หานเทียนเสียง คะเนดูว่าคนที่กำลังขับม้าตรงมาหาเขาน่าจะเป็น เฉินลู่ซี อย่างแน่นอน จากกำลังพลที่ชายคนนึ้บังคับบัญชาจำนวนหลายร้อยนาย ตรงกับที่เขาได้ยินมาจากลูกน้องของถางห้าวซาน
"ว่าอย่างไร เจ้าเป็นใคร แค่นี้ข้าก็ลดตัวลงมาเล่นกับเจ้าเยอะไปแล้ว" เฉินลู่ซี หยุดอยู่ตรงหน้าหานเทียนเสียง เริ่มจะหมดความอดทน
"ข้าก็คือ ..ปู่ของเจ้าอย่างไรเล่า! ลงม้ามาคำนับปู่ของเจ้าเสียสิ" หานเทียนเสียงพูดจบ เฉินลู่ซี ก็สั่งพลธนูระดมยิงใส่หานเทียนเสียงทันที
แม้ศรธนูพุ่งเข้าหาราวเม็ดฝนหยดแผ่นดิน แต่มิอาจต้องกายาของผู้สำเร็จวิชากระบี่เทวะได้เลย ด้วยปรากฏว่าพลังขั้นที่หกของกระบี่เทวะ ด้วยกระบวนท่าเทวะพันกร ต้านไว้จนหมดสิ้น
"มาเยอะจัง ข้าขอไปตั้งหลักก่อนแล้วกัน" เมื่อการบรรจุศรเข้าสู่คันธนูนับร้อย มีขึ้นเป็นระลอกที่สาม หานเทียนเสียงเริ่มโคจรลมปราณไม่ทันในการใช้เทวะพันกร จึงต้องโจมตีศัตรูเพื่อเปิดทางหนีก่อน
"กระบี่เทวะขั้นที่เจ็ด! เทวาสยบมาร!!" เทวาสยบมารนั้นรุนแรงกว่ามังกรไร้ลักษณ์ของเฟยฮุ่ยนัก หานเทียนเสียงที่ฮึดสู้ใช้เทวาสยบมาร อย่างต่อเนื่อง แหวกกองกำลังของเฉินลู่ซี ออกเป็นสองส่วน ผู้ที่หลบไม่ทันไม่ตายก็เจ็บสาหัส บั่นทอนกำลังไปหลายสิบนาย
หานเทียนเสียงยิ่งสู้ยิ่งคึกราวกับมิใช่ศึกแรก เฉินลู่ซีได้แต่มองตามศัตรูที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่เคยเจอ แต่ประสบการณ์ ก็ทำให้มันคิดหาวิธีรับมือหานเทียนเสียงได้โดยมิช้านาน...
เฉินลู่ซี จัดแบ่งกำลังเข้าสู้กับหานเทียนเสียง เป็นสี่ส่วน ส่วนแรกเข้าสู้เมื่อบอบช้ำจึงถอยหนี ส่วนที่สองจึงเข้าจู่โจม แล้วผลัดกันเช่นนี้เรื่อยไปจนครบสี่ส่วน โดยมิให้หานเทียนเสียงได้พัก จะหนีก็ถูกตีวงล้อมกรอบ
"แฮ่กๆ..สี่ร้อยรุมหนึ่งต่อให้ข้าเป็นเทพจริงๆ ก็แย่นะ" หานเทียนเสียงเริ่มอ่อนล้า
"เพื่อให้มีเวลาหนีได้พ้น คงต้องทำให้มันแตกกระเจิงเสียรูปขบวนเสียก่อน หากเนิ่นนานไปเราคงถูกรุมสับร่างแหลกเหลวเป็นแน่" หานเทียนเสียงคิดไปพลางกัดฟันฮึดสู้อีกเฮือก เร่งโคจรลมปราณทะลวงพลังถึงขั้นที่แปด เมื่อกำลังภายในทรงตัวในขั้นที่แปดพลันอากาศที่หนาวเย็นอยู่เดิมกลับเย็นยะเยือกราวกับโลหิตทุกคนที่อยู่ใกล้หานเทียนเสียงจะกลายเป็นน้ำแข็ง
"ครืนน!! ตูมมม!"
รุนแรงดังสายอัสนีฟาดทั้งแปดทิศ ไพร่พลของเฉินลู่ซีต้องปราณกระบี่เทวะล้มราวใบไม้ร่วง หานเทียงเสียงขยับไปทางใด ก็ให้เหมือนหญ้าต้องลมราบไปสิ้น จนหานเทียนเสียงแหวกกองกำลังนับร้อยเหมือนแหวกกลุ่มควันฉะนั้น
"อึกก..กระบวนท่านี้รุนแรงจริงแต่เปลืองกำลังภายในมาก เราคงโคจรลมปราณเพี่อใช้กำลังภายในขั้นสูงมิได้อีกอย่างน้อยเกือบครึ่งชั่วยาม" หานเทียนเสียงแจ้งแก่ตนเองก่อนจะรีบควบตะบึงม้าหนีกองกำลังของเฉินลู่ซีอย่างสุดฝีเท้า และมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตก
หลายอึดใจกว่ากองกำลังของเฉินลู่ซี จะหายตื่นตระหนกกับวิทยายุทธ์ ที่ราวกับผู้ใช้นั้นเป็นเทพเซียนจริงๆ แต่ด้วยกองกำลังที่ผู้นำนั้นผ่านศึกมาโชกโชน มันจึงปรับขบวนและเริ่มติดตามหานเทียนเสียงต่อไป
"ไอ้หนู! ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนหรือเทวดา ข้าก็ต้องตัดศีรษะเจ้ามาให้จงได้" เฉินลู่ซีไล่ตามหานเทียนเสียงอย่างไม่ยอมลดละ
เกือบครึ่งชั่วยาม ม้าของหานเทียนเสียงก็ฝีเท้าตกลง เนื่องด้วยใช้มันเดินทางมาเกือบตลอดคืนแล้ว โดยได้ให้มันพักเพียงน้อยนิดระหว่างทาง
"เฮ้ๆ พวก! เจ้าแย่เสียแล้วหรือ ข้ากำลังยังมิได้ฟื้นคืนดีนัก นะเจ้านะ" หานเทียนเสียงบ่นกับม้าเพื่อนร่วมทาง หากถูกตามกระชั้นชิด จนเข้าสู่ระยะธนู และเขาใช้กำลังภายในปัดป้องลูกธนูของพวกมันจนหมดแรง ร่างกายเขาคงจะได้พรุนเป็นเม่น
แต่ทว่ากองกำลังของเฉินลู่ซี กลับชะลอความเร็วลงเช่นกัน และเพียงครู่หนึ่งพวกมันได้หยุดนิ่งสนิทเหมือนรอฟังคำสั่งบางอย่าง ก่อนที่จะม้วนหัวขบวนกลับ หันหน้ามุ่งไปทิศตรงกันข้ามกับหานเทียนเสียง
"อ้าว..รู้ตัวแล้วสิ! น่ากลัวจริงๆ เลย นะเจ้าเฉินลู่ซี" หานเทียนเสียงกล่าวชมในความมีไหวพริบของศัตรู เพราะเขาตั้งใจล่อพวกมันให้ตามมาในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางที่ขบวนของสำนักเฟยหลงกำลังหลบหนี
หานเทียนเสียงลงจากหลังม้า เพื่อให้มันได้พักกินหญ้าและน้ำ เพราะอย่างไรก็ต้องให้ม้าได้หยุดพักฟื้นฟูกำลังเสียบ้าง
"เออๆ ขอบใจเจ้ามากนะ ข้าให้เจ้าพักสักครึ่งชั่วยามแล้วกัน เดี๋ยวข้าจะหายาบำรุงให้เจ้ากิน รับรองกินแล้วเจ้าจะติดใจ" หานเทียนเสียงลูบมันด้วยความเอ็นดู ที่ไม่เกี่ยงงอนหรือแสดงอาการพยศใดๆ
เฉินลู่ซี โมโหจนเกือบลืมภารกิจสำคัญไป ซึ่งมันเผลอตามหานเทียนเสียงเป็นระยะทางเกือบร้อยลี้ จึงตระหนักได้ว่า ถูกหานเทียนเสียงล่อหลอกให้ออกจากกลุ่มเป้าหมาย
"ข้าเกือบทำภารกิจพังเสียแล้ว แต่อย่างไร เจ้าก็ต้องตามข้ามาแน่ไอ้หนู เพราะเจ้ากับนังหนูหัวหน้าสำนักคุ้มภัยนั่นเป็นพวกเดียวกันแน่ เจ้าถึงได้จงใจตีฝ่ากองกำลังข้าไปทิศทางตรงกันข้าม เจ้านึกว่าข้าจะโง่รึ ฮ่าๆ" เฉินลู่ซีหัวเราะร่วน เนื่องจากเดาออกว่าหานเทียนเสียงนั้น เป็นพวกเดียวกับเฟยฮุ่ย และจะต้องตามมันมาเพื่อถูกกำจัดในไม่ช้า
ทางด้านเฟยฮุ่ยเดินทางมาโดยยังไม่มีผู้ติดตามและเข้าใกล้สู่ประตูเมืองหลวงด้านทิศตะวันออกขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่งก็ดีใจ แต่อีกใจก็เป็นห่วงและคิดถึงหานเทียนเสียงเป็นอย่างมาก
"หานเทียนเสียง...ข้ารอเจ้าอยู่นะ เจ้ามาหาข้าสักทีสิ เจ้าหมอยา! คอยดูนะ ข้าเจอเจ้าเมื่อไหร่ จะตีเจ้าให้หนักเลย อ้อไม่สิ เดี๋ยวนี้เจ้าคงเก่งแล้ว เจ้าคงไม่ยอมแพ้ข้าแล้วสินะ..."
เฟยฮุ่ยนั่งรำพึงรำพัน ภายใต้แสงจันทร์ โดยหารู้ไม่ว่ามีเงาดำจำนวนมากเคลื่อนไหวอยู่รอบที่พักแรมของนางแล้วในขณะนี้
