หน้าจวนเฉินเป็ประตูใหญ่โอ่อ่าสองข้างประตูมีสิงห์คู่ตั้งอยู่ฝั่งละตัว ซูหนี่เดินเข้าไปเคาะประตูผ่านไปพักใหญ่มีบ้านพ่อวัยห้าสิบ มาเปิดประตูให้
"แม่นางกับคุณชายมาหาใครเหรอขอรับ"
"พวกเรามาหาท่านน้าหยางข้าคือลูกสาวของซูหลง" ซูหนี่แนะนำตัว
"อ๋อที่แท้ก็คุณหนูซูกับคุณชายซูเอง มาเชิญด้านในก่อน"
ต่อจากประตูจวนคือทางเดินกว้างเข้ามาด้านในฝั่งขวามีศาลาขนาดไม่ใหญ่มากตั้งอยู่ ทางฝั่งขวาเป็ลานกว้างเดินตรงเข้าไปในห้องโถง
"ท่านทั้งสองเชิญนั่งก่อนวันนี้นายท่านไม่อยู่ เหลือเพียงฮูหยินอยู่คนเดียว ข้าคือพ่อบ้านจางข้าจะไปแจ้งให้ฮูหยินทราบ" พ่อบ้านพูดจบหันหน้าเดินออกไปด้านนอก
ซูหนี่เดินวนๆโถงกว้างนับว่าใหญ่ไม่เบา ดูท่าจวนเฉินจะมีหน้ามีตาในเมืองหลวงไม่น้อยไม่เช่นนั้นคุณชายหนิงคงไม่รู้จัก
ไม่นานเกินหนึ่งก้านธูปสตรีวัยราวๆสี่สิบ หน้าตาสะสวย สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อนย่างเท้าเข้ามาในห้องโถงอย่างช้าๆ แลดูเหมือนคนใจเย็น เอ่ยวาจาอ่อนโยนออกมา "ไม่ทราบว่าพวกเ้าสองคนมาเมืองหลวงเลยไม่ได้ต้อนรับ ต้องขออภัยจริงๆ"
"ฮูหยินไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะพวกเรามาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า เพราะว่าไม่อยากรบกวนพวกท่านมากเกินไป"
"ล้วนเป็ญาติกันจะเกรงใจอะไรกัน"
ไม่นานสาวใช้ยกชาเข้ามารินชาใส่ชาม "พวกเ้าเชิญดื่มชาเถอะ"
ซูห่าวกับซูหนี่ยกชาขึ้นมาดื่มเป็รสชาติที่ละมุนปากจริงๆ คนตระกูลเฉินไม่มีของอะไรที่ดูธรรมดา กระทั่งลูกชายในจวนก็เช่นกัน
"ท่านน้าสะใภ้คะท่านพี่อี้กับท่านพี่มู่ไม่อยู่เหรอคะ"
"อี้เฉินไปส่งสินค้ากับพ่อของเขาเดี๋ยวเย็นก็กลับ ส่วนมู่เฉินไปแคว้นซ่ง คงน่าจะอีกสองเดือนถึงจะกลับ"
ได้ยินว่ามู่เฉินไม่อยู่จวน ซูหนี่ใจตกฮวบลงบนพื้นหากอีกสองเดือนเด็กในท้องคงโตแล้วพอถึงตอนนั้นชื่อเสียงที่นางสะสมมาคงไม่เหลือแล้ว
ซูห่าวเห็นสีหน้าของน้องสาวเปลี่ยนไปจึงถามอย่างห่วงใย "หนีหนี่เ้าเป็อะไรไป"
"ระหว่างทางเหนื่อยนิดหน่อยค่ะ"
น้าสะใภ้จึงบอกให้สาวใช้พาพวกเขาเข้าไปพักในเรือนรับรองก่อน
ซูหนี่ก้มหน้ามองท้องของตัวเองที่กำลังโตขึ้นคราวนี้ควรทำเช่นไรดี จะบอกความจริงให้ท่านน้าหยางเฉินเลยดีหรือไม่นางครุ่นคิดจนหัวคิ้วชนกันก็ไม่อาจคิดตก
ยามแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าอี้เฉินกับบิดาของเขากลับมาถึงบ้าน ทุกคนนั่งกินข้าวเย็นด้วยกันอี้เฉินตักเนื้อใส่ถ้วยข้าวของซูหนี่ "กินเยอะๆนะ ครั้งนี้ข้าดูเหมือนเ้าผอมลง"
"ใช่ที่ไหนล่ะข้าอ้วนขึ้นต่างหาก"
ซูห่าวรู้สึกหึงหวงที่น้องสาวยิ้มให้ชายอื่นเขาเองก็ตักอาหารใส่ถ้วยข้าวของนางเช่นกัน "กินเยอะๆนะหนีหนี่ ตอนอยู่บ้านเ้าไม่ค่อยกินข้าว พี่ห่วงแทบแย่"
นางได้แต่ยิ้มรับ กิริยาของพี่ชายตัวเองดูไม่เหมือนพี่แต่เหมือนสามีมากกว่านางไม่อาจรู้ได้ว่าพี่ชายคิดอะไรอยู่
หยางเฉินพูดขึ้น"พรุ่งนี้ให้อี้เฉินพาพวกเ้าสองคนไปเที่ยวให้ทั่วเมืองหลวงดีหรือไม่"
"ดีค่ะ"ซูหนี่รีบตอบก่อน ราวกับกลัวพี่ชายแย่งนางตอบ
ระหว่างทางเต็มไปด้วยของค้าของกินละลานตาไปหมดทุกอย่างมีทั้งเหมือนและแตกต่างจากกุ้ยหลินซูหนี่ยังคงปลายตามองตามของสวยๆงามๆหลักหลายชนิด ถึงแผงร้านขายของเด็กเล่นซูหนี่หยุดลง ยื่นมือไปััรองเท้าคู่น้อยสีแดงสด ปักด้วยลายดอกเหมยแลดูโดดเด่นกว่าคู่อื่นๆ
"หนีหนี่เ้าโตเพียงนี้แล้วจะดูรองเท้าเด็กไปทำไมกันพวกเรารีบไปดูที่อื่นเถอะ"ซูห่าวบอกนางก่อนจะคว้าแขนน้องสาวให้เดินตามตนเองไป
"พี่อี้เฉินเมื่อไหร่พี่มู่จะกลับมาล่ะ" ซูหนี่เอ่ยเสียงใส
"หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดคงอีกไม่เกินเดือน"
ซูหนี่ถอนหายใจแรง นางจะรอไปอีกนานเท่าไรชายในใจนางถึงจะกลับมา ซูหนี่เอาแต่คิดถึงมู่เฉินอยู่เรื่อย นางเดินชนกับบุรุษผู้หนึ่ง
"คุณชายขออภัยด้วย เอ๋!!คุณชายหนิง พวกเรามีวาสนาต่อกันจริงๆ"
"แม่นางซูเองก็มาเดินตลาดเหรอดีจริงๆ งั้นพวกเราไปด้วยกันสิ"
อี้เฉินที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยเสียงเข้มไม่พอใจ"หนีหนี่คือญาติของข้า ข้าไม่้าให้คุณชายหนิงมาดูแลหรอก"
"เช่นนั้นพวกเราเจอกันโอกาสหน้าแล้วกัน" หนิงเฟิ่งพูดจบก็รีบเดินถอยออกมา
หลายปีมานี้ตระกูลเฟิ่งกับตระกูลเฉินมักจะไม่ลงลอยกันเสมออีกฝ่ายเป็ขุนนาง อีกฝ่ายเป็พ่อค้า ทั้งสองตระกูลล้วนร่ำรวยและเป็ที่นับถือของชาวบ้านแม้แต่ชาวบ้านยังแบ่งเป็สองกลุ่มตามตระกูลใหญ่เรืองอำนาจในเมืองหลวง
ซูหนี่นั่งหน้าห้องเงยหน้ามองขึ้นไปบนดวงจันทร์ ในใจยังคงคิดถึงมู่เฉินไม่เปลี่ยนแปลงรอบที่ร้อยเท่าไรก็ไม่รู้ นางแหงนมองบนฟ้าแล้วคำนึงถึงชายรักที่มาทำให้นางมีใจและจากมาอย่างเงียบงันแม้แต่เื่ของพวกเขา มู่เฉินยังไม่บอกผู้ใด ซูหนี่จึงไม่กล้าบอกออกมานางได้แต่นับวันรอเขากลับมาจากแคว้นซ่ง
ด้านหลังของนางปรากฏเงาของบุรุษผู้หนึ่งย่องเข้ามา "หนีหนี่เ้าชมจันทร์อยู่เหรอข้านั่งด้วยคนสิ" อี้เฉินเอ่ยเสียงหวาน
ดึกจนป่านนี้แล้วอี้เฉินยังมาเรือนนาง ย่อมต้องมาจีบนางอยู่แล้ว มิเช่นนั้นคงไม่ขอนั่งชมจันทร์ด้วย
"คืนนี้ดวงจันทร์ช่างงามนักเพียงแต่ดวงตาของน้องหนีหนี่ งดงามยิ่งกว่า"
ซูหนี่ยิ้มแห้งก่อนตอบกลับ"ดวงตาของข้าจะเทียบดวงจันทร์ได้เช่นไร ท่านกล่าวหนักไปแล้ว"
"หนีหนี่ความจริงข้าชอบเ้ามาั้แ่แรกเห็นแล้วเพียงแต่ไม่กล้าบอก เพราะข้ากลัวเ้าจะใที่เ้ามาที่นี่เพราะเ้าเองก็ชอบข้าใช่หรือไม่"
ซูหนี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่นางเองก็ไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไรดี เพียงแต่นางไม่ได้มีใจให้อี้เฉินแม้เพียงนิด
"พี่อี้เป็บุรุษรูปงามข้าเชื่อว่าสตรีในเมืองหลวงย่อมต้องแอบมีใจให้ท่านอยู่แล้วส่วนตัวข้ายังไม่ได้คิดเื่ความรัก ข้ายังเด็กนัก ขอเที่ยวเล่นให้พอใจก่อนเื่ของหัวใจปล่อยให้เวลาเป็สิ่งสรรหาดีกว่า"
อี้เฉินยื่นมือมาจับมือซูหนี่เอาไว้"เช่นนั้นน้องหนีหนี่ก็พิสูจน์ไปพร้อมกับข้า"
ซูหนี่ยิ้มตอบรับ นางไม่กล้าชักมือออกเพราะนางไม่อยากทำลายความหวังของอี้เฉิน