ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่114 เหตุการณ์มากมาย

            วันถัดมาชายหนุ่มถูกเรียกตัวเข้าไปที่หอโอสถเพื่อเลื่อนระดับเป็นศิษย์หลักทั้งยังต้องเลือกหอที่เข้าร่วมชายหนุ่มลังเลไม่น้อยเดิมทีมันอยากจะเข้าหอสงคราม ต่อมาหอสงครามไร้ผู้นำจะมีเพียงหอขุนนางและหอโอสถ แต่หากเทียบกันแล้วหนิงเฟยหลงคงพอใจที่จะอยู่หอโอสถมากกว่าอย่างไรเสียการหลอมโอสถก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มันต้องการ

             

            ทั้งจ้าวหอโอสถยังเป็นอาจารย์โอสถ ผู้หลอมโอสถระดับสองซึ่งเป็นเพียงบุคคลเดียวในแคว้นเยว่ที่หลอมโอสถระดับสองออกมาได้ย่อมต้องเป็นที่ดึงดูดคนทั้งหลาย และนั่นก็ทำให้หอโอสถแน่นขนัดเช่นกัน

             

            หนิงเฟยหลงจึงตัดสินใจเข้าร่วมกับหอโอสถโดยไม่ลังเลมันหวังที่จะเห็นสีหน้าที่ยินดีของจ้าวหอโอสถ ทว่านั่นกลับผิดไปจ้าวหอโอสถยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ยินดียินร้ายโยนแผ่นป้ายหอโอสถให้แล้วกล่าวว่า

             

            “เจ้ายังไม่เหมาะจะเป็นศิษย์ข้า”จากนั้นจ้าวหอโอสถก็หันไปพูดกับหญิงสาวผู้หนึ่ง “หลันเอ๋อร์พาเขาไปเถอะ”หลันเอ๋อร์ที่ว่าก็คือหนึ่งในศิษย์หลักหลี่ฮุ่ยหลัน หลี่ฮุ่ยหลันนับว่าเป็นศิษย์เอกของหอโอสถจึงเหมาะที่จะแนะนำชายหนุ่มมากที่สุด

             

            หนิงเฟยหลงเคลื่อนสายตามาที่หญิงสาว มันรู้สึกหลากอารมณ์ เนื่องด้วยหญิงสาวที่มันมองอยู่นี่ไม่ได้ทรงเสน่ห์อย่างเหรินซูฮวา หรือสดใสเหมือนหนิงอันอันหากแต่ดูงดงามและเย็นชายิ่ง ไม่มีรอยยิ้มประดับบนดวงเดือนดวงตาของนางช่างว่างเปล่า ไม่แสดงความสุขหรือทุกข์ใด ๆ มันควรจะรู้สึกอย่างไรกับผู้หญิงคนนี้

             

            ศิษย์พี่หญิงคงเหมาะสมกับนางที่สุด

     

            “ศิษย์น้องตามข้ามา” หลี่ฮุ่ยหลันกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชาตามนิสัยของนางที่มักจะเย็นชากับทุกผู้คน

             

            “เจ้ามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโอสถอย่างไรบ้าง ?” หลี่ฮุ่ยหลันเอ่ยถามนางต้องรู้พื้นฐานของชายหนุ่มก่อนจึงจะหาวิธีเสริมความรู้ให้ได้อย่างเหมาะสม

             

            “ศิษย์พี่หญิงข้ามีความรู้นิดหน่อยเท่านั้น เช่นการทำตัวยาสมานแผลรักษาอาการบาดเจ็บทั่วไป ฟื้นฟูพลังปราณเล็กน้อย มีเพียงเท่านี้ขอรับ”เรื่องที่มันสามารถทำยาพิษได้นั้นไม่ได้กล่าวออกไป

             

            หลี่ฮุ่ยหลันได้ฟังก็แปลกใจไม่น้อย นางผินหน้ากลับมามองชายหนุ่มเล็กน้อยหนิงเฟยหลงก็รู้สึกได้ว่านางมองอยู่ จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“เอ่อ...ศิษย์พี่ข้ากล่าวสิ่งใดผิดหรือไม่ ?”

             

            หลี่ฮุ่ยหลันไม่คิดว่า คุณชายตระกูลใหญ่จะมีความรู้ด้านโอสถถึงเพียงนี้อันที่จริงความรู้พวกนี้แทบไม่จำเป็นสำหรับพวกคุณชาย ขุนนางเลยขอเพียงมีเงินก็สามารถซื้อโอสถได้ แม้ว่าจะแพงมากก็ตามส่วนใหญ่คนพวกนี้มักจะบ่มเพาะพลังยุทธ์เสียมากกว่า

             

            “อืม พื้นฐานเจ้าถือว่าใช้ได้เลย ข้าแค่แปลกใจเล็กน้อย ช่างมันเถอะต่อไปข้าจะกล่าวถึงสถานที่ภายในหอโอสถให้เจ้าฟัง”

             

            หอโอสถนี้กินพื้นที่หนึ่งในสี่ของทิศที่ล้อมรอบเทือกเขากลาง ภายในหอแบ่งออกเป็นสี่ส่วนหลักๆ คือ ฝ่ายวิจัยสมุนไพร ฝ่ายวิจัยสัตว์อสูร ฝ่ายวิจัยโอสถ และฝ่ายหลอมโอสถ ทั้งสี่ฝ่ายจะทำงานร่วมกันในส่วนสามฝ่ายแรกมีคนมากที่สุดส่วนฝ่ายหลอมโอสถนั้นมีเพียงหลี่ฮุ่ยหลันเพียงคนเดียวเนื่องจากไม่มีใครในหอโอสถนอกจากนางที่หลอมโอสถขึ้นมาได้

             

            หนิงเฟยหลงค่อนข้างจะสนใจวิธีการหลอมโอสถเลยขอให้หลี่ฮุ่ยหลันช่วยสอนแต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยหลี่ฮุ่ยหลันบอกให้หนิงเฟยหลงไปทำความรู้จักกับสมุนไพร พันธุ์สัตว์อสูรมาก่อนส่วนเรื่องการหลอมจะทำได้หลังจากนั้น

             

            ...

             

            หลังจากที่หลี่ฮุ่ยหลันพาชมเขตหอโอสถแล้ว หนิงเฟยหลงก็ไปหาน้องสาวและสหายของตน หนิงอันอันเลือกเข้าหอโอสถเฉกเช่นเดียวกันกับพี่ชาย จิ๋นหลี่ ซ่งจิ่นติ้งและเหอเจี๋ยเข้าหอสงคราม สุดท้ายก็เหอไฉเฉินกับจูเหยียนเลือกเข้าหอขุนนางเกินความคาดหมายของชายหนุ่มไปนิด แต่ก็พอเข้าใจได้

             

            หลังจากที่จบการประลองรองเจ้าสำนักจวี่เซิงก็ได้ประกาศเลื่อนระดับศิษย์หลักทั้งสิ้นห้าคนได้แก่ หนิงเฟยหลง ไช่เหยียน เหรินซูฮวา หนิงอันอัน และจิ๋นหลี่ศิษย์หลักทั้งหมดจึงเพิ่มขึ้นมาเป็นแปดคนทันทีอันที่จริงแล้วควรจะเป็นคนที่ติดหนึ่งในห้าเท่านั้น แต่คำสั่งนั้นก็ได้ถูกอนุโลมโดยบุคคลสำคัญ

             

            สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของศิษย์รุ่นใหม่ที่เฉิดฉายมากกว่ารุ่นก่อนสำนักยุทธ์หลวงกำลังเป็นไปได้ด้วยดี เพาะเมล็ดพันธุ์ที่ทรงคุณภาพแต่รากนั้นกลับไม่ได้หยั่งลึกเลย ตัวของผู้อาวุโสเองกลับเป็นตัวบ่อนทำลาย

             

            ผ่านเหตุการณ์มามากมายเจ้าสำนักก็ยังคงไม่ปรากฏตัวเช่นเดิมไม่มีใครรู้เลยว่า คนผู้นั้นเป็นใคร และกำลังคิดอะไรอยู่ ?ที่สำคัญทำไมทางวังหลวงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ กับเจ้าสำนักผู้นี้เลย

             

            ..........

             

            หนึ่งเดือนเต็มหนิงเฟยหลงมุ่งมั่นอยู่กับการศึกษาสมุนไพรและพันธุ์สัตว์อสูรรวมถึงฝึกฝนร่างกาย บ่มเพาะพลัง ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องกองทัพหรือสิ่งอื่นใดเลยจนตอนนี้มันเลื่อนจากกำเนิดพลังขั้นที่เจ็ดเข้าสู่ขั้นที่เก้าแล้วเหลืออีกเพียงเล็กน้อยก็จะทะลวงเข้าสู่ระดับแก่นแท้พลังแล้ว

             

            ที่การพัฒนาพลังได้อย่างก้าวกระโดดก็คงต้องขอบคุณจ้าวหอสงครามคนก่อนสินะเพราะถ้าหากไม่ได้การต่อสู้ที่บ้าระห่ำนั่น การตื่นตัวของพลังยุทธ์คงไม่มากเท่านี้นอกจากพลังยุทธ์จะสูงขึ้นแล้วก็ไม่มีสิ่งใดเพิ่มขึ้นเลยชายหนุ่มมุ่งเน้นการศึกษาศาสตร์ทางโอสถมากเกินไป

             

            วันนี้ชายหนุ่มตัดสินใจจะไปทดสอบกับหลี่ฮุ่ยหลันแต่นางกลับบอกปัดว่าไม่ว่างทำให้ชายหนุ่มหัวเสียมาก

             

            “ในเมื่อไม่ยอมสอน ข้าก็จะทำเอง !”หนิงเฟยหลงตั้งปณิธานมุ่งมั่นว่าจะหลอมโอสถภายในหนึ่งเดือนนี้ให้ได้ !

             

            ในมือของชายหนุ่มมีตำราการหลอมโอสถที่คัดลอกมาจากหอคัมภีร์ยุทธ์หลวงอยู่มันจะต้องกลัวอันใดสิ่งที่มันขาดไปก็คงมีแต่......เตาหลอม !

             

            เนื่องจากหนิงเฟยหลงเป็นศิษย์หลักแล้วการออกนอกสำนักจึงทำได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวมันมุ่งตรงไปยังหอสมบัติอวิ้นเหม่ยลี่ทำการต้อนรับชายหนุ่มอย่างดี

             

            เตาหลอมโอสถที่หอสมบัติมีครอบครองมีเพียงสามเตาเท่านั้นนั่นก็ทำให้หนิงเฟยหลงตกใจไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าหอสมบัติที่เก็บรวบรวมของล้ำค่ามากมายกลับมีเตาหลอมโอสถเพียงน้อยนิดดูท่าแล้วนอกจากอาจารย์โอสถจะหายากแล้ว เตาหลอมโอสถก็เช่นกัน

             

            หนิงเฟยหลงเลือกซื้อเตาหลอมอันหนึ่ง และสมุนไพรบางชนิดจำนวนมากที่ต้องใช้ในการหลอมโอสถ อวิ้นเหม่ยลี่ไม่ได้ถามอะไรเลยเพียงแค่นัยน์ตาของมันดูลึกลับเป็นพิเศษในวันนี้ หนิงเฟยหลงเองก็สังเกตได้แต่คร้านจะสนใจ สิ่งที่สำคัญคือการหลอมโอสถ มันคิดการหากตนเองหลอมโอสถได้อนาคตย่อมเปิดกว้าง

     

            หลังจากนั้นหนิงเฟยหลงก็เก็บตัวเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มเพื่อการหลอมโอสถโดยเฉพาะ ระหว่างนั้นเพื่อน ๆก็ต่างพากันมาเยี่ยมเยียนบ้างแต่เนื่องจากหนิงเฟยหลงไม่ได้เปิดประตูรับใครเลยและไม่ได้ออกมาข้างนอกห้องแม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่มีพวกมันก็ไม่กล้าเสียมารยาทบุกเข้าไปด้วย จึงพอเดาได้ว่าสหายของมันคงต้องปิดด่านอยู่เป็นแน่

             

            แม้แต่หลี่ฮุ่ยหลันเองก็ยังมาเยือนด้วยกันที่ห้ารอบแต่หนิงเฟยหลงก็ไม่ได้ออกมาแม้สักครั้ง นั่นจึงสร้างความโกรธเคืองให้นางเล็กน้อย

             

            กลางเดือนมีราชโองการประกาศ จ้าวหอสงครามคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง นาม ‘ลู่เฟย’ และในวันต่อมาทางสำนักก็มีคำประกาศออกมาเช่นกันหากแต่ยังไม่เปิดเผยตัวตนเพียงแต่ประกาศชื่อเท่านั้นสร้างความฮือฮาภายในสำนักเป็นการใหญ่ศิษย์ฝ่ายในพากันติดตามหาข่าวเกี่ยวกับจ้าวหอคนนี้ด้วยอยากจะรู้ว่าเป็นใคร ?มาจากไหน ? คนที่จะมาเป็นหนึ่งในจ้าวหอได้พื้นเพคงจะไม่ธรรมดา

             

            หลายวันต่อมาทางราชสำนักก็ออกราชโองการมาอีกสั่งให้ประหารคนทั้งตระกูลจางไม่ให้เหลือ แม้แต่คนเดียว โดยใช้ขอหากบฏเนื่องมาจากการเป็นไส้ศึกในสำนักยุทธ์หลวง และยังวางแผนจะสังหารผู้บัญชาการกองทัพอันเป็นโทษร้ายแรงทั้งสิ้น!

             

            ความวุ่นวายยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อมีราชโองการให้ปลดจ้าวหอขุนนาง ‘ฮุ่ยเคอ’ เป็นการชั่วคราวย้ายตัวมาช่วยที่กรมขุนนางแทน แต่เดิมควรถูกย้ายไปที่ชายแดน แต่เสนาบดีกรมขุนนาง‘ถูซุย’ ได้ทัดทานใช้สติปัญญาของฮุ่ยเคอในการช่วยเหลือราชการในกรมแทนองค์จักรพรรดิก็ทรงเห็นชอบด้วย

             

            สงครามทางการเมืองเริ่มรุนแรงขึ้นตระถูและตระกูลหนิงเริ่มเผชิญหน้ากันมากขึ้น ตระกูลเหรินทำท่าโอนเอนไปมาเพื่อรักษาตัวรอดผู้นำทั้งสามตระกูลล้วนเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ด้วยกันทั้งนั้นแต่เนื่องจากการเดินแผนผิดพลาดของตระกูลถูทำให้ตระกูลหนิงมีโอกาสไล่ต้อนกลับและดูท่าว่าตระกูลเหรินเองก็จะเล่นด้วยดูจากการแสดงความคิดเห็นเรื่องสำนักยุทธ์หลวงแล้วล้วนเอนมาทางฝ่ายตระกูลหนิง

             

            แต่แล้วความได้เปรียบของตระกูลหนิงก็ยุติลงเมื่อองค์จักรพรรดิทรงพระประชวรอย่างหนักตระกูลถูเริ่มดำเนินแผนการทันทีใช้แผนหญิงงามถูกุ้ยเฟยนับว่าเป็นไพ่ที่ถือไว้ได้ดีมากเพียงราตรีเดียวพ้นผ่านราชโองการฉบับใหม่ก็ออกมาแต่งตั้งให้ถูกุ้ยเฟยและองค์รัชทายาททำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

             

            แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าพระราชลัญจกรนั้นตกอยู่ในมือของถูกุ้ยเฟยดูคล้ายว่าทั้งองค์รัชทายาทและถูกุ้ยเฟยจะมีอำนาจพอกันแต่ที่จริงแล้วถูกุ้ยเฟยนั้นมีอำนาจเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดนางสามารถหาเรื่องปลดองค์รัชทายาทได้ทุกเมื่อ ! นี่คือสิ่งที่น่าตกใจ !

             

            ..........

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810