“บ้าที่สุดเลย!’’ใจกลางเมือง หลังจากถูกชายหนุ่มตัดสายทิ้งทั้งๆที่เป็นคนต้องการความช่วยเหลือหลันเอ๋อร์ก็โมโหขึ้นมาจนต้องกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจส่งผลให้คนรอบๆหันมามองด้วยความงุนงง
“แม่ครับพี่สาวนั้นเป็นอะไรหรอครับ?’’ เด็กชายคนหนึ่งที่เห็นอดไม่ได้ที่จะชี้ไปยังเธอด้วยความอยากรู้
“อย่าไปชี้พี่เขาสิลูกรีบไปกันดีกว่า!’’ แม่ของเด็กชายที่เห็นก็รีบจูงมือเด็กชายพาไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว
“...’’ หลันเอ๋อร์ที่รู้สึกได้ว่าตัวเธอเป็นที่สนใจแล้วจึงหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาไม่ช้าเธอก็ต้องรีบเปลี่ยนที่เหมือนกัน
“แก๊งมังกร...ดูเหมือนว่าแก๊งนี้จะโชคร้ายเป็นอย่างมาก!’’พอหลบฝูงชนมาแล้ว หลันเอ๋อร์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วครุ่นคิดเธอจําได้เป็นอย่างดีว่าถ้าใครกล้ายั่วโมโหชายคนนี้ พวกเขาล้วนต้องฉิบหายวายวอด ดังนั้นแก๊งมังกรก็คงจะไม่ต่างกัน
ไม่ช้าหลันเอ๋อร์ก็เตรียมมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านแดงเดือดเพื่อดูสถานการณ์ทันที
…
ณคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ศาลากลางนํ้าชายชราคนหนึ่งนั่งดื่มชาในถ้วยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนมองไปยังหลานสาวของเขาแล้วยิ้มถาม“มี่น้อยหลานมีอะไรจะให้ปู่งั้นเหรอ?’’
โยวมี่ที่ได้ยินก็เตรียมนําหยกจักรพรรดิที่ซื้อมาออกมาจากกล่องอย่างไรก็ตามเวลานั้นเองเสียงโทรศัพท์ของชายชราก็ดังขึ้นเสียก่อน
ชายชรารับสายอย่างไม่รีรอก่อนจะมีเสียงของผู้อํานวยการจ้าวหลุดออกมา
“เซียนหมอนี่ผมเองนะจ้าวกังไฉ!ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณว่างรึเปล่า? พอดีวันนี้มีแผทย์แผนจีนคนหนึ่งมาทําการรักษาน่ะซึ่งการรักษาของเขาน่าทึ่งมากผมจึงอยากให้คุณมาดูผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาหน่อยว่าเขาถูกรักษาด้วยวิธีการแบบไหน’’ผู้อํานวยการจ้าวเอ่ยเขามีความอยากรู้จริงๆว่ามะเร็งของฉู่อันมันหายไปอย่างรวดเร็วได้ยังไงดังนั้นเมื่อไม่มีเวลาได้ถามชายหนุ่มเขาจึงอยากถามผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจที่สุดของวงการแพทย์แผนจีนอย่างเซียนหมอ
เซียนหมอโยวเก้อ!
“โอ้!ถึงขนาดทําให้คุณชมได้นี่แสดงว่าเขาต้องเก่งกาจมากเลยใช่ไหม?’’โยวเก้อเผยใบหน้าประหลาดใจออกมา เขารู้จักผู้อํานวยการจ้าวเป็นอย่างดีดังนั้นเขาจึงรู้ว่าการที่ผู้อํานวยการจ้าวนั้นจะชมใครนั้นเป็นเรื่องยากมาก
เวลาเดียวกันโยวมี่ที่นําหยกจักรพรรดิขึ้นมาแล้วก็ไม่ได้สนใจปู่ของเธอเลย เธอเพียงแค่กระแอ้มไอ“นี่ปู่!’’
“มีอะไรเหรอมี่น้อย?’’โยวเก้อหันไป แต่ยังไม่ทันไรเขาก็ต้องตะลึง “นี่มัน...หยกจักรพรรดิ!’’
“ใช่แล้วในเมื่อวันนี้เป็นวันเกิดของปู่ หนูจึงได้ซื้อมันมาเพื่อมอบมันเป็นของขวัญให้!’’เห็นปู่ของเธอดูตกตะลึง โยวมี่ก็ฉีกยิ้มเผยให้เห็นฟันสีขาวเรียงรายวันเกิดของปู่เธอนั้นไม่ได้เป็นที่รู้กันอีกอย่างปู่ของเธอก็ไม่ค่อยชอบสังสรรค์กับใครเขา เธอที่วันนี้โชคดีไปเจอหยกจักรพรรดิพอดีจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากเพราะถ้าเป็นสิ่งอื่นปู่ของเธอคงจะไม่สนใจ แต่ถ้าเป็นหยกจักรพรรดิล่ะก็…
แน่นอนว่าไม่!
“นี่หลานไปหามันมาได้ยังไง?’’หลังจากตะลึงไปซักพัก โยวเก้อก็กลับมามีท่าทีเหมือนเดิมและถามออกไปอย่างประหลาดใจเขารู้ดีถึงมูลค่าของมัน อย่างไรก็ตามใช่ว่าจะมีเงินเยอะแล้วจะซื้อได้ดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าใครกันที่เป็นผู้ครอบครองมันและยินยอมขายให้แก่หลานสาวของเขา
“ฮี่ๆความจริงแล้วตอนหนูออกไปหาซื้อของขวัญวันเกิดให้ปู่น่ะหนูเจอผู้ชายที่น่าสนใจคนหนึ่ง ซึ่งดูจากเหตุการณ์แล้วเขาน่าจะเป็นนักประเมินวัตถุที่เก่งกาจกว่าปรมาจารย์เมิ่งแต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเหตุการณ์นั้นแล้วนอกจากเขาจะเป็นผู้ชนะเดิมพันหยกที่เขาเปิดได้ยังเป็นหยกจักรพรรดิอีก ดังนั้นหนูจึงได้ขอซื้อเขามาทั้งหมด’’โยวมี่หัวเราะคิกคักก่อนอธิบาย “อีกอย่างถ้าหนูเดาไม่ผิดเขาน่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งที่อยู่ในระดับกงหลิงอย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะจากไปน่ะนอกจากหนูและคนอื่นๆแล้วผู้เฒ่าจางก็พลันสัมผัสได้ถึงความกลัวเหมือนๆกันกับพวกหนูหนูจึงสงสัยว่าบางทีแล้วเขาอาจจะไม่ใช่คนธรรมดาก็ได้ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นแค่ผู้ใช้กําลังภายในมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทําให้หนูและผู้เฒ่าจางที่ปลุกพลังชีวิตแล้วจะรู้สึกกลัวโดยไม่ได้ทําอะไรได้!’’จากนั้นเธอก็อธิบายรายละเอียดอีกที
ครั้งนั้นนอกจากโยวมี่แล้วผู้เฒ่าจางก็ตะหนักได้เช่นกันเพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะซุ่มดูเหตุการณ์อยู่นานและได้ยินว่าชายหนุ่มอาจจะเป็นผู้ใช้กําลังภายในแต่ในความคิดของพวกเขามันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งของจิตใจต่อชายหนุ่มเช่นนี้ดังนั้นพวกเขาจึงมองออกได้ในทันทีว่านอกจากชายหนุ่มจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้วอีกฝ่ายยังเป็นคนที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย
ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะเป็นอะไรได้?
“หืม?’’ ครู่ต่อมาเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดคิ้วบนใบหน้าชราๆของโยว่เก้อก็ขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย ในที่นี้เขารู้ดีเลยว่าการจะทําเช่นนั้นได้มันไม่มีทางเขาจึงสงสัยเป็นอย่างมากว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่อย่างไรก็ตามเมื่อได้ยินเรื่องราวที่ผู้อํานวยการจ้าวเล่าผ่านโทรศัพท์ให้ฟังเขาก็ต้องอุทานอย่างตกใจ “อะไรนะ? รักษามะเร็งด้วยการสกัดจุดเพียงครั้งเดียว!’’
เฮ้ย!
เป็นไปได้อย่างไร?
“แล้วชายหนุ่มคนนั้นชื่ออะไรล่ะ?’’ถึงโยวเก้อจะตกใจเป็นอย่างมากแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
“มู่หลิน!’’โยวมี่ที่นึกว่าปู่ของเธอถามเธอจึงยิ้มหวานตอบกลับไป
แน่นอนว่าทันทีที่หญิงสาวตอบออกมาก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ผู้อํานวยการจ้าวตอบพอดี “มู่หลิน!’’
ดังนั้นทันทีที่ได้ยินสีหน้าของโยวเก้อพลันแปรเปลี่ยนเป็นตกใจทันที
มู่หลิน?
ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย!
…
เวลาเดียวกันณ บริษัทเฮงเฮงจํากัด
“ทําไมไอ้สวะนั่นไม่รับสายฉันวะ?’’ก้านเทียนบ่นขึ้นมา เขาตั้งใจจะโทรไปสอบถามเรื่องบางส่วนที่ยังไม่ได้ถามจากหม่าลี่แต่เมื่อพบว่าคนชั้นตํ่าอย่างอีกฝ่ายไม่รับสายเขา เขาก็ไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
อย่างไรก็ตามขณะที่ก้านเทียนกําลังหงุดหงิดอยู่นั้นเสียงร้องของผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยก็ดังขึ้น มันเต็มไปด้วยนํ้าเสียงโหยหวนที่น่าหวาดหวั่น
ก้านเทียนที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะเตรียมเดินออกจากห้องไปดูทว่าวินาทีนั้นเองก่อนที่เขาจะได้ทําอะไร ประตูห้องของเขาก็ถูกถีบกระเด็นอย่างแรง
ปัง!
ประตูบานใหญ่ลอยกระเด็นเฉียดฉิวร่างของก้านเทียนไปในทันทีก่อนปรากฏให้เห็นถึงชายหนุ่มสองคนที่เดินก้าวเข้ามา คนหนึ่งหล่อเหลาคนหนึ่งกํายําลํ่าสัน
ก้านเทียนที่เห็นจึงอดรู้สึกตกใจไม่ได้ก่อนถามอย่างระมัดระวัง“พวกแกเป็นใคร?’’
“พวกเราคือคนที่จะมาล้างบางบริษัทเฮงเฮงจํากัดของแก!’’ไม่ใช่มู่หลินที่พูดแต่เป็นหวังคัง เขาในเวลานี้เต็มไปด้วยความฮึกเหิมอย่างมาก
ถูกต้อง!หวังคังในตอนนี้เชื่อใจมู่หลินถึงที่สุด!
เพราะอย่างนั้นเขาไม่กล้าที่จะกลัวอะไรอีกแล้ว!