บทที่ 28 เบาะแสศพหาย
แสนและทองมองไปยังด้านล่างก็เห็นแสงไฟหลายจุดจริงๆ ทว่ามีป่าหนาทึบและระยะไกลเกินไปจึงมองไม่เห็นว่าตรงนั้นมีอะไรอยู่กันแน่
แสน “ไกลขนาดนั้นข้ามองไม่เห็นหรอก” นินใช้ดวงตาย่นระยะและตามองกลางคืนแต่ก็ไกลไปจริงๆ มันมองไม่เห็นอย่างแสนว่า
ทอง “มีทางเดียวคือต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าคืออะไร “ทั้งสามคนลงมาจากยอดเขาฟักกับขมทีรออยู่ก็ล่าไก่ฟ้ามาได้สองตัวแล้วก็ลงเขาไป เมื่อทุกคนเห็นว่าพวกนินกลับมาอย่างปลอดภัยก็โล่งใจท่านเจ้าคุณกล่าวออกมา
” ผมบอกคุณหญิงแล้วไงว่ามันไม่เป็นไรหรอก “ไหมแก้วกลอกตา
ไหมแก้ว “พ่อนินไม่เป็นไรใช่ไหม” นินพยักหน้า
นิน “สบายมากครับพอดีได้เข้าป่าอีกครั้งก็เลยเพลินไปหน่อย” ทุกคนจึงจำได้ว่านอนเป็นนานพรานแล้วคิดว่านินคงชอบเข้าป่างั้นสินะ
ไหมแก้ว “ป้าก็ลืมไปว่าพ่อนินเป็นนายพรานคงชอบเข้าป่าสินะ” นินหัวเราะ
นิน “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับถ้าให้เลือกผมอยากอยู่แบบสบายๆ มากกว่าวันๆ นอนอาบแดดคุยเล่นกับสหายผมฝันจะใช้ชีวิตแบบปลาเค็มมากกว่า” ทุกคนสับคนท่านเจ้าคุณถาม
“อะไรของเอ็ง” นินหัวเราะ
นิน “ก็แบบชีวิตที่ไม่ต้องทำอะไรเลยไงครับทำแค่สามอย่างพอ กิน นอน เล่น” ทุกคนกลอกตา
พิม “นายอยากเป็นหมูหรือไง” นินยิ้ม
นิน “ถ้าคุณเลี้ยงผมละก็ผมเป็นอะไรก็ได้นะ” พิมชูหมัดขึ้นมา
พิม “อยากตายหรือใครจะเลี้ยงนาย” นินหัวเราะแห้งๆ แสนกับทองเดินไปกระซิบบางอย่างท่านเจ้าคุณแล้วท่านเจ้าคุณในตาวูบไหวแล้วพากันเดินหลบไปโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตแล้วคุยกัน
” เอ็งสองคนแน่ใจรึ “ทั้งสองพยักหน้า
” ขอรับดวงไฟพวกนั้นจะต้องเป็นคบไฟแน่นอนขอรับและการที่มีจำนวนขนาดนั้นจะต้องเป็นค่ายโจรหรือไม่ก็หมู่บ้านเล็กๆ แน่ๆ ขอรับ “ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้วเขาไม่เคยได้ยินว่ามีการขอสร้างที่อยู่ในป่าที่เป็นเส้นทางไปเมืองหลวงมาก่อน ทั้งนี้เพื่อการตัดปัญหาของการแฝงตัวของศัตรูพวกเขาจึงสงวนป่าแห่งนี้เอาไว้นั่นเองหมู่บ้านสามารถตั้งรอบๆ ภูเขาได้แต่ห้ามสร้างในป่าลึกเด็ดขาดสาเหตุก็อย่างที่กล่าวไปแล้วคนที่ไม่มีความคิดแอบแฝงจะอยากไปอยู่กลางป่าใกล้เมืองหลวงกัน
“งั้นคืนนี้เราแอบไปดูกัน” ทั้งสองพยักหน้าเมื่อทุกคนเข้านอนท่านเจ้าคุณสั่งบ่าวที่มีฝีมือหลายคนให้เฝ้ายามเพราะพวกเขาจะไม่อยู่สั่งสองสามชั่วโมง คนโบราณนอนเร็วอยู่แล้วสองทุ่มกว่าๆ ก็หลับกันหมดแล้วทั้งสี่จังออกไปยังในป่าอีกครั้ง เมื่อขึ้นมาบนยอดเขาท่านเจ้าคุณมองลงไปก็พบว่ามีดวงไฟจริงๆ และจากประสบการณ์ของเขานั่นต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
” ไป “นินชะงักร้องถาม
นิน “ระยะทางขนาดนั้นเราอาจจะไปถึงเช้าพอดีก็ได้” ท่านเจ้าคุณกลอกตา
” เอ็งดูถูกข้าเกินๆ ไปแล้วไอ้นิน “ท่านเจ้าคุณท่องคาถาบางอย่างจากนั้นทั้งสี่ก็วิ่งเข้าไปในปาท่านเจ้าคุณย่นระยะทางผ่านไปเพียงชั่วโมงกว่าๆ ทั้งสี่ก็เข้าใกล้สถานที่แห่งนี้แล้ว
นิน” แปลกมากทำไมถึงเงียบแบบนี้ “แสนและทองก็พยักหน้า
แสน” แม้แต่เสียงแมลงยังไม่มีเลย “ป่าที่เงียบแบบนี้ย่อมไม่ปกติทั้งสี่ค่อยๆ ระวังตัวขึ้นจากนั้นหูของนินก็ได้ยินเสียงมาจากข้างหน้าเป็นเสียงคนพูดกันด้วยภาษาขอมเขาชะงัก
นิน” เดี๋ยว “ทุกคนหยุดเดินหันไปมองเขา
นิน” ได้ยินไหม “ทั้งสามส่ายหน้า
นิน” ดูเหมือนว่าพวกมันจะเป็นขอม “ทั้งสามตกใจ
” เอ็งรู้ได้ไง” นินพูดเสียงเบา
นิน” ผมสามารถได้ยินเสียงในระยะไกลพวกมันพูดภาษาขอมจริงๆ “ท่านเจ้าคุณตาโต
” ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าหลวงตาบัวสอนอะไรเอ็งมาบ้าง “นินหัวเราะ
นิน” บอกตามตรงผมเอ็งก็ไม่รู้ตอนที่เรียนผมไม่ได้สนใจหรอกว่าเป็นวิชาอะไรหลวงตาให้เรียนอะไรผมก็เรียนหมดไม่งั้นโดนตี “ทั้งสามกลอกตาดูเหมือนว่าเขาจำใจเรียนสินะ
แสน” รู้ไหมว่าอาคมน่ะไม่ใช่ว่าอยากเรียนก็เรียนได้หรอกนะโว้ย “นินส่ายหน้า
นิน” ผมไม่รู้หรอก “ทุกคนหมดคำจะพูดท่านเจ้าคุณกลับเข้าเรื่อง
” แล้วมันพูดว่าอย่างไรกันบ้างเอ็งฟังออกไหม “นินพยักหน้า
นิน” พวกมันคุยเรื่องว่าจะเริ่มแผนที่ภาคกลางตอนนี้รวบรวมของมาได้สามร้อยตัวแล้ว “ทั้งสามขมวดคิ้ว
” สามร้อยตัวหมายถึงอะไร” นินกลอกตา
นิน “พวกมันไม่ได้พูดออกมาผมเองก็จนใจแต่ว่านะสามร้อยไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยลุงเอาไงดี” ทั้งสามคิดสักพักท่านเจ้าคุณมองไปที่นิน
“เอ็งดูหน่อยว่าพวกมันได้ร่ายอาคมไว้รอบๆ หรือเปล่าถ้าเป็นพวกขอมจริงต้องวางอาคมอะไรสักอย่างไว้แน่” นินกำลังจะพูดว่าผมจะรู้ได้อย่างไรทว่าอยู่ๆ เขาจำคาถาบทหนึ่งขึ้นมาได้
นิน “งั้นหรือมีจริงๆ หรือเนี่ย” เขาพนมมือแล้วทองบางอย่างจากนั้นเขาก็เห็นพลังอาคมรอบๆ พื้นที่ข้าหน้าจริงๆ
นิน” เชี่ยทำได้ไงวะ” เขาค่อนข้างแปลกใจมากแล้วมองไปตามทิศทางของเสียงถ้าไปไม่เปิดเนตรก็คงมองไม่เห็นว่ามาอาคมขวางอยู่
นิน “มีลุง” ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมาแล้วนำใบไม้สี่ใบในย่ามออกมาแล้วท่องคาถาบางอย่างแล้วม้วนมันมาทัดหูแสนกับทองก็ทำตามนินก็รับมาทำตามอย่างมึนๆ ร่างทั้งสี่ไม่ได้ล่องหนอย่างในละครทว่าพวกเขาสามารถเดินผ่านอาคมได้ทุกชนิดและคนจะมองไม่เห็นตัวพวกเขาไม่ใช่เพราะหายตัวแต่มันจะทำให้พวกเขาอยู่ในมุมอับสายตาเสมอ
ทั้งสี่เดินเข้าไปยังทางเบื้องหน้าพบว่าในป่าหนาทึบนี้มีการสร้างกระต๊อบเล็กๆ สองหลังโดยอาศัยต้นไม้บังสายตาและที่น่าตกใจมีโลงศพจำนวนมากนอนเรียงรายตามพื้นมากกว่าร้อยโลงทั้งสีตกตะลึงโลงศพพวกนี้เป็นโลงศพแบบจีนนี่ทำให้ทั้งสีงงไปหมด ใจกลางมีโลงไม้ที่ทำจากไม้เนื้อดีสี่โลงและมียันต์จีนแปะไว้และนินที่รู้ภาษาจีนและดูหนังผีจีนมามากก็หัวชาหนึบทันทีบนโลงมีเครื่องหมายกระบี่เจ็ดดาวอยู่ด้วยและบนยันต์เขียนว่า “มีบัญชา แม่ทัพปรากฏตัว”
นิน” เชี่ยคงไม่ใช่หรอกนะ “เขาคิดถึงหนังจีนที่มีอาจารย์ที่คิ้วต่อกันปราบผีดิบขึ้นมาแต่พอคิดอีกทีนี่มันพวกขอมนี่จะไปทำแบบนั้นได้อย่างไรเขาจึงสบายใจ
นิน “จับพวกมันมาถามก็สิ้นเรื่อง” ทั้งสี่ชักดาบออกมาแล้วย่องเข้าไปยังบ้านหลังหนึ่งแต่พอทั้งสี่อยู่ห่างจากตัวบ้านสิบก้าวพวกมันก็รู้ตัวทันทีกระโดดหนีออกมาจากในบ้าน
นิน “เวรมันรู้ตัวแล้ว” ท่านเจ้าคุณร้องออกมา
“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้พวกขอบข้าล้อมเอ็งไว้หมดแล้ว” นินกลอกตาสี่คนเรียกว่าล้อมได้หรือแถมมันจะฟังออกไหมพูดภาษาไทยเนี่ย
นิน “ผมเอง” เขาพูดภาษาขอบออกมาในคำพูดเดียวกัน มันแสยะยิ้มออกมา
“ในเมืองพวกมึงเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นก็ตายเสียเถอะ” คนของพวกมันทั้งหมดมีเจ็ดคนค่อยๆ เดินออกมาจากในบ้าน ชายร่างใหญ่บ่นออกมา
“แม่งเอ๊ยโดยเจอก่อนจนได้อย่างไรก็ต้องฆ่าพวกมัน” ร่างชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามายังพวกเขาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ทว่า ปังงงง เท้าของนินเตะเข้าไปที่ก้านคอของมันกระเด็นออกไปอย่างแรง
นิน “ไอ้เวรเล่นทีเผลอหรือไง” จากนั้นก็เป็นการต่อสู้ที่วุ่นวายทันที ท่านเจ้าคุณปลุกของให้แสนและทองพลังของทั้งสองจึงเหนือมนุษย์แล้วพุ่งเข้าโจมตีพวกมัน ท่านเจ้าคุณปลุกของให้ตัวเอง บูมมมม ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังชายผิวดำชักดาบออกมาอีกมือก็กำบางอย่างเอาไว้แล้วร้องเตือน
” ไอ้พวกนี้มีของดีอย่าประมาท “ชายผิดดำหนวดเหมือนเขาควายมีชื่อว่า ซาไบ เป็นหัวหน้าของคนพวกนี้เมื่อมันท่องคาถาผีร้ายก็ปรากฏรอบตัวมันกว่าสามสิบตัว
นิน “เชี่ย “ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา
” อยากจะเล่นกับข้าหรือ “ท่านเจ้าคุณพุ่งเข้าไปแล้ววาดดาบอาคมพุ่งเข้าใส่ผีร้ายที่เข้ามารุมเขาแน่นอนว่าพวกมันต้านท่านเจ้าคุณไม่ได้หรอก ดาบของท่านเจ้าคุณฟันไปที่วิญญาณของพวกมันราวกับหั่นผักผีร้ายกรีดร้องออกมา
“ผีกระจอก” ท่านเจ้าคุณมีอักขระปรากฏรอบตัว
ซาไบ” เก่งกาจอะไรอย่างนี้ “มันตกใจมากเพราะผีของมันนั้นร้ายกาจมากทว่าท่านเจ้าคุณกลับหลบหลีกแล้วโจมตีจุดตายได้ทันทีแถมดาบนั่นยังเป็นอาคมชั้นสูงอีกด้วย
ชาไบ” คงต้องใช้อะไรที่มันหนักกว่าเดิม “มันท่องบางอย่างออกมาจากนั้นลูกน้องของมันทั้งหมดก็มีท่าทางดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า เคร้งๆๆๆๆ พวกมันพุ่งมาทางนินสองคน อย่างไรก็ตามมาตรงๆ แบบนี้ก็เสร็จนินน่ะสิ ควับบบ นินหลบดาบของมัน สวบบบ แล้วแทงมีดสั้นเข้าลำคอของมัน อ๊อก อ๊อก!!! มันสำลักเลือกสองสามครั้งก่อนจะจตายอีกคนที่กระโดดมาพร้อมกันก็ฟันดาบใส่นินอย่างไรก็ตามนินเอาหัวของคนก่อนหน้ารับดาบของมัน ฉัวะ!!! แล้วแทงมีดสั้นเขาที่คอของมัน สวบ!!! ชายร่างใหญ่ตกตะลึกเขาตายง่ายขนาดนี้เชียวหรือ ด้านแสนและทองรับมือสี่คนไม่ไหวจริงๆ จึงถอยออกมา
นิน” ผมมาช่วยแล้ว “ร่างนินพุ่งออกมาแล้วกระโดดเข่าลอยไปที่หับของพวกมันคนหนึ่ง ปังงง ร่างของมันกระเด็นออกไป
ทอง” แล้วทางเอ็งแล้ว “นินหันมายิ้ม
นิน” เป็นศพไปแล้ว “ทั้งสองตกตะลึง วิชาฆ่าคนของนินนั้นร้ายกายมากแถมไอ้สองคนนี้เป็นแค่ทหารไม่ใช่จอมเวทย์มันจึงต่ายง่ายๆ แบบนั้น ตอนนี้พวกมันเหลือห้าคนแล้ว
” ท่านซาไบเอาอย่างไรดีพวกนี้ไม่ใช่แค่ทหารธรรมดาแล้ว “ซาไบหน้ากระตุก
” เหอะๆ อย่าตื่นตระหนกไป “ซาใบหยิบกระดิ่งทองขึ้นมาแล้วสั่นหนึ่งครั้ง กิ๋งงงง เสียงนี้ไม่ดังไม่เบายันที่โลงทั้งสี่ปลิวออกไป ปังงง ฝ่าโรงทั้งสี่เปิดออกจากนั้นโลงศพที่มียันต์แปะไว้ก่อนหน้านี้ก็ตั้งขึ้นก่อนที่มันจะมีกลิ่นแปลกๆ ออกมากระดิ่งก็ดังอีกครั้ง กิ๋งงงง ศพด้านในลืมตาขึ้นมา
นิน “เชี่ยแล้วนั่นมัน” ร่างของศพที่มีเขียวและเล็บอันแหลมคมพุ่งเขามาทางพวกของนินมันไม่ได้เหมือนในละครหรือหนังที่เราเคยดูที่กระโดดหย็องๆ ทว่ามันเหมือนซอมบี้มากกว่ามันรวดเร็วและมีพลังเหนือมนุษย์ ทั้งสามตกตะลึงกับภาพที่เห็นผีพวกเขาเคยเจอแต่ศพเดินได้แบบนี้เป็นครั้งแรก
นิน” บ้าเอ๊ยลุงจะตกใจทำไมเดี๋ยวก็โดนมันกินหรอก” ทั้งสามได้สติจึงรีบรับมือ “มันเหวี่ยวมือเข้าหาท่านเจ้าคุณ ควับบบ ท่านเจ้าคุณรีบฟันดาบออกไป เคร้งๆๆๆ ร่างท่านเจ้าคุณถึงกับกระเด็นออกไปทันทีเขากระแทกต้นไม้หักไปถึงสองต้นแล้วรีบลุกขึ้นมา
“ตัวอะไรวะเนี่ย” มันจู่โจมด้วยความเร็วท่านเจ้าคุณรีบรับแล้วถอย
นิน” เชี่ยพลังอะไรกันเนี่ย “ซาไบหัวเราะ
ซาไบ” ตายเสียเถอะแล้วมาเป็นศพดิบให้ข้า “นินมองไปที่ซาไบ
นิน “แค่ฆ่าแกได้ก็จบแล้วไม่ใช่หรือ” นินพุ่งเข้าใส่ร่างของซาไบ เหล็กไหลในร่างนินวิ่งไปมาซาไบตาเบิกกว้าง
” นี่มัน “ตูมมมม นินต่อยไปที่มันซาไบยกแขนขึ้นมากันไว้ทว่า พรวดดด มันพ่นเลือดออกมาอย่างตกใจ
ซาไบ” แกเป็นใครกันแน่ทำไมถึงมีไอ้นั่น “นินสับสน
นิน” ไอ้เวรฉันเป็นผู้ชายก็ต้องมีไอ้นั่นสิวะ “เขาท่องคาถาปลุกของที่ครูบาให้มา บูมมมม พลังของเขาระเบิดออกมา สีหน้าของซาไบหวาดกลัวขึ้นมา
ซาไบ” ผิดปกติไอ้เวรนี้มันผิดปรกติแล้ว “นินสะบัดมีดสั้นออกไป ฟี้วววว มันหลบทันทีทว่าตีนนินถึงใบหน้าของมันแล้ว ปังงงง ร่างมันหมุดกลางอากาศนินชักกระบี่ออกมาฟันไปที่ร่างของมัน เคร้งงงง มันใช้ดาบอาคมรับไว้แล้วดีดตัวไปข้างหลังก่อนจะใช้ผีของมันเล่นงานนิน
นิน” ไอ้สารเลว “นินต่อสู้กับผีอย่างดุเดือดส่วนท่านเจ้าคุณก็ถอยอย่างต่อเนื่องเพราะผีดิบพวกนี้ฟันแทงไม่เข้าเลย สมุนของซาไบกำลังจะเข้าไปฆ่ามั้งสามทว่า ปึกๆๆๆ มีดบินของนินปักเข้าที่ร่างพวกมันยังดีที่ไม่โดนจุดตายของมันเพราะนินพัวพันกับผีหลายตน
” บัดซบ “มันชักมีดสั้นของนินออกเลือดพุ่งออกมา อย่างไรก็ตามดาบของแสนก็ถึงคอมันแล้ว เคร้งๆๆๆ เพื่อนมันมาช่วยไว้ได้ทัน เมื่อเสียจังหวะแสนก็ถอยออกไปแล้วหันไปรับมือผีดิบแทน เคร้งงง แสนใช้ดาบรับกรงเล็บของมันแต่ก็ต้องกระเด็นออกไปอย่างแรง
แสน “พลังอะไรกันเนี่ย” ส่วนท่านเจ้าคุณตอนนี้กำลังรับมือผีดิบถึงสองตัวเขาใช้ดาบยันร่างพวกมันไว้ทว่าร่างเขาไถลถอยหลังอย่างแรง
” แม่งตัวอะไรกันวะเนี่ย “เขาดีดตัวขึ้นแล้วตีลังกาข้ามตัวพวกมันไปทำให้พวกมันเสียหลักแต่ก็พลิกตัวกลับมาได้ทันที ส่วนทองกำลังกระเด็นผ่านหน้าท่านเจ้าคุณไป โครมมม เขากลิ้งไปกับพื้นแล้วกระแทกไปที่โลงศพที่วางอยู่ทองรีบลุกขึ้นแล้วจับเอาโลงศพที่วางอยู่เหวี่ยงเข้าใส่มันที่พุ่งตามเข้ามา ตูมมมม โลงศพแตกกระจายศพด้านในกระเด็นออกมาแต่ผีดิบไม่เป็นอะไรเลย
ทอง” เชี่ยเอ๊ย “เวลาเดียวกันนินก็ปราบผีได้หมดแล้วพุ่งเข้าใส่ร่างซาไบ
นิน “ไอ้สารเลวฉันจะฆ่าแกเสีย” มันหัวเราะ
“ฆ่าข้าก็ไม่มีผลพวกมันจะไม่หยุดแม้ว่าข้าจะตายไปแล้วถ้าข้าไม่ได้สั่งให้มันหยุด” นินยิ้มออกมา
นิน “งั้นก็ง่ายเลยของแค่จับแกได้ทุกอย่างก็จบแล้ว” ซาไบหัวเราะแต่สีหน้ามันก็เปลี่ยนไปเพราะอาคมของมึนเสื่อมพลังลง
“บัดซบ"ตอนนั้นเองมันโดนนินต่อยตอนนั้นและโดนเตะไปอีกอาคมของนินมีผลสลายอาคมฝ่ายตรงข้ามชั่วคราวปุณยะโดนมาแล้ว
“บัดซบครั้งนี้แม้ไม่สำเร็จแต่ครั้งหน้าเราจะมาแก้แค้นแกอย่างแน่นอน “ว่าจบมันก็ท่องคาถาบางอย่างหมอกสีดำก็ปกคลุมไปทั่วทั้งป่า
นิน” จะหนีหรือ “เขาชักปืนคาบศิลาออกมายิงสวนไปในกลุ่มควัน ปังงงง เสียงกระดิ่งดังหลายครั้งจากนั้นคนทั้งห้าและศพอีกสี่ศพก็หายไปนินหันไปหาพวกแสนและท่านเจ้าคุณ
นิน” เป็นอย่างไรบ้าง “ทั้งสามส่ายหน้า
” ไม่เป็นไร” นินตรวจร่างกายทั้งสี่พบว่าไม่มีปัญหาก็โล่งใจ
เมื่อทั้งสี่ช่วยกันตรวจสอบก็พบว่ามีศพทั้งหมดสามร้อยศพทั้งชายและหญิงดังนั้นที่พวกมันคุยกันก็คงหมายถึงจำนวนศพพวกนี้แน่นอน
ทอง “พวกมันเอาศพพวกนี้มาทำอะไรกัน” นินคิดสักพัก
นิน “ผมเห็นยันต์จีนเป็นไปได้ไหมว่านี่อาจเป็นอาคมของจีน” ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว
“เอ็งพูดน่าคิดขอมก็สนับสนุนจีนเหมือนกันดีเลยอีกไม่นานทูตจีนจะมาไทยถึงตอนนั้นเราลองปรึกษาดูแต่ถึงอย่างไรข้าต้องให้ทางกรมพระตำรวจและกระทรวงเวทมนตร์เข้ามาจัดการเรื่องนี้ เสียก่อน “ทั้งสามพยักหน้านินเคยได้ยินเหมือนกันว่าสมัยโบราณมีกระทรวงนี้อยู่จริงๆ
“เอ็งสามคนเฝ้าที่นี่ไว้ก่อนข้าจะกลับเข้าเมืองไปแจ้งข่าวน่าจะกลับมาตอนเช้าพอดี “พวกนินไม่มีปัญหาท่านเจ้าคุณว่าจบเขาก็ใช้วิชาย่นระยะก้าวออกไปนินเห็นร่างท่านเจ้าคุณเคลื่อนไหวก็ตกใจมันไม่ใช้หายแบบแว็บๆ แบบนั้นแต่มันเหมือนร่างท่านเจ้าคุณเป็นเส้นพุ่งหายไปในป่า
แสน “อย่าตกใจนี่วิชาย่นระยะในมุมมองของคนที่ไม่ได้รับผลของวิชานั้น” นินตกตะลึง
นิน “โคตรสุดยิ่งกว่าของไอ้คนที่เราเจอตอนนั้นอีก” แน่นอนนินหมายถึงปุณยะ
นิน “ว่าแต่ทำไมลุงไม่ใช้วิชานี้ไปสามโคกเล่าจะได้ถึงเร็วๆ” ทั้งสองหน้ากระตุก
แสน” เอ็งคิดว่าคนมากขนาดนั้นท่านเจ้าคุณจะพาไปหมดอย่างไร “นินหัวเราะแห้งๆ
นิน” นั่นก็จริง “ส่วนพวกของซาไบที่หนีออกมาด้วยวิชาหลบหนีคาถาของมันไม่ธรรมดามันปรากฏตัวที่เส้นทางหลบหนีที่เตรียมไว้แล้วมีคนของมันอยู่ที่นี่ด้วยสองคนพวกมันรอบคอบมากถึงขั้นเตรียมทางหนีเอาไว้แล้ว พรวดดด ชายที่เฝ้าที่นี่อยู่รีบถาม
” เกิดอะไรขึ้น “ซาไบกระอักเลือดออกมากระสุนปืนที่นินยิงออกมาเข้าหน้าอกมันเต็มๆ
“ใช่จริงๆ ด้วยมันมีมหามนตราทลายเวทย์” พรวดด มันกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
ซาใบ “ไม่มีอะไรเจ้าไปเตรียมรถม้า “มันสองคนรีบทำตามลูกน้องซาไบถามอย่างเป็นห่วง
” ท่านจอมเวทย์ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” ซาใบหยิบยาขึ้นมากินหนึ่งเม็ด
” พาข้าไปหาหมอก่อนป่านนี้พวกมันคงจัดกำลังตามหาเราแล้วคงไปเมืองหลวงไม่ได้ “พวกมันคนหนึ่งกล่าวขึ้น
” งั้นเราจะไปที่ไหนดี “มีคนเอ่ยขึ้น
” สามโคกดีหรือไม่แม้ไม่ใช่เมืองแต่ก็มีหมอ “ซาไบส่ายหน้า
” ไปที่นั้นไม่ได้เทพพยากรณ์กล่าวไว้ว่าที่นั่นมีชะตาสังหารเราท่านเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้แล้วดูเหมือนว่าท่านคงรู้แล้วว่าพวกเราจะเจอหายนะจึงเตือนไว้ก่อน” พวกเขาสับสน
“เช่นนั้นเราควรไปที่ใด” มันคิดสักพัก
ซาไบ” ไปที่เมืองศรีวิชัย “ทุกคนพยักหน้าแล้วขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้แล้วออกเดินทางทันทีศพทั้งสี่ก็เข้าไปอยู่ในโลงใหม่เรียบร้อยรถม้าของมันคันใหญ่พอสมควร ในตอนตีห้าพวกของกระทรวงเวทมนตร์ก็มาถึงด้วยวิชาย่นระยะโดยคนที่ดูแลกระทรวงนี้อยู่คือพระยาสมานและศิษย์ของเขาอีกหลายคนตามมาด้วยรวมไปถึงเจ้าหน้าที่จากกรมพระตำรวจ พระยาดำรงณ์ และตำรวจอีกหลายนาย พระยาสมานมองรอบๆ แล้วตรวจสอบทุกอย่างก็ขมวดคิ้ว
“จากเรื่องที่ท่านเจ้าคุณเล่าแสดงว่าพวกมันใช้วิชาหนึ่งที่ข้าเคยได้คุยนักพรตเต๋าของทางจีนเมื่อสองปีก่อน” ทุกคนตั้งใจฟัง
“มันเรียกว่าเจียงซือหรือพูดง่ายๆ ว่าผีดิบ” ทุกคนตกตะลึงท่านเจ้าคุณถาม
” มันเป็นอย่างไรรึ “พระยาสมานส่ายหน้า
” ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันตอนนั้นแค่คุยกันผ่านๆ แต่ว่าศพพวกนี้มีผงบางอย่างโรยอยู่ทำให้ศพพวกนี้ไม่เน่าไม่มีกลิ่นแถมเหมือนเพิ่งตายใหม่ๆ ไม่รู้ว่าทำมาจากอะไร “ทุกคนเปิดโลงดูพระยาดำรงณ์เหมือนคิดอะไรได้
“นี่อาจจะเกี่ยวกับคดีศพหายหรือเปล่า” ทุกคนก็เพิ่งนึกออกท่านเจ้าคุณรีบกล่าว
“ไอ้ดำงั้นเอ็งตรวจสอบที่มาของศพพวกนี้ว่าตรงกันหรือไม่แล้วดูมาจากที่ใดถ้าตรงกันก็แสดงว่าคดีนี้เชื่อมโยงกันแล้ว “พระยาดำรงณ์พยักหน้าเขาตื่นเต้นมากคดีนี้กำลังดังมากในหมู่กรมพระตำรวจในหลายๆ เมือง
” ขอรับ” หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยคณะท่านเจ้าคุณก็กลับเข้าไปรวมกลุ่มของเขาเมื่อทั้งสี่มาถึงก็พบว่าภรรยาของเขาตื่นขึ้นมาแล้วและทำหน้ากังวลและโกรธเมื่อเห็นทั้งสี่ที่สภาพมอมแมมความโกรธก็หายไปเหลือแต่ความห่วงใย
ไหมแก้ว “ออกไปก็ไม่บอกกันสักคำ” ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา
“ถ้าบอกคุณหญิงก็คงไม่ได้นอนแล้วเอาล่ะเราออกเดินทางต่อกันเถอะ” นางยกขันน้ำมาจากบ่าว
ไหมแก้ว “ล้างหน้าล้างตาเสียหน่อยเถิด” ท่านเจ้าคุณรับมาด้วยรอยยิ้ม นินกลับไปที่รถม้าเตรียมท่าจะนอนเขารู้สึกเหนื่อยเพราะปลุกของเมื่อคืนใช้พลังงานไปเยอะก็มีเสียงเย็นๆ ดังข้างๆ รถม้า
“ล้างหน้าก่อนเถอะจะนอนทั้งแบบนี้ได้อย่างไร” พิมยกขันน้ำมาให้
นิน “ขอบคุณครับ” จากนั้นนางก็ส่งผ้าชุบน้ำให้เขา
พิม” เช็ดหน้าเช็ดตาแล้วแปรงฟันก่อนค่อยนอน “บ่าวส่งน้ำอีกขันให้เขานินยิ้มออกมาทำทุกอย่างแล้วนอนตื่นขึ้นมาอีกทีก็ถึงสามโคกแล้ว…
(กระทรวงเวทมนตร์ไทย หรือที่รู้จักในประวัติศาสตร์ว่า "กระทรวงแพทยาคม" หรือ "ศาลกระทรวงแพทยา" เป็นหน่วยงานในสมัยอยุธยาถึงต้นรัตนโกสินทร์ ทำหน้าที่สอบสวนคดีไสยศาสตร์ คุณไสย เวทมนตร์ และเสน่ห์ยาแฝด โดยมีผู้เชี่ยวชาญวิทยาคมเป็นตุลาการ ก่อนถูกยุบในสมัยรัชกาลที่ 5)