“ถ้าขวัญเป็ส่วนเกินแล้วจะพามาทำไมคะ” ดีแลนนิ่งและอดไม่ได้ที่จะกลอกตา ส่วนเกิน! คิดได้ไง บอกใบ้ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้เื่รู้ราวอีก
ควับ!!! เอกสารในมือถูกวางลงบนโซฟาที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันต้องแพงมาก ดีแลนยอมเป็ฝ่ายเดินเข้ามาหา ขวัญรู้สึกได้ถึงบรรยากาศมาคุ และทำไมเธอถึงรู้สึกถึงท่าทางคุกคามจากสามีตามกฎหมายคนนี้ด้วยนะ
“งั้นเราก็มามีเซ็กส์กันมั้ย จะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าเป็ส่วนเกิน”
!!!! ตะลึงงัน อ้าปากข้าง แผ่นหลังติดอยู่กับผนังห้องั้แ่เมื่อไหร่ แล้วแขนสองข้างของคุณฟงทำไมจู่ๆกลายเป็กรงขังไปได้นะ
และภาพลามกในความฝันกับใบหน้าคุณฟงก็ปรากฎขึ้นสลับกันไปมา จนขวัญหายใจติดขัด ลืมหายใจด้วยในบางวินาที
“ขวัญยังไม่พร้อม” ! คราวนี้คนที่สตั้นไปกลับเป็ดีแลน เพราะเขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ ขวัญไม่ได้ปฎิเสธหรือร้องโวยวาย เพราะสิ่งที่เขาคิดมาตลอดคือเขาคงต้องใช้กำลังซึ่งเขาวางไว้เป็ข้อสุดท้าย
“แล้วเมื่อไหร่” เสียงเย็นลงพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดซีกแก้มเนียนใสอยู่ห่างๆ
ขวัญชนกก้มหน้าลงและหลบหลีกอย่างไม่น่าเกลียด แต่ก็ไม่ได้ห่างจากไปไหนมากนักก็วงแขนกำยำยังคงมั่นอยู่ที่เดิม
“สะ...สองปี” ดีแลนส่ายหน้าปฎิเสธอย่างช้าๆ “หนึ่งปี” คำตอบกลับเหมือนเดิม ขวัญยกมือของตนขึ้นมาและชูแปดนิ้ว นั่นก็หมายถึงแปดเดือนสำหรับขวัญ
“ตกลง แปดวัน”
ห๊า!!! ขวัญใหนักกว่าเดิมแต่ไม่ทันแล้วคุณฟงเดินไปแล้ว เธอควรเดินตามเขาไปและอธิบายความจริงให้เขาฟังสิ! แต่ทำไมเธอถึงยืนนิ่งแบบนี้ละ
ไม่ไม่ไม่! นี่เธออยากเสียตัวเร็วขนาดนี้เลยเหรอ จิตใจส่วนลึกที่แท้จริง ช่างน่าไม่อาย
เกมส์บังคับรัก
การใช้ชีวิตในต่างแดนสำหรับขวัญไม่ถือว่ายากลำบากใดๆ เพราะสำหรับขวัญแล้วฮ่องกงก็ไม่ต่างกับบ้านของดีแลนในกรุงเทพ ในตอนแรกเธอหวาดหวั่นกับห้องนอนที่มีเพียงหนึ่งเดียว การนอนร่วมเตียงเดียวกับสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่ใช่เื่แปลกสำหรับคู่อื่น ซึ่งขวัญคิดว่าเธอคงต้องปรับตัวครั้งใหญ่สำหรับเื่นี้เองเช่นกัน แต่นั่นคือสิ่งที่ขวัญมโนคิดเอาเอง
ในคืนแรกเธอกระสับกระส่ายปล่อยให้เตียงว่างเปล่าอยู่ค่อนคืน ทั้งเขาและเธอเกือบจะไม่ใช้เตียง ที่ถ้าได้นอนคงหลับฝันดีเป็แน่ หลังมื้อเย็นวันแรกที่มาถึงขวัญก็ไม่เจอคุณฟงอีกเลย คืนนั้นเธอเผลอหลับบนเก้าอี้อยู่ค่อนคืนความปวดเมื่อยของร่างกายทำให้เธอรู้สึกตัวและพบกับความว่างเปล่าบนเตียง
คุณฟงก็ไม่อยู่บนนั้นและเธอด้วย และบางอย่างทำให้เธอได้ฉุกคิดว่าเวลานอนของคุณฟงไม่เป็เวลานี่น่า เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วทำไมเธอจะต้องมาทนปวดเมื่อยด้วยเล่า!
แม้ในตอนสายของเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาจะพบกับร่างสูงนอนเยียดยาวอยู่ที่เตียงอีกด้าน แม้จะทำให้เธอใในทันที แต่สติก็ตักเตือนเธอว่า เตียงนี้กว้างมากจริงๆ เธอจึงลุกลงจากเตียงอย่างนุ่มนวลพยายามไม่รบกวนคนอีกฟากของเตียง ประสบการณ์การนอนร่วมเตียงกับสามีเป็ครั้งแรกของเธอ
พึ่บ พึ่บ ขวัญกางแผนที่ ซึ่งเธอกำลังทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวแน่นอนว่า่นี้จะเป็แบบนี้ก็ได้ ในเมื่อเธอพึ่งมาและอีกเป็เดือนๆกว่าสถาบันการศึกษาที่นี่จะเปิดเทอม ่นี้เธอก็ขอศึกษาเส้นทางและบ้านเมืองจากประสบการณ์ตรงอย่างเต็มที่ ก็แล้วกัน
หลังจากคืนนั้นคุณฟงไม่ได้กดดันอะไรเธอเลย เธอถึงไม่รู้สึกแตกต่างยามที่อยู่กรุงเทพเลย ขาดก็แต่ป้าภาที่ไม่ได้ย้ายมาด้วย พูดแล้วก็อดคิดถึงไม่ได้ ย่านเซ็นทรัลของฮ่องกงมันช่าง...เฮ้ยยยย ตึกสูงในฮ่องกงควรชื่นชมตอนกลางคืนน่าจะเหมาะกว่า แม้มองในตอนกลางวันหลายตึกรูปทรงจะแปลกตา แต่ถ้าเป็กลางคืนตึกเหล่านี้จะส่องสว่างด้วยแสงที่มีสีสันสร้างความโดดเด่นให้กับตัวอาคารมากขึ้นเท่าทวีคูณ
ขวัญมองจุดที่ยืนอยู่บนแผนที่และฝ่ามือเล็กๆเคาะกระเป๋าสะพายใบน้อย “อย่าหลงทางเป็พอ” คำพูดจากสามีตามกฎหมายตอนที่เขายื่นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กให้ รูดปื้ดรูดปื้ด
คนอย่างขวัญชนกไม่มีคำว่าหลงทางโดยเด็ดขาด แม้การท่องเที่ยวเพียงลำพังดูจะแปลกสักหน่อย แต่ก็ไม่เป็ปัญหาสำหรับเธออยู่แล้ว เมื่อเช้าตอนที่เธอบอกว่าจะขอออกมาศึกษาเส้นทางและสถานที่ต่างๆ คุณฟงก็ตอบรับสั้นๆตามสไตล์คือ อือ และยื่นส่งบัตรสีทองที่เป็บัตรเดบิตให้กับคำสามสี่คำ
Police Married Quarters หรือเรียกสั้นๆว่า PMQ สถานที่ขวัญเลือกเพราะในเมื่อเธอมีเงินพร้อมเปย์แล้ว ว้าว!!! สมคำเล่าลือวันนี้เธอไม่มีทางเดินจนทั่วแน่ๆ นี่แค่ที่แรกนะเนี่ย เอาเถอะอย่างไรแล้วเธอก็มีเวลาเหลือเฟือสามสี่ปีที่ต้องเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
ขวัญเดินเที่ยวเล่นถ่ายรูปนิทรรศกาลของที่ละลึกแปลกตาไว้มากมาย สุดท้ายแล้วบัตรทองก็นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าสะพายไม่ได้ถูกแตะต้องเลย ขวัญเลือกเข้าไปนั่งในร้านขายเครื่องดื่มเธอสั่งน้ำส้มปั่นกับขนมสองอย่างมากิน
โทรศัพท์เครื่องใหม่ ซิมเบอร์ใหม่สำหรับฮ่องกงถูกหยิบขึ้นมาพร้อมกับบัตรทอง ของสองอย่างที่ได้มาจากสามี ในขณะที่ปากก็คาบหลอดดูดน้ำส้มไปพลางมือก็ชูบัตรทองขึ้นพร้อมหลี่ตาจ้องมองบัตร เธอกำลังหาอะไรกันถึงได้หลี่ตาและเพ่งมองแบบนั้นอยู่เป็นานสองนาน
อุ้ย! ควับ! และเนื่องจากขวัญยื่นมือออกไปเกินโต๊ะเล็กที่ตนนั่งอยู่ ทำให้ลูกค้าที่เป็หญิงสองคนที่พึ่งเดินเข้ามาในร้าน หนึ่งในนั้นไม่ทันเห็น เผลอชนมือขวัญจนบัตรทองล่วงลงสู่พื้น
ทั้งขวัญและเธอคนนั้นก็ต่างก้มหยิบของที่หล่น เอ๊ะ! คนที่ยืนอยู่ย่อมเร็วกว่า บัตรทองใบนั้นมีชื่อเ้าของบัตรพิมพ์ไว้อย่างชัดเจน
“ขอโทษนะคะ ขอบัตรคืนด้วยค่ะ” ขวัญเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเธอคนนั้นหยิบบัตรเธอไปถือไว้นานแล้ว
“ใช่บัตรของเธอเหรอ” ผู้หญิงคนนี้ไม่คืนของ แถมยังตั้งคำถามแปลกๆ ก็เห็นๆอยู่ว่าล่วงหลุดจากมือเธอแท้ๆ ก็ต้องของเธอสิ
“ใช่ค่ะ”
“แต่ชื่อบนบัตรชัดเจนว่าเป็มิตเตอร์ที่คำนำหน้าสำหรับเพศชาย” ! ขวัญนิ่งไป ใช่ว่าเธอจะไม่เห็นชื่อบนบัตร แต่มันธุระกงการอะไรของผู้หญิงคนนี้ด้วย
“ของพ่อหนูเองค่ะ” !! คำตอบกลับของขวัญสร้างความใให้กับผู้หญิงคนนั้น แต่ต่อมาเธอก็เปลี่ยนท่าทีมาจดจ้องขวัญ
“โกหก”
“อะไรของคุณละเนี่ย ก็เห็นๆอยู่ว่าบัตรใบนี้เป็ของฉัน ฉันถือมันอยู่จนคุณมาชน ทำให้มันล่วงไป”
“ฉันจะแจ้งความว่าเธอเป็พวกหัวขโมย” !!!! คราวนี้ขวัญอ้าปากค้าง เอาไงดีละ! จะแสดงหลักฐานว่าเธอก็นามสกุลเดียวกับชื่อคนบนบัตรดีมั้ย
“คุณเอาหลักฐานและสิทธิ์อะไรมากล่าวหาฉันกันคะ”
“ถ้าฉันบอกว่าฉันรู้จักกับเ้าของบัตรละ...” ขวัญจ้อง และยืนขึ้นแม้ตัวเธอจะเล็กและเตี้ยกว่าผู้หญิงสองคนตรงหน้าก็ตาม แต่คำว่ากลัวขวัญไม่มีอยู่แล้ว
“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันสนิทกับคนที่เป็เ้าของแบรนด์กระเป๋าที่คุณใช้อยู่ละ” คำสมอ้างใครก็อ้างได้
“ฉลาด แต่ผิดที่ผิดคนเสียแล้ว เตรียมตัวไปนอนในคุกเถอะ”
“คุณเอาสิทธิ์อะไรมาไม่ทราบ ใครจะรู้ละคะว่าคุณแสร้งทำเป็พูดเพื่อที่จะเอาบัตรใบนี้ของฉันไป” ไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องยอมด้วย “แต่งตัวก็ดี หน้าตาก็พอดูได้ อย่าหากินกันแบบนี้เลย คนไม่ได้โง่กันทุกคนหรอกนะคะ”
“ซูซี่ แจ้งความเลยเถอะ เห็นชัดๆว่าบัตรใบนี้เป็ของดีแลน” ผู้หญิงอีกคนที่เงียบมานาน พึ่งจะเอ่ยขึ้นเป็ครั้งแรก และหล่อนก็เอ่ยชื่อสามีของขวัญออกมาอย่างสนิทสนมเสียด้วย
ขวัญจึงตัดสินใจคว้าโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา และกดเบอร์โทร.ด่วนออกไปทันที เธอรอสายไม่นานปลายสายก็รับ ฮือ ฮื้อ ฮือ ขวัญร้องไห้ออกมาทันที สร้างความใให้กับซูซี่และเพื่อนของหล่อนอย่างมาก ยังไม่พอคนในร้านต่างก็เริ่มสนใจพวกเธอมากขึ้น