ต่งหนาน้ารู้ความคืบหน้าของคดี เลยรีบมาหาไป่หลิงในวันถัดมา “เป็อย่างไรบ้างไป่หลิง ได้เบาะแสองค์หญิงเซียน่ามั้ย”
“อ่ะ ทานยาก่อนแล้วจะบอก”
ต่งหนานรับยามาดื่มจนหมด ในใจคิดว่า “แหม ขนาดมีเื่หน้าสิ่วหน้าขวาน เ้ายังไม่ลืมเื่ยาเลยนะ”
“ในหอคณิกา ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่มีกลิ่นแบบนั้น แต่ข้านึกขึ้นได้ว่าในยุทธภพมีคนที่มีวรยุทธ์สูงและมีกลิ่นหอมของดอกราตรี พวกนั้นอยู่ในพรรคบุปผาผกาหอม ข้าเลยลองพาทหารคนนั้นไปที่ต้นดอกราตรี เขาก็บอกว่าใช่กลิ่นนี้จริงๆ และเป็การบังเอิญมากที่ต้นดอกราตรีอยู่แถวสุสานของตระกูลเ้าพอดี ข้ากะลองสำรวจบริเวณนั้น แต่แล้วลุงเก็บฟืนก็วิ่งหนีผีผู้หญิงที่อยู่แถวสุสานตระกูลเ้า” ไป่หลิงเล่า
“โลกนี้มีผีด้วยหรอ” ต่งหนานสงสัย
“ข้าเชื่อว่าไม่มีนะ ดังนั้นข้าเลยลองไปสุสานนั่นดู ก็พบผู้หญิงชุดขาวเดินวนเวียนแถวนั้นพอดี ข้าเฝ้าดูจนกระทั่งเห็นพวกเขาเข้าไปในสุสานจนหมดทุกคน ข้าอยากเข้าไปแต่ข้าไม่รู้กลไกเปิดประตู ข้าเลยรอมาปรึกษาเ้าก่อน”
“ใช่ มันมีกลไกจริงๆ แต่พวกเขารู้กลไกได้อย่างไรล่ะ คนที่จะรู้ได้ก็มีแต่ราชวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น เพราะกลไกจะสร้างมาคล้ายๆ กัน” ต่งหนานกล่าว
“หรือว่าแผนนี้มีคนในราชวงศ์มาเกี่ยวด้วยงั้นหรอ” ไป่หลิงสงสัย
“ก็อาจจะเป็ไปได้ แต่ไม่ใช่ตระกูลข้าแน่นอน เพราะฝ่าาทรงมอบหมายให้พ่อข้ากับท่านเสนาบดีร่วมกันรับผิดชอบสืบคดีนี้น่ะ” ต่งหนานกล่าว
“งั้นพวกเรารีบไปที่สุสานตระกูลเ้ากันเถอะ” ไป่หลิงกล่าว
ก่อนไปที่สุสาน ไป่หลิงได้จ้างให้คนดูแลโรงเตี๊ยมส่งจดหมายให้กับธงอี่ที่อยู่บ้านพักเก็บตัวสำหรับผู้ที่จะเข้าไปสอบเป็จอหงวนบู๊ เพื่อให้ธงอี่ตามไปสุสานด้วย เผื่อตนเกิดพลาดพลั้งเสียทีศัตรู ธงอี่จะได้ไปช่วยทัน
*********************************
หญิงทั้งสองพากันไปที่สุสานประจำตระกูลของต่งหนาน ต่งหนานบิดตราสัญลักษณ์พยัคฆ์ที่อยู่ด้านข้างประตูทางเข้า แล้วพากันแอบเข้าไป ภายในสุสานมีผู้หญิงที่เป็คนของพรรคบุปผาผกาหอมประมาณ 20 คนคอยเฝ้าอะไรบางอย่างที่อยู่ในห้องด้านในสุด ทั้งสองจึงแอบย่องจนสามารถเข้าไปในห้องนั้นได้ แต่แล้วสิ่งที่ทั้งคู่เห็นก็คือ องค์หญิงเซียน่าถูกมัดไว้ติดกับเสา ต่งหนานจึงรีบเข้าไปแก้มัดให้องค์หญิงทันที
หญิงสาวทั้งสามคนพยายามย่องออกมา แต่แล้วศัตรูก็เห็นเข้าจนได้ ไป่หลิงจึงต่อสู้สกัดไว้ก่อน แล้วบอกให้ต่งหนานและองค์หญิงไปหลบในจุดที่ปลอดภัย
ดังนั้นต่งหนานจึงพาองค์หญิงไปยังตรงจุดบังคับกลไก เพื่อคอยช่วยไป่หลิงกำจัดศัตรู แม้ผู้หญิงเ่าั้จะมีวรยุทธ์สูง แต่บางคนไม่อาจหลบธนู หลบหอกแหลม หลบหลุม หรือหลบก้อนหินได้ จึงสามารถกำจัดคนในพรรคได้จนกระทั่งเหลือเพียงสองคน คนหนึ่งเป็หัวหน้าพรรค อีกคนหนึ่งเป็ที่ปรึกษา
ไป่หลิงต้องเข้าต่อสู้กับหญิงทั้งสองคนนั้น คนที่เป็ที่ปรึกษาเห็นพรรคพวกตายหมด และได้รู้แล้วว่าคนที่บังคับกลไกคือต่งหนานนั่นเอง จึงซัดลูกดอกพิษไปยังต่งหนานทันที ไป่หลิงเห็นเข้าจึงสลัดออกจากการต่อสู้ แล้วเข้าไปรับลูกดอกแทนต่งหนาน ต่งหนานใที่เห็นเพื่อนได้รับาเ็เพื่อป้องกันตน จึงรีบวิ่งเข้าไปหาไป่หลิง เป็เวลาเดียวกันที่ธงอี่เข้ามาในสุสานพอดี
ไป่หลิงห่วงต่งหนานและองค์หญิงมาก จึงบอกกับธงอี่ว่า “รีบพาต่งหนานและองค์หญิงเซียน่าออกไปจากสุสานเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องห่วงข้า ข้ารับมือได้”
ต่งหนานไม่ยอมทิ้งเพื่อน จึงไม่ยอมออกไป แต่เพราะธงอี่เข้าใจไป่หลิงจึงรีบแบกต่งหนานและพาองค์หญิงออกไปจากสุสานทันที ในขณะที่ต่งหนานก็คอยแต่ทุบหลังธงอี่เพื่อให้ปล่อยตน จนกระทั่งทั้งสามคนออกมา ก็เห็นกองกำลังของอำมาตย์รออยู่ด้านนอก
เมื่อธงอี่ยอมปล่อยต่งหนานลง นางก็รีบไปหาพ่อและบอกว่า เพื่อนของตนยังอยู่ในสุสาน ตนจะเข้าไปช่วย แต่ตอนนี้สุสานเกิดถล่ม อำมาตย์จึงสั่งทหารให้จับตัวต่งหนานไว้ก่อน เพราะกลัวลูกสาวเข้าไปเสี่ยงอันตราย ต่งหนานทำได้เพียงแต่ร้องไห้ร้องเรียกไป่หลิง
*********************************
ที่ปรึกษาพรรคบุปผาผกาหอมได้ถูกเสาถล่มทับเสียชีวิต ส่วนหัวหน้าพรรคกับไป่หลิงสามารถออกมาจากสุสานได้โดยใช้อีกช่องทางนึง เมื่อออกมาสู่ภายนอกทั้งสองยังคงสู้กันอยู่ ไป่หลิงได้รับพิษแต่ยังคงฝืนต่อสู้จนพิษเริ่มแพร่กระจาย ทำให้ไป่หลิงหมดแรงคุกเข่ากับพื้น ในใจไป่หลิงคิดว่า “คงมาได้แค่นี้เองสินะ”
แต่แล้วก็มีชายชุดดำเข้ามาช่วยไป่หลิงไว้ ชายคนนั้นสามารถต่อสู้กับหัวหน้าพรรคจนกระทั่งนางได้รับาเ็ ชายคนนั้นไม่ได้ฆ่านาง แต่หันมาพาตัวไป่หลิงหนีไปหลบซ่อนตัวไว้ก่อน ชายคนนั้นจี้จุดสกัดพิษให้ เอาเม็ดยาป้อนให้ไป่หลิงกิน และดึงลูกดอกออกจากแขนซ้ายของนางพร้อมกับใช้ผ้ามาพันแผลไว้ก่อน ตอนนี้แม้ไป่หลิงมีสติ แต่ก็ไม่มีแรงแม้กระทั่งขัดขืนใดๆ ทำได้แต่ยอมให้ชายคนนั้นช่วยชีวิตตน เมื่อเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ที่หลบในพุ่มไม้ก็แอบเห็นชายชุดดำอีกคนเข้ามาหาหัวหน้าพรรคแล้วฆ่านางปิดปาก
ชายคนที่ช่วยชีวิตก็อุ้มไป่หลิงไปวางไว้แถวๆ ใกล้กองกำลังของท่านอำมาตย์ แล้วก็จากไป ไป่หลิงจึงกล่าวด้วยเสียงอันแ่เบาว่า “ขอบคุณท่านมากที่ช่วยชีวิตข้าไว้”
หลังจากชายคนนั้นเดินละออกจากไป่หลิงไปแล้ว จนมาถึงจุดที่ลับตาคน ก็รีบถอดชุดดำกลายเป็ ท่านเสนาบดี แล้วรีบเข้าไปพบท่านอำมาตย์ทันที
เมื่อพละกำลังของไป่หลิงฟื้นตัวขึ้นมาก็รีบเดินเข้าไปหาต่งหนาน ซึ่งตอนนี้กำลังร้องไห้อยู่ พอต่งหนานเห็นว่าไป่หลิงปลอดภัย ก็รีบวิ่งเข้าไปกอดไป่หลิงด้วยความดีใจ
“ฮือ ฮือ ข้าดีใจที่เ้าปลอดภัย เ้าไม่เป็อะไรใช่มั้ย” ต่งหนานยังคงสะอื้น
“มีชายชุดดำช่วยชีวิตข้าไว้น่ะ ข้าไม่เป็อะไรแล้ว” ไป่หลิงกอดตอบ
“พวกเ้าไม่เป็อะไรหรอก แต่ตอนนี้หลังของข้าช้ำไปหมดแล้ว ต่งหนานทุบข้าตลอดเวลาเลยน่ะ” ธงอี่บ่น
“ข้าขอโทษ ธงอี่ ก็ข้าไม่อยากทิ้งไป่หลิงนี่” ต่งหนานกล่าว
“ธงอี่ทำถูกแล้ว หากเ้าอยู่ด้วย ข้ายิ่งห่วงหน้าพะวงหลัง ข้าอาจจะตายเร็วกว่าที่คิดก็ได้นะ” ไป่หลิงกล่าว
ต่งหนานรู้สึกผิดต่อธงอี่ เลยอาสามาทายาแก้ฟกช้ำให้ ต่งหนานไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนั้นธงอี่อายมาก เพราะต้องถอดเสื้อเปิดหลังให้หญิงในดวงใจมาทายาให้ตน ธงอี่รู้สึกปลื้มและแอบยิ้มอย่างดีใจ
ทางด้านไป่หลิงแอบสงสัยว่าชายที่มาช่วยตนเป็ใครกันแน่ ชายชุดดำที่ฆ่าหัวหน้าพรรคปิดปากเป็ใคร และวัตถุประสงค์ของการลักพาตัวองค์หญิงนั้นทำเพื่ออะไร ทำไมถึงไปเกี่ยวข้องกับพรรคบุปผาผกาหอมได้
สุดท้ายเมื่อคนในพรรคบุปผาผกาหอมตายหมด ก็ไม่อาจสืบหาตัวผู้บงการได้ เื่นี้จึงยังคงเป็ปริศนาอยู่ แต่ก็ยังดีที่องค์หญิงเซียน่าแห่งเปอร์เซียปลอดภัย ทำให้ป้องกันการจุดชนวนาระหว่างแคว้นได้