การเดินทางของหลีเฮง เฟยเฟย และเสี่ยวจู ดำเนินต่อไปลึกเข้าไปในหุบเขาเร้นลับที่ทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งก้าวล่วงลึกเข้าไปเท่าใด บรรยากาศรอบกายก็ยิ่งหนาวเหน็บและอับชื้นมากขึ้นเท่านั้น แสงอาทิตย์ที่เคยสาดส่องลงมาบัดนี้ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆทะมึนและเงาไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาอย่างหนาแน่น พวกเขาเดินลัดเลาะไปตามโขดหินสูงชันและเถาวัลย์ที่เกี่ยวพันกันจนดูคล้ายกับเขาวงกตธรรมชาติ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหน้าถ้ำวิหารราตรี สถานที่ซึ่งถูกเล่าขานว่าเป็นแหล่งรวมพลังหยินที่เข้มข้นที่สุดในหุบเขาแห่งนี้
ปากถ้ำมืดมิดและส่งเสียงครางหวีดหวิวราวกับเสียงกระซิบของภูตผี ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมากระทบผิวหนังจนทำให้หลีเฮงต้องกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความหนาวเย็นคือ หมอกพิษมารสีดำทะมึนที่ลอยอวลอยู่ภายในถ้ำ มันไม่ได้เป็นเพียงหมอกธรรมดา แต่มันคือไอพิษที่เกิดจากการสะสมของพลังมารนับพันปี เพียงแค่สูดดมเข้าไปเพียงเล็กน้อย มันก็สามารถกัดกร่อนเส้นลมปราณและทำลายจุดชีพจรของผู้ฝึกตนได้อย่างง่ายดาย
เมื่อทั้งสามก้าวเท้าเข้าไปในเขตของหมอกพิษมารสีดำ ผลกระทบก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เฟยเฟยผู้ซึ่งมีปราณธาตุอัคคีที่ร้อนแรง เริ่มมีอาการไออย่างหนัก ใบหน้าที่เคยงดงามและเต็มไปด้วยเลือดฝาดบัดนี้กลับซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายขึ้นตามไรผม นางพยายามใช้ปีกเพลิงของตนปัดเป่าหมอกพิษ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งนางใช้พลังมากเท่าใด พิษมารก็ยิ่งแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของนางได้เร็วขึ้นเท่านั้น
ทางด้านเสี่ยวจู สาวน้อยครึ่งแมงมุมก็มีอาการไม่สู้ดีนัก นางเริ่มวิงเวียนศีรษะและทรงตัวไม่อยู่ ขาทั้งแปดของนางสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ใยไหมที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้กลับอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง "ท่านพี่หลีเฮง... ข้า... ข้ารู้สึกหายใจไม่ออก..." นางพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
หลีเฮงเห็นดังนั้นก็ตกใจสุดขีด เขารีบประคองร่างของทั้งสองสาวเอาไว้ในอ้อมแขน แม้ตัวเขาเองจะเริ่มรู้สึกถึงความอึดอัดและเจ็บปวดจากการถูกพิษมารกัดกร่อนเช่นกัน แต่เขาตระหนักดีว่าในฐานะผู้ชายคนเดียวและเป็นที่พึ่งของพวกนาง เขาจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
"ระบบ! เปิดหน้าร้านค้าด่วนที่สุด!" หลีเฮงตะโกนในใจอย่างร้อนรน
ทันใดนั้น อินเทอร์เฟซของ 'ระบบเทพแมงดา' ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา หน้าจอสีฟ้าใสสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำวิหารราตรี หลีเฮงรีบกวาดสายตามองหาสิ่งที่จะสามารถช่วยเหลือพวกนางได้ จนกระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับไอเทมชิ้นหนึ่ง
[ โอสถสลายพิษมารเจ็ดดาราสวรรค์ ]
[ สรรพคุณ: ขจัดพิษมารทุกชนิดที่แทรกซึมอยู่ในเส้นลมปราณ ฟื้นฟูจุดชีพจรที่เสียหาย และสร้างเกราะคุ้มกันพิษชั่วคราว ]
[ ราคา: 5,000 แต้ม ]
"ซื้อเดี๋ยวนี้! เอามาสองเม็ด!" หลีเฮงออกคำสั่งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แม้จะต้องสูญเสียแต้มสะสมไปจำนวนมาก แต่ชีวิตของหญิงสาวทั้งสองย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
[ ติ๊ง! หักแต้มสะสม 5,000 แต้ม ซื้อโอสถสลายพิษมารเจ็ดดาราสวรรค์สำเร็จ! ]
ยาเม็ดสีเงินยวงเปล่งประกายระยิบระยับปรากฏขึ้นในฝ่ามือของหลีเฮง เขารีบประคองใบหน้าของเฟยเฟยและเสี่ยวจูขึ้นมาอย่างเบามือ ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบปลายคางของพวกนางเบาๆ เพื่อให้ริมฝีปากบางเผยอออก จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ป้อนโอสถลงไปในปากของพวกนางอย่างระมัดระวัง
แต่เพียงแค่นั้นยังไม่พอ หลีเฮงรู้ดีว่าพิษมารได้แทรกซึมลึกเข้าไปในเส้นลมปราณของพวกนางแล้ว เขาจึงต้องใช้วิชานวดดรรชนีสวรรค์เพื่อกระตุ้นให้โอสถออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น เขาวางปลายนิ้วลงบนลำคอระหงของทั้งสองสาว บริเวณจุดชีพจรที่เต้นตุบๆ จากนั้นเขาก็เริ่มออกแรงนวดคลึงอย่างเป็นจังหวะ พร้อมกับส่งผ่าน "ปราณธาตุไม้สีเขียวขจี" อันบริสุทธิ์เข้าไปผสมผสานกับฤทธิ์ยา
กระแสปราณสีเขียวมรกตไหลเวียนเข้าไปในร่างกายของหญิงสาวทั้งสองราวกับสายน้ำแห่งชีวิต มันเข้าไปชำระล้างไอพิษมารสีดำที่เกาะกุมอยู่ตามเส้นลมปราณและจุดชีพจรต่างๆ ขับไล่ความหนาวเหน็บและเจ็บปวดออกไปจนหมดสิ้น สัมผัสจากปลายนิ้วของหลีเฮงที่ลากไล้ไปตามลำคอและลาดไหล่ของพวกนาง ช่างอ่อนโยนและวาบหวามจนทำให้ร่างบางของทั้งสองสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"อืม..." เฟยเฟยครางเสียงหวาน ใบหน้าที่เคยซีดเผือดเริ่มกลับมามีสีเลือดอีกครั้ง ลมหายใจของนางเริ่มกลับมาเป็นปกติ
"ท่านพี่..." เสี่ยวจูลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยทอประกายสดใส รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง
เมื่อเห็นว่าทั้งสองสาวปลอดภัยแล้ว หลีเฮงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาดึงร่างของพวกนางเข้ามากอดไว้แน่น ท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำวิหารราตรี ไออุ่นจากร่างกายของพวกเขาได้กลายเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย
รุ่งอรุณมาเยือน แสงแรกแห่งวันสาดส่องเข้ามาภายในถ้ำ ขับไล่ความมืดมิดและหมอกพิษให้จางหายไป หลีเฮงตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่น เขามองดูสองสาวที่ยังคงหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบจะดังขึ้นในหัวของเขา
[ ติ๊ง! รายรับปันผลหุ่นจำลองประจำวัน: +3,000 แต้ม ]
[ สรุปยอดแต้มสะสม: 35,500 + 3,000 - 5,000 = 33,500 แต้ม ]
[ แต้มวิบัติสะสม: 22 แต้ม ]
[ ข้อความจากระบบ: การเสียสละเพื่อสาวงามคือวิถีแห่งเทพแมงดาที่แท้จริง! ระบบขอชื่นชมในความใจป้ำของท่าน! แต่อย่าลืมว่าแต้มวิบัติก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โปรดระวังตัวให้ดี! ]
โอสถสลายพิษมารเจ็ดดาราสวรรค์มิใช่ยาถอนพิษทั่วไป ทว่ามันคือสุดยอดโอสถที่ถูกหลอมรวมขึ้นจากสมุนไพรหายากนับร้อยชนิดบนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ ผ่านการเคี่ยวกรำด้วยไฟปราณธาตุบริสุทธิ์เป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน จนได้มาซึ่งเม็ดยาสีเงินยวงที่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งแสงสว่างและการเยียวยา เมื่อผสานเข้ากับปราณธาตุไม้สีเขียวขจีของหลีเฮง ฤทธิ์ของโอสถก็ยิ่งทวีความรุนแรงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นทวีคูณ
กระแสปราณสีเขียวมรกตที่ถูกส่งผ่านจากปลายนิ้วของหลีเฮง ไม่เพียงแต่ช่วยขับไล่ไอพิษมารสีดำออกไปเท่านั้น แต่มันยังเข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูเส้นลมปราณที่ฉีกขาดและเสียหายให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม สำหรับเฟยเฟย ปราณอัคคีที่เคยถูกกดทับด้วยความเย็นยะเยือกของหมอกมาร บัดนี้ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนขึ้นภายในจุดตันเถียนของนาง แผ่ซ่านความอบอุ่นไปทั่วทั้งร่าง ขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจออกไปจนสิ้น นางรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่กลับมาเต้นระรัวอย่างทรงพลังอีกครั้ง
ส่วนเสี่ยวจู ใยไหมที่เคยอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง บัดนี้กลับมามีความเหนียวแน่นและยืดหยุ่นยิ่งกว่าเดิม พลังแห่งการเยียวยาได้แทรกซึมเข้าไปในทุกอณูขุมขนของนาง กระตุ้นให้สัญชาตญาณสัตว์อสูรของนางตื่นตัวเต็มที่ ขาทั้งแปดที่เคยสั่นเทากลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง นางรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นนี้ ล้วนเป็นผลมาจากความรักและความห่วงใยที่หลีเฮงมอบให้แก่นาง
การนวดเฟ้นตามจุดชีพจรของหลีเฮงนั้น เป็นศิลปะที่ผสานทั้งความนุ่มนวลและความหนักแน่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเขากดคลึงลงบนลำคอระหงและลาดไหล่ของพวกนาง มันราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง ปลุกเร้าความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องลึกของจิตใจให้ปะทุขึ้นมา สัมผัสอันวาบหวามและลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ข้างแก้ม ทำให้สองสาวไม่อาจต้านทานความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นภายในใจได้ พวกนางต่างเอนกายพิงอกแกร่งของหลีเฮงอย่างหาที่พึ่งพิง ปล่อยให้ความอบอุ่นและกระแสปราณของเขาโอบอุ้มพวกนางไว้ในอ้อมกอด
หยาดน้ำค้างยามเช้าที่เกาะอยู่ตามใบไม้หน้าปากถ้ำวิหารราตรี ทอประกายระยิบระยับเมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ราวกับเป็นการเฉลิมฉลองให้กับการรอดพ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราช หมอกพิษมารที่เคยหนาทึบ บัดนี้ได้ถูกแสงอรุณขับไล่ให้จางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสดชื่นและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ หลีเฮงมองดูสองสาวงามที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างกายด้วยความภาคภูมิใจ เขาตระหนักดีว่า เส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยขวากหนามและอันตรายที่คาดไม่ถึง แต่ตราบใดที่เขายังมีพวกนางอยู่เคียงข้าง และมีระบบเทพแมงดาคอยสนับสนุน เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรค เพื่อปกป้องรอยยิ้มและความงดงามของพวกนางเอาไว้ตลอดไป
ลมอ่อนพัดโชยมาปะทะใบหน้าของชายหนุ่ม นำพากลิ่นหอมของดอกไม้ป่ายามเช้ามาเตะจมูก เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ รับเอาพลังแห่งธรรมชาติเข้าสู่ร่างกาย ปราณธาตุไม้ภายในตัวของเขาตอบสนองต่อบรรยากาศยามเช้าอย่างเต็มที่ ทำให้เขารู้สึกสดชื่นและมีพลังเต็มเปี่ยม เขาค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของสองสาวที่กำลังหลับใหลอย่างเป็นสุข
ภาพของเฟยเฟยที่ซุกใบหน้าเข้ากับอกของเขา และเสี่ยวจูที่กอดแขนของเขาไว้แน่น ทำให้หลีเฮงอดยิ้มออกมาไม่ได้ พวกนางคือสมบัติล้ำค่าที่สุดที่เขาได้พบพานในโลกใบนี้ และเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องรอยยิ้มของพวกนางเอาไว้! แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่ม ทอประกายความหวังและความมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งเทพแมงดาที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า!
บรรยากาศยามเช้าหน้าถ้ำวิหารราตรีช่างแตกต่างจากค่ำคืนที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง หมอกพิษมารที่เคยกดดันและน่าสะพรึงกลัวถูกแทนที่ด้วยสายหมอกบางเบาสีขาวนวลที่ลอยเรี่ยพื้นดิน แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องทะลุผ่านแมกไม้ลงมาสร้างความอบอุ่นและขับไล่ความหนาวเหน็บให้มลายหายไป เสียงนกน้อยร้องเพลงประสานเสียงกันดังแว่วมาแต่ไกล ราวกับเป็นการเฉลิมฉลองการเริ่มต้นวันใหม่
เฟยเฟยค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย นางกะพริบตาถี่ๆ ปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่าง ก่อนจะพบว่าตัวเองกำลังนอนหนุนตักของหลีเฮงอยู่ ใบหน้าของนางแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน สัมผัสอันวาบหวามและกระแสปราณที่อบอุ่นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ นางลอบมองใบหน้ายามหลับของชายหนุ่มด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง
ทางด้านเสี่ยวจู สาวน้อยแมงมุมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน นางบิดขี้เกียจอย่างน่ารัก ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้กับเฟยเฟย "อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ พี่เฟยเฟย เมื่อคืนท่านหลับสบายหรือไม่?"
เฟยเฟยพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ "อืม... ข้าหลับสบายมาก ต้องขอบคุณหลีเฮงและโอสถของเขา" นางพูดพลางหันไปมองชายหนุ่มที่ยังคงหลับสนิทอยู่
ทั้งสองสาวมองหน้ากันอย่างรู้ใจ พวกนางตัดสินใจที่จะไม่ปลุกหลีเฮง และปล่อยให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกนางรู้ดีว่าเมื่อคืนเขาต้องใช้พลังไปมากแค่ไหนในการดูแลรักษาพวกนาง เฟยเฟยและเสี่ยวจูจึงลุกขึ้นไปเตรียมอาหารเช้าอย่างเงียบๆ โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้จากบริเวณรอบๆ ถ้ำ
กลิ่นหอมของปลาย่างและซุปผลไม้ป่าลอยโชยไปเตะจมูกหลีเฮง ทำให้เขาค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะมองเห็นภาพที่ทำให้เขาต้องยิ้มกว้าง เฟยเฟยและเสี่ยวจูกำลังช่วยกันทำอาหารอย่างขะมักเขม้น ภาพของสองสาวงามที่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน บัดนี้กลับร่วมมือกันอย่างสามัคคี ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก
"อรุณสวัสดิ์... พวกเจ้าตื่นกันนานแล้วหรือ?" หลีเฮงเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
สองสาวหันมายิ้มให้เขาพร้อมกัน "อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ/ท่านพี่!"
อาหารเช้ามื้อนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ความตึงเครียดและความหวาดกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและความสุข พวกเขานั่งล้อมวงพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ อย่างสนุกสนาน หลีเฮงมองดูรอยยิ้มของพวกนางด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เขาตระหนักดีว่า ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใด ขอเพียงแค่มีพวกนางอยู่เคียงข้าง เขาก็มีพลังใจที่จะฟันฝ่ามันไปได้อย่างแน่นอน!