สองวันต่อมาเสิ่นหานและผู้บริหารโรงเกลือนับสิบคนได้รวมตัวกันบุกรุกไปที่บ้านตระกูลซู
“พวกเ้ามาที่นี่ทำไมกัน วันนี้เป็วันหยุดไม่ใช่หรือ” นายหญิงใหญ่แปลกใจ
“วันนี้ทุกคนในตระกูลซูอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันก็ดีแล้วข้าจะได้กล่าวทีเดียวขอรับ” เสิ่นหานวัย 45 ปีเป็ตัวแทนพูด
“ข้ากำลังนัดประชุมคนในครอบครัวตระกูลซูอยู่พอดี” นายหญิงใหญ่กำลังประชุมคนในบ้าน
“ข้าและกรรมการทุกคนต่างมีมติออกมาว่าควรให้ท่านยกกิจการให้ฮูหยินใหญ่ดูแลแทนขอรับ”เสิ่นหานว่าธุระ
“บังอาจ! ตระกูลซูเป็ผู้ก่อตั้งโรงเกลือพวกท่านจะตัดสินใจโดยไม่ถามความเห็นข้าผู้ซึ่งเป็เ้าของที่แท้จริงได้อย่างไร”นายหญิงไม่พอใจ
“นายหญิง! ท่านยอมรับตัวเองเสียเถิด ว่าท่านอายุมากแล้วบางครั้งก็เลอะเลือน” เสิ่นหานกล่าวโดยไม่ไว้หน้าผู้าุโวัย55 ปี
“ข้าเลอะเลือนยังไงไม่ทราบ” นายหญิงใหญ่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนทุกประการ
“ดูอย่างการใช้คนสิ แทนที่ท่านจะปรึกษาอาจารย์โจวเว่ยผู้มีความน่าเชื่อถือแต่นี่ท่านกลับให้ภรรยาน้อยของลูกชายมาเป็ผู้ช่วยหว่านชิงนั้นไม่มีหัวนอนปลายเท้า ความรู้และประสบการณ์เทียบเท่าโจวเว่ยไม่ได้สักนิดเลยนะขอรับ”เสิ่นหานกล่าวอย่างดูถูก
“หึหึ โจวเว่ย เอ้ยไม่ใช่สิ จือหม่าอี้ นางเป็พี่สาวแท้ๆ ของหว่านชิงทั้งสองคนจะต่างกันตรงไหน” นายหญิงยอมเผย
“ท่านพูดอะไรน่ะ” เสิ่นหานไม่เชื่อ
“เจียงหยา! ไปเชิญหลี่เจี้ยน อดีตพ่อบ้านตระกูลโจวซึ่งเป็ผู้รอดชีวิตจากไฟไหม้จวนเพียงหนึ่งเดียวมาที่นี่ซิ” นายหญิงออกคำสั่ง
“เ้าค่ะ” เจียงหยารับหน้าที่เป็คนไปเชิญหลี่เจี้ยนเข้ามาในห้องโถงที่มีการจัดประชุมกัน
“ข้าคือหลี่เจี้ยน คำนับนายหญิงใหญ่ขอรับ” ท่านพ่อบ้านหลี่เจี้ยนแห่งตระกูลโจวทำความเคารพเ้าบ้านตระกูลซู
“เ้าจงดูผู้หญิงที่สง่าผ่าเผยคนนั้นซิ นางใช่คุณหนูของเ้าหรือเปล่า”นายหญิงชี้ไปที่จือหม่าอี้
หลึ่เจี้ยนพยายามมองแล้วมองอีกจากนั้นเขาก็ส่ายหน้า “ข้าไม่รู้จักนางนางเป็ใครกันขอรับ”
“ท่านแม่เ้าคะ ท่าน้ากำจัดข้า ท่านก็เลยจ้างใครก็ไม่รู้มาปรักปรำข้าใช่มั้ยเ้าคะ”จือหม่าอี้ไม่ยอมรับ
“นั่นน่ะสิขอรับ ท่านไม่ควรกลั่นแกล้งลูกสะใภ้แบบนี้นะยังไงนางก็มีวิชาความรู้ได้เป็ถึงอาจารย์สอนหนังสือ” เสิ่นหานก็ยังคงไม่เชื่อ
“ข้ายังมีพยานที่สามารถระบุได้ว่าสะใภ้ใหญ่ของข้าแอบอ้างว่าเป็อาจารย์วันๆ ก็แกล้งไปสำนักบัณฑิต ท่านรู้มั้ยว่านางไปทำอะไร นางแค่นั่งชมน้ำตกบ้างก็พักอยู่ที่ศาลา นางทำเพียงเพื่อที่จะตบตาข้าและซูฟานเท่านั้น” นายหญิงเล่า
“และไหนพยานล่ะขอรับ” เสิ่นหานรอดู
“เจียงหยา! ไปเชิญพวกเขาเข้ามา” นายหญิงสั่งอีกครั้ง
“เ้าค่ะ” เจียงหยาเดินออกไปเชิญพยานเข้ามาให้ห้องโถง
เด็กชายเฉินฟุมองเห็นเทียนสงเขาก็เลยรีบวิ่งไปหลบข้างหลังท่านแม่ของเขา
“เ้าหนูไม่ต้องกลัว ที่นี่มีผู้คุ้มกันตั้งหลายคนพวกเขาพร้อมที่จะปกป้องเ้านะ” นายหญิงกล่าวกับเด็กน้อย
“เด็กเกี่ยวอะไรด้วยขอรับ” เสิ่นหานไม่เข้าใจ
“ข้าและลูกชายถูกผู้ชายคนที่ยืนอยู่เคียงข้างฮูหยินใหญ่ข่มขู่น่ะสิเขาบอกให้ข้าและลูกยอมโกหกว่านางเป็อาจารย์จริงๆ” ท่านแม่ของเด็กน้อยกล่าวแทนลูก
“ท่านแม่จ้างพวกเขาเท่าไหร่เ้าคะ ถ้าท่านอยากไล่ข้าไปท่านไม่จำเป็ต้องจ้างครอบครัวชาวบ้านมาพูดจาปรักปรำข้าเช่นนี้” จือหม่าอี้แกล้งร้องไห้ทำเสียงสะอื้น
“พยานยังมีอีก เ้าอย่าเพิ่งใจร้อน” นายหญิงกล่าว
สักพักอาจารย์หญิงซวงซวงก็เดินเข้ามา
“ท่านอาจารย์ซวงซวง ท่านมาทำอะไรที่นี่ขอรับ” หนึ่งในกรรมการกล่าวทักเพราะเขาได้ส่งลูกชายไปเรียนกับนางที่สำนักบัณฑิตต่างเมือง
“ขะ ข้า มาขอขมานายหญิงเ้าค่ะ รอบที่แล้วที่ข้ามาช่วยยืนยันว่าผู้หญิงคนนี้เป็อาจารย์จริงๆนั่นเพราะชายคนนั้นบังคับให้ข้าโกหก ถ้าข้าไม่ยอมทำตามเขาจะฆ่าท่านแม่ของข้าเ้าค่ะ” อาจารย์ซวงซวงพูดพร้อมกับชี้ไปด้วย
“อาจารย์ซวงซวง! เพราะพวกเรามีปัญหากันในที่ทำงานท่านก็เลยคิดแกล้งข้าด้วยวิธีนี้ใช่หรือไม่” จือหม่าอี้แกล้งพูด
“ท่านยอมรับซะเถิด ความลับไม่มีในโลก ความจริงก็คือความจริงไม่มีใครหนีความจริงได้พ้นหรอกนะ” อาจารย์ซวงซวงกล่าว
“พวกเ้าเชื่อแล้วหรือยัง” นายหญิงกล่าวกับกรรมการทุกคน
“พวกข้าไม่เชื่อขอรับ แต่ถึงฮูหยินใหญ่จะไม่ใช่ลูกสาวอดีตผู้ว่าฯและไม่ใช่อาจารย์แต่นางก็ยังเป็ศรีภรรยาที่ดี นางคอยดูแลท่านอยู่ไม่ห่างอีกทั้งนางยังรักเดียวใจเดียวไม่เคยคบชู้สู่ชายเหมือนกับฮูหยินรองท่านรู้มั้ยว่าหว่านชิงนั้นอ้างว่าชายสวมหน้ากากเป็เพียงคนคุ้มกันนางแต่ตกกลางคืนข้าและลูกน้องต่างเห็นกับตาของตัวเองว่า นางและชายคนนั้นแอบลักลอบได้เสียกัน”เสิ่นหานไม่พอใจพฤติกรรมของหว่านชิง
“ไม่เป็ความจริง! ว่านหลงแค่อุ้มข้าให้ไปนอนในห้องพักดีๆจากนั้นเขาก็กลับไปที่ห้องของเขาตามเดิมเท่านั้นนะเ้าคะ” หว่านชิงพยายามอธิบาย
“ก่อนกลับเมืองเชียงหนาน ท่านกับชายคนนั้นก็แอบไปเที่ยวกันสองต่อสองทั้งวันแบบนี้ท่านจะให้พวกเราคิดยังไงพวกเราไม่ใช่เด็กขวบสองขวบนะที่จะเชื่อคำพูดแก้ตัวของเ้า” เสิ่นหานไม่เชื่อ
“ข้าบริสุทธิ์ใจ ฟ้าเป็พยานได้เ้าค่ะ” หว่านชิงรู้สึกเสียใจที่ทุกคนมองนางในแง่ร้ายมาโดยตลอด
“ท่านแม่เ้าคะ หว่านชิงทำเื่เสื่อมเสียถึงขนาดนี้แล้วท่านควรขับไล่นางออกไปนะเ้าคะ” จือหม่าอี้รีบถือโอกาส
“ข้าเชื่อใจสะใภ้รอง” ท่านแม่ยืนยันที่จะเชื่อใจหว่านชิง
“เห็นมั้ยว่าท่านเลอะเลือนมากแค่ไหนพวกเราคงไว้ใจให้ท่านมาเป็ผู้ดูแลกิจการโรงเกลือไม่ได้จริงๆ ขอรับ” เสิ่นหานกล่าวตามตรง
“ข้ากับว่านหลงไม่ได้เป็อะไรกันจริงๆ นะเ้าคะ” จากนั้นหว่านชิงก็หันไปกล่าวกับสหาย“ว่านหลง! เ้าพูดอะไรสักอย่างสิ”
“ข้าคือคนรักของหว่านชิงจริงๆ ขอรับ” ชายสวมหน้ากากออกมายอมรับอย่างหน้าตาเฉย
“อะไรนะ!” นายหญิงใเพราะเข้าใจว่าชายสวมหน้ากากก็คือว่านหลง
“เห็นมั้ยท่านแม่ ผู้ชายออกมายอมรับแล้วนะเ้าค่ะ” จือหม่าอี้แอบยิ้มมุมปาก
“เ้าพูดอะไรออกไปน่ะว่านหลง ยามหน้าสิ่วหน้าขวานมาล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้นะ”หว่านชิงหันไปต่อว่าสหายขี้แกล้ง
“เ้ารีบพาคนรักของเ้าออกไปจากตระกูลซูเสียเถิด” จือหม่าอี้รีบไล่ทันที
“ทำไมหว่านชิงต้องออกไปด้วย” ชายสวมหน้ากากกล่าวอย่างใจเย็น
“นางทำเื่เสื่อมเสีย จะให้นางมีหน้าอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ”จือหม่าอี้กล่าว
“ข้ากับนางจะสนิทสนมกันก็ไม่เห็นจะแปลกนี่” ผู้คุ้มกันหว่านชิงยอมถอดหน้ากากออกทำให้ทุกคนถึงกับตะลึง
“ท่านพี่! ท่านยังไม่ตายอย่างนั้นหรือเ้าคะ” จือหม่าอี้ใสุดขีด
“ทะ ท่านคือซูฟานอย่างนั้นหรือ แล้วว่านหลงล่ะ” หว่านชิงเองก็ใเช่นกัน
“เปล่าหรอกขอรับพี่สะใภ้ ข้าคือซูเฉิน เป็น้องชายฝาแฝดของพี่ซูฟานพี่ซูฟานได้เสียชีวิตไปนานแล้วด้วยฝีมือท่าน” ซูเฉินหันไปกล่าวกับพี่สะใภ้ด้วยสายตาเครียดแค้น
“ท่านพี่เ้าคะ! ท่านจะตัดสัมพันธ์กับข้าท่านไม่จำเป็ต้องสร้างเื่แบบนี้ก็ได้” จือหม่าอี้ไม่ยอมรับ
“พี่ชายของข้าได้รับพิษฮัวเหมยเหมือนกับท่านพ่อและท่านลุงศพของเขาก็ฝังอยู่ข้างๆ ศพของท่านพ่อ หากพวกท่านไม่เชื่อพวกท่านสามารถขุดศพขึ้นมาดูได้เลย” ซูเฉินท้า
“ถ้าเ้าเป็น้องสามีข้าจริงก็แสดงว่าเ้าลักลอบได้เสียกับพี่สะใภ้ของตัวเองน่ะสิ” จือหม่าอี้เบนไปเื่อื่น
“ผิดแล้วขอรับ พี่สะใภ้! หว่านชิงเป็ฮูหยินของข้าเพียงผู้เดียวนางไม่เคยเป็ภรรยาน้อยของใคร” ซูเฉินแสดงความเป็เ้าของ
“นี่มันคืออะไรกัน” จือหม่าอี้ไม่เข้าใจ
“คนที่นอกใจพี่ชายข้า คือ ท่านต่างหากขอรับ พี่จือหม่าอี้!ตอนที่พวกเราอยู่ด้วยกันในห้องนอน ท่านได้วางยาในน้ำชาให้ข้านอนหลับไม่ได้สติส่วนตัวเองก็แอบนัดเทียนสงเข้ามาในห้อง แล้วลักลอบได้เสียกันทั้งๆที่ข้าก็นอนอยู่ในห้องนั้นด้วย” ซูเฉินเปิดเผยความชั่วร้ายของพี่สะใภ้
“เ้าปรักปรำข้า” จือหม่าอี้ไม่ยอมรับเช่นเคย
“ลูกชายข้าพูดความจริง เขาแค่แกล้งนอนหลับให้เ้าตายใจเ้าจะได้เผยธาตุแท้ออกมาไง นังแพศยา” นายหญิงเจ็บแค้นแทนลูกชายคนโต
“พวกท่านรวมหัวกันสร้างเื่น่ะสิ พวกท่านควรสงสารข้าบ้างยังไงข้าก็กำลังตั้งครรภ์ลูกของซูฟานอยู่นะเ้าคะ” จือหม่าอี้แสร้งร้องไห้
“เสียใจด้วย ซูฟานเป็หมัน เขาไม่มีทางให้กำเนิดลูกได้ส่วนซูเฉินก็ไม่เคยแตะต้องตัวเ้าเลย แล้วเ้าท้องกับใครก็ต้องเป็เทียนสงชายชู้ของเ้าใช่มั้ย” ท่านแม่ยอมเผยอาการป่วยของลูกชายคนโต
“นี่เป็ความจริงงั้นหรือขอรับ” เสิ่นหานไม่เชื่อหู
“เป็ไงล่ะ ฮูหยินใหญ่มีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็คนดูแลกิจการโรงเกลือมั้ย”นายหญิงกล่าวกับกรรมการทุกคน
“โปรดให้ความเป็ธรรมแก่ข้าด้วยเถิดเ้าค่ะพวกเขารวมหัวกันสร้างเื่เพื่อขับไล่ข้า” จือหม่าอี้ยังไม่ยอมแพ้
“ท่านมือปราบมาถึงแล้วเ้าค่ะ” เจียงหยาเดินเข้ามารายงาน
“รีบเชิญเข้ามาได้เลย” นายหญิงรออยู่นานแล้ว
“มือปราบมาทำไมกันขอรับ” เสิ่นหานไม่เข้าใจ
“พวกเขาก็จะมาจับคนร้ายน่ะสิ” นายหญิงมองไปทางฮูหยินใหญ่
“ท่านแม่เ้าคะ นี่มันเกินไปแล้วนะเ้าคะ พวกท่านกลั่นแกล้งข้าถึงขนาดนี้ฆ่าข้าเลยยังดีเสียกว่า” จือหม่าอี้แกล้งตัดพ้อ
“นางมารพิษไร้เงายอมสารภาพแล้วว่าได้มอบยาพิษฮัวเหมยให้กับหงเหม่ยเพื่อใช้กำจัดคนในตระกูลซูดังนั้นพวกเราขอจับกุมตัวหงเหม่ย และโจวเว่ย เอ้ยไม่ใช่จือหม่าอี้ฐานร่วมมือกันวางแผนฆ่าจือชางิ ซูฟาน ท่านพ่อและท่านลุงของซูฟาน”มือปราบกล่าวกับคนร้าย
“นางมารพิษไร้เงาตายไปแล้วนี่ ข้าถูกปรักปรำ ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า” จือหม่าอี้พยายามดิ้นรนขัดขืน
“ข้าเป็คนช่วยชีวิตนางมารไว้เอง ก่อนที่นางจะจับเ้าเป็ตัวประกันเ้าได้มอบเหล้าที่ผสมยาพิษสลายกระดูกไปด้วย มันมีผลทำให้นางมารไร้วรยุทธ์ถาวรนางจึงต่อสู้กับมือปราบไม่ได้ และถูกสังหารเกือบตาย นี่คงเป็แผนการของเ้าสินะ”ซูเฉินเล่า
“นางมารคง้าแพะรับบาปแทนนางสินะ เลยกล่าวหาข้าและสาวใช้เช่นนี้”จือหม่าอี้ยังคงปากแข็งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
“เรียนท่านมือปราบ ข้าขอแจ้งความจับเทียนสง เขาเป็คนฆ่าท่านน้าของข้าเ้าค่ะ”หว่านชิงถือโอกาส
“พวกเรารีบจับกุมตัวเทียนสงไปสอบสวนเร็วเข้า” หัวหน้ามือปราบสั่ง
“ขอรับ” ลูกน้องรับคำ
แต่เทียนสงหายินยอมไม่เขารีบะโหนีไปทันที แต่ซูเฉินได้ะโตามไปผ่านไปไม่นานซูเฉินก็สามารถลากตัวคนร้ายกลับมาได้ท่านมือปราบรีบใช้เชือกมัดมือคนร้ายไขว้หลังก่อนคุมตัวไปที่ศาล
เมื่อเหล่าคนร้ายถูกกุมตัวไปแล้วท่านเสิ่นหานและพรรคพวกก็เลยคุกเข่าขอขมานายหญิงใหญ่เพราะเห็นกับตาแล้วว่าชายตรงหน้าเป็ซูเฉินจริงๆหาใช่ซูฟานแกล้งวางแผนขับไล่จือหม่าอี้ไม่ เพราะซูเฉินมีวรยุทธ์แต่ซูฟานเป็เพียงผู้ชายที่มีสุขภาพอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้น
“ข้าขออภัยจริงๆ ขอรับ เพราะข้าเชื่อใจคนผิดก็เลยกระทำการลบหลู่ล่วงเกินท่านไป” เสิ่นหานเป็ตัวแทนกล่าวเช่นเคย
“ข้าอภัยให้ พวกเ้ารีบลุกขึ้นเถิด ข้าเข้าใจพวกท่านเพราะนังแพศยานั่นได้สร้างตัวตนที่มีความน่าเชื่อถือข้าเองก็เคยหลงผิดเชื่อนางเช่นกัน หากนางไม่บอกว่านางตั้งครรภ์ข้าก็คงไม่เอะใจหรอก” นายหญิงกล่าวอย่างเข้าใจ
เมื่อเื่ราวจบลงด้วยดีแล้วเหล่าผู้บริหารโรงเกลือก็เลยพากันกลับ
หว่านชิงรู้สึกไม่พอใจที่ตนถูกหลอกนางก็เลยเดินไปดักหน้าซูเฉินไว้
“มีอะไรงั้นหรือฮูหยินของข้า” ซูเฉินพูดยิ้มๆ
“ใครเป็ฮูหยินของเ้ากัน” หว่านชิงเลิกนับถือชายตรงหน้าเลยพูดห้วนๆ
“พวกเราไปคุยกันตามลำพังดีกว่า มาทะเลาะกันต่อหน้าผู้ใหญ่มันไม่งาม”ซูเฉิน้าคุยเื่ส่วนตัว
“ไปเถอะ จงพูดคุยกันด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์เลยนะ” ท่านแม่ช่วยพูด
“ขอรับท่านแม่” ซูเฉินรับคำ
“เจียงหยา! พาข้ากลับห้องพักหน่อย ข้ารู้สึกเวียนหัววันนี้เจอเื่เครียดมาเยอะแล้ว” ท่านแม่สั่งคนดูแลคนใหม่
“ข้าจะชงยาหอมให้และนวดให้ด้วยนะเ้าคะ” เจียงหยากล่าว
“ก็ดีเหมือนกัน อย่าลืมทดสอบเข็มเงินก่อนล่ะ” นายหญิงเตือน
“เ้าค่ะ” เจียงหยารับคำ
***************************
ณห้องทำงานของซูฟาน
“ท่านเป็คนจ้างข้าให้แสดงเป็ฮูหยินของท่านเท่านั้น ท่านอย่าลืมสิ”หว่านชิงเตือน
“ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็เ้านายของเ้าแล้วใช่มั้ย” ซูเฉินเห็นว่าฝ่ายหญิงไม่เคารพเขาเหมือนเดิม
“ข้าไม่รับค่าจ้างใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้ข้าจะออกไปจากตระกูลซู” หว่านชิงโกรธจนควันออกหู
“ข้าไม่ให้เ้าไป” ซูเฉินไม่ยอม
“ท่านมีสิทธิ์อะไรไม่ทราบ” หว่านชิงคิดว่านางกับเขาไม่ได้เป็อะไรกัน
“สามี” ซูเฉินตอบสั้นๆ
“พวกเราไม่ได้แต่งงานกันและจดทะเบียนสมรสกันเสียหน่อย” หว่านชิงรีบแย้ง
“อีกไม่นานหรอก ท่านแม่หาฤกษ์ยามให้แล้ว” ซูเฉินเตรียมการไว้แล้ว
“ท่านแม่ทราบงั้นหรือ” หว่านชิงแปลกใจ
“เพราะท่านแม่ทราบ ท่านแม่ถึงยอมร่วมมือกับเ้า” ซูเฉินอธิบายสั้นๆ
“ข้าขอปฏิเสธ คนไม่ได้รักกันจะแต่งงานกันได้ยังไง” หว่านชิงงง
“ข้าขอเวลาเจ็ดวันในการจีบเ้า” ซูเฉินขอเวลาเสียดื้อๆ
“ซูเฉิน! ข้าเป็น้องสาวฆาตกร เ้าอย่าลืมสิ” หว่านชิงเตือน
“พี่สาวเ้าทำลายคนในครอบครัวของข้า เ้ายิ่งต้องรับผิดชอบแทนพี่สาวสิ”ซูเฉินอ้างไปเช่นนั้นเอง
“ท่านจะแก้แค้นด้วยการให้ข้าอยู่ในตระกูลซูเป็ทาสรับใช้งั้นหรือ” หว่านชิงสงสัย
“ทาสรับใช้ที่ไหนกัน ก็ให้เป็ฮูหยินหนึ่งเดียวของข้า” ซูเฉินกล่าว
“ก็ได้! ข้าให้เวลาเจ็ดวัน หากข้าไม่รู้สึกอะไร ท่านต้องปล่อยข้าไปนะ”หว่านชิงคิดว่าชายตรงหน้ามีวรยุทธ์สูง ถึงนางหนีก็หนีไม่พ้นก็เลยยอมทำตามข้อตกลง
“แน่นอน! ข้าไม่อยากบังคับจิตใจใคร” ซูเฉินยิ้มดีใจ
“ว่าแต่ ว่านหลงล่ะ เขาอยู่ที่ไหน” หว่านชิงสงสัย
“ถามทำไม” ซูเฉินหุบยิ้มทันที
“ก็เขาเป็สหายของข้า ข้าอยากรู้ก็ไม่แปลกนี่” หว่านชิงกล่าว
“กลับไปหาคนรักของเขาแล้ว” ซูเฉินจงใจเน้น
“แน่ใจนะ! ท่านไม่ได้ทำร้ายเขาใช่มั้ย” หว่านชิงระแวง
“ว่านหลงไม่ได้แย่งคนรักข้าไป ข้าจะไปทำร้ายเขาทำไมกัน” ซูเฉินกล่าว
“ข้าไม่ใช่คนรักของเ้า” หว่านชิงรีบย้ำเตือน
“เดี๋ยวก็เป็แล้ว อีกไม่นานหรอก” ซูเฉินมั่นใจตัวเอง
“เ้าไปเอาความมั่นใจมาจากที่ไหน” หว่านชิงไม่เข้าใจ
“เ้ามีใจให้ข้าไปแล้ว แต่เ้าไม่รู้ตัวต่างหาก” ซูเฉินแอบยิ้ม
“งั้นมาพิสูจน์กัน” หว่านชิงไม่ยอมแพ้นางจะทำให้เขาเห็นว่านางไม่เคยมีใจให้เขาเลยสักนิด