4
ขู่
ล็อบบี้โรงแรมหรูตกแต่งด้วยผนังสีทองและพรมสีแดงเข้มตัดดำชานเดอร์เลียห้อยระย้าอยู่กึ่งกลางเพดานที่ประดับกระจกเงาแพรวพราว ชุดโซฟาหลากหลายสไตล์วางกระจายอยู่รายรอบและชุดริมผนังด้านในสุดซึ่งเป็โซฟาหนังสีดำปักหมุดสีทองก็คือจุดหมายที่หญิงสาวร่างอรชรกำลังเดินเข้าไปหาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“เชิญนั่งครับคุณเตย” อภินันท์ลุกขึ้นยืนต้อนรับ กล่าวเชื้อเชิญเสียงนุ่มนวล
“นี่มันโรงแรมของพี่ชายฉัน ฉันมีสิทธิ์นั่งเองค่ะคุณอภินันท์”หญิงสาวเจตนาเน้นคำเรียกชื่อจริงอย่างเป็ทางการเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจต่อไปว่าเธอไม่พอใจที่เขาเรียกชื่อเล่นของเธอ
“อ๋อ ครับคุณธันย์ชนก” พยายามที่จะไม่ยิ้มขันทั้งที่กิริยาเชิดหน้าจิกตาของสาวสวยตรงกำลังทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างง่ายดาย
“คุณคงทราบธุระของฉันแล้ว” ธันย์ชนกนั่งหลังตรงด้วยส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสามเซ็นติเมตรทำให้เธอเชิดหน้าได้สูงกว่าอีกฝ่ายแบบไม่ยากเย็นสมาชิกตระกูลวราเวศุกลส่วนใหญ่ตัวสูง รูปร่างสมส่วน หน้าตาดีซึ่งชายตรงหน้านี่น่าจะสูงกว่าเธอแค่ไม่กี่เซ็นติเมตรเท่านั้น
“ครับ เมื่อครู่คุณธานินทร์โทรมาบอกผมบ้างแล้วแต่ผม ยังไม่ทราบรายละเอียด เช่นจำนวนแขกประเภทเครื่องดื่มกับอาหารที่คุณ้า” คว้ากาแล็คซี่โน๊ตดึงปากกาออกมาเตรียมจดข้อมูล
“น่าจะสามสิบกว่าคน อาหารเครื่องดื่มเอาที่ดีที่สุดปริมาณไม่อั้น ส่วนเค้กฉันสั่งร้านทำ คงติดต่อไปส่ง่ค่ำๆ”
“ได้ครับ”
“ตกแต่งสถานที่ให้ด้วย ขอแบบเท่ห์ๆ แมนๆ ไม่ต้องหวานนะเซ็กซี่หน่อยก็ดี”
“แบบแมนๆ แต่เซ็กซี่หรือครับ”
“ใช่”
“แล้วเ้าของวันเกิดชื่ออะไรครับ”
“จะรู้ไปทำไม” เสียงหวานถามห้วนๆ
“ผมต้องทำป้ายอวยพรวันเกิด รึเปล่า” เขาเลิกคิ้วถามเป็การบอกคำตอบไปในตัวธันย์ชนกเหวี่ยงสายตามองชายข้างกายอย่างหมั่นไส้เรียวคิ้วดกๆ
“ชื่อเอ็ดดี้”
“ใช้ชื่อเล่นเลยหรือครับ” ชื่อฝรั่งซะด้วยสงสัยจะแฟนหนุ่มหรือไม่ก็กิ๊ก
“ใช่ งานเลี้ยงแบบกันเอง เพื่อนซี้กันทั้งนั้น รู้แค่นี้พอใจ หรือยัง”
“ครับ แต่ถ้าคุณ้าสั่งอะไรเพิ่มติดต่อผมได้ตลอดเวลานะครับนี่เบอร์” ดึงนามบัตรออกจากกระเป๋ามายื่นให้สาวสวยตรงหน้านิ่งมองอยู่อึดใจก่อนรับไปแล้วผุดลุกขึ้นยืน เอ่ยลาสั้นๆแล้วก้าวจากไป
อภินันท์มองตามเรือนร่างอรชรในชุดสีหวานแล้วได้แต่อมยิ้มให้ตัวเองไม่คิดถือสากิริยาที่ธันย์ชนกแสดงออกกับเขา เธอเป็คุณหนูไฮโซตระกูลใหญ่แถมพี่ชายยังเป็เ้านายใหญ่ของเขา มันก็ไม่แปลกอะไรที่เธอจะ‘ข่ม’เขาบ้าง
ทั้งที่ตอนรู้จักกันครั้งแรกเธอเคยส่งยิ้มหวานให้ทำท่าจะทอดสะพานให้เขาเดินเข้าหาโดยสะดวกแต่พอเขาตั้งท่าจะก้าวเข้าหาด้วยการขอนัดทานอาหาร เธอกลับปฏิเสธเสียงแข็ง
‘ไม่ค่ะ แล้วไม่ต้องมาตอแยฉันอีก คนอย่างธันย์ชนก วราเวศกุล จะไม่ยุ่งกับสามีใคร’
เธอสะบัดบ๊อบใส่เขาั้แ่วันนั้นโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมพูดหรืออธิบายอะไรและหลังจากนั้นก็ไม่เคยมองหน้าหรือญาติดีกับเขาอีกเขาจึงได้แต่บอกตัวเองว่าอย่าไปสน เขาไม่ได้รู้สึกอะไรๆ กับเธอเสียหน่อย
คงมีคนบอกเธอว่าเขามีลูกแล้วแต่คงไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดว่ามีลูก แต่ไม่มีเมีย
เขาไม่เคยปิดบังเื่นี้ ปล่อยทุกอย่างให้เป็ไปตามปกติทุกเช้าเขาต้องไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนตอนเย็นก็จ้างพี่เลี้ยงไปรับแล้วอยู่ดูแลพาเข้านอนจนกว่าเขาจะกลับถึงบ้านกลางดึกผู้ชายอายุสามสิบมีลูกสาวอายุแปดขวบใครรู้ก็น่าจะเดาได้ว่าทำผู้หญิงท้องั้แ่ยังไม่จบมหาวิทยาลัยนั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ถ้าเพียงแต่แม่ของ‘ขนมเค้ก’จะเป็ผู้หญิงที่เขารัก แต่กลายเป็ว่าผู้หญิงคนนั้นทำให้เขาสูญเสียผู้หญิงที่เขารักไป
ภายในบ้านสวนอินทิราเวลาสี่ทุ่มครึ่งยังเปิดไฟสว่างจ้าแถมยังมีเสียงชายหญิงคู่หนึ่งโต้ตอบกันไปมานานกว่าสิบห้านาทีแล้วดีที่บริเวณโดยรอบเป็สวนดอกไม้ ไม่มีเพื่อนบ้านหรือบ้านพักคนงานอยู่ใกล้ๆให้ได้เปิดประตูหน้าต่างออกมารับฟังว่าพี่น้องบ้านนี้ทะเลาะอะไรกันหนักหนา จะมีก็แต่คนรับใช้และคนสวนที่เป็สามีภรรยากันเท่านั้นที่ต้องนอนทนฟังอยู่ในห้องส่วนตัวชั้นล่าง
“โอ้ย!นี่หยุดทะเลาะกันสักทีได้ไหม จะให้แม่หัวใจวายตายตามพ่อไปก่อนหรือไงพวกแกสองพี่น้องถึงจะยอมญาติดีกันซะทีน่ะหึ” วัลภาว่าอย่างหนักอกหลังจากทนฟังสองพี่น้องโต้เถียงกันไปมาด้วยเื่การแบ่งขายที่ดินบ้างการขายหุ้นบ้าง การขอเงินก้อนไปร่วมธุรกิจกับเพื่อนบ้าง แต่สรุปก็คือไม่ว่าวศิน จะยื่นข้อเสนออะไรอินทิราก็ยกหลักการและเหตุผลมาปฏิเสธได้หมด
“อินไม่ได้อยากทะเลาะนะแม่แค่พยายามอธิบายให้พี่วินเข้าใจ”
“กูเข้าใจโว้ยเข้าใจว่ามีน้องหัวหมอ งก ห่วงสมบัติ รักสมบัติมากกว่าพี่กว่าเชื้อ”
“อินไม่ได้รักสมบัติมากกว่าพี่นะคิดดูดีๆ อินทำทุกวันนี้ก็เพราะรักพี่ อินทำงาน ส่วนพี่แค่อยู่เฉยๆสิ้นเดือนก็มีเงินเข้า บัญชีให้กินเที่ยวไปวันๆไม่ดีหรือไง”
“ดีบ้าไรวะเดือนละหมื่นสองหมื่น”
“แต่พี่วินก็ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรอยู่แล้วนี่แค่ใช้จ่ายส่วนตัวจะเอาอะไรนักหนา”
“แต่กูอยากได้เงินก้อนไปลงทุนโว้ย”
“ลงทุนหรือไปผลาญเล่นแน่!”
“อีอิน!!”
“พอๆๆหยุดได้แล้วทั้งสองคน อินก็เถียงพี่คำไม่ตกฟากเชียวนะ”วัลภาหันไปต่อว่าลูกสาวที่ทำได้แค่กลอกตาถอนใจ ใหญ่แล้วหันไปทางลูกชายที่ทำหน้าราวจะกินเืกินเนื้อน้องสาวท้องเดียวกัน
“วินก็พอเถอะลูกเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าเดือนไหนวินไม่พอใช้ มาเอาส่วนของแม่ไปก็ได้แม่ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรอยู่แล้ว อย่าทะเลาะกันด้วยเื่นี้อีกเลยนะ แม่ปวดหัว”นางไม่ได้เอาเงินปันผลรายเดือนมาใช้จ่ายอะไรมากเพราะค่าใช้จ่ายประจำทุกอย่างในบ้านอินทิราจัดสรรไว้ต่างหากอยู่แล้ว
“ขอบคุณครับแม่แม่น่ารักที่สุดเลย วินรักแม่คร้าบ” วศินรีบโผเข้าไปกอดมารดาราวกับเด็กชายตัวน้อย
“จ้าแม่ก็รักวิน” วัลภาก็พลอยได้ยิ้มชื่นใจขึ้นมาบ้าง ลูบไหล่ปกหัวลูกชายเหมือนสมัยเด็กๆเพราะไม่ว่าจะวัยไหนอายุเท่าไหร่ ลูกก็ยังน่ารักน่าเอ็นดูสำหรับคนเป็แม่เสมอ
อินทิราพยายามยิ้มให้ภาพตรงหน้าทั้งที่อยากส่ายหน้าระอาใจวศินชอบใช้ไม้นี้กับแม่เสมอ ทำเป็ทะเลาะกับเธออยากได้โน้นได้นี่แล้วสุดท้ายแม่ก็ต้องดิ้นรนหามาประเคนให้ตลอด
“งั้นอินขึ้นข้างบนก่อนนะคะแม่”ขยับเข้าไปใกล้มารดาแล้วโน้มใบหน้าหอมแก้มไม่ยอมให้น้อยหน้าคนเป็พี่“อินก็รักแม่นะคะ แม่รักอินด้วยนะ อย่ารักแต่พี่วิน”
“อื้มลูกคนนี้คนเป็แม่ก็รักลูกทุกคนเหมือนกันนั่นแหละ”
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวจูบแก้มมารดาส่งท้ายก่อนผละไปหาบันไดเชื่อมั่นในคำพูดของมารดาเพราะสัญชาตญาณหญิงบอกว่า ถ้าเธอมีลูก ไม่ว่าจะกี่คนไม่ว่าจะเพศไหน ไม่ว่าลูกจะเกิดจากผู้ชายที่เธอรักหรือไม่ก็ตามถ้าขึ้นชื่อว่าเป็ลูก เธอก็ต้องรัก
ประตูห้องปิดสนิทไม่เกินหนึ่งนาทีก็มีเสียงเคาะเรียกพอเปิดดูก็เห็นพี่ชายยืนจังก้าอยู่หน้าห้องใบหน้ามีแววยิ้มเยาะทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาจะยิ้มเยาะเธอด้วยเื่อะไร
“ตอแหลจริงนะจะอ้อนแม่แข่งกับกูหรือไง”
อินทิราถอนใจเฮือกที่แท้ก็เื่นี้
“พี่เลิกเอาคำพูดพวกนี้มาใช้กับอินซะทีได้ไหมอินไม่อยากได้ยิน”
“ดัดจริตคิดว่าตัวเองเป็คุณหญิงคุณนายหรือไงวะถึงฟังภาษาชาวบ้านไม่ได้”
“เฮ้อ...มีธุระอะไรอีก อินจะอาบน้ำแล้ว” รู้ว่าพูดไปก็เท่านั้นตอนนี้เธออยากปิดประตูใส่กลอนแล้วเข้าห้องน้ำเปิดน้ำอุ่นผสมไวน์ วินีการ์เกลือหอมและนมผงเผื่อช่วยปลอบประโลมผิวพรรณที่ออกไปผจญทั้งแดดทั้งฝุ่นควันนอกสถานที่ เสียที
“แค่จะมาเตือนว่าอย่าอวดเก่งปากกล้าให้มันมากนักวันไหนกูหมดความอดทนขึ้นมามึงจะศพไม่สวยเอา”
“พี่วินพูดอะไรแบบนี้ อินเป็น้องพี่นะ” ตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าวศินกลับไปเสพยาอีกหรือเปล่าเพราะก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตเคยขอร้องให้เขาเลิกและเขาก็รับปากว่าจะเลิกแต่ผลจากพินัยกรรมอาจทำให้วศินไม่พอใจจนประชดตัวเองกลับไปยุ่งกับของพวกนั้นอีกก็เป็ได้สังเกตว่าหลายวันมานี้คำพูดคำจาและสีหน้าแววตาเขาน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ
“เออรู้เพราะเป็น้องไงถึงได้เตือน ถ้าไม่อยากให้แม่เสียใจที่เห็นพี่น้องทะเลาะกันอีกพรุ่งนี้โอนเงินให้กูแสนนึง”
“พี่จะเอาไปทำอะไรตั้งแสน”
“เที่ยวเกาะ”
“เกาะไหน”
“เื่ของกูอย่าสอใส่เกือกให้มากนัก”
“แล้วถ้าอินไม่ให้”
“กูก็จะไปขอแม่ถ้าแม่มีไม่พอก็คิดดูแล้วกันว่าสุดท้ายผลจะเป็ยังไง”
คนถูกขู่ได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยหายใจกับเื่ทำนองนี้จนไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใครปัญหาในครอบครัวบอกให้คนนอกรู้ไปก็ใช้จะช่วยอะไรได้มากเพราะคนนอกก็จะรู้เห็นแค่องค์ประกอบภายนอกไม่มีใครเข้าใจลึกลงไปถึงปัญหาที่ฝังตัวแน่นมาช้านานหรอก
“ไม่ต้องมาส่ายหน้าทำท่าเซ็งเลยน้องสาวมึงอยากปฏิเสธข้อเสนอของเสี่ยวุฒิทำไม ทั้งเื่ขายที่และ ‘ขายตัว’ แทนที่ กูจะได้ค่านายหน้ากับค่าสินสอดงามๆสักก้อน กลับได้แต่ความโมโห คนที่ควรทำหน้าเซ็งคือกูนี่ ถามจริงเถอะอิน คิดจะเป็ สาวแก่เฝ้าทรัพย์อยู่บนคานไปจนตายหรือไงไม่คิดจะมีลูกมีผัวบ้างหรือวะ”
“เื่ของอินพี่วินจะเดือดร้อนไปทำไม”
“ใครว่ากูเดือดร้อนดีใจล่ะไม่ว่า มึงไม่มีลูกไม่มีผัวแบบนี้สิดี เกิดจู่ๆ รถชนตายขึ้นมาสมบัติทั้งหมดจะได้เป็ของแม่กับกู!”
“พี่วิน...”อินทิราครางเสียงแ่แทบไม่ได้ยินหนาวสันหลังวูบเมื่อได้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากและแววตาราวกับปีศาจร้ายเข้าสิงทำไมเธอจึงรู้สึกว่าวศินคนนี้ไม่ใช่พี่ชายที่เธอเคยรู้จักอีกแล้ว
“พรุ่งนี้เช้ากูจะไปกดเงินถ้าไม่มียอดเข้าบัญชีล่ะก็ เราจะได้เห็นดีกัน”
อินทิราหมดอารมณ์จะนอนแช่น้ำหญิงสาวทิ้งกายนอนแผ่กลางเตียงกว้าง มองโคมไฟรูปดอกลิลลี่สีขาวอย่างเลื่อนลอย...
คิดถึงพ่อคิดถึงวันเก่าๆ ที่ครอบครัวของเราเคยอยู่กันพร้อมหน้าแม้จะไม่สงบสุขนักแต่ก็ยังดีกว่าทุกวันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีเสียงทะเลาะเบาะแว้งเพราะวศินไม่ค่อยกล้าขึ้นเสียงกับพ่อถ้าโมโหมากๆ ก็จะขับรถออกจากบ้านไปแล้วกลับมาใหม่เมื่ออารมณ์เย็นลง
บ้านหลังใหญ่ที่คนในครอบครัวเคยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข พ่อ แม่ พี่ชายและตัวเธอ แต่หลังจากพ่อเสียชีวิตและยกสมบัติส่วนใหญ่ให้เธอแม่กับพี่ชายก็มักจะคอยกระทบกระแทกแดกดันอยู่เสมอเธอไม่คิดถือสาเพราะรับรู้ถึงความจำเป็และเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงไม่ค่อยยุติธรรมกับเื่นี้
มันเหมือนน้ำท่วมปากไม่รู้จะพูดจะระบายกับใคร จดหมายที่พ่อฝากไว้ให้เธอพร้อมพินัยกรรมบอกถึงเหตุผลชัดเจนว่าทำไมพ่อถึงให้ลูกสาวได้รับมรดกกิจการมูลค่ากว่าร้อยล้าน แต่เพียงผู้เดียวทั้งที่ยังมีลูกชายอยู่อีกคน
‘วศินไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อ พ่อรู้เื่นี้มานานแล้วแต่ไม่เคยต่อว่าไม่อยากซ้ำเติมให้แม่ระคายใจ แต่พ่อจะบอกให้อินรู้ไว้เผื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในภายภาคหน้าอินจะได้รู้ที่มาที่ไปของเื่นี้
หลังแต่งงานเพียงเจ็ดเดือนวศินก็คลอด แม่บอกพ่อว่าวศินคลอดก่อนกำหนด พ่อก็ไม่ได้คิดอะไร จนเวลาผ่านไปหลายปีพ่อรู้สึกว่าวศินไม่มีอะไรเหมือนพ่อเลย ทั้งนิสัยและหน้าตา พ่อเลยแอบตรวจดีเอ็นเอจึงได้รู้ว่าวศินไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อ
พ่อเสียใจมากอยากเค้นเอาความจริงจากปากแม่แต่ก็กลัวจะบานปลายจนลูกๆ กลายเป็เด็กมีปัญหาแต่พ่อก็ยังหวาดระแวงแม่จนต้องแอบตรวจดีเอ็นเอของอินเหมือนกันและพ่อดีใจที่ได้รู้ว่าอินเป็ลูกสาวแท้ๆ ของพ่อ
พ่อพยายามทำใจและพยายามรักลูกทั้งสองคนให้เท่ากันแต่อย่างที่อินก็รู้เห็นมาตลอดวศินทำตัวให้พ่อผิดหวังหลายเื่จนพ่อไม่อาจยกสมบัติที่มีให้พี่ของลูกไปผลาญเล่นได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อสร้างมา พ่อขอยกให้อินทั้งหมดพ่อเชื่อว่าอินจะดูแลรักษาและทำให้มันมีประโยชน์กับครอบครัวของเราได้มากกว่าวศิน
ถ้าแม่กับวศินมีปัญหาอะไรพ่ออนุญาตให้อินเอาจดหมายฉบับนี้ไปให้แม่กับวศินอ่าน
พ่ออาจเหมือนคนอ่อนแอที่โยนปัญหานี้ไว้ให้อินแต่พ่อก็ทำได้ดีที่สุดแค่นี้ พ่อไม่อยากเห็นหน้าแม่ในวันที่แม่รู้ความจริงเพราะพ่อรักแม่ รักขนาดยอมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันบนความรู้สึกเสียใจที่ได้รู้ว่าผู้หญิงที่พ่อรักไม่ได้เป็อย่างที่พ่อหวัง
อีกเื่ที่พ่อเสียใจคือไม่ได้อยู่เห็นวันที่อินมีครอบครัว พ่ออยากรู้ว่าใครจะมาดูแลอินแทนพ่อแต่พ่อเชื่อว่าอินเก่งและฉลาดพอจะเลือกคนดีมาเป็คู่ครอง...
หลังจากที่พ่อตายแล้วอย่าเศร้าเสียใจมาก อดทนและเข้มแข็ง จำคำพ่อไว้
“ล้มแล้วลุกขึ้นได้เร็วเท่าไหร่เราจะก้าวเดินต่อไปได้เร็วเท่านั้น”
พ่อรักอินมากขอให้ลูกของพ่อโชคดี’
เธอไม่อยากเอาจดหมายฉบับนั้นให้แม่อ่านกลัวแม่จะเสียใจหรืออับอายลูก กลัวพี่ชายจะเสียความรู้สึกและยิ่งประชดตัวเองไปในทางที่เลวร้ายสิ่งที่เธอพอจะทำได้ก็คือพยายามเปลี่ยนความคิดของวศินให้เขาหันกลับมาสนใจทำงาน
ในโรงงานยังมีหน้าที่สำคัญๆอีกหลายตำแหน่งที่ถ้าวศินสนใจสักนิดเขาจะไม่อยู่เหมือนคนไร้จุดยืนแบบนี้แต่ก็นั่นแหละ พี่ชายของเธอไม่เคยสนใจทำงานอะไรสักอย่างมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“อินจะทำยังไงดีค่ะพ่อ”อินทิราถอนใจเฮือกพร้อมๆ กับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นใบหน้าหดหู่มีรอยยิ้มแต่งแต้มขึ้นมาทันทีที่เห็นภาพและชื่อของคนต้นสาย
“หวัดดีหมวย”
“หวัดดีอินทำไรอยู่ฉันโทรมากวนหรือเปล่า”
“ไม่ได้ทำไรนอนเล่นอยู่ มีอะไรว่ามาเลย”
“พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปทำธุระหาดใหญ่ค้างคืนนึง ว่าจะชวนแกมานอนคุยกันสักหน่อย”
“แล้วไมแกไม่มานอนบ้านฉันเสียเงินค่าโรงแรมทำไม”
“ฮึไม่เอาอ่ะ แกก็รู้ว่าทำไม นึกถึงเื่นั้นยังสยองไม่หาย”
“เออฉันเข้าใจ” อินทิราพยักหน้าหงึกๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้น ศศิวิมลหรือ หมวยเพื่อนสนิทหนึ่งในไม่กี่คนั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาเที่ยวบ้านเธอหลายวันและถูกวศินที่เมาเหล้ากลับมาจากข้างนอกลวนลามดีที่เธอเห็นเข้าจึงเรียกพ่อมาช่วยได้ทันหลังจากนั้นก็ไม่มีเพื่อนผู้หญิงคนไหนกล้ามาพักบ้านเธออีกเลย
“แล้วพอดีรุ่นน้องจะจัดงานเลี้ยงวันเกิดคืนนั้นด้วยเลยว่าจะชวนไปสนุกกันซะหน่อย”
“ใครล่ะฉันจะรู้จักเหรอ”
“น่าจะรู้จักนะรุ่นน้องที่คณะนั่นแหละ พอดีทำงานสายเดียวกันเลยเพิ่งมาสนิทกันแล้วงานนี้เ้ามือใหญ่ก็น้องเตย เค้ากิ๊กกันอยู่ แกจำน้องเตยได้ไหมที่นามสกุลวราเวศกุล อ่ะ”
“อ้อจำได้” จำได้ว่าสาวสวยคนนั้นเป็รุ่นน้องของเธอสามปี เป็คนสวยนิสัยน่ารักแต่ที่จำแม่นกว่านั้นก็คือเมื่อไม่กี่วันนี่เองที่เธอเพิ่งมีคดีเด็ดกับใครสักคนที่อาจจะเกี่ยวข้องเพราะเป็คนตระกูลเดียวกัน
“แล้วตกลงรุ่นน้องคนนั้นเป็ผู้ชายใครเหรอ ฉันกำลังนึกอยู่”
“ไม่ๆๆผู้หญิง เออ แต่จะว่าผู้หญิงก็ไม่เชิงน่าจะออกแนวทอมๆ นะคนนี้ เมื่อก่อนชื่อแอนนี่แต่ตอนนี้ฮีบอกว่าชื่อเอ็ดดี้ นึกออกยัง ที่ออกห้าวๆ ทอมๆ หน่อย”
“อืม… พอจะนึกออกแล้วงั้นโอเค ได้ห้องแล้วโทรมาบอกอีกทีล่ะกัน ฉันคงเข้าไป่เย็นๆ”
“ฉันจองห้องแล้วเรียบร้อย1303 โรงแรม วี แกรนด์”
“โหพักที่หรูเชียวนะแก”
“ลงทุนหน่อยนานๆได้เข้าเมืองสักที แต่ว่าไปเจอกันที่งานเลี้ยงก่อนก็ได้ไปเร็วหน่อยจะได้ขอตัวกลับเร็วๆ เรามันรุ่นพี่ปล่อยน้องๆ สนุกกันไป ชิ่งกลับมานอนกิ๊กกันดีกว่า”
“ได้แล้วงานที่ไหน”
“เดอะคิสคลับ”
“ง่าฉันไม่เคยไป ไม่กล้าไปคนเดียวด้วยงั้นฉันไปหาแกที่โรงแรมก่อนก็แล้วกันจะได้ไปรถคันเดียวกันเลย”
“โอเคตามนั้น แล้วฉันจะพาเ้าหญิงโสนน้อยคนงามท่องราตรีเอง”
อินทิราบอกมารดาเื่จะไปนอนค้างกับเพื่อนก่อนออกไปทำงานแม้วันนี้ออฟฟิศชั้นบนจะปิดทำงาน แต่หน้าร้านยังเปิดขายเช่นทุกวันไม่มีวันหยุดเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็ผู้หญิงวัยทำงานจึงนิยมมาซื้อหาสินค้าในวันเสาร์อาทิตย์เป็ส่วนใหญ่ลูกจ้างหน้าร้านประจำที่มีอยู่สามคนจะเลือกวันหยุดของตัวเองสลับกันไปส่วนเธอก็จะเข้าไปดูแลความเรียบร้อยบ้างเป็บางเสาร์อาทิตย์
หญิงสาวขับรถออกจากบ้านสายกว่าทุกวันเพราะกว่าจะนอนหลับเมื่อคืนก็คิดโน้นคิดนี่ไปหลายเื่รถแล่นยังไม่ทันเข้าเมืองเห็นจากกระจกมองหลังว่ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่มีชายชุดดำสองคนนั่งมาด้วยกันขับตามอินทิราใจเต้นระทึก ภาวนาขออย่าให้สิ่งที่เธอกังวลอยู่เป็จริงเลยเพราะเื่ที่เธอตัดสินใจทำลงไปเมื่อเช้ามันเสี่ยงแต่ก็ทำไปแล้วเพราะจำเป็
คำภาวนาไม่ทันจบมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็แล่นขึ้นมาประกบข้างหญิงสาวรีบมองหลังแล้วผ่อนคันเร่งเพื่อปล่อยให้เ้ารถคันนั้นแซงผ่านไปเร็วๆแต่การณ์กลับกลายเป็ว่าเมื่อตัวรถมาอยู่ในตำแหน่งข้างกายเธอสิ่งที่สายตาชำเลืองไปเห็นก็คือลำกล้องมัจจุราชสีดำ!
“ไม่นะ!”
ความใทำให้เหยียบเบรคกระทันหันเบี่ยงตัวหลบได้ยินเสียงเบรคลากล้อดังไล่หลังก่อนแรงกระแทกใส่ท้ายรถจะเกิดขึ้นตามมา
เอี๊ยด...โครม!!!
เข็มขัดนิรภัยและถุงลมกันกระแทกทำงานทันทีอย่างมีประสิทธิภาพแต่เธอก็ยังเจ็บและจุก!
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมอเตอร์ไซค์คันนั้นขับผ่านไปราวกับไม่รู้เห็นอะไรทั้งสิ้นปล่อยความโกลาหลเื้ัไว้ให้หญิงสาวคนหนึ่งถูกเ้าของรถด้านหลังต่อว่าต่อขานที่เธอเบรครถกระทันหันจนถูกเสยท้ายอินทิราได้แต่ขอโทษขอโพดแล้วจัดการโทรศัพท์เรียกหาบริษัทประกัน ให้ปากคำกับตำรวจจราจรและโทรศัพท์ไปบอกที่ทำงานว่าจะไม่เข้าไปแล้ว
หลายชั่วโมงกว่าจะเสร็จเื่ด้วยการเอารถเข้าอู่และสรุปสำนวนกับเ้าหน้าที่ตำรวจโดยอ้างว่าเธอใชายชุดดำสองคนที่ขับมอเตอร์ไซค์มาขนาบข้างเพราะเห็นว่าคนหนึ่งมีปืน เ้าหน้าที่จึงซักไปใหญ่โตว่าเธอมีคู่กรณีที่หมายจะเอาชีวิตหรือเปล่าอาจเป็เื่ชู้สาวหรือขัดแย้งผลประโยชน์ทางธุรกิจต่างๆ นานาแล้วสุดท้ายก็ยัดเยียดข้อหาขับรถโดยประมาทและเรียกเก็บค่าปรับจากเธอจากเธอไปไม่น้อย
หญิงสาวไม่อยากเสียเวลากับเ้าหน้าที่บ้านเมืองที่รู้ๆกันอยู่ว่าอะไรเป็อะไร เธอยอมจ่ายค่าปรับและยอมรับว่าเข้าใจผิดไปเองไม่้าแจ้งความหรืออะไรทั้งสิ้นเพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลายไปโดยเร็ว