บทที่ 24อสรพิษในคราบสตรี
ราตรีมืดมิดดุจน้ำหมึกพายุหิมะโหมกระหน่ำกลบเสียงฝีเท้าจนหมดสิ้นลู่เฟิงเคลื่อนตัวแนบกำแพงไปตามตรอกอย่างเงียบเชียบจนถึงกระท่อมดินหลังสุดท้าย
ทันทีที่เข้าใกล้เขาได้ยินเสียงชายหญิงเล็ดลอดออกมาจากด้านใน จึงชะงักเท้าเพื่อประเมินสถานการณ์
"เศษสวะ!"
เสียงหญิงสาวตวาดลั่นด้วยความรังเกียจ
"วันๆหาเงินเข้าบ้านไม่ได้ เรื่องบนเตียงก็ยังไม่ได้เรื่องสู้พี่หลิวไม่ได้แล้วยังเทียบเจ้าสามเจ้าสี่ไม่ได้อีก ข้าซวยจริงๆที่ได้แต่งกับคนอย่างเจ้า!"
"โธ่...รอให้พวกเราได้โฉนดบ้านเก่าตระกูลลู่ก่อนเถอะ"
ชายในห้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงขลาดกลัว
"นายน้อยหวงแห่งพรรคดาบโลหิตต้องตบรางวัลให้อย่างงามแน่"
"คนโง่!"
หญิงสาวแค่นเสียงแหลม
"บ้านหลังนั้นมีค่าตั้งสามสิบตำลึงเงินแต่พวกเจ้ากลับจะยกให้ตระกูลหวงเพื่อแลกกับเศษเงินไม่กี่ตำลึงข้าบอกตั้งแต่สองปีก่อนแล้วว่าให้ฆ่าไอ้เด็กนั่นทิ้งตอนมันไปจับปลาที่แม่น้ำเรื่องง่ายๆ แค่นี้พวกเจ้าก็ไม่กล้าทำ!"
แววตาของลู่เฟิงเย็นเยียบขึ้นทันทีคิดไม่ถึงว่าหญิงคนนี้จะอำมหิตกว่าพวกหลิวต้า และหมายหัวเขามาตั้งแต่สองปีก่อน
ชายในห้องรีบแก้ตัวอ้อมแอ้ม
“บ้านหลังนั้นมีข่าวลือเรื่องผีสิงคนที่คิดแย่งถ้าไม่ตายก็กลายเป็นบ้า นายน้อยหวงเอง กล้าลงมือก็ตอนที่มีพรรคดาบโลหิตหนุนหลังแล้ว”
“เจ้าโง่ไปเชื่อเรื่องโง่ๆ ได้ยังไง”
ลู่เฟิงสำรวจรอบข้างเมื่อเห็นว่าคนด้านในไม่มีการระวังตัวแล้ว เขาจึงยกขวานผ่าฟืนขึ้น และถีบประตูพุ่งเข้าไปทันที!
โครม!
คมขวานตวัดฟาดลงฉับเดียวเลือดสดก็สาดกระเซ็นออกมา ชายคนนั้นล้มตึงขาดใจตายทันทีโดยไม่มีโอกาสร้องออกมา
หญิงสาวบนเตียงหน้าถอดสีแต่นางยังฝืนตั้งสติถอยร่นไปชิดผนัง
"นายท่าน!เงินของเราอยู่ใต้เตียง เอาไปให้หมดได้เลย ขอเพียงไว้ชีวิตข้า!"
"ไปเอามา"
ลู่เฟิงสั่งเสียงเรียบ
หญิงสาวรีบก้าวลงจากเตียงร่างเปลือยเปล่าสั่นเทาด้วยความหนาวนางพยายามส่งสายตายั่วยวนแสร้งบิดกายอย่างมีจริตก่อนจะก้มลงงัดแผ่นอิฐใต้เตียงหยิบกล่องเงินใบเล็กออกมา
"ในนี้มีเงินสามตำลึง...เงินก็เป็นของท่าน ตัวข้าก็เป็นของท่าน ขอเพียงท่านไว้ชีวิตข้าจะปรนนิบัติอย่างดี"
นางยิ้มประจบพลางขยับกายเข้ามาทว่าลู่เฟิงจับตาดูอยู่ตลอด จังหวะที่นางเข้ามาระยะสังหารคมขวานก็วาดผ่านลำคอของนางทันที
แสงเย็นวาบขึ้นพร้อมหยาดเลือดหญิงสาวตาเบิกค้าง สองมือกุมคอหอยพลางล้มทรุดลงไป
ลู่เฟิงคว้ากล่องเงินที่หลุดจากมือนางไว้ได้ทันท่วงทีก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากกระท่อมดินโดยไม่หันกลับไปมอง
ในขณะที่เขาโยนขวานผ่าฟืนเล่มที่เปื้อนเลือดทิ้งลงในหลุมส้วมเพื่อทำลายหลักฐานเสียงกระดิ่งลึกลับพลันดังแว่วมาจากปลายตรอก
"ฝ่าหมอกมายาพบหนทาง สลัดชะตา ยึดครองวันคืน..."
'ลัทธิบูชาจันทร์?'
ลู่เฟิงขมวดคิ้วหิมะตกหนักขนาดนี้พวกมันยังมาเดินขบวน หากออกไปตอนนี้ย่อมเป็นจุดสนใจเขาจึงถอยกลับเข้าไปซ่อนตัวข้างหน้าต่างกระท่อมดินตามเดิม
ลู่เฟิงแอบมองผ่านรูหน้าต่างเห็นกลุ่มคนชุดขาวถือกระดิ่งเดินฝ่าความมืดอย่างเชื่องช้า
ทันใดนั้นคนชุดขาวที่นำขบวนกลับหยุดชะงัก และหันขวับมามองยังหน้าต่างที่เขาซ่อนอยู่ทันที!
ลู่เฟิงใจหายวับรีบฉากหลบไปทางซ้าย ระยะห่างตั้งไกลแถมหิมะตกหนัก แต่อีกฝ่ายกลับสัมผัสถึงเขาได้!
เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าอกเสื้อชักขวานผ่าฟืนเล่มใหม่ที่นำมาจากพรรคเจ็ดดาราออกมาถือไว้แน่น
ทว่าคนของลัทธิบูชาจันทร์ไม่ได้เข้ามาตรวจสอบเมื่อไม่มีความแค้นต่อกัน พวกมันจึงเดินผ่านไป เสียงกระดิ่ง และเสียงสวดค่อยๆห่างหายไปในความมืด
เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยลู่เฟิงจึงรีบพุ่งฝ่าหิมะกลับบ้านทันที
เมื่อถึงห้องพักเขาเทเงินทั้งหมดออกมากองรวมกัน เศษเงินจากพวกหลิวต้า และกล่องเงินรวมเป็นเงินเก้าตำลึงสี่เฉียนกับเหรียญทองแดงอีกสามร้อยห้าสิบเหรียญ
ดวงตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายเงินจำนวนนี้มากพอจะซื้อยาหลอมโลหิตได้นับสิบเม็ด หากเขายังยึดอาชีพจับปลาอยู่ต่อให้ทำไปสิบปีก็ไม่มีทางเก็บได้มากขนาดนี้
ความจริงที่ว่าการปล้นฆ่าคนพาลทำให้มั่งคั่งได้ในคืนเดียวทำให้เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
ลู่เฟิงรวบเงินทั้งหมดใส่ถุงแล้วเดินไปที่มุมกำแพงทิศตะวันตะวันเฉียงใต้ของลานบ้าน
เขากวาดสายตามองรอบตัวจนแน่ใจว่าไม่มีใครจึงงัดแผ่นอิฐครึ่งก้อนที่หลวมอยู่ออก ใต้ก้อนอิฐมีช่องเล็กๆซ่อนโฉนดบ้านตระกูลลู่ ที่ห่อด้วยกระดาษทาน้ำมันกันน้ำอย่างดี
หลิวต้ากับพวกพลิกบ้านจนเละเทะแต่ก็ไม่มีทางหาจุดนี้เจอลู่เฟิงยัดถุงเงินซ่อนไว้คู่กับโฉนดบ้าน แล้ววางก้อนอิฐปิดไว้ตามเดิม
จังหวะที่กำลังจะเดินกลับเข้าห้องเสียงเคาะประตูพลันดังขึ้น
"เสี่ยวเฟิงอยู่หรือไม่?"
เป็นเสียงของจ้าวหูลู่เฟิงเดินไปเปิดประตูพบจ้าวหูกับภรรยายืนถือม้วนเครื่องนอน และฟางกองใหญ่ลุยหิมะอยู่ด้านนอก
"หลิวต้ากับพวกมันทำลายเครื่องนอนของเจ้าจนหมดข้าเลยเอาชุดเก่ามาให้ รองฟางพวกนี้ไว้ด้านล่าง กลางคืนจะได้อุ่นขึ้นบ้าง"
พูดจบทั้งสองก็เดินเข้ามาช่วยปูฟางและรวบเศษนุ่นที่ขาดวิ่นบนพื้น มารองเป็นที่นอนใหม่อย่างคล่องแคล่ว จนห้องโทรมๆกลับมาอบอุ่นเหมือนที่อยู่อาศัยอีกครั้ง
"ขอบคุณท่านอาจ้าวขอบคุณท่านป้าครับ"
ลู่เฟิงเอ่ยจากใจจริงความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมากลางอก จนทำให้ดวงตาของเขาร้อนผ่าว