหากคุณไม่ได้ไปช่วย ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง” ต่อให้ถูกมัดมือมัดเท้า ข้าวยังพอฟังออกว่าตนจะถูกขายเข้าไปในซ่องเพื่อเป็นกระหรี่บำเรอกาม
เธอไม่อยากมีชีวิตเหมือนตายทั้งเป็น จะมีความสุขก็ไม่ ได้เงินไหมก็ได้แต่มันเป็นงานที่ไม่ใช่สิ่งที่เธอชอบ อีกทั้งยังเป็นการบังคับฝืนใจโดยที่เธอไม่ยินยอม
เจมส์จับไหล่อีกฝ่าย โน้มศีรษะลงไปข้างหน้า เป่าลมร้อนรดต้นคอจนเธอเกร็งคอแน่น ขนอ่อนลุกซู่ หน้าแดงเป็นลูกตำลึง
“มาทำงานให้ผมสิ ผมจะดูแลคุณเอง” เขากระซิบข้างหู น้ำเสียงแผ่วเบา
“เอ๋...ทำงานให้ประธานเจมส์เหรอคะ มันจะดีเหรอคะ...” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง มองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อคำพูด
“ดีสิ ตอนนี้ผมได้หนังสือสัญญาโอนย้ายที่ดินมาแล้ว พรุ่งนี้อิทธิจะเดินทางมาหาผมพร้อมกับโฉนดที่ดิน ผมยังมีงานอีกมากต้องทำ คงไม่ได้ดูแลที่ทางในเมืองสัตหีบ ดังนั้นผมเลยอยากให้ใครสักคนที่อยู่ในพื้นที่มาดูแล”
“คนนั้นก็คือฉันเหรอคะ?”
“ใช่”
“แต่ว่า...ฉันไม่ใช่คนเก่งนะคะ ทำไมประธานถึงไม่ให้คุณเส้นด้ายดูแลละคะ เธอเป็นคนทำงานขยันอดทน น่าจะช่วยคุณได้เยอะเลย” ข้าวก้มหน้าลง ที่เธอกล่าวนั้นคือความจริง
อาศัยความสามารถเล็กน้อยของเธอที่จบเพียงวุฒิปริญญาตรีมีให้เห็นกันดาษดื่นในท้องถนน
ไม่มีความโดดเด่นเหมือนกับเส้นด้าย
“ผู้หญิงคนนั้นน่าเบื่อ ดื้อด้านจนน่ารำคาญ”
“เอ๋...”
“ไม่คิดงั้นเหรอ ลองนึกดูสิ่งที่เส้นด้ายพูดวันนี้สิ เธอบอกว่าหากได้ทำงานในซ่องก็โทษว่านั่นคือเวรกรรม ผมละหมดคำจะพูด เธอดื้อด้านเกินไป ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่สามารถต่อกรกับพวกมาเฟียได้ อาศัยตัวคนเดียวกับที่ดินผืนเล็กๆ มีแต่ต้องยอมจำนนเท่านั้น ถ้าหากผมไม่อยู่ที่นี่วันนี้ พวกคุณสองคนก็คง...”
“ไม่นะคะ ฉันไม่อยากฟังแล้ว” ข้าวโยนตัวเข้าไปในอกแกร่งของเขา “ฉันจะทำงานกับคุณ ส่วนสวนมณีรัตน์จะเป็นไงก็ช่าง เพราะงั้นอย่าพูดเรื่องน่ากลัวเลยนะคะ”
เจมส์ยกมือขึ้นมาโอบเอวเธอ สัมผัสได้ถึงเอวบางคอดกิ่ว ผอมบางจนไม่มีเนื้อหนัง
“ผมยินดีต้อนรับคุณเข้าทำงาน แต่ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว รีบกลับเข้าไปนอนเถอะ อีกอย่างหนึ่งคุณเองก็ยังมีแผลที่ศีรษะ ต้องรีบนอนพักผ่อนเร็วๆ นะรู้ไหม”
“แผลที่หัว....” พูดถึงแผลที่ถูกเย็บหลายเข็ม สีหน้าเธอพลันมืดครึ้ม
เจมส์จับไหล่ทั้งสองข้างของเธอ นัยน์ตาเข้มมองไม่กระพริบ “ไม่ต้องกังวล ผมสามารถทำให้แผลคุณหายเป็นปกติได้”
“จริงเหรอคะ ดีใจจัง”
“จริงสิ ตอนนี้ผมมีคลินิกเสริมความงามอยู่ที่กรุงเทพฯ ไว้ว่างๆ แผลหายแล้ว ผมจะพาคุณไปรักษาด้วยเลเซอร์ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะ ท่านประธานดีกับฉันมากเลย ถึงแม้ว่าฉันยังไม่ได้เริ่มทำงาน...” ข้าวหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเขย่งปลายเท้าหลับตาพริ้ม บรรจงจูบลงบนแก้มของชายหนุ่ม
“นี่ค่ะ...เป็นรางวัลสำหรับวันนี้ ขอบคุณมากนะคะ ไม่รู้ว่าประธานจะชอบหรือเปล่า ถ้าไม่ชอบ...ก็คงต้องให้มากกว่านี้ แต่ขอแผลบนหัวหายดีก่อนนะคะ” ข้าวยิ้มแก้มแดง สองมือเกาะกุมมือเล็กๆ ของตัวเองด้วยความประหม่า
“ชอบสิ จูบคุณนุ่มดี แต่ถ้าหากอยากให้ผมรู้สึกมากกว่านี้ รู้ไหมว่ามันต้องจูบที่ไหน” เขาขยับตัวเข้ามาหา นิ้วมือเรียวเชยคางเธอขึ้นมาเชยชม
“เอ่อ...ที่ไหนเหรอคะ” ลมหายใจข้าวร้อนผะผ่าว หน้าท้องเกร็งแน่น จังหวะที่เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆ สัมผัสถึงริมฝีปากที่ประทับลงบนปากสวยได้รูปของเธอ
ความร้อนรุ่มสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก หล่อนเผลอส่งเสียงครางแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยหลับพลิ้ว โอบกอดร่างกายสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยความลุ่มหลง
เนิ่นนานเขาถึงได้ถอนริมฝีปากออกไป ข้าวจับปากตัวเอง ยังรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่เขาได้ฝากเอาไว้
“นี่คือราคาที่คุณต้องจ่ายวันนี้ คุณคิดว่ามันเหมาะสมหรือเปล่า...”
“มะ...เหมาะสมค่ะ”
“งั้นเหรอ ผมนึกว่ามันไม่เหมาะสมซะอีก จะได้จูบ...มากกว่านี้” เห็นว่าเธอก้มหน้างุด หูกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก “ผมกลับก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะส่งให้คนมาพาคุณไปดูที่ดินที่เพิ่งได้มา แต่ว่าคุณเจ็บอยู่นี่นา จะไปไหวหรือเปล่าล่ะ”
“ไหวค่ะ แผลเล็กนิดเดียวสบายมาก!”
“งั้นก็ดี แต่ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนล่ะ คืนนี้ฝันดีนะ”
ข้าวมองแผ่นหลังของเขาที่หายเข้าไปในรถคันหรู ก่อนจะลดศีรษะลงมา แล้วหันหลังกลับเข้าไปในบ้านสวนมณีรัตน์
เส้นด้ายแม้จะบอกว่าไม่สนใจเขา แต่ก็อดไม่ได้ต้องแอบมองผ่านบานหน้าต่าง
ทันทีที่หล่อนเห็นข้าวกลับเข้ามา สีหน้าพลันปั้นยากถึงขีดสุด
......
เช้าวันต่อมาเจมส์เดินทางไปที่สัตหีบ
มองโฉนดที่ดินที่อิทธินำมาให้ด้วยความสุข ส่วนเรื่องพ่อลูกเวหาจะเป็นหรือตายเขาไม่ถาม เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตน
“คุณเจมส์ ที่ดินผืนนั้นผมวางแผนจะพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้า โรงแรมและหมู่บ้านจัดสรร ไม่ทราบว่าหลังจากนี้คุณจะนำไปทำอะไรเหรอครับ” อิทธิที่อยู่ในสภาพขาข้างหนึ่งเดินกะเผลก ถามสอดรู้สอดเห็น
“ไม่น่าจะเป็นห้างหรือคอนโดหรอกนะ ถามแบบนี้ทำไมเหรอ หรือยังไม่ตัดใจจากที่ดินผืนนี้?”
“เอ่อ...เปล่านะครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น แค่อยากจะเตือนคุณเจมส์สักเรื่องหนึ่ง ที่ดินผืนนั้นกว่าผมจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายคนที่อยากได้มาครอบครอง แต่ละคนมีแต่ตัวใหญ่เป้ง ดังนั้นผมเลยกลัวว่าพวกเขาจะเข้ามาหาเรื่องคุณ”
“หาเรื่องผม...ก็คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง เพราะผมในสายตามาเฟียพวกนั้น ก็คงไม่ต่างจากหน้าใหม่”
“เอ่อ...ครับ ผมเลยอยากจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้คุณเจมส์”
“เป็นหูตาให้ผม...ทำไมล่ะ ผมทำคุณขนาดนั้น ทำไมถึงอยากทำงานให้ผม” เจมส์มองตาแก่เจ้าเล่ห์ด้วยความสนใจ
อิทธิยิ้มตาหยี “เพราะคุณแข็งแกร่ง ผมเชื่อว่าการติดตามคุณจะนำความสำเร็จมาให้ผมได้”
“ก็แล้วแต่ แต่ว่าไอ้ธุรกิจซ่องอะไรนั่นเลิกได้แล้ว โดยเฉพาะจับคนที่ไม่เต็มใจมาขายบริการ มันไม่ดีเลยนะรู้ไหม”
“ทราบแล้วครับ ผมจะรีบดำเนินการทันที”
หลังจากคุยกับอิทธิได้ครู่หนึ่ง เจมส์ก็เดินทางไปที่ไร่ในเมืองวังน้ำเขียว
ไวน์อยู่ในกล่องสุดหรูซึ่งเป็นตัวต้นแบบ มันถูกทำออกมาอย่างเร่งรีบ ดังนั้นสภาพของมันจึงดูไม่สมกับราคาที่ค่อนข้างแพงต่อหนึ่งขวด
“เจมส์ แพคเกจนี้เป็นยังไงบ้าง ชอบไหม”
ไอด้าดูสนิทสนมกับเขามากกว่าเมื่อก่อน แหงละ เพราะตอนนี้เธอเป็นของเขาแล้วนี่นา
“สวยดีนะ แต่มันค่อนข้างธรรมดาไป ผมอยากให้มันดูเรียบๆ กว่านี้แต่แสดงถึงความหรูหรามีระดับ ที่ไฮโซหรือนักสะสมเห็นแวบแรก ก็ต้องควักกระเป๋าเสียเงินซื้อมา” เจมส์หยิบกล่องขึ้นมาวิจารณ์ตรงๆ
“ยากจัง แต่ฉันจะพยายามแล้วกัน”
“ไม่ต้องหรอก งานของคุณคือผลิตไวน์ ไม่ใช่นักออกแบบ มันคนละหน้าที่กัน ถ้าหากผมให้คุณทำทุกอย่างด้วยตัวเอง จนล้มหมอนนอนเสื่อมีหวังถูกพ่อคุณว่าพอดี”
“ก็พูดไป” ไอด้าหัวเราะทีหนึ่ง “ถ้างั้นคุณจะออกแบบเองเหรอ หรือว่าจ้างพวกฟรีแลนซ์”
“บริษัท Animation Kids ของผม”
“อ๋อ...ช่องอนิเมชั่นที่ฉันเคยเห็นผ่านๆ น่ะเหรอ”
“ใช่ นอกจากทำอนิเมชั่นเป็นงานหลัก งานรองยังรับจ้างออกแบบ ผมเลยคิดว่าจะให้พวกเขาออกแบบแพคเกจไวน์ให้สักหน่อย”
“งั้นฉันจะรอชมนะคะ”
เจมส์อยู่กับเธอราว 1 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางไปที่พัทยา
บริษัท Animation Kids ซึ่งตอนนี้ได้เช่าสำนักงานอยู่บนตึกสูง ไม่เหมือนครั้งที่เพิ่งก่อตั้งเป็นแค่ตึกเล็กๆ หนึ่งคูหา
“เจ้านายมาพอดีเลย ลองมาดูนี่สิคะ อนิเมชั่นเรื่องใหม่ใกล้จะเสร็จแล้วคะ”
พอเข้ามาในบริษัทก็ถูกลากตัวไปโดยโทน
หุ่นแบนเนอร์รายนี้อยู่ในชุดขนนกสีดำยาวถึงพื้น คล้ายกับนางพญาเดินบนรันเวย์ เป็นชุดที่ค่อนข้างใหญ่เล่นเกินเบอร์ ไม่เหมาะสมสำหรับอากาศประเทศไทยร้อนอบอ้าว ไม่สิไม่เหมาะกับการใส่มาทำงานด้วย
“ประธาน!”
ทุกคนเมื่อเห็นว่าประธานบริษัทเข้ามาในแผนก ต่างก็ลุกขึ้นยืนทำความเคารพ
“สวัสดีทุกคน เหนื่อยหน่อยนะ” เจมส์ไม่รู้สึกประหม่า
อาจเพราะอยู่กับหุ่นแบนเนอร์และเจอผู้คนหลากหลายมานาน การคุมคนที่มีอายุมากกว่าในที่ทำงานจึงไม่ใช่ปัญหา
“ประธาน อนิเมชั่นกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ลองดูนี่สิครับ เจ้าตัวนี้คือตัวเอกของเรื่อง เป็นไงครับมันสุดยอดไปเลยใช่ไหม” เต้ย หนึ่งในพนักงานที่เข้ามาตอนช่วงบุกเบิกบริษัทกล่าว
“ไหน ลองให้ผมดูหน่อยสิ” เจมส์พยักหน้า มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน
“ได้เลยครับ” เต้ยขยับตัวลุกออกจากเก้าอี้ เจมส์นั่งลงไป ขณะเดียวกันก็ฟังเรื่องที่โทนกับเต้ยกำลังพูด
วิดีโอถูกเล่น โมเดลสีเหลืองที่เป็นบล็อกๆ ปรากฏตัวบนหน้าจอ
พวกมันดูค่อนข้างน่ารักเหมือนตัวต่อ มีอยู่ด้วยกันหลายตัวเหมือนมดในรัง