"เอ่อ......ข้าขอโทษที่จูบท่าน"ลั่วอู่หลินเอ่ยปากขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างยิ่ง ฮั่วฟางหรงส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวตอบอย่างอายๆว่า "ไม่เป็นอะไร ถึงจะเป็นเรื่องหน้าอายแต่ที่เจ้าทำไปก็เพราะช่วยเหลือข้า"
ลั่วอู่หลินที่ได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจ เขาคิดว่านางจะโกรธถึงขนาดพุ่งมาทุบตีเขาเสียอีก หากเป็นแบบนี้ก็จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย "ถ้าเช่นนั้นเราออกเดินทางกันเลยดีหรือไม่ ตอนนี้พ่อบ้านของท่านน่าจะรออยู่ที่ด้านหน้าของเทือกเขานรกเยือกแข็งนี้แล้ว"
"อะ อืม"
ฮั่วฟางหรงพยักหน้า ทั้งสองเริ่มออกเดินทางกันในทันทีโดยไม่รอช้า และด้วยตอนนี้ฮั่วฟางหรงมีเปลวเพลิงเหมันต์ผนึกฟ้าอยู่ในร่างกายจึงทำให้นางไม่ได้รับผลกระทบก่ออากาศที่หนาวเย็นและพายุหิมะอีกต่อไป ดังนั้นการเดินทางจะไวเป็นพิเศษ โดยใช้เวลาเพียงสองชั่วยามเท่านั้นพวกเขาก็ออกมาจากอาณาเขตของนรกเยือกแข็งได้
"หืม ไม่ปกติ!"ลั่วอู่หลินอุทาน จากนั้นรีบพุ่งไปคว้าตัวฮั่วฟางหรงและกระโดดถอนหลับกลับในทันที ตรงจุดที่หญิงงามยืนอยู่เมื่อครู่จู่ๆก็มีลูกไฟสีแดงฉานพุ่งเข้าใส่จนทำให้เกิดแรงระเบิดจนกลายเป็นหลุมกว้าง
ทั้งลั่วอู่หลินและฮั่วฟางหรงดวงตาฉายแววสั่นสะท้านและเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่ตอนนี้ปรากฏร่างกายชายนับสิบคนที่สวมอาภรณ์สีแดงลวดลายเปลวเพลิงเหมือนกับพ่อบ้านฮั่วหมิงไม่มีผิดเพี้ยน ใช่! คนเหล่านี้คือเหล่าคนของหอประมูลไม่ผิดแน่ แถมห้าในสิบคนนี้ยังเป็นระดับเซียน
"ผู้อาวุโสสูงสุดฮั่วเฟิง นี่มันหมายความว่าอย่างไร?"ฮั่วฟางหรงกล่าวใบหน้าของนางมืดมนยิ่ง ชายวัยกลางคนที่ไว้หนวดเคราเล็กน้อยแสยะยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆๆ คุณหนูใหญ่ ไม่ต้องตกใจไป พวกเราแค่อยากจะมาเชิญท่านกลับไปกับเราก็เท่านั้น อย่างน้อยก็จนกว่าฮั่วหยางหลานชายของข้าจะได้รับตำแหน่งผู้นำหอประมูล แล้วข้าจะปล่อยท่านไป"
"พูดแบบนี้แสดงว่าท่านพ่อทะยานสู่ขั้นเทพสวรรค์แล้ว ปล่อยข้าไป? อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย เมื่อพวกเจ้าได้รับสิ่งที่ต้องการมีหรือจะยอมปล่อยข้า"ฮั่วฟางหรงกล่าว ตอนนี้ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างยิ่ง ฮั่วหยางคือน้องชายคนและแม่กับนาง อีกทั้งแม่ของฮั่วหยางก็ยังเป็นน้องสาวของผู้อาวุโสสูงสุด จึงไม่แปลกที่ชายคนนี้จะเข้าข้างหลานของตัวเอง
"ฮ่าๆๆคุณหนูใหญ่ช่างฉลาดยิ่ง ถ้าข้ากำจัดท่านไปก็เหลือแค่ฮั่วยี่น้องชายแท้ๆของท่านเท่านั้น ซึ่งหยางเอ่อร์ของข้าไม่มีทางแพ้ในศึกชิงตำแหน่งผู้นำอย่างแน่นอน"ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างขบขัน
'โอ้ ที่แท้คิดจะกำจัดแม่นางฮั่วเพื่อที่จะเพิ่มโอกาสชนะให้กับคนที่ชื่อฮัวหยางสินะ หอประมูลนี้ที่แท้มีคนคิดไม่ซื่อในกติกาที่ผู้นำสร้างขึ้น'ลั่วอู่หลินที่มองดูสถานการณ์ครุ่นคิดในใจ แน่นอนเขาย่อมจำชายที่ชื่อฮั่วยี่ที่อีกฝ่ายพูดถึงได้ ชายคนนั้นได้อาวุธระดับสวรรค์ไปหนึ่งชิ้นจากวิหารสืบทอด แถมพรสวรรค์ก็นับว่าไม่เลวเทียบเท่ากับอัจฉริยะของตระกูลราชามังกรอัสนีบาตเลยก็ว่าได้
"นี่ แม่นางแล้วท่านไม่มีขุมกำลังส่วนตัวบ้างหรืออย่างไร ทำไมมันถึงได้มาล้อมท่านเอาไว้ได้ง่ายดายเช่นนี้"ชายหนุ่มส่งเสียงผ่านจิตให้หญิงสาวได้ยินในทันที แต่สิ่งที่นางตอบกลับมาแทบทำให้เขากุมขมับด้วยความปวดหัว "ข้าไม่ได้สนใจการแข่งขันแย่งชิงก็เลยให้คนที่เคยอยู่ฝ่ายข้าไปสนับสนุนน้องชายแทน ตอนนี้จึงเหลือแค่พ่อบ้านฮั่วหมิงเท่านั้น ซึ่งดูจากสถานการณ์ก็น่าจะโดนพวกมันสังหารไปแล้ว"
"เหอะ นี่ท่านล้อข้าเล่นใช่ไหมเนี้ย แล้วแบบนี้ท่านจะหนีรอดไปได้อย่างไร"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม การเดินทางมาแดนเซียนครั้งแรกของเขาก็มีปัญหาใหญ่เข้ามาเสียแล้ว ไม่คิดว่าสถานการณ์ในหอประมูลจะซับซ้อนถึงเพียงนี้
"แล้วเจ้ามีทางให้เราหนีหรือไม่ หากรอดไปได้ข้าจะตอบแทนให้สมกับที่เจ้าช่วยเหลืออย่างแน่นอน?"ฮั่วฟางหรงกล่าวถาม
"มีน่ะมีอยู่ แต่ท่านต้องจ่ายราคาสูงหน่อยนะสำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้"ฮั่วฟางหรงพยักหน้าโดยไม่รั้งรอ การสนทนาผ่านจิตของพวกเขาแม้จะดูยาวนานทว่ากลับกินเวลาไม่ถึงห้าลมหายใจ
"คุณหนูใหญ่ ตายให้กับข้าซะเถอะ!!"ผู้อาวุโสสูงสุดหัวเฟิงกล่าว มือของเขาชูขึ้นมาพร้อมกับมีกลุ่มก้อนเปลวเพลิงขนาดใหญ่คล้ายกับพระอาทิตย์ขนาดย่อมๆอย่างไรอย่างนั้น มันขว้างลูกไฟขนาดมหึมาพุ่งตรงไปยังร่างกายชายหญิงที่อยู่บนพื้นดิน ในขณะที่มันกำลังจะกระทบตัว ลั่วอู่หลินใช้เสี้ยววินาทีนั้นกระตุ้นหอคอยมหาสมบัติและพาฮั่วฟางหรงหายไปในทันที
"บูมมม!"
เมื่อเห็นการระเบิดที่รุนแรงปรากฏขึ้นแววตาของผู้อาวุโสใหญ่ฮั่วเฟิงฉายแววโหดเหี้ยมอมหิตและแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย แน่นอนมันคิดว่าลั่วอู่หลินรวมไปถึงฮั่วฟางหรงตายไปแล้ว ตายแบบไม่เหลือแม้แต่กระดูก เพราะด้วยการระเบิดระยะประชิดเช่นนั้นคงต้องบอกว่าแม้จะเป็นระดับเซียนก็ยากที่จะรอดได้
"นางตายแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีใครขวางหนทางรุ่งโรจน์ของหลานชายข้าได้อีก ฮ่าๆๆ"เสียงฮั่วเราะของชายนับสิบดังขึ้นมา ในบรรดาผู้สืบทอดทั้งสามคนฮั่วฟางหรงนั้นแข็งแกร่งมากที่สุด แม้นางจะเคยประกาศว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับตำแหน่งผู้นำแต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่านางพูดจริง ดังนั้นพวกอาวุโสใหญ่จึงได้ตามล่านางเช่นนี้เพื่อตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม
"ผู้อาวุโสสูงสุดแล้วเราจะทำอย่างไรกับฮั่วยี่ดีขอรับ"ชายคนหนึ่งลอยมาข้างๆแล้วกล่าวถาม
"ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามกติกา อย่าลืมว่าฮั่วยี่มีผู้อาวุโสสูงสุดอีกคนคอยคุ้มครองแถมกำลังของมันก็พอๆกับเรา ข้าไม่เชื่อว่าฮั่วหยางหลานข้าจะแพ้ให้แก่มัน ตอนนี้พวกเจ้าออกไปกระจายข่าวซะว่าคุณหนูใหญ่ฮั่วฟางหรงและผู้ติดตามหายตัวไปอย่างปริศนาไม่พบร่องลอย"
"ขอรับ ผู้อาวุโสสูงสุด"
เมื่อได้รับคำสั่งชายที่เหลืออีกเก้าคนผสานมือคาราวะและแยกย้ายกันออกไปในทันที ส่วนผู้อาวุโสสูงสุดฮั่วเฟิงตอนนี้ก็สุดแสนจะอารมณ์ดีและบินทะยานกลับตระกูลไป
ภายในหอคอยชั้นที่ห้า ตอนนี้ฮั่วฟางหรงดวงตาเบิกกว้าง เมื่อครู่นางคิดว่าจะตายเสียแล้วแต่พอลืมตาขึ้นมาก็พบเจอกับพื้นที่ว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาพร้อมกับชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายของนาง
"ที่นี่มันคือที่ไหนกัน?"ฮั่วฟางหรงกวาดสายตามองไปรอบๆก็อดอุทานออกมาไม่ได้
"ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็แค่ที่หลบภัยส่วนตัว"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างเมินเฉยทำให้หญิงสาวถึงกับต้องหันมามองด้วยแววตาที่หลากหลาย ไม่ให้ตกใจ? พื้นที่ส่วนตัว? ในหัวนางมีแต่ความไม่เข้าใจ แต่ทว่าลั่วอู่หลินไม่ได้อธิบายอะไรไปมากกว่านั้น ซึ่งนางเองก็ไม่ได้กล่าวถามอะไรเช่นกันเพราะมันจะเป็นการเสียมารยาทต่อผู้ที่ช่วยชีวิต
"ตอนนี้คนพวกนั้นคิดว่าท่านตายไปแล้ว ท่านจะเอาอย่างไรต่อดี จะให้ข้าไปส่งยังตระกูลของท่านหรือไม่"ชายหนุ่มกล่าวถาม ฮั่วฟางหรงที่ได้ยินก็ส่ายหน้าเบาๆ "หากจะพูดตามตรงนี่คือสิ่งที่ข้าปรารถนา ให้ทุกคนคิดว่าข้าตายไปแล้วก้ดีเหมือนกัน นับจากนี้ข้าจะได้เป็นอิสระจากตระกูลเสียที"
"หืม แล้วน้องชายของท่านละ ท่านจะทิ้งเขาหรือ?"ลั่วอู่หลินถามด้วยความสงสัย
"ฮั่วยี่มีผู้อาวุโสสูงสุดอีกคนรวมถึงขุมกำลังมากมายช่วยเหลือ แถมเขายังเป็นศิษย์ของนิกายสุริยันจันทราที่เป็นอีกหนึ่งขุมกำลังชั้นนำของแดนเซียน หากเขาพ่ายแพ้อาจารย์ของเขาไม่มีทางปล่อยให้เขาเป็นอะไร"
"เห้อ ข้าไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์อันซับซ้อนของพวกท่านเท่าไรหรอกนะ แล้วท่านจะไปไหนต่อละข้าจะได้ไปส่งท่านถูก"ลั่วอู่หลินกล่าวถามอีกครั้ง
"เช่นนั้นได้โปรดพาข้าไปส่งข้ายังหุบเขาบุปผาสวรรค์หน่อยได้หรือไม่ เพราะที่นั่นเป็นสถานที่อยู่ของท่านป้าของข้าที่เร้นกายอยู่อย่างสงบเมื่ออยู่ที่นั่นย่อมไม่มีใครตามหาข้าเจอ"ฮั่วฟางหรงกล่าวขอร้อง
ลั่วอู่หลินพลันถอนหายใจ "ก็ได้ๆ เห็นแก่ที่เป็นพันธมิตรกันจะช่วยท่านอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ส่วนของตอบแทนข้ายังคิดไม่ออกเอาไว้คิดออกเมื่อไรจะมาทวงกับท่านทีหลัง"
ฮั่วฟางหรงยกยิ้มแววตามองไปที่ชายหนุ่มด้วยความทราบซึ้งใจ ด้วยที่ตอนนี้ฐานะของนางคือคนที่ตายไปแล้ว ดังนั้นลั่วอู่หลินจึงให้นางอยู่ด้านในชั้นห้อของหอคอยอย่างสงบเสงี่ยมก่อนจะขอแผนที่และออกเดินทางในทันที ซึ่งฮั่วฟางหรงก็ทำตัวเป็นเด็กดีและอยู่อย่างสงบอย่างที่ชายหนุ่มบอกกล่าวเอาไว้