ไลท์สอบถามข้อมูลต่างๆกับพี่แมรี่ เขานึกไม่ถึงเลยว่าพี่แมรี่จะมีความรู้มากมายขนาดนี้
สภาจอมเวทย์มีผู้บัญชาการเพียงแค่หนึ่งคนซึ่งจะนั่งบัญชาการอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของสภาจอมเวทย์ ทางด้านผู้พิทักษ์มีทั้งหมดสิบสองคน เรียกว่าสิบสองผู้พิทักษ์ ครึ่งหนึ่งถูกส่งเข้าไปควบคุมดูแลภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ อีกครึ่งหนึ่งคอยดูแลพื้นภายในโลกใบนี้
ทางด้านสมาคมนักผจญภัยแม้ว่าจะแข็งแกร่งไม่เท่ากับสภาจอมเวทย์แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้นเพราะสมาคมนักผจญภัยเองก็มีผู้นำเป็ถึงนักผจญภัยระดับSS และมีนักผจญภัยระดับSSอยู่ถึงเจ็ดคน ซึ่งแต่ละคนเป็ตัวตนที่ทรงพลังไม่แพ้กับผู้พิทักษ์เลยทีเดียว
ความต่างของสภาจอมเวทย์กับสมาคมนักผจญภัยก็คือ ผู้พิทักษ์จะต้องฟังคำสั่งและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งคัด แต่นักผจญภัยระดับSSจะทำตามใจตัวเอง ถ้าหากคำสั่งไม่เข้าท่าหรือคิดว่าไม่ถูกต้องพวกเขาสามารถยกเลิกภารกิจได้ทันที
นักผจญภัยระดับSSหลายคนจะออกเดินทางไปเรื่อยโดยที่ไม่มีหลักแหล่ง แต่ก็มีอยู่สามคนที่มีเมืองของตัวเองในหอคอยแห่งนิรันดร์
“ อย่างนั้นผมไปจัดการเ้าหมอนี่ก่อนแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหยิบใบค่าหัวของหมีโลหิตแบร์มัตขึ้นมาโชว์
“ เธอแน่ใจหรอว่าสามารถจัดการหมอนี้ได้? เ้าหมอนี้เมื่อกลายร่างเป็หมีแล้วร่างกายจะแข็งแกร่งมากและมีพละกำลังมหาศาล การป้องกันของมันสามารถป้องกันการโจมตีของนักผจญภัยระดับBได้ทั้งหมดเลยนะ ” แมรี่พูดขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่เป็ไรครับ พี่แมรี่ไม่ต้องเป็ห่วงเดี๋ยวผมจะรีบกลับมา ” ไลท์ยิ้มขึ้นสบายๆ
“ จริงสิที่นี้มีร้านตีเหล็กหรือร้านขายอาวุธไหมครับ? ” ไลท์ถามขึ้นเพราะเขานึกขึ้นได้ว่าดาบเหล็กของเขาเริ่มมีรอยบิ่นแล้วหลักจากที่ใช้มาเป็เวลานาน
“ ถ้าหากเธอ้าอาวุธที่ดีที่สุดในเมืองก็ต้องไปที่ร้านตีเหล็กของลุงวิลสัน ” แมรี่พูดขึ้นพร้อมกับบอกทางไปยังร้านตีเหล็กวิลสัน
หลังจากที่รู้เส้นทางแล้วไลท์ก็เดินไปยังร้านตีเหล็กวิลสันทันที
ร้านตีเหล็กวิลสันอยู่ไม่ไกลจากตึกนักผจญภัยมากนักเพียงแค่เดินสิบนาทีก็ถึงแล้ว
ที่หน้าร้านตีเหล็กวิลสันมีอาวุธมากมายวางโชว์เอาไว้และมีพนักงานเฝ้าอยู่สองคน
ไลท์เดินดูรอบๆก่อนที่จะไม่พบดาบที่น่าสนใจ
“ ไอหนูแก้าอาวุธแบบไหนกันล่ะ? ” เสียงที่ดูสบายๆดังขึ้นจากภายในร้าน ก่อนที่จะเป็ชายวัยกลางคนตัวใหญ่ใบหน้าเต็มไปด้วยเคราสีแดงเดินเข้ามา เขาคือวิลสันเ้าของร้านตีเหล็กแห่งนี้
“ ผม้าดาบแบบนี้ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหยิบดาบที่เขาใช้ประจำให้วิลสันดู
“ โอ้! เป็อาวุธที่ดี ” วิลสันที่ทำงานด้านนี้มาเขารู้ได้ทันทีเลยว่านี้เป็อาวุธที่ดี
“ ขอเวลาให้ฉันสักเจ็ดวันแล้วกัน ” วิลสันพูดขึ้น
“ แล้วราคามันแพงไหมครับ? ” ไลท์ยิ้มแห้งๆเพราะเขาตอนนี้ยังมีเงินไม่มากถ้าหากกระบี่ที่เขาถูกสร้างขึ้นมามีราคาแพงแล้วเขาจะซื้อมันได้ยังไง
“ ไม่แพงๆ ราคาไม่น่าจะเกินห้าหมื่นหรอก ” วิลสันพูดขึ้น เพียงแค่นี้ก็ใช้วัสดุราคาแพงหลายชิ้นแล้ว
“ ถ้างั้นก็ต้องฝากด้วยนะครับ ” ไลท์พยักหน้า ถ้าหากว่าเป็ราคานี้ก็ถือว่ารับได้อีกอย่างยิ่งอาวุธดีเท่าไรก็ยิ่งมีความได้เปรียบมากยิ่งขึ้น
ไลท์กลับไปที่ตึกนึกผจญภัยก่อนที่จะเลือกภารกิจมาทำฆ่าเวลา
พริบตาเดียวก็ผ่านไปเจ็ดวัน
ไลท์มาที่ร้านวิลสันอีกครั้ง
“ ไอหนูฉันกำลังรอเธอมาพอดีเลย ” วิลสันที่เห็นไลท์เดินเข้ามาแล้วเขาก็รีบเดินมาหาทันทีพร้อมกับดาบในมือ
“ เธอลองดูว่าเป็ยังไงบ้าง ” วิลสันยื่นดาบให้กับไลท์
ไลท์ชักดาบออกมาดูก็พบว่าดาบเล่มนี้คมมากและยังมีน้ำหนักพอดีมืออีกด้วย แถมลวดลายบนดาบก็ดูสวยงามเป็อย่างมาก
ไลท์ควงดาบอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเก็บเข้าฝัก
“ เป็ดาบที่ยอดเยี่ยมมากครับ ” ไลท์ชื่นชม
“ ฮ่าฮ่าฉันใช้ความพยายามอย่างมากในการตีมันขึ้นมาเชียวนะ ส่วนราคาของมันอาจจะแพงขึ้นเล็กน้อยเพราะฉันใช้เหล็กดำในการสร้างตีมันขึ้นมา ราคาของมันอยู่ที่หกหมื่นจีเซล ” วิลสันพูดขึ้น
ไลท์ไม่ได้ต่อราคาแม้แต่น้อยเพราะเขารู้สึกว่าราคานี้เหมาะสมกับดาบเล่มนี้มากอีกอย่างเหล็กดำเป็แร่ที่เหมาะกับการใช้สร้างอาวุธมากเพราะมันมีความยืดหยุนสูงและมีความทนทานมากกว่าแร่เหล็กทั่วๆไป
หลังจากที่จ่ายเงินค่าดาบเสร็จแล้วไลท์ก็มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเจิร์ดทันที
หมู่บ้านเจิร์ดอยู่ห่างจากเมืองทิวลิปไปประมาณสามร้อยกิโลเมตร
ไลท์อาศัยการวิ่งไปยังหมู่บ้านเจิร์ดเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ในฐานะผู้บ่มเพาะการวิ่งในระยะทางไกลๆไม่ใช่ปัญหาแม้แต่น้อยเพราะเพียงแค่เขาก้าวเท้าหนึ่งครั้งก็พุ่งไปไกลกว่าห้าร้อยเมตรแล้ว
และยิ่งเมื่อไลท์อยู่ในขั้นจิตวิถีนิรันดร์เขาสามารถเหาะเหินเดินบนอากาศได้อีกด้วย เพียงแต่ไลท์ไม่ได้คิดที่จะโชว์เพราะฉะนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าไลท์สามารถลอยอยู่บนอากาศได้ เพราะส่วนมากคนที่ลอยบนอากาศได้จะเป็จอมเวทย์ธาตุลมที่เชี่ยวชาญธาตุลมอย่างสูงหรือไม่ก็จอมเวทย์ระดับSแล้วเท่านั้นจึงจะเหาะบนอากาศได้
หมู่บ้านเจิร์ดเป็หมู่บ้านขนาดใหญ่รอบหมู่บ้านมีกำแพงไม้ล้อมเอาไว้อย่างแ่า ้าก็มีโจรหลายคนเดินสำรวจ
อาชญากรหมีโลหิตแบร์มัตเป็ผู้นำกลุ่มโจรหมีโลหิต พวกมันมีสมาชิกไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน ซึ่งแต่ละคนก็แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก ซึ่งเทียบเท่าได้กับนักผจญภัยระดับDเลยทีเดียว แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่มีปัญหาสำหรับไลท์แม้แต่น้อย
ไลท์ไม่มีความกลัวด้วยซ้ำ เขาหยิบหน้ากากสีดำเหมือนกับใบหน้าของปีศาจร้ายออกมาสวมและเดินไปที่ทางเข้าหมู่บ้านเจิร์ด
หน้ากากนี้ไลท์ซื้อในขณะที่รอดาบที่วิลสันตีขึ้นมาใหม่
“ แกเป็ใครมาทำอะไรที่นี้ ” น้ำเสียงอันเ็าดังขึ้นมาจากบนกำแพงไม้
ไลท์เงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเป็ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปี
ไลท์แสยะยิ้มขึ้นก่อนที่จะจับดาบและตวัดใส่ประตูไม้
ตู้ม
เสียงะเิดังขึ้นทำให้กลุ่มโจรหมีโลหิตพากันใและรีบหยิบอาวุธออกมาพร้อมต่อสู้
หลังจากฝุ่นควันหายไปกลุ่มโจรหมีโลหิตก็มองเห็นผู้บุกรุกได้ชัดเจน
“ ฆ่ามัน!! ” เสียงะโอันเ็าดังขึ้นมาจากภายในบ้านหลังโต ไม่ช้าก็มีเงาขนาดใหญ่สูงกว่าสองเมตรเดินออกมาจากในบ้าน
เป็ชายวัยกลางคนใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา เส้นผมสีแดง รูปร่างสูงใหญ่ กลิ่นอายเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง เขาคือหมีโลหิตแบร์มัต
ไลท์จับดาบแน่นและพุ่งตัวใส่กลุ่มโจรหมีโลหิตอย่างรวดเร็ว
ทุกที่ที่ไลท์วิ่งผ่านจะมีเสียงกรีดร้องของลูกสมุนดังขึ้นต่อเนื่องจนกระทั้งไม่ถึงสิบนาที ลูกสมุนกว่าห้าสิบคนก็ตายด้วยคมดาบของไลท์
“ สารเลวเอ้ย!! ” แบร์มัตคำรามด้วยความโกรธก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายหมีที่สูงกว่าสี่เมตร
โฮกกกกกกกก
เสียงคำรามของแบร์มัตดังขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าหาไลท์อย่างบ้าคลั่ง
เวทย์มนต์นี้มีชื่อว่าเวทย์ผสานร่าง เป็เวทย์มนต์ที่ทำให้จอมเวทย์รวมร่างกับสัตว์ร้ายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็พละกำลัง ความเร็ว
ไลท์หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนที่จะหลบการโจมตีของแบร์มัตได้อย่างต่อเนื่อง
“ สารเลวเอ้ยแน่จริงแกอย่าหลบสิวะ!! ” แบร์มัตคำราม
“ เอางั้นก็ได้ ” ไลท์พูดขึ้นง่ายๆก่อนที่จะใช้ดาบปัดการโจมตีของแบร์มัตจากนั้นก็แทงดาบด้วยความเร็วเข้าไปที่หัวของแบร์มัต
ฉึบ!
เืสีแดงไหลออกมาจากหัวของแบร์มัตอย่างต่อเนื่อง
ไลท์ดึงดาบกลับพร้อมกับสะบัดเืของแบร์มัตทิ้ง จากนั้นเขาก็ตัดหัวของแบร์มัตเพื่อเป็หลักฐานขึ้นเงิน
“ ชาติหน้ามีจริงก็หัดทำตัวดีๆหน่อยแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหาผ้ามาเช็ดดาบและเก็บใส่ฝัก
จากนั้นไลท์ก็เข้าไปในบ้านของแบร์มัตพร้อมกับกอบโกยสมบัติทั้งหมดของแบร์มัต
“ เ้าหมอนี้รวยจริงๆแหะ ” ไลท์ที่ตอนนี้ดวงตาของเขากลายเป็รูปเงินไปเสียแล้ว
เมื่อลองคำนวนดูแล้วไลท์ได้เงินเกือบหนึ่งล้านจีเซลเลยทีเดียว
ไลท์เก็บเงินทั้งหมดใส่กระเป๋ารวมไปถึงอัญมณีอีกหนึ่งกระเป๋าก่อนที่จะเอาผ้าพันหัวของแบร์มัตเอาไว้และเดินทางกลับเมืองทิวลิป
“ ไลท์เธอกลับมาแล้วหรอ? ” แมรี่ที่ยืนเฝ้าเคาน์เตอร์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ อ่าห๊ะ ” ไลท์พยักหน้าจากนั้นก็นำหัวของแบร์มัตมาวางไว้บนเคาน์เตอร์
“ นี้เธอฆ่าแบร์มัตแล้วงั้นหรอ ” แมรี่แสดงสีหน้าประหลาดใจก่อนที่จะเปิดผ้าดูและพบว่าเป็หัวของแบร์มัตจริงๆ
“ เธอนี้แข็งแกร่งจริงๆเลยนะแม้ว่าจะอายุแค่นี้ก็ตาม ” แมรี่หัวเราะและเอาหัวของแบร์มัตไปไว้ด้านหลังร้าน ไม่นานเธอก็กลับมา
“ เธอ้าเป็เงินสดหรือจะเก็บเงินไว้ในบัตร? ” แมรี่ถามขึ้น
“ มีเก็บไว้ในบัตรด้วยหรอ? ” ไลท์ประหลาดใจ
“ ใช่สิ เธอคิดว่าใครเขาจะถือเงินสดเดินไปมากันล่ะ ” แมรี่หัวเราะ
“ งั้นเก็บไว้ในบัตรแล้วกันครับ อ่อแล้วก็เอาพวกนี้แลกเป็เงินแล้วเก็บไว้ในบัตรด้วยได้ไหมครับ? ” ไลท์ถามขึ้นพร้อมกับนำกระเป๋าที่ใส่เงินและอัญมณีมากมายวางไว้บนโต๊ะ
“ ดูเหมือนว่าเธอจะได้กำไรอย่างงามเลยนะ ” แมรี่ยิ้มและเริ่มคำนวนเงินทั้งหมด
“ หนึ่งล้านสองแสนห้าหมื่นเมื่อรวมกับค่าหัวของแบร์มัตที่เป็เงินถึงสามล้านสามแสนรวมเป็เงินสี่ล้านห้าแสนห้าหมื่นจีเซล ” แมรีี่พูดขึ้นพร้อมกับหยิบตราประทับปั้มไปที่บัตรนักผจญภัยของไลท์
ไลท์หยิบบัตรนักผจญภัยขึ้นมาดูก็พบว่ามีเงินเก็บของเขาปรากฏขึ้นมา
“ เธอสามารถถอนเงินได้ที่สมาคมนักผจญภัยทุกที่ในโลกหรือแม้กระทั้งในหอคอยแห่งนิรันดร์ด้วยเช่นกัน ” แมรี่พูด
“ ขอบคุณครับ ” ไลท์ตอบรับจากนั้นเขาก็ขอตัวไปพักผ่อน
ครึ่งเดือนต่อมา
ขบวนรถไฟมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงฟรอส ซึ่งเป็เมืองหลวงแห่งอาณาจักรฟรอสที่ไลท์อยู่
ในครึ่งเดือนมานี้ไลท์ล่าค่าหัวได้มาอีกสามคน ซึ่งรวมเป็เงินกว่าสิบสามล้านเมื่อรวมกับของเก่าที่มีสี่ล้านห้าแสนทำให้เขามีเงินมากกว่าสิบเจ็ดล้าน เขาก็ได้ซื้อแหวนมิติเพื่อเก็บของขนาดสองลูกบาศก์เมตรเป็เงินกว่าสิบสองล้านจีเซล ทำให้เงินของเขาเหลือแค่ห้าล้านจีเซลเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็เงินที่มหาศาลอยู่ดี
สาเหตุที่ไลท์มายังเมืองหลวงฟรอสก็เพราะเขา้านั่งเรือเหาะไปยังทวีปวอเตอร์ไดซ์ เพราะเขารู้มาว่าที่ทวีิปวอเตอร์ไดซ์มีหอคอยแห่งนิรันดร์ตั้งอยู่และนี้คือสถานที่ที่ใกล้กับที่ไลท์อยู่มากที่สุดแล้ว
หอคอยแห่งนิรันดร์มีทั้งหมดหนึ่งร้อยหอคอย มีในทวีปของมนุษย์สี่สิบสามหอคอย ซึ่งหนึ่งในนั้นตั้งอยู่ที่ทวีปวอเตอร์ไดซ์
ขบวนรถไฟใช้เวลานานกว่าสิบสามชั่วโมงในการเดินทาง
ไลท์ได้จองตั๋วแบบพิเศษเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งตั๋วแบบพิเศษนี้จะมีห้องส่วนตัวภายในรถไฟด้วย ทำให้้เขาไม่ต้องไปเบียดเสียดกับคนอื่นๆ
ในโลกนี้มีวิธีหาเงินมากมาย แต่ทุกวิธีการก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของคุณเอง
ไลท์นั่งมองดูวิวนอกหน้าต่างอย่างผ่อนคลาย ถึงอย่างไรก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมายเพราะฉะนั้นไลท์จึงอยากซึมซับบรรยากาศให้เต็มที่
รถไฟขบวนนี้มีเ้าหน้าที่ของหน่วยงานคุ้มครองอยู่ซึ่งมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักผจญภัยระดับBสามคนและนักผจญภัยระดับCอีกห้าคน
โชคดีที่ว่ารถไฟขบวนนี้เป็รถไฟรุ่นใหม่และมีห้องต่างๆเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็ห้องอาหารหรือแม้แต่ห้องพักผ่อนเพื่อนั่งดื่มชายามบ่ายแม้กระทั้งบาร์ก็ยังมี
ไลท์ไปนั่งกินข้าวเย็นที่ห้องอาหาร ซึ่ง่เวลานี้ผู้คนหลายคนก็มายังห้องอาหารกัน
หลังจากที่กินข้าวเย็นเสร็จไลท์ก็ไปนั่งที่บาร์พร้อมกับสั่งเหล้าแบบพิเศษ
พนักงานบาร์เป็หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปีสามคน ซึ่งแต่ละคนก็น่ารักกันคนละแบบ
ไลท์คุยกับพวกเธออย่างสนิทสนม ทำให้เขารู้เื่ราวต่างๆของอาณาจักรฟรอสได้มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็ระบบขุนนางหรือกองทัพที่คอยดูแลอาณาจักรฟรอส
“ เหลือเวลาอีกสามชั่วโมงกว่าจะถึง ” ไลท์มองบรรยากาศยามเย็นพร้อมกับความรู้สึกสบายๆ
ทันใดนั้นก็สีเสียงประกาศก็ดังขึ้น
“ ผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้ห่างออกไปประมาณหนึ่งกิโลเมตรกลุ่มโจรเนตรเพลิงกำลังเข้าปล้นขบวนรถไฟของเรา เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารโปรดนั่งประจำที่รัดเข็มขัดให้แน่นและโปรดเชื่อมั่นในผู้คุ้มกันของพวกเรา ” เสียงของกัปตันขบวนรถไฟดังขึ้น
ทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายไปทั่วทั้งขบวนรถไฟ แต่ก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายได้ไม่นานจากนั้นเ้าหน้าที่บนรถไฟก็ทำให้ผู้โดยสารทั้งหมดใจเย็นลง