14 1-2
ตอนที่ 26 โจรขึ้นบ้าน (1)
หลินจิงซูแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น และเดินเข้าไปพร้อมกับกล่องอาหารตามปกติ
เหตุเพราะเธอแสดงได้ค่อนข้างเป็ธรรมชาติอย่างมาก ทั้งย่าหวังและศาสตรศาจารย์หวังต่างก็ไม่ได้นึกสงสัยใดๆ ทั้งสองต่างทักทายให้การต้อนรับเธอเช่นทุกวัน และปล่อยให้เธอเดินขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคา
วันนี้จู้หยานไม่ได้อยู่ในห้อง แต่นั่งอยู่ที่ขั้นบันไดทางเดินระหว่างชั้น พร้อมกับอุ้มเ้าสาหร่ายขนสีขาวปุกปุยไว้ในอ้อมแขน
ทันทีที่ได้ยินเสียงหลินจิงซูเดินขึ้นมา เ้าสาหร่ายก็กระโจนพุ่งออกจากอ้อมแขนของจู้หยานอย่างว่องไว และเข้าไปเคล้าเคลียอยู่ที่เท้าของเธอแทน
เธอเปิดกล่องอาหารแมวที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ทำเอาเ้าสาหร่ายถึงกับร้องเหมียวๆด้วยความหิวโหยไม่หยุด เมื่อเธอตักอาหารทั้งหมดลงใส่ชาม มันก็เริ่มสวาปามด้วยความเอร็ดอร่อย
จู้หยานเหลือบมองเธอเล็กน้อย แววตาสีเหลืองอำพันจางๆเปล่งประกายภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง
“วันนี้คุณมาสายนะ เ้าสาหร่ายหิวมากแล้ว”
หลินจิงซูชำเลืองมองเ้าสาหร่ายที่กำลังเขมือบอาหารอย่างบ้าคลั่ง และคิดกับตัวเองไปพลางว่า มันก็เป็แบบนี้เหมือนทุกวันไม่ใช่รึไง? มีครั้งไหนที่มันเคยกินด้วยความเรียบร้อยบ้าง? แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่โง่พอจะทักท้วงหรือโต้แย้งคำพูดของจู้หยาน เพราะคนที่ทำให้แม่ของเธอติงเสวี่ยเหม่ยมีรายได้ก็คือเขา จะให้โต้เถียงคำไม่ตกฟากกับเ้านายที่จ่ายค่าจ้างให้ได้ยังไงกันล่ะ? เธอจึงพยักหน้ายอมรับผิดไปตามตรง
“สำหรับความผิดนี้ ฉันไม่ขอแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ฉันกับแม่เพิ่งย้ายไปอยู่ที่บ้านริมแม่น้ำ ระยะทางไปกลับค่อนข้างไกลกว่าเดิมนิดหน่อย แต่ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันจะบอกให้แม่เตรียมอาหารให้เร็วขึ้น”
ขณะที่จู้หยานกำลังรับประทานอาหารอยู่นั้น หลินจิงซูก็โน้มตัวไปหยิบกล่องสตรอเบอร์รี่ออกมา แล้วยื่นออกไปตรงหน้า
“แม่ของฉันซื้อมาจากตลาด คิดว่านายน่าจะชอบนะ?”
จู้หยานนั่งจ้องหน้าหลินจิงซูไม่พูดไม่จาสักคำ ก่อนจะตัดสลับมองกล่องสตรอเบอร์รี่สีแดงฉ่ำลูกโตๆเ่าั้ ในที่สุดเขาก็หยิบสตรอเบอรี่มาลูกหนึ่งพร้อมกัดชิมเล็กน้อย
“เป็ไง อร่อยมั้ย?”
หลินจิงซูเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มกินไม่หยุดดูจริงจังไม่น้อย เธอจึงระบายยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นอย่างภูมิอกภูมิใจว่า
“ฉันว่าแล้วนายต้องชอบแน่ๆ ไม่มีเด็กคนไหนไม่ชอบสตรอเบอร์รี่!”
จู้หยานหยุดเคี้ยวสตอรเบอร์รี่ในปากทันที ปล่อยให้พวกสตรอเบอรี่เ่าั้ตกค้างอยู่ในปากจนแก้มทั้งสองข้างป่องออกมา ราวกับกระรอกที่ยัดลูกสนไว้เต็มปาก
ภายหลังไม่กี่อึดใจ เขาก็รีบเคี้ยวและกลืนลงท้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“ผมไม่ชอบ”
“หื้ม? ไม่ชอบจริงๆเหรอ?” หลิงจิงซูปิดฝากล่องสตรอเบอร์รี่อย่างรวดเร็ว
“ถ้าไม่ชอบ งั้นฉันจะเอากลับนะ”
แต่ใครจะไปคาดคิดว่า จู่ๆจู้หยานก็เอื้อมมือเข้ามาคว้ากล่องสตรอเบอร์รี่ไปจากมือของเธอย่างรวดเร็ว แล้วนำมากล่องมาเก็บไว้ข้างตัว
“นี่ของผม”
“ก็นายไม่ชอบกินนี่นา? แล้วจะเก็บไว้ให้เน่าทำไมกัน?”
“มันเป็ของผมแล้ว ผมมีสิทธิ์ทำอะไรกับมันก็ได้”
ได้ฟังเหตุผลข้างๆคูๆจากปากอีกฝ่าย หลินจิงซูได้แต่แอบกระตุกยิ้มมุมปากกับตัวเองเล็กน้อย
“รู้แล้ว รู้แล้ว มันเป็ของนาย ฉันไม่แย่งหรอกน่า”
หลังจากที่จู้หยานและเ้าสาหร่ายกินอาหารเสร็จสรรพ หลินจิงซูก็ค่อยๆเก็บรวบรวมกล่องข้าวเปล่าทั้งหมดใส่ถุง แล้วเดินออกจากห้องใต้หลังคาไป
ระหว่างเดินผ่านหน้าบ้านตระกูลหลิน เธอก็เห็นอู๋ซิ่วเหลียน หลินเสวี่ยและย่าอู๋ กำลังแอบย่องเข้าบ้านตัวเองพร้อมกับถุงน้อยใหญ่ในมือ
หลินจิงซูรู้แทบจะทันทีว่า ถุงเ่าั้ก็คือข้าวของที่เธอกับติงเสวี่ยเหม่ยนำกลับบ้านหลังจากจ่ายตลาดเสร็จนั่นเอง
เดิมทีเธอแทบอยากจะวิ่งเข้าไปก่นด่าคนทั้งสามให้หนำใจ แต่เมื่อนึกถึงอุปนิสัยที่ไร้ยางอายของคนเ่าั้ รับรองได้ว่าไม่เพียงทั้งสามจะไม่ยอมรับว่าตนขโมยของแล้ว ซ้ำร้ายตัวเธอเองยังอาจถูกคนทั้งสามรุมทุบตีอีกด้วย!
หลังจากใคร่ครวญดูแล้วพบว่าได้ไม่คุ้มเสีย หลินจิงซูจึงรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อตรวจสอบข้าวของที่เหลือ และก็เป็อย่างที่คิดไว้ ทั้งเนื้อสัตว์และผลไม้ที่ซื้อมาล้วนถูกขโมยไปแล้วจริงๆ!
ติงเสวี่ยเหม่ยกำลังนั่งขุดดินเตรียมจะปลูกผักสวนครัวอย่างขะมักเขม้นอยู่ที่สวนหลังบ้าน จึงไม่ทันสังเกตว่าข้าวของภายในบ้านได้ถูกคนทั้งสามขโมยเอาไปหมดแล้ว
หลินจิงซูดเทชาสมุนไพรใส่ถ้วย แล้วยกออกไปให้ติงเสวี่ยเหม่ยที่สวนหลังบ้าน เธอร้องบอกว่า
“แม่พักหน่อยเถอะค่ะ ระวังจะหัวใจวายเพราะอากาศร้อนล่ะ”
“ไม่เป็ไรจ้ะ แม่จะไม่หยุดจนกว่าจะถางหญ้าทำสวนผักเสร็จ”
ติงเสวี่ยเหม่ยยิ้มตอบ
หลินจิงซูได้แต่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ทั้งที่มีเงินแล้ว ทำไมแม่ของเธอยังต้องเหนื่อยอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ ไม่คิดจะทำตัวสุขสบายอย่างอู๋ซิ่วเหลียนบ้างรึไง?
“แม่คะ หนูมีเื่จะบอก ของกินทั้งหมดที่เราซื้อมาถูกคนขโมยไปแล้ว”
ทันทีที่หลินจิงซูพูดจบ จอบด้ามยาวในมือของติงเสวี่ยเหม่ยก็ร่วงลงกระแทกพื้นด้วยความใสุดขีด
“รวมถึงเงินทั้งหมดด้วยเหรอ?!”