เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 111: วิญญาณอสูรร้ายแห่งได-โคโดกุ (The Toxic’s Evil Soul)

            ทางด้านสึบากิที่อยู่ในร่างพญาจิ้งจอก 9 หางนั้นก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ในท่ามกลางทะเลเพลิงอันร้อนระอุ สักพัก ตัวจี้อัญมณีต้องสาปแห่งโคโดกุที่ติดอยู่บนสร้อยที่อยู่ตรงบริเวณคอของมันนั้นก็ค่อยๆ เกิดรอยร้าวขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พญาจิ้งจอก 9 หางนั้นก็เริ่มกู่ร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงกู่ร้องคำรามนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ ในท่ามกลางทะเลเพลิงที่ร้อนระอุดั่งขุมนรกอเวจี

            “ดูเหมือนว่าเด็กสาวคนนั้นจะได้สติกลับคืนมานะ”

            สึรุฮิเมะกล่าวในเชิงคาดเดาออกมาตามลักษณะท่าทางของพญาจิ้งจอก 9 หางที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ และไม่นาน มันก็รีบบินหนีออกไปจากพื้นที่บริเวณตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว

            “รีบขึ้นมาเถอะขอรับ นายท่าน”

            ทานุกิ ภูติพิทักษ์แร็คคูนอำพราง อันเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของสึรุฮิเมะก็รีบแปลงโฉมเป็นรถม้าสารถี ก่อนที่มันจะเอ่ยสั่งให้ผู้เป็นนายรีบขึ้นมาบนรถม้า สึรุฮิเมะจึงรีบขึ้นไปที่รถม้า ก่อนที่พวกเธอทั้งสองจะรีบไล่ตามสึบากิที่อยู่ในร่างพญาจิ้งจอก 9 หางนั่นไป

            “บ้าจริง” ทางด้านนางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่อยู่ในคราบของหญิงเกอิชานั้น เมื่อได้รู้ว่าสร้อยอัญมณีต้องสาปแห่งโคโดกุนั้นได้แตกกระจายลง นางจึงเริ่มกล่าวสบถออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหรนัก นางเทวีอสูรฯ ที่กำลังยืนมองภาพเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าจากตรงบริเวณยอดหอคอยโตเกียวสกายทรีนั้นก็ได้เดินหายไปในช่องว่างแห่งมิติทันที

            ส่วนทางด้านคางุยะกับสึรุฮิเมะนั้น ก็ได้พบกับบางสิ่งที่ได้หลุดออกมาจากเศษจี้อัญมณีต้องสาปที่ได้แตกกระจายลง ในขณะที่พวกเธอนั้นกำลังจะไล่ตามสึบากิที่อยู่ในร่างพญาจิ้งจอก 9 หางไป

            มันคือวิญญาณของสุดยอดสัตว์มีพิษได-โคโดกุทั้ง 5 ชนิดที่ได้รวมร่างกันเป็นหนึ่ง ซึ่งมีทั้งขนาดมหึมาและเปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาตพยาบาทอย่างที่สุด มันมีกายท่อนบนเป็นคางคกที่มีกล้ามเป็นแมงป่อง และมีลิ้นเป็นงูพิษ มี 8 ขาท่อนหน้าเป็นแมงมุมพิษ มีกายท่อนหลังเป็นตะขาบที่มีขาถึง 16 ขา มีหางเป็นแมงป่องที่กลางหลังของคางคก มีออร่าพลังแห่งศาสตร์มืดปกคลุมไปทั่วร่างของมัน

            วิญญาณร้ายของได-โคโดกุนั้นได้โผล่เข้ามาขวางหน้าพวกเธอทั้งสองไว้ ก่อนที่มันจะใช้ลิ้นงูพิษพุ่งเข้าโจมตีใส่ด้วยความรวดเร็ว

            และในทันใดนั้น ก็ได้มีคมดาบทั้ง 4 เล่มที่เกิดจากพลังเวทย์ของบุคคลปริศนาคนหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีใส่ลิ้นงูพิษด้วยความเร็วสูง จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเป็นวงกว้าง สักพัก ก็ได้ชายปริศนาคนหนึ่งกำลังขี่วัวไฟอเวจี อันเป็นภูติพิทักษ์ประจำกาย...เข้ามาเผชิญหน้ากับวิญญาณของสุดยอดสัตว์พิษได-โคโดกุ ซึ่งชายผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นยูโตะ

            “ตรงนี้ผมจะรับมือไว้เอง พวกคุณทั้งสองรีบไปก่อนเถอะครับ”

            “ถ้างั้นก็ฝากด้วยนะ ระวังตัวด้วยหล่ะ” หลังจากที่ยูโตะพูดจบ คางุยะกับสึรุฮิเมะก็รีบมุ่งหน้าออกตามหาสึบากิที่อยู่ในร่างพญาจิ้งจอก 9 หางทันที

            ทางด้านวิญญาณอาฆาตของได-โคโดกุนั้น ก็ได้พ่นเปลวไฟออกมาจากปากของคางคก แต่เร็กกะ-อุชิก็รีบพ่นเปลวไฟออกมาต้านทานไว้ได้ทันจนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น มันได้ยิงลำแสงพิฆาตออกจากหางแมงป่องอย่างต่อเนื่อง

            แต่ยูโตะที่อยู่บนภูติพิทักษ์วัวไฟอเวจีนั้นก็รีบเคลื่อนตัวบนกลางอากาศหลบหลีกลำแสงพิฆาตเหล่านั้นไว้ได้ทันทั้งหมด ก่อนที่เขานั้นจะทำการร่ายเวทย์เสกคมดาบอัคคีขึ้น และพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของได-โคโดกุ แต่มันก็สามารถใช้กล้ามของแมงป่องป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน ยูโตะจึงรีบเคลื่อนตัวถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขานั้นจะรีบทำการเสกลูกบอลพลาสม่าออกมา 7 ลูก พร้อมกับร่ายเวทย์เสกคมดาบสายฟ้าขึ้น แล้วเคลื่อนตัวพุ่งเข้าไปแทงร่างของมันด้วยความรวดเร็วและฉับไว

            ลูกบอลพลาสม่าทั้ง 7 ลูกที่ถูกเสกขึ้นมานั้นก็พลางพุ่งเข้าโจมตีใส่วิญญาณร้ายของได-โคโดกุอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้น ยูโตะก็รีบเคลื่อนตัวถอยหลังออกมา ก่อนที่เขานั้นจะยิงลูกธนูเวทย์ออกมา 5 นัดรวดโจมตีใส่มัน จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น แต่อย่างไรก็ตาม ร่างของมันนั้นกลับไม่เป็นอะไรเลย

            “อะไรกัน ไม่ได้ผลอย่างงั้นเหรอ”

            ทางด้านยูโตะก็เริ่มใบหน้าถอดสี ดวงตาเมล็ดซิ่งอันคมคายของเขานั้นก็พลางเบิกกว้างออกมาเพียงเล็กน้อย วิญญาณร้ายของได-โคโดกุนั้นรีบพุ่งเข้าไปฟาดหางแมงป่องใส่ยูโตะเข้าอย่างจัง ถึงแม้ว่าตัวเขานั้นจะสามารถร่ายเวทย์สร้างแผงบาเรียป้องกันไว้ได้ทันเวลา แต่ด้วยความหนักหน่วงในการฟาดหางของมันนั้นก็ถือว่าเอาเรื่อง จึงทำให้ร่างของยูโตะนั้นลอยกระเด็นออกมา และตกจากหลังวัวดิ่งลงสู่ทะเลเพลิงอันร้อนระอุที่อยู่ตรงเบื้องล่าง

            แต่คราวโชคดีที่เร็กกะ-อุชิ ภูติพิทักษ์วัวไฟอเวจีนั้นรีบพุ่งเข้าไปรับร่างของยูโตะไว้ได้ทัน ยูโตะรีบขี่หลังวัวไฟอเวจีมุ่งตรงเข้าไปเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายของได-โคโดกุที่อยู่บนกลางอากาศ การต่อสู้ในครั้งนี้ค่อยๆ เป็นไปอย่างดุเดือด

            ส่วนทางด้านพญาจิ้งจอก 9 หางนั้นก็ได้บินหนีมาที่ป่าแห่งหนึ่ง สึบากิที่อยู่ในร่างพญาจิ้งจอก 9 หางนั้นก็ค่อยๆ กลับสู่ร่างปกติแต่ยังไม่สมบูรณ์ ตัวเธอนั้นยังคงอยู่ในร่างอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์ สึบากิที่อยู่ในชุดมิโกะในศาลเจ้านั้นวิ่งหนีโซเซไปมาด้วยความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่แผ่ไปทั่วร่าง หลังจากที่วิ่งหนีมาได้สักพัก ร่างอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์ของสึบากินั้นก็ค่อยๆ ทรุดล้มลงที่พื้นด้วยความอ่อนล้าในทันที

            “จงอย่าได้กลัว เจ้าหญิงโอริฮิเมะ ข้าได้ส่งสารไปยังบุตรของข้าแล้ว อีกไม่นาน บุตรของข้ากำลังจะมาช่วยเจ้า”

            และทันใดนั้น น้ำเสียงอันนุ่มนวลของเทพีอินาริก็ได้ดังขึ้นในหัวของสึบากิที่อยู่ในร่างอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์

            “ช่วยข้าน้อยด้วย ท่านเทพีอินาริ ข้าน้อยไม่อยากเป็นจิ้งจอก 9 หาง”

            สึบากิกล่าววิงวอนกับเทพีอินาริด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

            “ฮี้~ / มอ~” และสักพัก มารอสูรหัวม้าที่มีนามว่าเมซุกิ ซึ่งมีอาวุธประจำกายเป็นขวานขนาดยักษ์ กับมารอสูรหัววัวที่มีนามว่าโกซุกิ ซึ่งมีอาวุธประจำกายเป็นกระบองหนามขนาดยักษ์นั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ตรงหน้าสึบากิ

            “เจ้าหนีไปไหนไม่รอดหรอก เจ้าหญิงโอริฮิเมะ” เมซุกิ มารอสูรหัวม้ากล่าวเสียงเข้มกับสึบากิ

            “อีกไม่นาน เจ้าจะต้องกลายร่างเป็นพญาจิ้งจอก 9 หางแห่งการทำลายล้างโดยสมบูรณ์ และพวกข้า...ก็จะพาตัวเจ้าไปหานายท่าน” โกซุกิ มารอสูรหัววัวกล่าวเสียงเข้มกับสึบากิต่อจากเมซุกิ

            “และให้นายท่านนำตัวเจ้าไปพบกับนางเทวีอสูรฯ อิซานามิ”

            หลังจากที่เมซุกิกล่าวต่อจนจบ มารอสูรทั้งสองตนที่มีรูปลักษณ์อันน่าเกรงขามนั้นก็ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าหาสึบากิอย่างช้าๆ ทางด้านสึบากิก็ค่อยๆ ขยับถอยหลังออกมาด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น

            “Rin Pyo To Sha Kai Jin Retsu Zai Zen...OM!!”

            ทันใดนั้น ก็ได้มีลำแสงที่เกิดจากพลังเวทย์นั้นถูกยิงออกมาเฉียดเข้าที่หน้าของพวกมันอย่างหวุดหวิด มารอสูรทั้งสองนั้นค่อยๆ หันไปที่ต้นตอของลำแสงพลังเวทย์นั่น จนได้มาเจอกับศาสตราจารย์เซมิกาว่า ฮิโรชิ ที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกรมท่ากับกางเกงสแล็คขายาวสีดำ รัดด้วยเข็มขัดสีครีม ผูกด้วยเน็คไทสีม่วงเข้มลายสก็อต และรองเท้าหนังสีน้ำตาล

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน