ปราถะมองหน้าอลินตาก่อนเอ่ยนิ่งๆ “อย่าลืมสิฉันเป็นพญานาคผิวหนังวาวลื่น ไม่ว่าน้ำมันพราย หรือน้ำมันอะไรก็ไม่แทรกซึมเข้าผิวหนังได้”อลินตาหันขวับ เอ่ยด้วยความทันกัน
“งั้นคุณก็ไม่ควรลืมว่าคุณเกิดใหม่ในร่างมนุษย์แล้ว จิตวิญญาณเริ่มซึมซับเป็นเนื้อเดียวกับกายหยาบของมนุษย์ถ้าฉันหวงหรือห่วงก็คงจะเป็นร่างของเจ้าภูแสนมากกว่า..” คราวนี้ปราถะเหมือนโดนมีดปักฉึกเข้าที่หัวใจจากรอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีที่ได้ยินอลินตาพูดว่าห่วงร่างของเจ้าภูแสนสองคนมองหน้ากันก่อนจะลุกเดินหนีไปคนละทาง เป๋าและหมิงสับขาตามเจ้านายตัวเองส่วนชัยยันตร์ก็เร่งเครื่องออกตามเจ้าภูแสนไปอย่างเร่งรีบ
ภายในห้องแต่งตัวของเจ้าภูแสน ชัยยันตร์ตามติดไม่ห่างไอรดาไม่ค่อยสบอารมณ์ที่ในห้องมีชัยยันตร์ ปราถะหันมาทางไอรดาแล้วพูดขึ้นด้วยความสุภาพตามมารยาทที่ควรจะมี
“แล้วเจอกันบนเวทีครับ..”ไอรดายิ้มแฝงรอยเสียดาย เพราะไม่ว่าเธอจะพยายามถึงตัวเจ้าภูแสนแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยสำเร็จเลยแม้แต่ปลายเล็บ แม้จะถูกไล่ทางอ้อมแต่ไอรดาก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
“ชุดอยู่ในตู้จะให้รดาช่วยเหลืออะไรก็บอกได้นะคะ” ไอรดาพูดขึ้นพลางทาบนิ้วไปบนชุดที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าของเจ้าภูแสนที่จะต้องสวมใส่ขึ้นเวที ปราถะมองไปที่นิ้วของไอรดาซึ่งกำลังลูบไล้เสื้อผ้าในไม้แขวนเสื้อด้วยสายตาชวนอาเจียนแน่ละไอรดาไม่รู้ว่าปราถะเห็นมือของเจ้าหล่อนมีแต่น้ำหนองศพผีตายโหง
หญิงสาวเอามือที่เต็มไปด้วยน้ำมันพรายมาแปะๆป้ายๆ ยังไม่พอ ชุดที่แขวนอยู่ในตู้ก็ไม่ต่างกัน เต็มไปด้วยน้ำเลือดน้ำหนองซึ่งปลุกเสกรวมเป็นน้ำมันพรายคงจะแอบหยดน้ำมันพรายใส่ชุดไว้ตั้งแต่แรก ใครได้ใส่ชุดนี้ถ้าจิตไม่แข็งพอมีหวังเป็นบ้าเป็นหลังแน่ๆปราถะคิดแล้วก็โล่งใจ ดีนะที่เตรียมชุดมาเอง
“ขอบคุณคุณไอรดามากครับที่จัดการทุกอย่างให้ผมแค่นี้ก็เกรงใจจะแย่” ปราถะพูดจบก็หันไปทางชัยยันตร์
“ชัยยันตร์นายไปหยิบชุดนั้นออกมาให้หน่อยแล้วเอาชุดของฉันไปแขวนในตู้” ชัยยันตร์ผู้ที่ทำหน้าที่รับคำสั่งก็ค้อมศีรษะแล้วเตรียมจะเดินไปยังตู้เบื้องหน้าขณะที่ชัยยันตร์กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบชุดที่ไอรดาเตรียมไว้ให้เจ้าภูแสนโดยเฉพาะเสียงของไอรดาก็แหวออกมาราวฟ้าผ่าลงกลางห้อง
“อย่าแตะ!!!”ปราถะนาคราชในร่างเจ้าภูแสนหรี่ตามองไอรดาทันทีก่อนจะยิงคำถามเสียงดุเล็กๆ ทันควัน
“ทำไมชัยยันตร์แตะไม่ได้นี่เป็นคำสั่งของผม!” ไอรดาสะดุ้งนิดๆ ยามที่เจ้าภูแสนดุดันมันช่างน่าเกรงขามเสียจริงไอรดาแววตาสั่นไหว หลบสายตาคมกริบที่จับจ้องเพื่อรอฟังคำตอบ
“เอ่อ.. คือ..ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ รดาแค่..” ไอรดาบีบกระโปรงตัวเองเพราะเหมือนเจอทางตันหาทางออกไม่ได้
“แค่อะไรเหรอครับคุณไอรดา..” ปราถะเน้นเสียงถาม
“เอ่อ.. แค่..”ไอรดาคิดในใจว่าผู้ชายคนนี้ฉลาดไม่เบา ไม่ตกหลุมพรางสักนิดเดียวเธอประมาทเจ้าภูแสนเกินไป ทางด้านปราถะเมื่อเห็นว่าไอรดาไปไม่เป็นและแสดงอาการเวิ่นเว้อหาทางออกไม่ได้ก็โบกมือกลางอากาศ
“เอาล่ะๆผมเข้าใจว่าคุณอยากจะดูแลผมให้ดีที่สุด แต่ไม่เป็นไร ผมไม่คิดจะใส่ชุดอื่นนอกจากชุดที่ผมเตรียมมา ชัยยันตร์..” ประโยคสุดท้ายเจ้าภูแสนหันมาออกคำสั่งกับชัยยันตร์
“เอาชุดไปแขวนตรงหน้ากระจกเดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า” จากนั้นปราถะก็หันมามองไอรดายิ้มๆก่อนจะบอกอีกฝ่าย
“ขอตัวเปลี่ยนเสื้อผ้านะครับ..”ประโยคนี้เท่ากับเป็นการไล่ไอรดาทางอ้อม ไอรดาได้แต่ยืนนิ่งรู้สึกเกรงกลัวเจ้าภูแสนตัวจริงตัวเป็นๆเข้าให้เสียแล้ว เขาดูไม่ใช่คนที่จะเข้าใกล้ได้ง่ายๆและไม่ใช่ผู้ชายโง่หรือมักมากในเรือนร่างสตรีเลยสักนิดเดียว เจ้าภูแสนเหมือนเป็นกำแพงที่ไม่อาจจะทะลายลงได้ง่ายๆหากทว่าไอรดายังไม่ยอมแพ้!!
“แต่ชุดที่เตรียมไว้ให้เจ้ามันเป็นชุดที่เข้าชุดกับรดาเพื่อเดินแบบบนเวทีนะคะ” เจ้าภูแสนส่งสายตาคมกริบมองไอรดาก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน
“เดี๋ยวนะครับคุณไอรดาตอนที่ผมตกลงมาร่วมงานของคุณ ผมพูดว่าอะไร?ผมคิดว่าคนเก่งและฉลาดอย่างคุณไม่น่าจะลืมง่ายๆ” คราวนี้ไอรดาถอยหลังไปหนึ่งก้าวยิ้มเจื่อนอย่างเห็นได้ชัดเพราะเธอจำได้แม่นยำตอนที่คุยธุระกันทางโทรศัพท์ เจ้าภูแสนบอกชัดเจนว่าเขาจะขอขึ้นเดินแบบคนเดียว หรือไม่เขาอาจจะมีนางแบบมาด้วยซึ่งเขาไม่เดินกับไอรดา หญิงสาวยกมือจับผมทัดหูแก้เก้อ
“เอ่อ ค่ะ รดาจำได้ขอโทษด้วยที่เสียมารยาท เชิญเจ้าเปลี่ยนชุดได้เลยค่ะ” แม้ไอรดาจะทำท่าเหมือนยอมแพ้แต่ไอรดาก็ยังแอบคิดว่าค่ำคืนนี้ยังมีเวลาที่จะป้ายน้ำมันพรายใส่เจ้าภูแสนถ้าป้ายไม่ได้ ก็จะสะบัดน้ำมันพรายแบบไม่ต้องเข้าถึงตัวยังไงก็ช่างไอรดาคิดว่าคืนนี้เจ้าภูแสนจะต้องเป็นของเธอให้จงได้!!
ทางด้านอลินตาก็เดินตามทีมงานสต๊าฟเข้าห้องแต่งตัวเพื่อจะเปลี่ยนชุดโดยมีเป๋าเดินสับเท้าตามมาติดๆ ส่วนหมิงนั้นไม่ได้ตามเข้ามาเพราะเขาเป็นผู้ชายหมิงจึงเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวบริเวณด้านนอกห้องแต่งตัวของเหล่าบรรดานางแบบทั้งหลายอลินตาอนุญาตให้เป๋าอยู่กับเธอในห้องแต่งตัวได้ เมื่ออยู่กันสองคน เป๋าก็คันปากยิกๆ
“คุณอลินคะ?” เป๋ากรีดเสียงถามทันที
“คุณอลินรู้สึกหรือเปล่าคะว่าคุณหนูไอรดาที่แสนจะเพอร์เฟคน่ะพยาย๊าม พยายาม จะกันซีนกันท่าคุณอลินทุกเรื่อง ตั้งแต่การแต่งตัว ความสวยงามหรือแม้กระทั่งเรื่องเจ้าภูแสนนางดูเหมือนจะทำตัวให้มีตัวตนและเด่นกว่ายิ่งมาเจอคุณอลิน ก็เหมือนสงครามนางงามโลกจะประทุยังไงยังงั้นเลยนะคะแต่ยังไงเป๋าก็ประทับใจเจ้าอยู่ดีอ่ะค่ะ เหมือนเจ้าปกป้องคุณอลินชัดเจนมาก โดยเฉพาะเรื่องที่นั่งวีไอพี”อลินตายิ้มก่อนจะค่อยๆ ปลดเครื่องประดับในตัวออก
“แล้วเป็นยังไงสงครามนี้นายมองว่าใครชนะ” เป๋ายิ้มสะบัดแปรงปัดแก้ม
“พูดแบบมั่นใจเกินร้อยว่าคุณอลินค่ะรูปร่างหน้าตาเป๊ะเวอร์กว่า ฐานะอาจจะสูสี แต่ออร่าความเจิดจรัสเป๋าให้คุณอลินที่หนึ่ง ส่วนคุณหนูไฮไซนั่นดูนางหมองๆ ยังไงก็ไม่รู้นะคะปกติผู้หญิงไม่สวยแต่ถ้าแต่งตัวแต่งหน้าดีๆ ก็มีออร่าน่ามอง แต่นี่แปลกแต่งหน้าแต่งตัวดูดี แต่ทำไมดูหมองดูไร้เสน่ห์ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ” อลินตาวางกระเป๋าใบเล็กของตนบนเคาน์เตอร์วางของหน้ากระจกก่อนจะพูด
“สมแล้วที่นายอยู่กับฉันมานานเป๋าตุงคุณหนูไอรดาเธอเล่นคุณไสย งานนี้เธอประโคมน้ำมันพรายแทบจะอาบแทนน้ำซะขนาดนั้นราศีผีตายโหงก็จับแทนออร่ามนุษย์เป็นธรรมดา”อลินตาพูดจบเป๋าถึงกับยกมือทาบหน้าอก
“ไม่น่าเชื่อคุณไอรดาเพียบพร้อมขนาดนั้น หน้าตา ฐานะ การศึกษา” อลินตาหันมายิ้มกับเป๋า
“ยกเว้นความรักไงที่ไอรดาขาดและบกพร่องสุดๆ”เป๋าหันมามองอลินตาก่อนจะพูดย้ำ
“อย่าบอกนะว่าคุณไอรดาโปะน้ำมันพรายเพื่อ...”อลินตาพยักหน้า
“เจ้าภูแสนคือเป้าหมายของค่ำคืนนี้เจ้าให้ฉันคอยดูแลปกป้องเขาจากไอรดา” เป๋ายิ้มสะบัดแปรงไปในอากาศราวกับจะร่ายเวทย์มนต์
“แหมมิน่าวันนี้ทำตัวเป็นปาท่องโก๋เชียวนะคะเป๋าเดาไม่ผิดว่าคุณอลินก็ยอมช่วยเจ้าใช่ไหมค?ะ เอ.. หรือว่าเจ้านายเป๋าจะเริ่มเอนเอียงกับผู้ชายซะแล้ว...”