เฟยฮุ่ยทะยานหมื่นลี้

    (ตอนที่ 45) หลอกล่อ

     หานเทียนเสียง คะเนดูว่าคนที่กำลังขับม้าตรงมาหาเขาน่าจะเป็น เฉินลู่ซี อย่างแน่นอน จากกำลังพลที่ชายคนนึ้บังคับบัญชาจำนวนหลายร้อยนาย ตรงกับที่เขาได้ยินมาจากลูกน้องของถางห้าวซาน


    "ว่าอย่างไร เจ้าเป็นใคร แค่นี้ข้าก็ลดตัวลงมาเล่นกับเจ้าเยอะไปแล้ว" เฉินลู่ซี หยุดอยู่ตรงหน้าหานเทียนเสียง เริ่มจะหมดความอดทน


    "ข้าก็คือ ..ปู่ของเจ้าอย่างไรเล่า! ลงม้ามาคำนับปู่ของเจ้าเสียสิ" หานเทียนเสียงพูดจบ เฉินลู่ซี ก็สั่งพลธนูระดมยิงใส่หานเทียนเสียงทันที


    แม้ศรธนูพุ่งเข้าหาราวเม็ดฝนหยดแผ่นดิน  แต่มิอาจต้องกายาของผู้สำเร็จวิชากระบี่เทวะได้เลย ด้วยปรากฏว่าพลังขั้นที่หกของกระบี่เทวะ ด้วยกระบวนท่าเทวะพันกร ต้านไว้จนหมดสิ้น


    "มาเยอะจัง ข้าขอไปตั้งหลักก่อนแล้วกัน" เมื่อการบรรจุศรเข้าสู่คันธนูนับร้อย มีขึ้นเป็นระลอกที่สาม หานเทียนเสียงเริ่มโคจรลมปราณไม่ทันในการใช้เทวะพันกร จึงต้องโจมตีศัตรูเพื่อเปิดทางหนีก่อน


    "กระบี่เทวะขั้นที่เจ็ด! เทวาสยบมาร!!" เทวาสยบมารนั้นรุนแรงกว่ามังกรไร้ลักษณ์ของเฟยฮุ่ยนัก หานเทียนเสียงที่ฮึดสู้ใช้เทวาสยบมาร อย่างต่อเนื่อง แหวกกองกำลังของเฉินลู่ซี ออกเป็นสองส่วน ผู้ที่หลบไม่ทันไม่ตายก็เจ็บสาหัส บั่นทอนกำลังไปหลายสิบนาย


    หานเทียนเสียงยิ่งสู้ยิ่งคึกราวกับมิใช่ศึกแรก เฉินลู่ซีได้แต่มองตามศัตรูที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่เคยเจอ แต่ประสบการณ์ ก็ทำให้มันคิดหาวิธีรับมือหานเทียนเสียงได้โดยมิช้านาน...


    เฉินลู่ซี จัดแบ่งกำลังเข้าสู้กับหานเทียนเสียง เป็นสี่ส่วน ส่วนแรกเข้าสู้เมื่อบอบช้ำจึงถอยหนี ส่วนที่สองจึงเข้าจู่โจม แล้วผลัดกันเช่นนี้เรื่อยไปจนครบสี่ส่วน โดยมิให้หานเทียนเสียงได้พัก จะหนีก็ถูกตีวงล้อมกรอบ


    "แฮ่กๆ..สี่ร้อยรุมหนึ่งต่อให้ข้าเป็นเทพจริงๆ ก็แย่นะ" หานเทียนเสียงเริ่มอ่อนล้า


    "เพื่อให้มีเวลาหนีได้พ้น คงต้องทำให้มันแตกกระเจิงเสียรูปขบวนเสียก่อน  หากเนิ่นนานไปเราคงถูกรุมสับร่างแหลกเหลวเป็นแน่"  หานเทียนเสียงคิดไปพลางกัดฟันฮึดสู้อีกเฮือก เร่งโคจรลมปราณทะลวงพลังถึงขั้นที่แปด เมื่อกำลังภายในทรงตัวในขั้นที่แปดพลันอากาศที่หนาวเย็นอยู่เดิมกลับเย็นยะเยือกราวกับโลหิตทุกคนที่อยู่ใกล้หานเทียนเสียงจะกลายเป็นน้ำแข็ง


    "ครืนน!! ตูมมม!" 


    รุนแรงดังสายอัสนีฟาดทั้งแปดทิศ ไพร่พลของเฉินลู่ซีต้องปราณกระบี่เทวะล้มราวใบไม้ร่วง หานเทียงเสียงขยับไปทางใด ก็ให้เหมือนหญ้าต้องลมราบไปสิ้น จนหานเทียนเสียงแหวกกองกำลังนับร้อยเหมือนแหวกกลุ่มควันฉะนั้น


    "อึกก..กระบวนท่านี้รุนแรงจริงแต่เปลืองกำลังภายในมาก เราคงโคจรลมปราณเพี่อใช้กำลังภายในขั้นสูงมิได้อีกอย่างน้อยเกือบครึ่งชั่วยาม" หานเทียนเสียงแจ้งแก่ตนเองก่อนจะรีบควบตะบึงม้าหนีกองกำลังของเฉินลู่ซีอย่างสุดฝีเท้า และมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตก


    หลายอึดใจกว่ากองกำลังของเฉินลู่ซี จะหายตื่นตระหนกกับวิทยายุทธ์ ที่ราวกับผู้ใช้นั้นเป็นเทพเซียนจริงๆ แต่ด้วยกองกำลังที่ผู้นำนั้นผ่านศึกมาโชกโชน มันจึงปรับขบวนและเริ่มติดตามหานเทียนเสียงต่อไป


    "ไอ้หนู! ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนหรือเทวดา ข้าก็ต้องตัดศีรษะเจ้ามาให้จงได้" เฉินลู่ซีไล่ตามหานเทียนเสียงอย่างไม่ยอมลดละ


    เกือบครึ่งชั่วยาม ม้าของหานเทียนเสียงก็ฝีเท้าตกลง เนื่องด้วยใช้มันเดินทางมาเกือบตลอดคืนแล้ว โดยได้ให้มันพักเพียงน้อยนิดระหว่างทาง


    "เฮ้ๆ พวก! เจ้าแย่เสียแล้วหรือ ข้ากำลังยังมิได้ฟื้นคืนดีนัก นะเจ้านะ" หานเทียนเสียงบ่นกับม้าเพื่อนร่วมทาง หากถูกตามกระชั้นชิด จนเข้าสู่ระยะธนู และเขาใช้กำลังภายในปัดป้องลูกธนูของพวกมันจนหมดแรง ร่างกายเขาคงจะได้พรุนเป็นเม่น


    แต่ทว่ากองกำลังของเฉินลู่ซี กลับชะลอความเร็วลงเช่นกัน และเพียงครู่หนึ่งพวกมันได้หยุดนิ่งสนิทเหมือนรอฟังคำสั่งบางอย่าง  ก่อนที่จะม้วนหัวขบวนกลับ หันหน้ามุ่งไปทิศตรงกันข้ามกับหานเทียนเสียง


    "อ้าว..รู้ตัวแล้วสิ! น่ากลัวจริงๆ เลย นะเจ้าเฉินลู่ซี" หานเทียนเสียงกล่าวชมในความมีไหวพริบของศัตรู เพราะเขาตั้งใจล่อพวกมันให้ตามมาในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางที่ขบวนของสำนักเฟยหลงกำลังหลบหนี


    หานเทียนเสียงลงจากหลังม้า เพื่อให้มันได้พักกินหญ้าและน้ำ เพราะอย่างไรก็ต้องให้ม้าได้หยุดพักฟื้นฟูกำลังเสียบ้าง


    "เออๆ ขอบใจเจ้ามากนะ ข้าให้เจ้าพักสักครึ่งชั่วยามแล้วกัน เดี๋ยวข้าจะหายาบำรุงให้เจ้ากิน รับรองกินแล้วเจ้าจะติดใจ" หานเทียนเสียงลูบมันด้วยความเอ็นดู ที่ไม่เกี่ยงงอนหรือแสดงอาการพยศใดๆ 


    เฉินลู่ซี โมโหจนเกือบลืมภารกิจสำคัญไป ซึ่งมันเผลอตามหานเทียนเสียงเป็นระยะทางเกือบร้อยลี้ จึงตระหนักได้ว่า ถูกหานเทียนเสียงล่อหลอกให้ออกจากกลุ่มเป้าหมาย


    "ข้าเกือบทำภารกิจพังเสียแล้ว แต่อย่างไร เจ้าก็ต้องตามข้ามาแน่ไอ้หนู เพราะเจ้ากับนังหนูหัวหน้าสำนักคุ้มภัยนั่นเป็นพวกเดียวกันแน่ เจ้าถึงได้จงใจตีฝ่ากองกำลังข้าไปทิศทางตรงกันข้าม เจ้านึกว่าข้าจะโง่รึ ฮ่าๆ" เฉินลู่ซีหัวเราะร่วน เนื่องจากเดาออกว่าหานเทียนเสียงนั้น เป็นพวกเดียวกับเฟยฮุ่ย และจะต้องตามมันมาเพื่อถูกกำจัดในไม่ช้า


    ทางด้านเฟยฮุ่ยเดินทางมาโดยยังไม่มีผู้ติดตามและเข้าใกล้สู่ประตูเมืองหลวงด้านทิศตะวันออกขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่งก็ดีใจ แต่อีกใจก็เป็นห่วงและคิดถึงหานเทียนเสียงเป็นอย่างมาก


    "หานเทียนเสียง...ข้ารอเจ้าอยู่นะ เจ้ามาหาข้าสักทีสิ เจ้าหมอยา! คอยดูนะ ข้าเจอเจ้าเมื่อไหร่ จะตีเจ้าให้หนักเลย อ้อไม่สิ เดี๋ยวนี้เจ้าคงเก่งแล้ว เจ้าคงไม่ยอมแพ้ข้าแล้วสินะ..."


    เฟยฮุ่ยนั่งรำพึงรำพัน ภายใต้แสงจันทร์ โดยหารู้ไม่ว่ามีเงาดำจำนวนมากเคลื่อนไหวอยู่รอบที่พักแรมของนางแล้วในขณะนี้


    คล้ายกับเรื่องเฟยฮุ่ยทะยานหมื่นลี้ ที่คุณอ่าน