อีกฟากฝั่งหนึ่ง หลานหลิงที่ไม่รู้จะสื่อสารกับิญญาอย่างไรในสมองของเขาบรรจุไว้ด้วยตัวอักษรหลากหลายภาษาแต่ไม่มีภาษาไหนไว้ใช้พูดคุยสื่อสารกับภูตผีไม่ทราบอะไรดลใจเช่นกัน ระหว่างที่หลานหลิงกำลังค้นเข้าไปในความทรงจำของตนเองเขาระลึกขึ้นมาได้ว่าท่านแม่ของเขาในผาเหล็กดำเคยสั่งสอนว่ามิให้ผิวปากยามค่ำคืนนอกจากศัตรูจะสังเกตตัวเขาพบมันจะเป็การส่งเสียงเรียกเหล่าิญญาให้ตามมาหาได้
แต่หลานหลิงนั้นไม่ค่อยรู้จักเพลงของใต้หล้าแห่งนี้สักเท่าไหร่แทนที่จะเล่นเพลงที่ตนเองไม่ถนัดมิสู้เลือกเพลงที่ตนเองคุ้นชินไม่ดีกว่าหรือดังนั้นหลานหลิงจึงเลือกเพลงเพลงหนึ่ง เป็เพลงไว้อาลัยต่อผู้ที่จากไปเป็ท่วงทำนองฟังดูโศกเศร้าต่อการจากไปของคนสำคัญ
ไม่คิดว่ามันจะได้ผล ิญญาพี่น้อง..ไม่สิ!เหล่าิญญาทั้งหลายที่อยู่โดยรอบต่างก็ปรากฏกายออกมาในใจของหลานหลิงหวาดกลัวเล็กน้อย เขารู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจแต่ไม่กล้าเดินปราณิญญาให้เคลื่อนไหวปกป้องรอบกายเพราะตามที่ฟังกวงตงหรือหงลี่กล่าวิญญาเหล่านี้เป็สิ่งอัปมงคลขั้นต่ำสุดแค่แผ่พุ่งพลังปราณิญญาออกไปพวกมันก็ดับสูญได้ หลานหลิงไม่้าเช่นนั้น
เสียงผิวปากยังคงดังต่อไปแต่ทำนองเชื่องช้าโศกเศร้ากลายเป็ฟังดูเร่งเร้าให้กำลังใจหลานหลิงที่เดินนำไปไม่ได้สังเกตว่าั์ตาของิญญาเด็กสาวมีประกายออกมาเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด
ห่างที่ไกลจากจุดที่หลานหลิงอยู่ปรากฎร่างชายชราที่ถูกเรียกว่าภูตขุนเขาและร่างของสาวงามที่เรียกว่าภูตแม่น้ำ
"นั่นมันอะไรกัน" ภูตแม่น้ำกล่าว"เหล่าิญญามารวมกันราวกับขบวนร้อยอสูรนี่เป็เสียงเพลงประเภทใดข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน"
ภูตขุนเขาไม่ได้กล่าวตอบเพียงจ้องมองด้วยความตกตะลึงในใจปรากฏความสงสัยหลายอย่าง
ทางด้านหลานหลิงยังคงผิวปากเป็ทำนองเพลงไปเรื่อย ๆแต่ท่วงทำนองเปลี่ยนไปเมื่อฟังดี ๆ แล้วกลับให้ความรู้สึกสดใส มีความหวังเสียงสะท้อนในดวงตาเหล่าิญญาร้ายทั้งหลายยิ่งมายิ่งกระจ่างใสขึ้น ใสขึ้นหลานหลิงรู้สึกเย็นวาบที่มือข้างหนึ่งมือเขามองลงไปพบว่าเด็กสาวผู้อุ้มิญญาทารกในอ้อมอกเอื้อมมือมากุมมือของเขาไว้
ภาพนี้ทำเอาทำนองเพลงขาดห้วงไปชั่วขณะมือของเขาเย็นวาบแต่ในทรวงอกของเขาเกิดความอบอุ่นอันน่าประหลาดดวงเนตรที่แห้งเหือดของเขาก็รู้สึกอุ่นขึ้นมา หลานหลิงสงบจิตใจก้าวเดินต่อไปแต่ไม่อาจยับยั้งหยดน้ำที่ไหลลงผ่านแก้มซูบตอบของเขาได้
ขบวนิญญาเดินมาถึงจุดจุดหนึ่ง หลานหลิงก็หยุดเดินตรงหน้าของเขามีต้นไม้สองต้นที่พิเศษมากดูจากขนาดต้องใช้คนสามสี่คนโอบก็แสดงถึงความเก่าแก่อายุยืนยาวของมันส่วนที่พิเศษยิ่งกว่าคือเมื่อมองดูจากรากไล่ขึ้นไปตามลำต้นของมันมิได้พุ่งขึ้นสูงชันเสียดฟ้ากลับโค้งงอเข้าหาต้นไม้อีกต้นที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
หลานหลิงจ้องอยู่นานก็พบว่าที่นี่เหมาะที่สุดแล้วเขาเดินก้าวเข้าไปหาได้ผิวปากอีกเหล่าิญญาทั้งหลายไม่ได้ตามไปแต่ยังคงไม่ไปไหนเพียงแต่ล่องลอยจ้องมองหลานหลิงอยู่อย่างนั้น
หลานหลิงพยายามไม่สนใจสายตาของิญญาทั้งหลายหยิบมีดขึ้นมาจากไหนมิอาจทราบได้กุมไว้ที่หน้าอกหลับตา
อย่าตื่นตระหนกไป ข้ามิได้มีจิตคิดมุ่งร้ายพวกเขาย่อมรับรู้ได้
หลานหลิงลืมตาและเริ่มลงมือสลักอักขระลงบนโคนต้นไม้ใหญ่ท่ามกลางสายตามากมายทั้งิญญาร้ายภูตพิทักษ์และบุคคลที่ไม่ได้เปิดเผยตัวตนออกมา
อีกฟากหนึ่งหงลี่ต้องใช้เวลานานไม่ใช่น้อยกว่าจะหากวงตงกับกลุ่มคนของวังหมื่นมรรคาเจอ รอจนกวงตงสั่งการเสร็จเรียบร้อยหงลี่ถึงเข้าไปบอกเล่าเื่ที่พบเจอมาทั้งหมดกับกวงตงทั้งสองจึงเดินทางกลับไปยังจุดที่หงลี่แยกตัวออกมา
ระหว่างทางหงลี่ได้เอ่ยคำถามบางอย่างกับกวงตง
"ท่านอาจารย์อาเื่ที่ท่านชวนเด็กนั่นไปที่วังหมื่นมรรคาจะเป็ความคิดที่ดีแน่หรือ?"หงลี่ทักขึ้นมา
"ทำไมเ้าสังเกตเห็นอะไรหรือ"กวงตงดูจะไม่แปลกใจเลยที่หงลี่ถามขึ้นมา
"อาจารย์อาที่ท่านชวนหลานหลิงไปที่วังหมื่นมรรคาเป็เพราะดวงเนตรของเขาใช่หรือไม่"
กวงตงพยักหน้า "ก็มีส่วนอยู่บ้าง ทำไม? เ้าเห็นอะไรหรือ"
"ข้า...เมื่อชั่วยามก่อนข้าลองพูดคุยกับหลานหลิงดูไม่น่าเชื่อว่าเขาจะไม่มีความรู้พื้นฐานอะไรเกี่ยวกับโลกบำเพ็ญเพียรเลยจนข้าไม่อยากเชื่อว่าเขากำลังพูดจริง" หงลี่กล่าว
"เราไม่จำเป็ต้องเชื่อเขาทุกคำพูดก็ได้นี่"กวงตงตอบจากนั่นเขาถามหงลี่กลับ "เ้าคิดว่าดวงเนตรเขาเป็อย่างไรบ้าง"
หงลี่คิดเล็กน้อย "มองได้กว้างไกลอย่างแน่นอนแต่ข้าสงสัยมากที่เขาแยกแยะิญญากับมนุษย์ไม่ออกได้อย่างไร"
"ข้ามีความคิดอยู่" กวงตงกล่าว"จากที่ข้าสังเกตรวบรวมข้อมูลดูข้าคิดว่าดวงเนตรของหลานหลิงไม่ได้มองเห็นอย่างที่คนทั่วไปมองเห็นถ้าให้ข้าเดาละก็สิ่งที่หลานหลิงมองเห็นก็คือปราณิญญาในธรรมชาติ"
"โอ้" หงลี่ทำเสียงประหลาดใจ
"ปราณิญญามีอยู่ในทุกสรรพสิ่งแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถเข้าใจผิดระหว่างมนุษย์และิญญาที่มีธาตุหยินแรงกล้าข้าก็ว่าเป็ไปได้ที่เขาไม่มีความรู้พื้นฐานจริง ๆ"
หงลี่ตะลึงไป
"เ้าเองก็อย่าได้โหดร้ายกับเขานักเลยในเมื่อเ้าอ่อนไหวกับิญญาเด็กคนตนนั้นแต่เ้าอาจจะลืมไปว่าหลานหลิงก็แทบไม่ต่างจากิญญาพี่น้องนั่นเลยเพียงแค่หลานหลิงโชคดีรอดตายมาเท่านั้นเอง"
หงลี่มีสีหน้าสลดลง "ข้าเข้าใจแล้ว" นางตอบ
ในที่สุดหงลี่และกวงตงก็กลับมา ณ จุดเดิมนางเห็นหลานหลิงนั่งอยู่กับพื้นใบหน้าที่ปกติก็ซีดขาวซูบตอบดูอมโรคอยู่แล้วตอนนี้หนักหนายิ่งกว่าราวกับเป็ซากศพนางอุทานด้วยความใทันที
"เกิดอะไรขึ้น" นางถามพลางเดินไปหากวงตงที่เห็นสภาพหลานหลิงด้วยประสบการณ์ของเขาก็พอมองออกว่าหลานหลิงใช้พลังปราณิญญาไปมาก
หลานหลิงลืมตาตอบเสียงเบา "ข้าใเล็กน้อยก็เลยเร่งเร้าพลังปราณิญญา ผลคือเหล่าิญญาร้ายพวกนั้นหลบหนีไปแล้ว"
"เหล่าหรือ? มิใช่ว่ามีแต่ิญญาสองพี่น้องคู่นั้นหรอกหรือ"หงลี่ถามอย่างงุนงง
"หลังจากเ้าไป ิญญาทั้งหลายก็เริ่มออกมาจากที่ซ่อนเมื่อพวกมันมีเยอะขึ้น ข้าก็รู้สึกอ่อนแอลงเรื่อย ๆดังนั้นจึงตัดสินใจใช้พลังปราณิญญาขับไล่พวกมันไป" หลานหลิงกล่าวตอบ
หงลี่ดูผิดหวังเล็กน้อยเดิมนางรู้สึกสงสาริญญาพี่น้องคู่นั้นจึงจะไปขอวัตถุเพื่อชำระล้างิญญาจากกวงตงแต่นางกลับคิดง่ายไปไม่นึกว่ากลับมาิญญาน่าสงสารทั้งสองดวงนั้นหนีไปที่ไหนเสียแล้ว จะตามหาก็คงยากหงลี่ไม่มีวิธีติดตามทราบได้ว่าิญญาไปในทิศทางไหน
"เ้าใช้ดวงเนตรของเ้าหาิญญาสองดวงนั้นได้หรือไม่"หงลี่หันมาถามหลานหลิง เพียงแต่ต้องผิดหวังเมื่อเห็นหลานหลิงส่ายหน้ากวงตงได้ฟังก็พอคาดเดาได้ว่าหงลี่หมายถึงิญญาดวงไหนย่อมต้องเป็ิญญาพี่น้องที่มาอ้อนวอนพวกเขาใกล้ ๆ อย่างแน่นอน เขาเหลือบมองท่าทีผิดหวังของหงลี่ก่อนจะกล่าว
"ไปกันเถอะข้าได้แจ้งให้คนของวังหมื่นมรรคาทราบถึงจุดฝังศพพวกนี้แล้วนอกจากนี้ข้ายังใช้เข็มทิศหยินหยางแจ้งตำแหน่งหลุมศพที่เหลืออยู่แล้วด้วยหากคนของเราจัดการหลุมศพไร้ญาติพวกนี้ให้เรียบร้อยแล้วิญญาพวกนั้นย่อมไปสู่ที่ที่ควรไปเองนั่นแหละ"
หงลี่พยักหน้า
กวงตงดูสภาพเหนื่อยล้าของหลานหลิงแล้วจึงตำหนิหงลี่เล็กน้อย"ดูเ้าสิ หนทางสู่ขอบเขตแก่นทองอยู่ไม่ไกล ยังทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังทิ้งน้องชายหลานให้อยู่คนเดียวได้อย่างไร"
' ทีท่านยังทิ้งให้พวกข้าดูแลกันเองหน้าตาเฉย' กวงตงหารู้ไม่ว่าทั้งหงลี่และหลานหลิงต่างแอบคิดในใจพร้อมกัน
"ในเมื่อมากันแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางกันเถอะหนทางสู่วังหมื่นมรรคายังอีกยาวไกล"กวงตงกล่าวหลังจากสีหน้าของหลานหลิงดีขึ้นมาแล้วต่างคนต่างเริ่มลุกขึ้นเก็บข้าวของ
"ท่านกวง" หลานหลิงทักเสียงเบา
"มีอะไรหรือ" กวงตงหันมาถาม
"คือ..ข้าสงสัยว่าิญญาในอาณาเขตนี้ถูกปัดเป่าไปหมดหรือยัง"
แววตาของกวงตงปรากฏความงุนงงสงสัยวูบหนึ่งก่อนจะยิ้มแล้วตอบว่า"ไปหมดแล้ว แถวนี้ไม่เหลือพลังหยินแปลกประหลาดอยู่อีกแล้ว"
"ขอรับ" หลานหลิงตอบรับผิดหวังเล็กน้อยที่กวงตงไม่หยิบเข็มทิศออกมาสำรวจแต่อย่างน้อยเขาก็จดจำอักขระสำคัญไว้เรียบร้อยแล้ว
"ไปกันเถอะ" กวงตงกล่าว หงลี่ก็เดินตามเขาไปหลานหลิงเดินรั้งท้าย ในใจนึกถึงคำพูดของกวงตงอยู่ในเลิกรา
ไปหมดแล้ว แถวนี้ไม่เหลือพลังหยินแปลกประหลาดอยู่อีกแล้ว
หลานหลิงเหลือบมองไปด้านข้าง ปรากฏร่างของเด็กผู้หญิงผู้หนึ่งสวมชุดคลุมตัวยาวสีชมพูดูสดใสเท้าเรียวสวยสวมไว้ด้วยรองเท้าทำจากไม้ยามเดินไปมามักจะได้ยินเสียงดัง ก๊อก ก๊อกก๊อก
ผมของนางยาวประบ่า แขนทั้งสองรวบไว้ที่ด้านหน้าอย่างสำรวมที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็ใบหน้าสำหรับเด็กวัยเก้าปีสิบปีใบหน้าของนางนับว่าน่ารักน่าชังอย่างยิ่งมีแววเติบใหญ่กลายเป็สาวงามได้ไม่ยาก
เสียเพียงอย่างเดียวคือตรงที่ดวงตาของนางควรจะใสกระจ่างสะท้อนความงดงามของใต้หล้าและผืนฟ้ากลับกลายเป็หลุมดำอันกลวงเปล่ามืดลึกไร้สิ้นสุดที่หัวและหางตาปรากฎคราบน้ำสีดำขุ่นข้นไหลลงมาตามใบหน้าดูน่าหวาดกลัวน่าขนลุกเป็อย่างยิ่ง
เมื่อหลานหลิงมองลงไปทางนางนางก็มองขึ้นมาทางหลานหลิงเช่นเดียวกัน
"หลิงเก้อเก้อ ข้ารอท่านอยู่อีกภพนานแล้วเมื่อไหร่ท่านจะตามข้ามาเสียที"