หลังจากผ่านไปกว่าหลายเพลา!......2ชั่วยาม........6 ชั่วยาม!.........1 วัน!...........3 วัน!.............5 วัน!..............10 วัน!!.....ผ่านมากว่าสิบวันแล้วที่หยุนเฟยตั้งหน้าตั้งตารอประตูบานที่หกนี้เปิดออกมา!
“เกิดอะไรขึ้น?เหตุใดมันถึงไม่เปิดออกมา?หรือว่านี่อาจจะเป็นเพราะกฎของบททดสอบ?....”
หยุนเฟยพลันคิดถึงเรื่องกฏของมันขึ้นมา!ทำให้มันเริ่มรู้สึกว่าประตูบานที่หกนี้อาจจะถูกพันธนาการไว้ด้วยกฏของบททดสอบแห่งนี้!...นั่นทำให้หยุนเฟยพลันทำหน้านิ่วคิ้วขมวดออกมาอย่างเบื่อหน่าย!
ซูม!!!!!
เสียงไอพลังปราณพลันเกิดขึ้นในห้องโถงอย่างไม่ทันให้หยุนเฟยได้ตั้งตัว!....ก่อนที่พลังปราณจะแผ่ขยายออกมาจากทั่วห้องโถงใหญ่แห่งนี้!.....หยุนเฟยที่ได้สัมผัสถึงไอพลังปราณที่ปล่อยออกมาก็พลันขมวดคิ้วขึ้นมาทันที!
“ไอพลังปราณบริสุทธิ์ยิ่งนัก!....มิเพียงแค่นั้นพลังปราณพวกนี้ล้วนแล้วแต่มาจากธรรมชาติทั้งสิ้น!....เมื่อสัมผัสเข้าไปแล้วแม้จะเป็นผู้ที่ไม่สามารถฝึกพลังจิตให้เข้มแข็งได้!ก็สามารถบอกถึงระดับของพลังปราณธรรมชาตินี้ได้!”
“ระดับจักรพรรดิเทพ!!.......ใช่แล้ว!.....เห้อ!....ดูเหมือนว่าท่านเทพพระเจ้าจากต่างโลกจะคิดถึงเรื่องนี้มาอย่างดีสินะ!....นี่เองก็คงจักเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้รับบทสืบทอดกว่า เก้าสิบล้านชีวิตต้องม้วยมลายไปในบททดสอบแห่งนี้!”
“ช่างน่าขันยิ่งนัก!ที่มนุษย์หรือแม้กระทั่งหลายเผ่าพันธุ์ล้วนแต่หักห้ามกิเลศของตนเองมิได้ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าผลที่ตามมาจะหนักหนาสาหัสก็ตามที!”
“แต่ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!ตัวข้าเองก็มิกิเลศ!....และแน่นอนว่าข้าต้องดูดซับพลังปราณพวกนี้แน่นอน!....และถึงกระนั้น!ผลที่ตามมาก็ยังไม่มีอันตรายใดๆต่อตัวข้าทั้งสิ้น!.....นั่นเองก็เป็นเพราะกฎของบททดสอบแห่งนี้เช่นกัน!......ไม่แน่ข้าอาจจะเป็นหนึ่งในร้อยล้านก็ได้ที่จะสามารถผ่านบททดสอบแห่งนี้ไปอย่างง่ายดาย!”
กล่าวจบหยุนเฟยก็ไม่รอช้าแต่อย่างใด!....มันนั่งทำท่าสมาธิเพื่อรวบรวมจิตเข้าดูดซับและเพิ่มพูนพลังปราณในสถานที่แห่งนี้!....นี่คือวิธีการบ่มเพาะที่หยุนเฟยคิดขึ้นมาเองกับมือและมันสมองอันก้าวหน้าเหนือมวลมนุษย์ของมัน!
ด้วยการนำพลังจิตที่ฝึกฝนและหลอมรวมยากเสียยิ่งกว่ายากนั้น!กลับนำมาเพิ่มพูนและกลั่นกรองพลังปราณให้บริสุทธิ์ขึ้นไปอีกนั้น!
คราแรกที่มันบอกวิธีนี้ให้คนในตระกูลของมันได้รับรู้!.....ทุกผู้คนที่ได้ยินสิ่งที่มันพูดล้วนแต่บอกกับมันว่า!วิธีนี้คือหนทางสู่ “ดินแดนพระเจ้า!!!”
พระเจ้าคือดินแดนอีกดินแดนหนึ่งไม่ได้ข้องเกี่ยวกับภพในโลกแห่งนี้แต่อย่างใด!....ตามที่หยุนเฟยจำได้!ท่านแม่ของมันที่เป็นลูกสาวของพระเจ้าบอกว่าดินแดนพระเจ้าอยู่เหนือฟ้าขึ้นไปอีกหลายแสนลี้! และในดินแดนแห่งนั้นแม้กระทั่งทารกที่เกิดมาก็ล้วนแล้วแต่มีระดับอยู่ที่ระดับปราณจักรพรรดิทั้งสิ้น!....และระดับปราณจักรพรรดิก็ยังถือว่าเป็นระดับแรกของผู้ฝึกลมปราณในดินแดนพระเจ้าเพียงเท่านั้น!....
ดินแดนแห่งพระเจ้านั้นจะมีวิธีการบ่มเพาะแบบของหยุนเฟยเป็นเรื่องธรรมดา!....และวิธีนี้นั้นจะสามารถใช้ได้แต่กับผู้ที่สืบสายเลือดของเทพเท่านั้น!....นั่นจึงทำให้ทั่งตระกูลของมันมีเพียงมันและแม่ของมันเท่านั้นที่จะใช้วิธีการบ่มเพาะนี้ได้!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้!ร่างกายของมันก็พลันสั่นเทาขึ้นมา!....เพราะในโลกใบนี้จะมีหรือคนที่จะตัดขาดจากคนในตระกูลไปได้!....ถึงแม้มันจะถือว่าตนนั้นละขาดจากความแค้นแล้ว!....แต่ความรักเล่า?ความรักของมันมีหรือจะละขาดได้?....มีหรือจะลบเลือนไปได้?....ถึงแม้มันจะเป็นผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งเช่นไร!แต่เมื่อมันนึกถึงเรื่องราวต่างๆตั้งแต่มันเกิดมาจากลายเป็นมันอยู่ทุกวันนี้!น้ำใสใสที่อยู่ในขอบตาของมันก็พลันไหลออกมาทันที!
“ท่านพ่อ....ท่านแม่......ท่านปู่ทวดและท่านย่าทวด!ข้าหวังว่าพวกท่านจักสบายดี!ข้าหยุนเฟยแม้จะผ่านไปหลายสิบปีหมื่นปี หรือกว่าแสนๆปี ข้าก็จักมิลืมพวกท่าน!....”
...................................
หลังจากที่ร่ำให้อยู่หลายนาน!หยุนเฟยก็พลันคืนสติกลับมามั่นคงได้อีกครา!....ก่อนมันจะตั้งใจรวบรวมพลังจิตดูดซับพลังปราณเข้ามา!.....และเข้าสู่ร่างกายในที่สุด!
ปัง!!!!!!
ด้วยขนาดของเส้นลมปราณที่กว้างกว่าผู้คนธรรมดาถึง3 เท่า!ทำให้มันใช้เวลานานไม่นานที่จะดูดซับพลังปราณเข้าร่างกาย!รวมทั้งความบริสุทธิ์ของพลังปราณเอง!จึงทำให้มันก้าวข้ามระดับไปได้อีกหนึ่งระดับ!
“ระดับปราณจิต!”
จิตวิญญาณแผ่ขยาย!พลังปราณล้วนถูกดูดซับ!ร่างกายพลันดูดกลืน!สมองจึงปลอดโปร่ง!พลังล้วนแล้วแต่เพิ่มพูน!
ปัง!
“ระดับปราณจิตขั้นที่ 2”
ปัง!
“ระดับปราณจิตขั้นที่ 3”
ปัง!!
“ระดับปราณจิตขั้นที่ 4”
ระดับหยุนเฟยยังคงเพิ่มพูนขึ้นไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง!.....ครั้นเวลานี้!....นับตั้งแต่ที่หยุนเฟยเริ่มดูดซับพลังปราณระดับจักรพรรดิเทพนี้ก็เวลาก็ได้ล่วงเลยมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว!....
ด้วยความยากในการทะลุไปแต่ละขั้นของทุกระดับๆนั้นล้วนแต่ยากขึ้น!ทำให้หยุนเฟยในตอนนี้เองยังอยู่ในขั้นปราณจิตเฉกเช่นเดือนก่อน!ครั้นเมื่อมันลืมตาขึ้น!มันจึงรู้สึกได้ลางๆว่าพลังปราณของห้องโถงแห่งนี้กำลงัเหือดหายไปเอง!
“ระดับปราณจิตขั้น 9”
หยุนเฟยพลันกล่าวระคนตะลึงลานออกมา!เพราะนี่ถือเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากสำหรับคนธรรมดาและหยุนเฟยเองก็ตาม!.....นี่คือสิ่งที่ทุกคนล้วนต้องการ!นั่นคือสถานที่บ่มเพาะอันสูงส่ง!และผลที่ตามมาก็คือพลังปราณอันสูงศักดิ์!
นี่ถือว่าเร็วกว่ามันมากมายนักในการบ่มเพาะให้ไปถึงระดับปราณจิตขั้นที่8 เมื่อเทียบกับอดีตชาติของมัน!....และเมื่อกอปรกับสถานที่ที่มันใช้บ่มเพาะแล้วยิ่งทำให้มันเริ่มรู้สึกว่าตนนั้นโชคดีเป็นอย่างมากมากเสียยิ่งกว่าสิ่งใดๆที่มันนึกออก!....
เพราะในสถานที่ที่มันอยู่ตอนนี้คือบททดสอบที่กางค่ายกลเวลา!....และยังเป็นค่ายกลเวลาในระดับยิ่งใหญ่อีกต่างหาก!...นั่นก็เหมือนกับว่าหยุนเฟยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำ!ในการก้าวผ่านระดับครึ่งก้าวสู่ปราณจิต!มาอยู่ในระดับปราณจิตขั้น8 !!!
“สวรรค์ช่างทรงโปรด!”
หยุนเฟยพลันอุทานออกมาเป็นประโยคอย่างลืมตัว!
และในเพลานี้เอง!ไอพลังปราณระดับจักรพรรดิเทพพลันจางหายไป!.....เหลือำว้เพียงแค่ห้องโถงที่ไร้ซึ่งพลังปราณเล็กลอดในอีกสิบลมหายใจต่อมา!
ครืน!!!!!
พลังปราณส่วนหนึ่งพลันพุ่งออกมาทางประตูบานที่หก!.....ครานี้เป็นระดับที่สูงสุดของบททดสอบแห่งนี้!ทำให้แม้หยุนเฟยจะรู้ถึงกฏของบททดสอบแห่งนี้มันเองก็ยังคงต้องตึงเครียดขึ้นมาอย่างอดไว้ไม่ได้!!
ตู้ม!!!!!!
พลังปราณที่ถูกอัดแน่นเข้าไปในประตูบานที่หก!พลันระเบิดล้นออกมาจากบานประตู!และล้วนแต่หายไปเมื่อสัมผัสโดนเข้ากับอากาศในห้องโถงแห่งนี้!
พลังปราณยังคงหลั่งไหลมาอย่างไม่หยุดยั้ง!ผ่านไปกว่าสิบลมหายใจ!พลังปราณที่ดูเหมือนจะล้นทะลักจึงพลันหดหายไป!เหลือไว้เพียงความเงียบสงบภายในห้องโถง!
ตึ้ม!!!
เสียงของบานประตูพลันเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆไปกระทบกับกำแพงจึงทำให้เกิดเสียงดังสนั่นฟ้าขึ้นมา!
หยุนเฟยพลันหรี่ตาลงเมื่อเห็นอีกด้านของประตูบานนั้นก่อนจะสังเกตเห็นตัวหนังสือที่เขียนไว้ด้วนภาษามนุษย์ว่า...
“มนุษย์ล้วนโง่เขลา กิเลศกลืนกิน พลังท่วมท้นแต่ล้วนตกตายตามกัน”
ทุกคำที่หยุนเฟยอ่านนั้นและทุควรรคที่หยุนเฟยกล่าวนั้นทำให้มันรู้ว่าบททดสอบนั้นเริ่มตั้งแต่ก่อนประตูจะเป็ดเสียอีก!...ใช่มันเกิดขึ้นตั้งแต่ไอพลังปราณล้นทะลักเข้ามาในห้อง!
แปลตามวรรคได้ดังนี้ มวลมนุษย์ทุกคนนั้นล้วนแต่โง่เขลาเบาปัญญาเมื่อโดนกิเลศของพลังนั้นกลืนกินเมื่อครั้นพลังท่วมท้นเหนือใครอื่นก็ตามแต่เพราะในท้ายที่สุดก็ล้วนต้องตกตายไปตามๆกันทั้งสิ้น!
หยุนเฟยพลันขมวดคิ้วขึ้นมา!หรือว่าบททดสอบที่หกจะไม่ถือในกฎของบททดสอบ?....หากเป็นเช่นนั้นข้าเองก็คงแย่กว่าดีเป็นแน่แท้!
“!!!!!?”
หยุนเฟยพลันตะลึงขึ้นมาอย่างท่วมท้น!เพราะแท้จริงแล้วปราะตูบานที่หกนั้นมิใช่ประตูอย่างที่มันคิดไว้แต่อย่างใด!...แต่มันกลับเป็นเหมือนกับโลงศพที่ตั้งขึ้น!.....
และที่ทำให้หยุนเฟยตกใจก็คือหยุนเฟยสามารถมองเห็นข้างในโลงศพนั้นได้!....ในโลงศพแห่งนั้นมีร่างกายที่เหมือนจะเป็นมนุษย์หนึ่งผู้กำลังยืนกอดเอวตนเองเหมือนกับโดนมัดไว้!
ดวงตาหลับไหลร่างกายแข็งขันอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ!ผมยาวสลวยเกือบถึงเอว!ใบหน้ารูปคมงดงามราวกับเทพบุตร!มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างมีความสุข!
แต่ไม่รู้ว่าทำไมกันแน่เมื่อหยุนเฟยเหลือบมองร่างกายนี้ไปเรื่อยๆจึงทำให้มันรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมา!ก่อนมันจะเบนสายตามไปยังตัวอักษรที่อยู่ข้างหลังร่างมนษย์ร่างนั้น!
“!!!!!!!?”
เหงื่อบนหน้าพลันไหลผุด!ร่างกายพลันสั่นเทา!สมองพลันสบสนวายวุ่น!ร่างกายแข็งค้างอย่างน่าตะลึง!....ใบหน้าพลันขาวซีด!....เมื่อมันเหลือบไปเห็นตัวอักษรที่เขียนเรียงกันว่า! “หยุน” !!....หยุนเฟยที่เห็นดังนั้นจึงพลันเบือนหน้าขึ้นมาดูร่างมนุษย์ร่างนั้นอีกคราหนึ่ง!
“!!!”
และแล้วเหมื่อนกับฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะ!...ร่างกายข้างหน้าของมันที่มองคราแรกเหมือนจะคุ้นเคย!บัดนี้พลันรู้แจ้ง!....เพราะร่างกายที่อยู่ตรงหน้าของมันนั้นคือตัวของมันเอง!
ร่างกายที่แสนหล่อเหลาเเละคุ้นเคยกว่าใครอื่นในโลงศพนั้นคือ
.
.
.
.
“หยุนเฟย!!!”
To be continue……