(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

ตอนที่ 214 เรื่องวุ่นๆ กับเรื่องที่ดิน

ตอนที่ 214 เรื่องวุ่นๆ กับเรื่องที่ดิน



ในช่วงสายของตอนเช้า หลังจากเที่ยวชมฟาร์มกันเสร็จเรียบร้อย ไลท์ก็ได้พาทุกคนกลับมายังร้านอาหารสามเวลา ได้ทันเวลาอาหารเที่ยงพอดิบพอดี โดยทันทีที่พวกเขามาถึง ก็พลันมีรถม้าจำนวนมากและกลุ่มผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง กำลังเข้าแถว ยืนรอคิว กันอยู่ที่หน้าร้านอาหาร


“คงจะเป็น ลูกค้าที่มาจากเมืองหลวงสินะครับ?” ไลท์เอ่ยถามไปยังเมย่า เนื่องด้วยในช่วงก่อนหน้านี้ พ่อของเมย่าที่เป็นขุนนางยศศักดิ์บารอน ได้เคยแจ้งกับไลท์เอาไว้ว่า ในวันนี้จะมีกลุ่มผู้คนที่มาจากเมืองหลวง เดินทางมาที่ร้านของเขานั่นเอง

“ใช่ค่ะ แต่ดิฉันคิดว่าในกลุ่มคนที่อยู่หน้าร้านกลุ่มนั้น ไม่น่าจะเป็นคนของคุณพ่อทั้งหมดนะคะ เพราะดูจากการแต่งกายของพวกเขาแล้วน่าจะเป็น คนที่มาจากเมืองอื่นๆ นอกเหนือจากเมืองหลวง” เมย่าได้ชะเง้อคอมองไปยัง กลุ่มผู้คนที่ยืนอยู่หน้าร้าน พลางสำรวจเครื่องแต่งกายของพวกเขา

ก่อนจะมั่นใจว่า ลูกค้าที่ยืนอยู่หน้าร้านอาหาร ไม่น่าจะใช่คนจากเมืองหลวง หากแต่มีชาวบ้าน จากเมืองอื่นๆ เดินทางมาที่นี่อีกด้วย


“มีคนจากเมืองอื่นๆ ด้วยเหรอครับ?” ไลท์นั้นรู้สึกแปลกใจกับคำตอบที่ได้รับ เพราะในช่วงนี้เขาและโทมัส ก็ไม่ได้วางแผนสร้างข่าวลือ อะไรขึ้นมาสักหน่อย...เหตุไฉนถึงได้มีผู้คนจากเมืองอื่นๆ มาที่ร้านของเขากันล่ะ??!!

“ลองไปถามพวกเขากันดีไหมครับว่ารู้จักร้านอาหารของพวกเรากันได้ยังไง” โทมัสดูคึกคักขึ้นมาอักโข เมื่อเห็นถึงลูกค้าจำนวนมาก หลังจากไม่ได้เห็นผู้คนเยอะเช่นนี้ มานานเป็นเดือนๆ


โทมัสกระโดดปราดออกจากรถม้าที่ไลท์เป็นคนขับ ด้วยความคล่องแคล่วว่องไว เพียงชั่วพริบตา ร่างของเจ้าชายหนุ่มผมทองผู้นี้ ก็ได้ไปปรากฏอยู่ตรงหน้า กลุ่มลูกค้าที่ยืนอยู่หน้าร้านเป็นที่เรียบร้อย


“สวัสดีครับ ผมเป็นผู้ช่วยพ่อครัวอยู่ที่ร้านแห่งนี้ พอดีเชฟไลท์...หมายถึงพ่อครัวของเรา เขาได้ฝากผมมาถามว่าพวกคุณที่มาจากต่างบ้านต่างเมือง ทำไมถึงรู้จักร้านของเรากันเหรอครับ?” โทมัสแนะนำตัว ทันทีที่เขาบอกว่าเป็นผู้ช่วยพ่อครัวประจำร้าน เหล่าลูกค้าทั้งหลายที่ได้ยิน ก็พลันหันหน้ากลับมามองโทมัสกันด้วยความตื่นเต้น ซึ่งก็มีลูกค้าบางกลุ่มที่มองโทมัส ด้วยแววตาที่แปลกประหลาด


ราวกับว่า พวกเขากำลังมีเรื่องคับข้องใจและอยากที่จะพบกับคนจากร้านอาหารสามเวลาอยู่พอดิบพอดี


โดยสายตาของคนกลุ่มนี้ หลังจากที่โทมัสได้สัมผัส เขาก็รู้ได้ในทันทีว่า ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มีความต้องการที่จะมารับประทานอาหาร หากแต่มาเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่าง อย่างแน่นอน



“พวกเราได้ยินว่าคุณคือผู้ช่วยพ่อครัวประจำร้านแห่งนี้ใช่ไหมครับ พวกเราเดินทางมาจากหมู่บ้านสายหมอก พอดีพวกเราได้ยินจากคนในหมู่บ้านว่ามีคนกำลังกว้านซื้อที่ในหมู่บ้านของพวกเราอยู่ พวกเราจึงอยากจะมาพบกับเขาเพื่อขอให้เขาซื้อที่ดินของพวกเราด้วยเหมือนกันนะครับ พ่อหนุ่มพอจะบอกได้ไหมว่า คนที่กำลังกว้านซื้อที่ดินในหมู่บ้านสายหมอกเป็นใคร?” หนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่ยืนจับกลุ่มกันอยู่อีกฟากหนึ่งด้วยสายตาที่แปลกประหลาด ได้รีบเดินตรงเข้ามาทักทายกับโทมัส พลางบอกเล่าถึงความต้องการที่อยากจะขายที่ดินในหมู่บ้านสายหมอก ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมกันอยู่นี้ออกไปเร็วๆ


เพื่อที่จะได้นำเงินสักก้อนไปหาซื้อที่ดินแห่งเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ จะได้ไม่ต้องเผชิญกับสภาวะน้ำท่วมให้ทุกข์ทรมานกันอีกแล้ว


“เรื่องนี้ผมเองก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันครับ ต้องขออภัยด้วย” โทมัสรีบถอยห่างจากคนกลุ่มนั้นในทันที

โทมัสเองก็ไม่รู้ว่า เรื่องที่ไลท์กำลังกว้านซื้อที่ดินในละแวกหมู่บ้านสายหมอกนั้น หลุดออกไปได้อย่างไรและเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เขาจึงรีบวิ่งกลับไปแจ้งให้ไลท์ได้รับทราบเรื่องนี้ก่อน ที่มันจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น

หากแต่ว่า สายไปแล้ว!


ทันทีที่โทมัสได้ผละตัวเองออกจากกลุ่มคนจากหมู่บ้านสายหมอก เขาก็หันหลังไปเจอเข้ากับไลท์ที่ยืนฟังเรื่องดังกล่าวนี้อยู่


“ผมเองครับ ที่เป็นคนที่พวกคุณกำลังเข้าใจผิด คิดว่าผมกำลังกว้านซื้อที่ดินในหมู่บ้านสายหมอก” ไลท์ได้ตอบกลับกลุ่มคนเหล่านั้นที่พยายามจะวิ่งไล่ตามโทมัส เพื่อหวังจะคุยเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง


ซึ่งในทันทีที่ได้กลุ่มคนเหล่านั้นได้ยิน คำพูดของไลท์ พวกเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายมาให้ไลท์กันในทันที


“เป็นพ่อหนุ่มนี้เอง งั้นเราหาที่เหมาะๆ มาคุยเรื่องที่ดินกันเป็นการส่วนตัวดีไหมครับ” ชายคนหนึ่งได้ก้าวขึ้นมา ประหนึ่งเป็นตัวแทนของคนกลุ่มนี้ พลางส่งยิ้มให้กับไลท์ด้วยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ ไม่น่าไว้ใจ

“ได้ครับ แต่ผมขอเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงได้ไหมครับ พอดีว่าผมต้องไปทำอาหารเพื่อหาเงินก่อน หากพวกคุณไม่รีบอะไรก็รอไปก่อน” ไลท์เองก็ยิ้มแบบเดียวกันกลับไป

“ได้เลยๆ พวกเรามีเวลาถมเถ พ่อหนุ่มไปทำงานก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกเราจะรอพ่อหนุ่มอยู่ที่นี้” พอได้ยินว่า ไลท์ตกลงที่จะเข้ามาพูดคุยกันเรื่องของที่ดินในหมู่บ้านสายหมอก ชายคนดังกล่าวก็พลันดีอกดีใจเป็นอย่างมาก พลางเปิดทางให้ไลท์และโทมัส ได้กลับเข้าไปในร้าน


อย่างไรก็ตาม ไลท์กลับยังคงยืนนิ่งไม่ได้ขยับไปไหนหรือกลับเข้าไปในร้านแต่อย่างใด เขายืนมองชายคนดังกล่าวและชาวบ้านคนอื่นๆ ที่กำลังยืนยิ้มร่า ก่อนจะพูดขึ้นว่า


“พวกคุณจะรอผมที่นี่เหรอครับ?” “ใช่แล้ว พวกเราจะรออยู่ตรงนี้แหละ”

“คุณจะรอก็ได้นะครับ แต่ถ้าจะรออยู่ในร้านแบบนี้ คงต้องสั่งอะไรมากินกันสักหน่อยไหมครับ ไม่อย่างนั้นผมคงต้องเชิญทุกท่านออกไปรอกันที่อื่น พอดีโต๊ะในร้านมีไว้สำหรับลูกค้าของร้านอาหารสามเวลาครับ” ไลท์ยังคงยิ้ม แต่เนื้อในคำพูดของเขา ทำเอาชายและคนที่เหลือในกลุ่ม ถึงกับต้องหันมามองเขาเป็นตาเดียว


“โต๊ะที่ร้านก็เหลือเยอะแยะไป อย่างพื้นที่ตรงนู้นก็ไม่มีลูกค้าเข้ามานั่ง ถ้าอย่างนั้นพวกผมไปนั่งตรงนู้นได้ไหมครับ” ชายที่มาจากหมู่บ้านสายหมอก ยังคงไม่ยอมแพ้ ชี้นิ้วไปยัง โต๊ะว่างๆ ที่เป็นส่วนต่อขยายของร้านที่ไลท์พึ่งจะทำขึ้นมาใหม่ เพื่อขอไปนั่งกันตรงนั้นเพื่อหวังจะหลบแดดที่ร้อนจัดในยามเที่ยง

“ถึงตอนนี้จะยังไม่มีลูกค้าไปนั่ง แต่ผมก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อนจริงไหมครับ...ยังไงต้องรบกวนทุกท่าน หากไม่สั่งอาหารมารับประทาน ผมก็คงต้องเชิญพวกคุณออกไป” ไลท์ยิ้ม ก่อนจะผายมือไปยังประตูหน้าร้าน เพื่อเชิญให้คนทั้งหมดออกไปจากบริเวณร้านของเขา

“ยุ่งยากจริงๆ งั้นก็ได้ แค่สั่งอะไรมากินก็พอใช่ไหม” ชายและกลุ่มของมัน ดูรำคาญกับเรื่องยุ่งยากที่ไลท์กำหนด พวกมันเลยตัดปัญหาที่จะเถียงด้วยการเหลือบไปมองยัง ป้ายเมนูที่ติดอยู่ข้างผนัง


ก่อนจะต้องตกใจ เมื่อพบว่า ป้ายเมนูอาหารของทางร้านนั้นประดับประดาด้วยทองจริงๆ ทั้งที่จริงแล้ว มันคือ สี ที่ไลท์ทาต่างหาก



‘อาหารจานหนึ่งแค่ 5 เหรียญทองเองเหรอ? เหอะๆ เล่นเอาตกตกใจหมด นึกว่าจะแพงหูฉี่เหมือนกับอาหารในเมืองหลวงเสียอีก’ ชายและกลุ่มของมัน ตอนแรกก็ดูตกใจ จนไม่กล้าที่สั่งอาหารเพราะกลัวว่าจะไม่มีเงินจ่าย


หากแต่เมื่อลองมองดูราคาของอาหารให้ดีๆ พวกมันก็พบว่า ราคาอาหารภายในร้าน ไม่ได้มีราคาที่สูงอะไรเลย เริ่มต้นแค่เพียง 5 เหรียญทองเท่านั้น

เช่นนั้นแล้ว สั่งมา 10 จาน ให้ครบทุกคนก็ยังไหว...เผลอกินน้ำอีกคนละแก้วก็สบายๆ



ทว่า ‘เมนูบนป้ายที่ชื่อว่า กะเพรามันคืออะไร? สุกี้? ผัดผักบุ้งไฟแดง?’ เมนูมากกว่า 20 ชนิดถูกเขียนติดอยู่บนผนัง แต่มีเพียงไม่กี่เมนู ที่พวกมันนั้นเคยกินและรู้จัก


‘ฉันเบื่อข้าวหมูกระเทียมพวกนั้นแล้ว ที่หมู่บ้านของเราเองก็มีขาย หัวหน้าสั่งเมนูอื่นให้กับฉันเถอะ’

‘ฉันด้วย ฉันขอด้วย หัวหน้าฉันขอน้ำส้มเพิ่มอีกแก้วด้วย แก้วละ 3 เหรียญทองเองไม่ใช่เหรอ หากเราสามารถขายที่ดินให้กับไอ้หนุ่มนั้นได้สำเร็จ พวกเราก็จะรวยกันแล้ว อย่าขี้งกไปหน่อยเลยนะหัวหน้า...ฉันถ่ายไม่ค่อยออกมาหลายวันแล้ว’


กลุ่มชาวบ้านที่ติดตามชายคนดังกล่าว แท้ที่จริงแล้วเป็นลูกน้องของชายคนนี้ หาใช่ชาวบ้านทั่วๆ ไป ที่ไม่รู้ความ


“เออๆ ก็ได้ เลี้ยงอาหารพวกแกสักมื้อจะสักแค่ไหนกันเชียว ไหนๆ พวกแกก็ลงทุนไปหลอกซื้อที่ดินมาจากไอ้ชาวบ้านหน้าโง่พวกนั้นกันแทบตายเลยนิ งั้นดีเลยถือเป็นรางวัลของพวกแกก็แล้วกัน” ชายคนดังกล่าวก็ดูจะใจดีกับลูกน้องของมันอยู่ไม่น้อย พอทุกคนได้ยินว่า หัวหน้าของพวกมันจะเลี้ยง ก็ต่างพากันเฮโร ด้วยความยินดี


ไม่นานนักชายคนดังกล่าวก็ได้กวักมือเรียก ให้คาห์นเข้าไปรับเมนูอาหารจากพวกมัน


“รับอะไรดีครับ” คาห์น เดินออกไปรับเมนู ดั่งเช่นที่เคยทำมาตลอด แต่ก็มิวาย ถูกค่อนแคะจากชายคนดังกล่าวไปเล็กน้อย

“เด็กเสิร์ฟร้านนี้แก่ไปหน่อยไหม แต่ก็เอาเถอะ...ไปจัดอาหารอะไรมาก็ได้ ที่อยู่บนเมนูนั้น เอามาเยอะๆ เลย แล้วฉันขอน้ำส้มให้กับชาวบ้านพวกนี้ด้วย” ชายคนดังกล่าว ได้สั่งอาหารให้กับคนในกลุ่ม ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเมนูบนป้ายนั้นคืออะไร

“อะไรก็ได้ เอาเป็นอะไรดีครับ ข้าวไข่เจียว ข้าวผัดหรือกะเพรา ถ้ากะเพราเอาเผ็ดระดับไหนดีครับ หากยังไม่เคยทาน ผมแนะนำว่าให้ลองที่ระดับหนึ่งก่อน?” คาห์นพยายามถามย้ำไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ


“เซ้าซี้จริงๆ ฉันบอกเอาอะไรมาก็ได้ ก็เอาๆ มาเถอะ จะถามอะไรกันนักหนา” ชายผู้เป็นหัวหน้า เริ่มรู้สึกรำคาญเมื่อถูกคาห์น จี้คำถามที่มันฟังไม่รู้เรื่องซ้ำๆ ฟังดูเซ้าซี้ แต่จริงๆ แล้วมันกลัวเสียหน้าต่อหน้าลูกน้องของมันเสียมากกว่า จึงได้ดุด่าคาห์นไปด้วยความรำคาญเพื่อจะได้ตัดจบและทำให้ตัวมันเองดูน่าเคารพในสายตาของลูกน้องได้อีกด้วย


ครั้นโดยปกติแล้ว คาห์นก็มักจะต้องถามเซ้าซี้กับลูกค้าที่มารับประทานอาหารเป็นครั้งแรกอยู่แล้ว


เพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานอาหารที่ตรงใจและสัมผัสกับอาหารที่แสนอร่อยของไลท์ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง


อย่างไรก็ตามลูกค้ากลุ่มนี้กลับไล่คาห์นด้วยความรำคาญไปเสียอย่างนั้น ทำให้คาห์นก็ได้แต่จำใจเดินออกมา ก่อนจะส่งเมนูอาหารที่จดมาให้กับเอลล่า ที่เป็นคนรับหน้าที่ส่งเมนูให้กับไลท์ ในฐานะผู้ช่วยพ่อครัว


“อะไรก็ได้เยอะๆ ที่อยู่บนป้ายเมนูและน้ำส้มจำนวน 10 แก้ว?” เอลล่าถลึงตามองด้วยความสับสนงุนงง เมื่อคาห์นส่งกระดาษที่จดเมนูจากลูกค้าโต๊ะดังกล่าวมาให้กับเธอ

“ลูกค้าโต๊ะไหนกันที่สั่งเมนูแบบนี้ หรือ ท่านคาห์นจดเมนูมาผิด” จิมที่วุ่นๆ อยู่ในครัว ไม่รู้ว่า ลูกค้าดังกล่าวนั้นเป็นใคร ทำให้เข้าใจผิดว่า คาห์นนั้นจดเมนูมาผิด จึงเตรียมที่จะไปถามกับคาห์นให้รู้แน่ชัดว่าตกลงแล้ว ลูกค้าโต๊ะดังกล่าวที่อยู่ในพื้นที่ต่อเติมใหม่นั้นต้องการเมนูอะไรกันแน่


ทว่า “ลูกค้าบอกว่าเมนูอะไรก็ได้บนป้ายใช่ไหม งั้นก็ทำไปทั้งหมดนั่นแหละ อย่าขัดใจลูกค้าสิจิม...จริงไหมโทมัส” “จริงครับเชฟ งั้นผมขอทำกะเพราหมูความเผ็ดห้าระดับเลยนะครับเชฟ” ท่ามกลางความสับสนระหว่างเอลล่า จิมและคาห์น ว่าจะทำเมนูอะไรให้กับลูกค้า


จู่ๆ ไลท์และโทมัสก็ได้พูดแทรกขึ้นมา ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มลงมือทำ เมนูอะไรก็ได้ที่อยู่บนป้าย ทีละเมนู โดยโทมัสก็เริ่มตั้งเตาเตรียมที่จะทำกะเพราหมู ความเผ็ดทั้ง 5 ระดับ ที่ไม่มีลูกค้าคนไหนในร้านอาหารเคยลิ้มรสความเผ็ดที่ระดับกันมาก่อน ยกเว้นก็แต่เพียงไลท์ คนเดียวเท่านั้นที่สามารถกินความเผ็ดในระดับนี้ได้สบายๆ


ซึ่งหลังจากตกลงกันแล้วว่าโทมัสจะรับหน้าที่ทำกะเพราหมู ไลท์จึงตัดสินใจที่จะทำกะเพราไก่ไปด้วยเลย แต่แล้ว...ติ้ง!


‘ท่านเจ้าของร่างต้องการเปิดใช้ พลังงานบริสุทธิ์หรือไม่...ใช่/ไม่ใช่?!’


จู่ๆ ก็มีหน้าต่างจากระบบปรากฏขึ้นบนอากาศ ในทันทีที่ไลท์เริ่มจับตะหลิวเพื่อเตรียมตั้งเตา


‘คุณระบบ หน้าต่างที่ขึ้นมานี้หมายถึงอะไรครับ?’ ไลท์เอ่ยถามกับระบบผ่านจิตใต้สำนึก

‘พลังงานบริสุทธิ์ คือพลังต้นกำเนิด ที่คนในโลกนี้เรียกมันว่า พลังแห่งแสงหรือพลังแห่งการรักษา...โดยพลังบริสุทธิ์นี้จะช่วยเยียวยาอาการเจ็บปวดให้กับผู้ที่ได้รับมันให้หายเป็นปกติ แต่ด้วยการที่เจ้าของร่าง ไม่ใช่คนของโลกนี้ ทำให้ร่างกายของท่านไม่มีพลังเวท ฉะนั้นการจะใช้พลังนี้จำเป็นต้องมีสื่อกลาง ซึ่งสื่อกลางที่ท่านเจ้าของร่างสามารถใช้ได้ก็คือ บรรดาอาหารและเครื่องดื่มที่ท่านเจ้าของร่างเป็นคนทำ’

ระบบได้อธิบายถึงพลังงานบริสุทธิ์ที่ปรากฏขึ้น ให้กับไลท์ได้ฟัง


พลางช่วยอธิบายถึงพลังแห่งการรักษา (ไม่สมบูรณ์) ที่เขาได้รับมาตอนที่อดีตนักบวชแห่งมาช่วยรักษาร่างกายให้กับเขาด้วย

และพลังนี้มันก็ทำงานมาตั้งแต่บัดนั้นอยู่เรื่อยๆ ดั่งเช่นที่ขาและแขนของไลท์ที่เคยหักหรือช่วยขจัดความเหนื่อยล้าของทุกคนที่ ได้กินอาหารของไลท์มาตลอดนั่นเอง



...โปรดติดตามตอนต่อไป...



ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

www.facebook.com/writelazy



คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน

สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
9.93M 1273
คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
388K 744
ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

นิยาย แฟนตาซี
73K 77
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.72M 5471
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
บันทึกราชันย์เทพอสูร

บันทึกราชันย์เทพอสูร

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.52M 508
ย่ำภพสยบแดน (จบ)

ย่ำภพสยบแดน (จบ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
144K 224
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179