เส้นทางจักรพรรดินี

    บทที่ 32 ปั่นป่วน (ตอนปลาย)

    บทที่32 ปั่นป่วน (ตอนปลาย)

     

              ไอเทมประมูล : {สร้อยคอปะการังสีรุ้ง} (เซต 1/3) ระดับ A (จบการประมูล)

    ราคาเปิดประมูล : 200,000 เหรียญทอง

    ราคาปัจจุบัน : 7,500,000 เหรียญทอง

    เคาะราคาประมูล : ไม่จำกัด เหรียญทอง

    ผู้เคาะราคาล่าสุด : เพกาซัส

    ระยะเวลาประมูล : 7 วัน

    เหลือเวลาประมูล : สิ้นสุดการประมูล

    ผู้ขาย : MsM

    จำนวนครั้งการประมูล : 452 ครั้ง

     

    ไอเทมประมูล : {กำไลปะการังสีรุ้ง} (เซต 1/3) ระดับ A (จบการประมูล)

    ราคาเปิดประมูล : 100,000 เหรียญทอง

    ราคาปัจจุบัน : 6,250,000 เหรียญทอง

    เคาะราคาประมูล : ไม่จำกัด เหรียญทอง

    ผู้เคาะราคาล่าสุด : เพกาซัส

    ระยะเวลาประมูล : 7 วัน

    เหลือเวลาประมูล : สิ้นสุดการประมูล

    ผู้ขาย : MsM

    จำนวนครั้งการประมูล : 477 ครั้ง

     

              “โอ้โฮ! ราคามันโดดไปถึงขนาดนี้เลยหรือเนี่ย?” มีนกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้เห็นผลการประมูลฯ ไอเทมทั้งสองชิ้น

              หญิงสาวไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าผู้เล่นจะให้ความสนใจในไอเทมทั้งสองชิ้นกันมากขนาดนี้ จนอดคิดไม่ได้ว่า หากตัวเองเอาเซตปะการังสีรุ้งที่เหลือลงประมูล“แบบครบเซต” ราคาของมัน...จะไปสิ้นสุดที่เท่าไหร่?

              แต่มันก็เป็นแค่ความคิดมีนไม่ได้ลงมือทำจริงเสียหน่อย ถึงแม้ว่าตนจะอยากได้เงินมากขนาดไหน แต่ตนก็ไม่อาจที่จะทำเช่นนั้นได้นั่นก็เพราะว่า มันจะกระทบต่อแผนการขั้นต่อไปเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการ “โปรโมต” ดันเจี้ยนปะการังสีรุ้งให้ผู้เล่นเข้ามาใช้บริการมากกว่า เพราะถ้าหากตนนำไอเทมทั้งเซตลงไปประมูลฯคุณค่าและความน่าสนใจของดันเจี้ยนฯ อาจจะลดลงไปอีกหลายส่วนก็เป็นได้

              แม้ว่ามีนจะกดรับเงินที่ได้จากการประมูลฯหลังจากหักภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ (ลูกค้าระดับ Diamond ได้รับส่วนลดภาษี50 เปอร์เซ็นต์) และหักหนี้ค่าตำราของอเล็กซ์จำนวน 90 เปอร์เซ็นต์ไปแล้วแต่มันก็ยังทำให้หญิงสาวผู้นี้ เหลือเงินให้ผลาญเล่นอีกเป็นจำนวนถึง 1,237,500เหรียญทองเลยทีเดียว

              “อ่าห์...”มีนยกมือป้องปากด้วยความดีใจ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่า ตัวเองจะได้จับเงินก้อนโตขนาดนี้มาก่อนในชีวิต“แบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่า รวยแล้วของจริง นี่...ขนาดเป็นยอดเงินหลังจากหักหนี้ออกไปแล้วนะเนี่ยอิอิ”

              “เอาล่ะลุยต่อกันเลยดีกว่า...” หญิงสาวพึมพำออกมาอย่างมีความสุข ก่อนจะเริ่มดำเนินการในแผนฯขั้นต่อไปทันที “ล็อกเอ้าท์”

            “การสร้างกระแส”“การปลุกปั่นกระแส” และ “การโหนกระแส” 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการสร้างความนิยม หรือทำให้เกิดความโด่งดังอย่างรวดเร็วที่สุด...

              ในเวลานี้หญิงสาวต้องการความนิยมและความโด่งดังเป็นอย่างมาก แต่มิใช่...ความโด่งดังของ“ผู้เล่นมนตรา” หรือ “นางสาวมีนทิรา” แต่อย่างใด แต่เป็น...การสร้างกระแสความโด่งดังให้แก่“ดันเจี้ยนปะการังสีรุ้ง” ที่ตนครอบครองอยู่ต่างหาก

              หลังจากที่มีนได้ครอบครองดันเจี้ยนหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกางและได้อ่านรายละเอียดของมันแล้ว ความคิดนี้ ก็เริ่มเข้ามาอยู่ในหัวของหญิงสาวมาตั้งแต่บัดนั้น...

            แต่ก็จนใจที่...ดันเจี้ยนหนองน้ำฯเป็นดันเจี้ยนขนาดเล็ก ไม่มีอะไรชวนให้ผู้คนเข้ามาค้นหามากนัก มันจึงทำให้คุณหนูลูกแม่ค้าผู้นี้ไม่อาจจะหาสิ่งใดมาดึงดูดฯ ให้ผู้เล่นจำนวนมากเข้ามาผจญภัยในดันเจี้ยนของตนได้...

              แต่สำหรับดันเจี้ยนเมืองปะการังสีรุ้ง...กลับไม่ใช่

            เมืองนี้เหมาะแก่การเข้ามาผจญภัยฯเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และแสวงหาโชคลาภจากแหล่งทรัพยากรจำนวนมาก เนื่องจากตัวดันเจี้ยนมีขนาดค่อนข้างใหญ่สามารถรองรับผู้เล่นได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีสัตว์อสูรหลากหลายชนิดหลายระดับ ทำให้ผู้เล่นที่มีระดับความแข็งแกร่งต่างกันสามารถเข้ามาร่วมผจญภัยและแสวงหาประโยชน์จากมันได้ และที่สำคัญ...ดันเจี้ยนแห่งนี้ยังมีไอเทมที่ผู้เล่นจำนวนมาก ต่างปรารถนาจะมีไว้ในครอบครอง ซึ่งไอเทมที่ว่านั่นก็คือเครื่องประดับเซต “ปะการังสีรุ้ง” นั่นเอง

              ในฐานะเจ้าเมืองฯมีนทำการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการเข้าดันเจี้ยนเสียใหม่ ซึ่งตนได้ยกเลิกเงื่อนไขเดิมที่ต้องใช้ไอเทม {แท่งปะการังสีรุ้ง} ที่ดรอปจากบอสบรรพชนตุ่นปากเป็ด เพื่อเป็นกุญแจในการเข้ามาในดันเจี้ยนฯ โดยเปลี่ยนเป็นผู้เล่นสามารถเข้ามาดันเจี้ยนเมืองปะการังสีรุ้งจากวาร์ปที่อยู่ในสุสานบรรพชนตุ่นปากเป็นได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องสังหารบอสบรรพชนตุ่นปากเป็ดทั้ง 5 แต่กระนั้น...หญิงสาวก็ไม่คิดเปลี่ยนหรือยกเลิกเงื่อนไขฯที่ต้องใช้ทักษะ [หายใจใต้น้ำ] ในการเข้ามาในดันเจี้ยนแต่อย่างใดสาเหตุก็เพราะว่า หากตนทำการแก้ไขในส่วนนี้...อาจทำให้ผู้เล่นเริ่มสงสัยในความผิดปกติและอาจทำให้พวกมันสืบสาวจนมาถึงตัวผู้ครอบครองดันเจี้ยนได้ ซึ่งนั่น...ไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับตนแม้แต่น้อย

              มีนล็อกเอ้าท์จากเกมฯก่อนจะเข้าไปในกระดานข่าวสารของเกม พร้อมกับตั้งกระทู้ในหัวข้อที่ว่า “++จุดดรอปไอเทมเซตปะการังสีรุ้ง++”

     

    ++จุดดรอปเซตปะการังสีรุ้ง++

    จุดดรอปเซตปะการังสีรุ้ง//ตามหัวข้อเลย...เครื่องประดับเซตนี้ จะดรอปจาก “บอสราชาหมึกยักษ์” ซึ่งเป็นราชาประจำเมืองปะการังสีรุ้ง...ตำแหน่งทางเข้าดันเจี้ยนจะอยู่ที่“เกาะ 2” ในอาณาเขตของเมืองเริ่มต้นทวีปแห่งน้ำ และซ้อนอยู่ในดันเจี้ยนของราชาตุ่นปากเป็ดอีกที...

    เงื่อนไขการเข้าดันเจี้ยน...ผู้เล่น จะต้องมีทักษะ[หายใจใต้น้ำ]

    ภายในเมืองปะการังสีรุ้ง ยังมีสัตว์อสูรระดับ30-140 จำนวนมากอาศัยอยู่ โดยสัตว์อสูรเหล่านี้จะให้ค่าประสบการณ์สูงกว่าสัตว์อสูรอื่นๆ ที่มีระดับเดียวกันอีกด้วย...

    ปล. บอสหมึกยักษ์เกิดทุก 24 ชั่วโมงนะ...

    MsM

    #เมืองปะการังสีรุ้ง #เซตไอเทมปะการังสีรุ้ง #สร้อยคอปะการังสีรุ้ง #กำไลปะการังสีรุ้ง #แหวนปะการังสีรุ้ง #เซตเครื่องประดับนักเวท #บอสหมึกยักษ์ #ดันเจี้ยนใหม่ #แหล่งเก็บระดับชั้นยอดสำหรับผู้เล่นมือใหม่

     

              มีนลงรายละเอียดเอาไว้เพียงแค่นี้เพราะอยากให้ผู้เล่นอื่น ๆ เข้ามาค้นหาความลับด้วยตัวเอง ซึ่งหญิงสาวคิดว่า หากตัวเองให้ข้อมูลมากเกินไปอาจจะทำให้ผู้เล่นหมดความตื่นเต้นและไม่มีอะไรน่าค้นหา จนเป็นเหตุให้มันไม่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควร...

              แต่ในความเป็นจริงหาได้เป็นอย่างที่หญิงสาวคิดเอาไว้ไม่ เพียงแค่คำว่า “เซตไอเทมปะการังสีรุ้ง” อย่างเดียวมันก็มีอำนาจในการดึงดูดเหล่าผู้เล่นให้เข้ามาแสวงหาโชคลาภ...มากกว่าที่หญิงสาวคาดการณ์แล้ว

            ผู้เล่นจำนวนมากที่ไปเยือนเมืองปะการังสีรุ้งส่วนใหญ่ก็เนื่องมาจากความต้องการในไอเทมเซตนี้ทั้งสิ้น แต่ความงดงามของดันเจี้ยน และจำนวนสัตว์อสูรที่มีหลายชนิดหลายระดับซึ่งให้ค่าประสบการณ์สูงกว่าปกติ 10–30 เปอร์เซ็นต์ กลับเป็นตัวช่วยให้ดันเจี้ยนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเก็บระดับอย่างไม่ได้ตั้งใจ...ในเวลาต่อมา

            และนั่น จึงทำให้เมืองปะการังสีรุ้งเมืองนี้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักที่สำคัญให้แก่หญิงสาวอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นเกมฯ

              หลังจากได้หย่อนระเบิดลงไปในกระดานข่าวสารของเกมเป็นที่เรียบร้อยแล้วมีนจึงกลับเข้ามาในเกมอีกครั้งหนึ่ง เมื่อออกจากโรงประมูลฯ หญิงสาวก็มุ่งตรงไปยังร้านขายอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดเพื่อหาซื้ออุปกรณ์จำเป็นในการพัฒนาทักษะอาชีพ “ช่างศิลป์” และ “ประติมากร”

            จากนั้นมีนจึงเรียกใช้งานการ์ดสีขาวบริสุทธิ์ใบเดิมเพื่อย้ายร่างของตัวเองไปยังวิหารเทพแห่งปัญญาทันที

            เมื่อมีนมาถึงวิหารฯกลับตามหาผู้เป็นอาจารย์ไม่พบ ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงมุ่งตรงไปยังห้องฝึกทักษะฯเพื่อนำต้นอ่อนปะการังสีรุ้งทั้ง 5 ออกมาวางลงตรงมุมหนึ่งของห้องฯ เพื่อให้มันได้ซึมซับละอองเวทมนตร์ที่มีอยู่ในห้องนี้

              “50เท่า” คือ ความต่างของละอองเวทมนตร์ในห้องฝึกทักษะของวิหารเทพแห่งปัญญาเมื่อเทียบกับความหนาแน่นของละอองเวทมนตร์ที่อยู่ในดินแดนมนุษย์ มีนหวังเอาไว้ว่า พวกมันจะสามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่าตอนที่อยู่ในเมืองปะการังสีรุ้ง...และก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปตามที่มีนคิดเสียด้วย

            เมื่อมีนลองเรียกค่าสถานะของต้นอ่อนทั้ง5 ออกมาตรวจสอบก็พบว่า ค่าอัตราการเติบโตของพวกมัน เพิ่มขึ้นทีละนิด...ในระดับความเร็วที่จับต้องได้

            ที่เหลือ...ก็เพียงแค่รอ

            หญิงสาวปล่อยมันทิ้งไว้อยู่อย่างนั้นก่อนจะหยิบเอาอุปกรณ์สำหรับฝึกทักษะฯ อาชีพสายศิลปะออกมาอย่างรวดเร็ว

              มีนพยายามฝึกฝนการแกะสลักอย่างตั้งใจโดยบรรจงใช้ค้อนตอกสิ่วอย่างเป็นจังหวะ เพื่อสลักอักขระลงไปยังแผ่นเหล็กอย่างช้า ๆทีละชิ้น ๆ เมื่อแกะงานเสร็จชิ้นหนึ่ง มีนจึงใช้ทักษะ [ตกแต่งงานศิลป์] ในทันที

     

              “ผู้เล่นมนตราตกแต่งงานศิลป์สำเร็จ ได้รับการประเมินงานศิลป์ระดับ ‘กักขฬะ’ ค่ะ”

     

              “เฮ้อ...”มีนถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เมื่อเห็นระดับการประเมินผลงานศิลป์ชิ้นแรกที่ตัวเองสร้างฯ

              “ท่านแม่ๆ กักขฬะ แปลว่าอะไรเหรอเจ้าคะ?” เอรีสที่นั่งมองอยู่นาน ถามขึ้นมาอย่างใสซื่อ

              “เอ่อ...”มีนนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบ โดยพยายามหาคำพูดที่ดูดีที่สุดแล้วสำหรับคำว่า“กักขฬะ” นี้ออกมา “ก็แปลว่า มันยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่จ้ะ”

              “แต่หนูว่ามันก็สวยอยู่นะเจ้าคะ ท่านแม่...” เอรีสกล่าวให้กำลังใจ (เอ๊ะ? หรือว่า เจ้าปลาตีนน้อยมันกำลังฝึกโกหกอยู่กันนะ)

              “อืม...แม่ก็คิดว่างั้นแหละจ้ะขอบใจนะจ๊ะสาวน้อย” มีนตอบคำอีกฝ่าย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นถามเอรีส พร้อมกับชำเลืองมองพรรคพวกของมันที่เหลือซึ่งกำลังเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน “ทำไมหนูถึงไม่ไปเล่นกับพวกเพื่อน ๆ ล่ะ”

              ตุบๆ ตุบตั๊บ ๆ โครม!

              ‘เล่นกันแรงเกินไปรึเปล่าเนี่ย เอ๊ะ!! รึว่า กำลังตีกันอยู่...”มีนอดคิดในใจไม่ได้ หลังจากได้เห็นการละเล่นของพวกปลาตีน

              ก่อนเอรีสจะตอบคำถามผู้เป็นแม่มันพลางเอาแก้มอันกลมโตของมันมาถูเข้ากับต้นแขนอีกฝ่าย ซึ่งกำลังนั่งทำงานอยู่ “ม่ายคร่า...หนูชอบดูท่านแม่ทำงานสนุกดีหนูชอบ”

              ‘หืม...อ้อนเก่งนะ เจ้าตัวนี้...’ มีนนึกขึ้นมาในใจเมื่อเห็นท่าทางที่ออดอ้อนของมันแต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้กล่าวตอบเจ้าปลาตีนน้อยตัวนี้ เสียงวัตถุแหวกอากาศที่มาด้วยความเร็วกำลังมุ่งตรงมายังตำแหน่งที่มีนและเอรีสนั่งอยู่ในทันที

              ฟ้าว…โครม!

              แอ๊ก!!

              เลโอ ซึ่งถูกซาจีสพุ่งชนอย่างแรง จนปลิวกระเด็นมาทางนี้ แต่ทว่าร่างอ้วนกลมสีฟ้าตัวนั้นกลับพุ่งกระแทกชนร่างของเอรีสซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นแม่เข้าอย่างจัง

              เลโอพยายามดันร่างของตนให้ลุกขึ้นก่อนจะรีบคลานดุ๊กดิ๊ก ๆ ไปทางซาจีส เพื่อหวังจะเล่นงานอีกฝ่ายคืน

              ทันทีที่เอรีสสลัดความมึนงงจนลุกขึ้นมาได้อีกทั้งเมื่อมันได้เห็นตัวต้นเรื่อง...ได้คลานออกไปไกลแล้ว

            มีนรับรู้ได้อย่างชัดเจนเต็มสองตาว่า เอรีส...เริ่มโกรธแล้ว!!

            ปลาตีนสีชมพูตัวเขื่องที่มีดวงตาสีดำสนิททำท่าทางโมโหด้วยการพองตัวขึ้นมา พร้อมทั้งพ่นลมหายใจออกทางจมูกเสียงดังฟืดฟาดอยู่สองสามทีจากนั้นมันจึงพุ่งตัวออกจากจุดที่ยืนอยู่ ก่อนจะทะยานร่างตามเจ้าตัวต้นเหตุไปอย่างรวดเร็ว…

            มีนเห็นดังนั้น ก็อดรู้สึกขำในความน่ารักน่าเอ็นดูของพวกมันไม่ได้‘มิน่าล่ะ คนพวกนั้นถึงได้สนอกสนใจพวกมันกันนัก…’

            จากนั้นมีนก้มหน้าก้มตาทำงานศิลป์อย่างอดทนและเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนเหลือเวลาออนไลน์อยู่ในเกมอีกเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

            หญิงสาวแกะสลักงานศิลป์บนแผ่นเหล็กที่ซื้อมาฝึกฝนพัฒนาทักษะเป็นจำนวนเกือบพันชิ้น และได้เรียกใช้งานทักษะ[ตกแต่งงานศิลป์] ไปไม่น้อยกว่า 3,000 ครั้งแล้วจนตอนนี้ ทักษะดังกล่าวก็มาอยู่ในขั้นกลางเป็นที่เรียบร้อย ส่วนทักษะ [เทคนิคการแกะสลัก]ก็เพิ่งจะเลื่อนขึ้นมาอยู่ในขั้นสูงอย่างสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้ตัวของมีนในเวลานี้สามารถแกะสลักชิ้นงานได้ไวกว่าเดิมถึง 5 เท่า อีกทั้งตนยังได้รับอานิสงส์จากทักษะ [ความชำนาญการแกะสลัก] ซึ่งเป็นทักษะติดตัวของอาชีพประติมากรอีกทักษะหนึ่งที่เคยมองข้ามไปแถมมันก็ได้เลื่อนมาเป็นขั้นกลางแล้วด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หญิงสาวสามารถผลิตชิ้นงานออกมาได้อย่างรวดเร็วและสวยงามมากขึ้นจนทำให้ “ความวิจิตร” ของชิ้นงานในระยะหลัง ๆ ที่ออกมานั้น อยู่ในระดับที่น่าพอใจไม่น้อยเลยทีเดียว

            มีนยืนกอดอกมองดูชิ้นงานฯซึ่งถูกวางกองรวมกันอยู่ตรงหน้าด้วยความภูมิใจ ก่อนจะเรียกดูสถิติในการสร้างชิ้นงานทั้งหมดขึ้นมา...

     

    ระดับของชิ้นงาน          จำนวนชิ้น         เปอร์เซ็นต์

    ระดับกักขฬะ               212               22.2

    ระดับงดงาม                726              76.0

    ระดับเลิศเลอ               18                 1.8

    ระดับพิศวง                  0                  0

    รวม                          956             100

     

              “อืม...ก็ถือว่าใช้ได้นะเมื่อเทียบกับช่วง 500 ชิ้นแรก” มีนเอ่ยออกมาเบา ๆ ด้วยความพึงพอใจในพัฒนาการของตนก่อนจะนึกย้อนรำพึงถึงความสะเพร่าเลินเล่อในตอนแรกพร้อมกับวาดหวังถึงความสำเร็จในบั้นปลาย ‘เจ้าทักษะความชำนาญ...ก็มีผลสินะทำไมเราคิดไม่ถึงเลย แต่ก็ช่างมันเถอะ ถือว่าเป็นโชคสองชั้นก็แล้วกัน อีกไม่นาน...ถ้าหากทักษะความชำนาญฯและเทคนิคฯ ถึงขั้นเชี่ยวชาญจนหมดแล้ว ผลงานที่ออกมาคงจะดีกว่านี้อีกเป็นแน่ ฮิฮิๆ ๆ’ แค่คิดมีนก็มีความสุขแล้ว

              ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปจนกว่าจะครบเวลาออนไลน์อยู่นั้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังแทรกขึ้นมาให้รับรู้อีกครั้งอีกทั้งข้อความที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวนี้ กลับไม่ใช่ข้อความแจ้งเพื่อทราบเกี่ยวกับผลในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไป แต่เป็น...

     

              ติ้ง!!

              “เรียนผู้เล่นมนตราทางระบบฯ ขอเรียนแจ้งให้ท่านทราบว่า ขณะนี้ทางระบบได้เปิดพื้นที่ปลอดภัย (SafeZone) ไว้ยังปากทางเข้าเมืองปะการังสีรุ้งของผู้เล่นมนตรา โดยในพื้นที่ปลอดภัยฯจะประกอบไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และโรงแรม รวมไปถึงสถานที่บันทึกจุดเกิด เพื่อรองรับผู้เล่นจำนวนมากที่จะเข้ามาใช้บริการฯโดยทางผู้เล่นมนตรา จะได้รับส่วนแบ่งจากผลกำไรฯ เป็นจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดทางระบบฯ จึงขอแจ้งให้ผู้เล่นมนตราทราบ และหากมีข้อสงสัยโปรดติดต่อ GM ค่ะ”

     

              “เอ๊ะ?!อะไรเนี่ย ทำไมจู่ ๆ ระบบถึงแจ้งมาแบบนี้...แถมยังเป็นการมัดมือชกกันอีกฮึ!!” มีนทั้งมึนงงและสับสนกับข้อความแจ้งเตือนที่ดังขึ้นมาเพราะข้อความดังกล่าว เสมือนหนึ่งเป็นการบอกว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเมืองปะการังสีรุ้งของตน...ได้ถูกระบบฯสอดมือเข้ามาบริหารจัดการฯ โดยที่ตนไม่ได้เป็นผู้ร้องขอ

              แม้ว่าในส่วนของการบริหารจัดการเมืองฯมีนจะสามารถจัดการตั้งค่าต่าง ๆ ภายในเมืองฯ หรือยื่นคำร้องต่อระบบฯ เพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มารองรับผู้เล่นที่จะเข้ามาใช้บริการได้ก็ตาม แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังไม่ได้ตั้งค่าฯหรือยื่นคำร้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเพิ่มเติมในเมืองของตนแม้แต่น้อย

            อีกทั้ง นี่...ไม่ใช่เมืองแต่เป็นดันเจี้ยน ซึ่งมีนไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่า มันจะสามารถยื่นเรื่องต่อระบบฯเพื่อขอสร้างสิ่งปลูกสร้างภายในดันเจี้ยนได้หรือไม่?

              เพราะปกติถ้าหากเป็นเมืองต่าง ๆ เมื่อผู้เล่นต้องการพัฒนาเมืองให้ใหญ่ขึ้นเมืองจะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ตามระดับของเมืองที่ได้กำหนดไว้โดยผู้เล่นต้องหาเงินมาจัดซื้อ/จัดจ้าง เพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นอาคารบริการของระบบฯ ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม หรืออื่น ๆ โดยผู้เล่นที่เป็นเจ้าของเมืองนั้นๆ จะสามารถจัดเก็บภาษีที่เกิดขึ้นภายในเมืองได้ แต่จะถูกระบบหักผลกำไรที่ได้รับเป็นจำนวน20 เปอร์เซ็นต์

              ส่วนในกรณีของดันเจี้ยนแม้ว่าผู้ที่ครอบครอง จะสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ภายในดันเจี้ยนได้ แต่จะไม่สิทธิในการสร้างสิ่งก่อสร้างฯหรือพัฒนาระดับของดันเจี้ยนให้สูงขึ้น...ไม่ว่ากรณีใด ๆ

              ในกรณีของดันเจี้ยนเมืองปะการังสีรุ้งของหญิงสาวนั้นทางบริษัทเกมฯ ได้พิจารณาแล้วว่า การที่มีผู้เล่นเข้าไปใช้งานดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นจำนวนมากจำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เล่นบ้าง อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีแผนจะผลักดันให้ดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอนาคต ดังนั้นระบบฯ จึงจัดการมัดมือชกหญิงสาวเอาเสียดื้อๆ เช่นนี้...

              “หึหึรอฉันออฟไลน์และเข้าไปศึกษาข้อมูลก่อนเถอะ...คุณระบบฯ เดี๋ยวเจอกันแน่” มีนกล่าวด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้ายอีกแล้ว

            ............

            ณปากถ้ำทางเข้าเมืองปะการังสีรุ้ง...

            ผู้เล่นจำนวนมากต่างยืนกระจุกตัวอยู่ที่ปากทางเข้าฯโดยไม่มีผู้ใดคิดจะก้าวขาเข้าไปในถ้ำแม้แต่คนเดียว

            “อะไรกันวะ?! กับดักพวกนี้...ทำไมมันถึงรุนแรงและทำงานได้อย่างต่อเนื่องแบบนี้ แล้วใครจะผ่านเข้าไปได้วะเนี่ย?”ผู้เล่นที่มีระดับร้อยกว่าคนหนึ่ง บ่นออกมาอย่างหัวเสีย หลังจากที่ตัวมันถูกกับดักภายในถ้ำเล่นงานจนเกือบตายก่อนจะหนีรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด

            “เออ..ใช่ โดนทีเดียวเลือดหายเป็นครึ่งหลอด”ผู้เล่นอีกคนกล่าวสนับสนุนฯ ก่อนที่ผู้เล่นอีกรายจะเอ่ยออกมาในแนวทางเดียวกัน “นั่นสิครับพวกผู้เล่นที่เข้ามาก่อนหน้าผม พวกมันต่างก็ถูกกับดักเวทเหล่านี้สังหารจนไปเกิดใหม่หลายรายแล้วด้วย...”

            “ทำไงดีวะ?พวกมึงจะไปต่อ...หรือพอแค่นี้?” ผู้เล่นรายหนึ่งถามความเห็นจากพวกพ้องของตน

            แต่ทันใดนั้นเองในขณะที่ผู้เล่นส่วนใหญ่กำลังสับสนอยู่ว่า พวกมันจะดำเนินการอย่างไรต่อ ด้านหลังของพวกมันมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา“หลีกไป!!”

            เป็นเสียงบุรุษหนุ่มดูภูมิฐานและน่าเกรงขามผู้หนึ่งซึ่งแต่งตัวคล้ายกับนักเวท ได้ตะคอกขึ้นมาจากด้านหลังของฝูงชน นักเวทผู้นี้นอกจากจะใส่ชุดนักเวทซึ่งเป็นชุดยาวสีขาวและมีลวดลายสีทองดูสง่างามแล้ว บนตัวของมันยังมีเอฟเฟคสีทองจางๆ เปล่งออกมาจากชุดนั้นด้วย ซึ่งมันก็เป็นผลมาจากเอฟเฟคการเสริมแกร่งไอเทมระดับ “+9”ของเครื่องป้องกันทั้งชุด

            “พะ...เพกาซัสผู้เล่นเพกาซัส” ผู้เล่นคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาอย่างประหม่า เมื่อได้เห็นชื่อบนศีรษะของชายหนุ่มคนดังกล่าว

            ฝูงชนที่เบียดเสียดยัดเยียดตรงปากทางเข้าถ้ำฯต่างมองมาทางนักเวทหนุ่มผู้มีนามว่า “เพกาซัส” กันเป็นจุดเดียว และความงดงามของสร้อยและกำไลปะการังสีรุ้งที่สะดุดสายตาของผู้พบเห็นนั้นกลับทำให้ผู้คนที่มองดูอยู่ ต่างก็เกิดความอิจฉาปนเลื่อมใสไปพร้อม ๆ กัน

            “เพกาซัส”ผู้เล่นอาชีพ “จอมเวท” ระดับ 235 ถือได้ว่า เป็นผู้เล่นสายนักเวทที่มีระดับสูงที่สุดแล้วในเวลานี้และด้วยความที่มันเป็นหัวหน้ากิลด์ “เพกาซัส” กิลด์ที่มีชื่อเดียวกับตัวมันเองไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ตัวตนของมันในกิลด์...จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน

            ผู้เล่นเพกาซัส เป็นลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจยานยนต์ระดับโลกมันถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจมาโดยตลอด ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าชายหนุ่มจะเล่นเกมไหนผู้คนทั้งหลายต่างก็ขนานนามให้มันว่า “เทพทรูที่แท้จริง” นอกจากนี้ กิลด์ของเพกาซัสยังเป็นกิลด์ที่มีสมาชิกจำนวนกว่า3,000 คน ซึ่งสมาชิกจำนวน 9 ใน 10 ของกิลด์นี้ ต่างก็เป็นคนใกล้ชิดและเหล่าพนักงานในบริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่ซึ่งชายหนุ่มได้กะเกณฑ์ให้มาเป็นลูกน้อง คอยติดตามรับใช้ตัวมันนั่นเอง

            ด้วยการที่“เพกาซัส” มีทั้งเงินทองและอิทธิพลอย่างมหาศาล จึงส่งผลให้ตัวละครของมันสามารถเก็บระดับได้อย่างรวดเร็วราวกับติดจรวดอีกทั้งไอเทมที่สวมใส่ของมันก็ยังจัดได้ว่า เป็นไอเทมระดับสูงเกือบทั้งตัวอีกด้วย

            เพกาซัส ให้ความสนใจในดันเจี้ยนแห่งนี้มากสาเหตุก็เนื่องมาจากข้อมูลที่ได้รับการชี้เป้าฯ มาจากสิ่งที่หญิงสาวได้โพสต์เอาไว้ในกระดานข่าวของเกมฯเพกาซัสมีความต้องการจะเก็บไอเทมเซตนี้ให้ครบชุด เพราะมันมองว่า ไอเทมเชตนี้...เมื่อสวมใส่ครบทั้ง3 ชิ้นแล้ว คุณสมบัติพิเศษที่เพิ่มขึ้นมา (ป้องกันสถานะ “เป็นใบ้” 100เปอร์เซ็นต์) จะช่วยให้มันแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า

            แม้ว่าไอเทมเซตเครื่องประดับปะการังสีรุ้งจะเป็นเซตไอเทมที่มีระดับพื้นฐานเพียงระดับ A และมีเงื่อนไขการสวมใส่อยู่ที่ระดับ150 เท่านั้น แต่เนื่องจากเซตเครื่องประดับเซตนี้ เป็นเซตเครื่องประดับสำหรับผู้เล่นสายนักเวทโดยตรงอีกทั้งการเพิ่มค่าสถานะของไอเทมฯ ยังสูงที่สุดในบรรดาเครื่องประดับสำหรับผู้เล่นสายเวทมนตร์ที่ได้ปรากฏออกมาในเกมนี้แล้วนอกจากนี้ หากลองเทียบกับไอเทมเครื่องประดับอื่น ๆ ซึ่งมีระดับที่เท่ากันหรือสูงกว่าและมีเงื่อนไขการสวมใส่ที่ระดับต่ำกว่า 300 แล้ว ค่าสถานะและคุณสมบัติที่ได้รับจากเซตปะการังสีรุ้งยังถือว่าสูงกว่าเครื่องประดับเหล่านั้น...อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

            ชายหนุ่มโชว์ทักษะและความแข็งแกร่งของผู้เล่นระดับสูงด้วยการเคลื่อนร่างของตนผ่านกับดักเวทมนตร์ในถ้ำอย่างง่ายดาย...

            เปรี้ยง!!ตูม ๆ

            บรึ้ม!

            แม้เสียงการทำงานของกับดักเวทมนตร์จะดังขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ร่างของเพกาซัสกลับไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ นอกจากนี้ ชายหนุ่มยังได้แสดงความเหนือชั้นด้วยการสร้างบาเรียเวทมนตร์ขึ้นมา เพื่อใช้ป้องกันการโจมตีจากกับดักฯ อีกทางหนึ่งด้วย

            เวทมนตร์อันทรงพลังฯจากจอมเวทที่มีระดับมากกว่าสองร้อย กลไกกับดักเวทมนตร์ในถ้ำฯ ซึ่งมีพลังทำลายเพียงเล็กจ้อยมีหรือ? จะสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแก่ร่างของมันได้

            กับดักเวทมนตร์ทำงานอย่างต่อเนื่องจนพลังงานที่อยู่ในอัญมณีธาตุหมดลง ก่อนที่ตัวกับดักฯ จะหยุดการทำงานโดยอัตโนมัติ...ไปอย่างช่วยไม่ได้

            ไม่ให้เป็นการเสียเวลาเพกาซัสมุ่งหน้าเดินไปข้างหน้าต่ออย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มใช้วิธีการเช่นเดิมกับกลไกกับดักอันอื่นๆ เพื่อเปิดทางให้แก่พวกพ้อง รวมไปถึงผู้เล่นจำนวนมากที่ติดตามมา...ได้ผ่านเข้าไปในถ้ำอย่างสะดวกจนสุดทาง

            แม้ว่าความจริงแล้วตัวมันไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ก็ได้ เพราะในเวลานี้ ชายหนุ่มยังพาสมาชิกในกิลด์มาล่าบอสตัวนี้นับรวมแล้วกว่าร้อยชีวิตหากมันต้องการเพียงแค่ “ผ่าน” กลไกกับดักเข้าไปยังเมืองที่อยู่ด้านใน...แค่มันสั่งการฯให้บรรดาลูกสมุนที่มีอาชีพจอมเวท ทำในสิ่งที่มันได้แสดงออกมาให้เห็นในตอนต้น ก็สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลงมือลงแรงด้วยตัวเองเสียด้วยซ้ำ

            แต่กระนั้นเพกาซัสก็ไม่ได้สั่งการอันใดต่อลูกน้องหรือผู้ติดตามของมันแม้แต่น้อยเพราะมันต้องการแสดงให้ผู้เล่นอื่น ๆ ที่มารวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมากได้เห็นว่า “ตัวของมัน”เก่งกาจและแข็งแกร่งขนาดไหน อีกทั้งมันยังต้องการจะเป็น “ฮีโร่” ในสายตาของคนทั่วไป

            ใช่แล้ว เพกาซัสเป็นชายหนุ่มผู้มีความคิดว่า ตัวมันเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลฯมันคุ้นชินกับการถูกห้อมล้อมและประจบเอาใจจากผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในโลกจริงหรือในเกม...ก็ไม่ต่างกัน

            ทุกอย่างทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตัวมันต้องเป็นคนตัดสินใจเท่านั้น

            ไม่เพียงเท่านั้นผู้คนรอบ ๆ ตัวของเพกาซัส พวกมันก็ต่างพร้อมที่จะสนองต่อความต้องการของชายหนุ่มผู้นี้อยู่ตลอดเวลาเพราะสิ่งที่เพกาซัสต้องการคือสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งใดที่มันอยากได้ ตัวมันก็ไม่เคยพลาดหวังมาก่อน

            และเมื่อเซตไอเทมปะการังสีรุ้งคือไอเทมที่เกาซัสต้องการในเวลานี้ ดังนั้นตัวมันจึงไม่คิดเสียดายที่ต้องยกเลิกแผนการบุกโจมตีเมืองระดับCเมืองหนึ่ง เพื่อนำบรรดาสมาชิกในกิลด์ระดับหัวกะทิฯ จำนวนกว่าร้อยคนมายังดันเจี้ยนเปิดใหม่เพื่อล่าบอสตัวนี้โดยเฉพาะ

            “สุดยอด...สมแล้วที่เป็นเพกาซัส”ผู้เล่นคนหนึ่งที่กล่าว

            “เจ๋งว่ะทำได้ไงวะ?” อีกคนออกปากชื่นชม

            “นั่นเป็นจอมเวทเบอร์1 ของเกมเชียวนะโว้ย...” เสียงของผู้เล่นอีกคนกล่าวอย่างยกย่อง

            “เมื่อไหร่ข้าจะเก่งแบบคุณเพกาซัสบ้างหนอ?”

            และอื่น ๆอีกมากมาย…

            เสียงชื่นชมและคำกล่าวยกย่องต่างๆ นานา ดังแว่วเข้ามาในหูของเพกาซัส ในระหว่างที่ตัวมันเดินลึกเข้าไปในถ้ำฯ และเคลียร์กับดักแต่ละอันด้วยความเท่นอกจากจะได้รับคำยกย่องจากผู้เล่นที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนี้แล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งในกระดานข่าวของเกมฯเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผู้เล่นเพกาซัส ซึ่งเกิดจากความสุดยอดของมันในวันนี้ ต่างก็ทำให้ตัวชายหนุ่มได้รับกระแสความนิยมมากขึ้นอย่างล้นหลามจนทำให้มันเป็นที่รู้จักของผู้คนทั้งโลกในฐานะ “จอมเวทที่แท้ทรู”

            กระแสความโด่งดังของผู้เล่นเพกาซัสไม่ได้เพียงแค่ทำให้เจ้าตัวได้รับความนิยมและได้รับประโยชน์แต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น กระแสความนิยมดังกล่าวยังเผื่อแผ่เจือจานมาให้แก่ดันเจี้ยนปะการังสีรุ้งแห่งนี้จนเป็นที่รู้จักในวงกว้างด้วยเช่นกัน

            “ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์...ก็แล้วกันเนอะ”มีนเอ่ยขึ้น ในขณะที่ไล่อ่านกระทู้ฯ ซึ่งมีข่าวสารเกี่ยวข้องกับดันเจี้ยนปะการังสีรุ้งโดยมีผู้เล่นเพกาซัส...รับบทนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

            ............

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางจักรพรรดินี ที่คุณอ่าน

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499