(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 144 การเติบโตของพนักงาน

    ตอนที่ 144 การเติบโตของพนักงาน



    ไลท์ได้เข้าไปในกระโจมครัว ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นครัวที่ถูกสร้างไว้ให้กับกามินได้ใช้งาน หากแต่ว่าหลังจากที่กามินถูกไล่ออกไป ครัวที่นี่ก็กลายเป็นกระโจมที่ถูกหมางเมินอย่างน่าสงสาร

    จะคึกคักขึ้นมาหน่อยก็คงจะเป็นเมื่อคืนก่อนที่ไวทเคานต์นิคได้จ้างวานให้ไลท์ มาช่วยทำอาหารให้กับเหล่านักผจญภัยได้รับประทานกันแบบฟรีๆ


    ดังนั้นไลท์จึงค่อนข้างที่จะคุ้นชินกับ กระโจมครัวหลังนี้ของท่านไวทเคานต์ดีอยู่แล้ว



    ไลท์เริ่มต้นตระเตรียมอาหารเพื่อที่จะให้โทมัส จิม เอลล่าและแอล ที่วันนี้จะขึ้นมาเป็นพ่อครัวและแม่ครัวหลักแทนเขา ที่ไลท์ตั้งใจจะให้เด็กๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการเป็นพ่อครัวนั่นเอง



    ซึบ~!

    เสียงหั่นผักของไลท์ยังคงรวดเร็วและลงน้ำหนักได้เท่ากันในทุกครั้งที่ลงมือหั่น เสียงของใบมีดที่กระทบกับเขียง ดังสะท้านออกมาถึงด้านนอกของกระโจม ที่มีกลุ่มทหารองครักษ์คอยเฝ้าและทำหน้าที่ในส่วนของตัวเอง


    สายตาของทหารองครักษ์ต่างมองตรงไปยังพื้นที่ด้านหน้าราวกับรูปปั้น หากแต่หูและโสตประสาทการรับเสียงของทุกคน กลับเงี่ยหูฟังเสียงการลงมีดของไลท์อย่างตั้งอกตั้งใจ



    โดยในใจของเขา ต่างรู้สึกทึ่งในความชำนาญด้านการใช้มีดของไลท์ ที่เก่งกาจและเหนือล้ำกว่าพ่อครัวทุกคนที่พวกเขาเคยเจออยู่มากทีเดียว


    ‘ด้านงานครัว มีอะไรที่ท่านไลท์ไม่ชำนาญบ้าง? อาหารทุกจานที่ทำมาก็อร่อยทุกจาน แถมยังคงรสชาติเดิมเอาไว้ได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง อีกทั้งการใช้มีด ที่ฟังเอาจากเสียงตรงนี้ก็รับรู้ได้ว่าแล้วว่า ชำนาญมากๆ ท่านไลท์ต้องฝึกฝนตนเองมากขนาดไหนกันถึงได้ เชี่ยวชาญได้มากขนาดนี้?’

    ทหารองครักษ์ต่างแอบกระซิบพูดคุยกัน ถึงเรื่องความเก่งการของไลท์กันอย่างออกรส



    “ตั้งใจทำงานกันหน่อย...ขืนใครทำตัวเหลาะแหละ ไม่จริงจัง ก็อย่าหาว่าฉันคนนี้ใจร้ายกับพวกนายละ!” เป็นเสียงของหัวหน้าหน่วย ที่กำลังตักเตือนเหล่าทหารยาม

    “เข้าใจแล้วครับ!” ทหารยามเมื่อถูกหัวหน้าหน่วย เอ็ดไปครั้งหนึ่ง ทุกคนก็กลับมาตั้งอกตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม


    ก่อนที่พวกเขาจะเปิดทางให้กับ หัวหน้าหน่วยที่ได้นำพา โทมัส จิม เอลล่าและแอล เข้ามาในพื้นที่ของไวทเคานต์นิค ตามคำเชิญที่ไลท์ได้เรียกให้เด็กๆ จากร้านอาหารสามเวลามาเป็นพ่อครัวหลักในวันนี้นั่นเอง



    “เสียงหั่นแบบนี้? คงเป็นของพี่ไลท์แน่ๆ” เอลล่าและคนอื่นๆ ได้ยินถึงเสียงหั่น ที่ดังสะท้าน ก็รับรู้ได้ในทันทีว่าต้องเป็นฝีมือของ ไลท์ อย่างแน่นอน


    โทมัส จิม เอลล่าและแอล ต่างเร่งฝีเท้า เพื่อไม่อยากให้ไลท์ต้องเหนื่อย แต่พอทุกคนเข้าไปในกระโจม ก็พลันพบว่า วัตถุดิบได้ถูกเตรียมไว้เสร็จจนหมดแล้ว


    “เชฟไลท์เตรียมทั้งหมดนี้เลยเหรอครับ” โทมัสมองซ้าย มองขวา ดูผักที่หั่นและแช่ล้างอยู่ในน้ำสะอาด ที่เต็มไปด้วยกะละมังตั้งเรียงราย

    ส่วนทางด้านของเนื้อสัตว์ก็ได้ ถูกหมักจนเรียบร้อบ พร้อมนำไปประกอบอาหารแล้ว


    “อยู่ว่างๆ ก็เลยฝึกมือสักหน่อย...พวกนายจัดการที่เหลือต่อได้เลย” ไลท์ส่งยิ้มออกมา พลางเดินไปยืนอยู่ข้างๆ หัวหน้าหน่วยที่กำลังยืนตะลึงค้างกับสิ่งที่ไลท์ได้ตระเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดในกระโจม



    ‘เชี่ยวชาญการทำอาหารถึงเพียงนี้...ยังต้องฝึกมืออยู่อีกเหรอ?’


    ได้ยินแบบนั้น หัวหน้าหน่วยและทหารยามที่อยู่รอบนอก ต่างก็ทึ่งกันไปหมดแล้ว


    พ่อครัวอย่างไลท์ ใช้ชีวิตไม่ต่างจากอัศวินและนักรบ อย่างพวกเขาเลยสักนิด หากจะแข็งแกร่งก็ต้องมั่นฝึกดาบ ฝึกอาวุธให้เข้ามือ แต่ใครเล่าจะคิดว่าอาชีพพ่อครัวที่ไม่ต้องออกไปต่อสู้กับใคร ก็ต้องฝึกมือแบบนี้ด้วย


    “สงครามของหัวหน้าหน่วยคือการต่อสู้กับอสูรและศัตรู...แต่สำหรับพ่อครัว สงครามนั้นคือการทำอาหาร สมรภูมิรบของผมอยู่ในห้องครัว หากไม่อยากพ่ายแพ้และถูกร้านอาหารอื่นๆ เอาชนะ ก็มีแต่ต้องฝึกและฝึกเท่านั้นครับ”

    ไลท์ที่เห็นสีหน้าตะลึงของหัวหน้าหน่วยที่ค่อนข้างจะสนิทสนมกันอยู่บ้าง ก็พอจะรู้ถึงความคิดของอีกฝ่ายว่ากำลัง ตกใจอยู่กับอะไร เขาจึงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

    ทำให้หัวหน้าหน่วยและองครักษ์ต่างยิ่งนับถือไลท์กันมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว


    ซึ่งในระหว่างนั้น โทมัส จิม เอลล่าและแอล ก็ได้เข้าประจำตำแหน่งในครัวกันหมดแล้ว



    “พวกเราจะทำอาหารมื้อนี้ให้ออกมาดีที่สุดครับ/ค่ะ” ทุกคนขานรับ ก่อนจะหยิบผ้ากันเปื้อนของตัวเอง ที่ดูจะแตกต่างกันออกมาสวมใส่เพื่อป้องกันการเปอะเปรื้อน


    โดยผ้ากันเปื้อนของทุกคนๆ ต่างเป็นผ้ากันเปื้อนที่ถูกตัดเย็บขึ้นมาจากเศษผ้าเหลือใช้ ที่คุณยายเฮลีย์เป็นคนตัดเย็บให้ และด้วยการที่ใช้เศษผ้าเหลือใช่นี้เอง ก็ทำให้รูปร่างและสีสันของมันออกมา แตกต่างกันออกไป บางผืนมีสีสันฉูดฉาด บางผืนก็มีร่องรอยการเย็บที่ประซ่อมแซม

    ผิดกับของไลท์ที่เป็นผ้ากันเปื้อนที่ติดตัวเขามาจากโลกก่อน ที่มันทั้งขาวสะอาดตาและดูทะมัดทะแมงมากกว่าในทุกครั้งที่ได้สวมใส่ เพราะมันถูกตัดเย็บตามสรีระของไลท์มาตั้งแต่แรกนั่นเอง



    “หัวหน้าหน่วยครับ...ที่เมืองใหญ่ๆ พอจะมีร้านผ้าและมีช่างตัดเย็บเสื้อผ้าบ้างไหมครับ?” ไลท์ที่มองดูเด็กๆ กำลังเริ่มทำอาหาร ต่างมองสภาพของผ้ากันเปื้อนและชุดของพวกเขาด้วยความระอา


    เด็กๆ พวกนี้ เดิมทีพื้นหลังของทุกคน ล้วนไม่ใช่ชาวบ้านทั่วๆ ไป หากแต่เป็นถึงเจ้าชายและองค์หญิงของสองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ แค่เพียงเอ่ยปากเพียงคำเดียว ชุดเลิศหรูราคาแพงก็มาอยู่ตรงหน้าของพวกเขาแล้ว

    ทว่า...เมื่ออยู่ที่ร้านอาหารสามเวลา ที่เป็นเพียงร้านอาหารบ้านนอกเช่นนี้ เสื้อผ้าหรูหราที่พวกเขาเคยสวมใส่ กลับเป็นเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ตัดเย็บมาในราคาถูกแทบทั้งสิ้น



    ไลท์ที่เห็นดังนั้นจึงมีความคิดที่จะใช้เงินที่ได้จากขายอาหาร มาหาซื้อชุดและผ้ากันเปื้อนให้กับพนักงานของร้านเสียใหม่ อย่างน้อยๆ ถึงแม้ผ้าจะไม่ได้ดีเลิศเหมือนกับชุดของเขาที่ติดตัวมาจากโลกก่อน

    แต่อย่างน้อยๆ ก็ขอให้ชุดและผ้ากันเปื้อน นั้นมีสีขาวและดำ ที่คล้ายคลึงกับเขาให้ดูเป็นหนึ่งเดียวกันก็พอแล้ว



    “ในเมืองดาราฉายน่าจะมีอยู่ร้านหนึ่งครับ แต่ถ้าหากเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรลูนาเทีย นั้นมีอยู่เต็มไปหมดเลยครับ” หัวหน้าหน่วยตอบกลับ

    “งั้นในเมืองดาราฉายที่ว่านี้ หัวหน้าหน่วยพอจะรู้ไหมครับ ว่าเขาสามารถตัดเย็บชุดที่ผมสวมใส่จะได้หรือไม่?”

    “ถ้าเป็นร้านของเคธีในเมืองดาราฉาย ผมว่าเธอสามารถทำได้แน่นอนครับ เพราะชุดของผมกับท่านคาห์นก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของเธอทั้งหมดครับ” หัวหน้าหน่วยพูดจบ ก็ปลดชุดเกราะหนังของตัวเองออก


    เผยให้เห็นเสื้อผ้าของคนยุคกลาง ที่แม้จะขาดความเป็นแฟชั่นไปทั้งหมด แต่ก็แลกมาด้วยการตัดเย็บที่ดูคงทนแข็งแรงมากกว่าเสื้อผ้าในโลกก่อนที่ เนื้อผ้าบางเบา ใส่เพียงไม่กี่ปีตะเข็บก็หลุดลุ่ยให้เห็นแล้ว



    “ท่านคาห์นก็รู้จักร้านของคุณเคธีเหมือนกันสินะครับ งั้นเอาไว้วันไหนผมว่างจะได้ขอให้ท่านคาห์นช่วยนำทางไปสักครั้ง” ไลท์พูดจบก็หันกลับไปดูโทมัส จิม เอลล่าและแอลทำอาหารต่อ


    ระหว่างนั้นเขาก็ได้กำชับและสอน พ่อครัวแม่ครัวหน้าใหม่อยู่หลายต่อหลายหน


    ถึงกระนั้นสีหน้าของทุกคนที่ถึงแม้จะถูกไลท์ คอยจี้เวลาทำผิด กลับไม่ได้ใจฝ่อหรือยอมแพ้เลยสักนิด พวกเขาเพียงแค่ขานรับและรีบปรับให้ทุกอย่างมันถูกต้องด้วยความตั้งใจ โดยไม่ละทิ้งสมาธิไปเลยสักนิด


    และด้วยความตั้งใจของทุกคนๆ นี้เอง ไม่นานนัก อาหารอันแสนอร่อยมากกว่า 10 จาน ก็พร้อมเสิร์ฟให้กับครอบครัวของท่านไวทเคานต์นิคได้รับประทานกันแล้ว



    ฟุดฟิด~ หอมจังเลย

    ทันทีที่อาหารทุกจานได้ทุกยกขึ้นโต๊ะ ภรรยาของท่านไวทเคานต์ที่แต่ก่อน ตอนที่อยู่ในเมืองหลวง เธอมักจะกินอาหารเพียงเล็กน้อย พออิ่มท้องเท่านั้น กลับกันนับตั้งแต่ที่ได้กินอาหารของไลท์ ตัวของคุณผู้หญิงกลับดูกระตือรือร้นในการกิน จนภายในเวลาไม่กี่วัน รูปร่างที่เคยผอมบางของเธอ เริ่มดูมีเนื้อหนังขึ้นมาเติมเต็มและดูอวบอิ่มขึ้นมากทีเดียว



    “อาหารที่องค์หญิง...อ่า อาหารของเอลล่าเป็นคนทำอร่อยมากเลยครับ” ลูกชายและลูกสาวของท่านไวทเคานต์ ที่ฝ่ายน้องเป็นเพื่อนห้องเดียวกับองค์ชายแอล ได้เอ่ยปากชมอาหารที่เอลล่าเป็นคนทำขึ้นมา ก่อนจะรีบสงบปากสงบคำลง เพราะกลัวว่าตัวเองจะเปิดเผยยศศักดิ์ที่ปกปิดไว้ของทั้งสองคนออกมา

    “จริงเหรอ? อาหารทั้งหมดนี้ อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของพวกเธอ” ไวทเคานต์นิคเริ่มคุ้นชินกับการเรียกขาน เจ้าชายโทมัสและคนอื่นๆ ในรูปแบบของสามัญชนทั่วๆ ไปมาบ้างแล้ว


    จึงค่อนข้างที่จะแนบเนียน จนสามารถกลบเกลื่อนคำพูดของลูกๆ ของตนเองลงไปได้


    “ใช่แล้วครับ ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของโทมัส จิม เอลล่าและแอลครับ” ไลท์นั้นได้ดันเด็กๆ ขึ้นไปเบื้องหน้า พร้อมกับยืนมองเด็กๆ ทุกคนที่ต่างหัวเราะ ยิ้มแย้ม พลางพูดคุยกับครอบครัวของท่านไวทเคานต์อยู่เบื้องหลัง ด้วยความภาคภูมิใจ



    แม้อาหารที่เด็กๆ เป็นคนทำ จะมีบางจุดที่ยังขาดไปกันอีกเล็กน้อยและรสชาติยังห่างจากไลท์อยู่มาก แต่ด้วยความที่ไลท์ได้ถ่ายทอดสูตรอาหารให้กับพวกเขาได้ทำตาม ทำให้รสชาติจึงออกมาแม้จะห่างกัน ครั้นรสชาติกลับมีความละม้ายคล้ายกัน



    ซึ่งไลท์ก็ยังมีความเชื่ออีกว่าในอนาคตหากพวกเขายังตั้งอกตั้งใจกันต่อไปเช่นนี้ ไม่นานนัก ในห้องครัวร้านอาหารสามเวลาจะถือกำเนิดพ่อครัวและแม่ครัว ขึ้นมาพร้อมๆ กันถึง 3 คนเลยทีเดียว


    ส่วนอีก 1 คน อย่างแอล ถึงจะไม่ได้ถูกนับว่าเป็นพ่อครัว แม่ครัวเหมือนกับพวกพี่ๆ ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะแค่การเชี่ยวชาญการทำเมนูไข่ สารพัดชนิดของแอล ก็แทบจะล้ำหน้าพวกพี่ๆ ไปไกลโขแล้ว

    เพราะในตอนนี้แอลสามารถทำเมนูไข่ออนเซ็น ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้นาฬิกาทรายช่วยจับเวลาอีกต่อไปแล้ว แถมยังทำไข่ตุ๋นที่มีรสชาติใกล้เคียงกับไลท์ได้แล้วอีกด้วย

    และที่ทุกคนมีฝีมือก้าวหน้ากันเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะพลังความสามารถพิเศษของพวกเขาที่วันนี้มันได้ปรากฏขึ้นในแถบสถานะที่ไลท์สามารถประเมินและมองเห็น โผล่ขึ้นมาแล้วนั่นเอง



    ชื่อ: โทมัส อายุ: 23 เพศ: ชาย

    พลังเวท: 4 ดาว แรงค์การผจญภัย : เพชร (Diamond)

    ความสามารถพิเศษ: วิชาดาบ 4 ดาว , บัญชากองทัพ 3 ดาว , ทำอาหาร 2 ดาวขั้นสูง (เติบโต) , ยังไม่เปิดเผย


    ชื่อ: จิม อายุ: 22 เพศ: ชาย

    พลังเวท: 3 ดาวขั้นสูง แรงค์การผจญภัย : เพชร (Diamond)

    ความสามารถพิเศษ: วิชาดาบ 3 ดาวขั้นสูง, ลอบเร้น 3 ดาว, ทำอาหาร 2 ดาวขั้นสูง (เติบโต)


    ชื่อ: เอลล่า อายุ: 18 เพศ: หญิง

    พลังเวท: 3 ดาวขั้นสูง แรงค์การผจญภัย : ไม่มี

    ความสามารถพิเศษ: ทำอาหาร 2 ดาวขั้นสูง (เติบโต) , ไม่เปิดเผย , ไม่เปิดเผย


    ชื่อ: แอล อายุ: 12 เพศ: ชาย

    พลังเวท: 4 ดาว แรงค์การผจญภัย : ไม่มี

    ความสามารถพิเศษ: รับรู้เวลาที่ไหลเวียน 4 ดาว , ทำอาหาร 2 ดาว (เติบโต) , ไม่เปิดเผย , ไม่เปิดเผย



    ไลท์ไม่ได้ใช้ความสามารถในการประเมินจากระบบมานานมากแล้ว นับตั้งแต่ที่ได้ประเมินเอลล่าและแอลไปเมื่อครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกัน ก่อนจะไม่ได้ใช้งานมันอีกเลยเนื่องจากการประเมินของเขาในตอนนั้นดูจะทำได้แค่เพียงดูข้อมูลเบื้องต้นของอีกฝ่าย

    แต่หลังจากการเลื่อนขั้นเป็นเลเวล 2 ของระบบนี้เอง ไลท์ก็สามารถสมองเห็น ความสามารถพิเศษที่ปรากฏขึ้นมาของ โทมัส จิม เอลล่าและแอล ได้แล้ว

    และที่น่าตื่นเต้น ยินดีนั้นก็คือทั้งหมดล้วนแล้วแต่มี ทักษะ การทำอาหาร 2 ดาวขั้นสูง (เติบโต) ด้วยกันถึง 3 คนเลยทีเดียว



    ทว่าในส่วนของแอล ที่ไลท์ประเมินว่าในอนาคตอาจจะมีพลังเวทเหนือกว่าตัวของเอลล่าผู้เป็นพี่สาว ก็ไม่ทำให้ไลท์ต้องผิดหวัง เพราะความสามารถพิเศษของแอล นอกเหนือจากการทำอาหารเลเวล 2 (เติบโต) แล้ว


    แอลยังมีความสามารถพิเศษอีกหนึ่งอย่างที่ปรากฏขึ้นมา นั่นก็คือ รับรู้เวลาที่ไหลเวียน 4 ดาว อีกด้วย



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน