กุก กรับ กุก กรับ
เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วที่หมิงซื่อเดินทางออกมาจากบ้านตอนนี้บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไปแสงอาทิตย์ที่สาดส่องทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่นตอนนี้หิมะที่เคยตกก็หยุดไปนานแล้วเด็กหนุ่มได้แต่ตื่นตาตื่นใจเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคุ้นเคยแต่กับความหนาวเย็นของหิมะดูเหมือนโลกภายนอกจะน่าสนใจเหมือนกับที่เขาคิดจริง ๆ
" หือ...หยุดก่อนเสวี่ยหลง "
หมิงซื่อสั่งให้เสวี่ยหลงหยุดวิ่งก่อนเพราะบางสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ไม่ไกลจากที่เขาอยู่มากนักเด็กหนุ่มเห็นมองเห็นหมู่บ้านเพียงแต่ว่ามันเหลือแต่เศษซากเท่านั้น
กุก กัก กุก กัก
เสวี่ยหลงเดินเหยาะ ๆ เข้าไปใกล้หมู่บ้านขึ้นเรื่อย ๆ
" น...นี่มัน "
สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เด็กหนุ่มช็อคไปสักพักหนึ่ง ด้านหน้าของเขาคือศพของคนมากมายนอนกระจัดกระจายไปทั่วยังมีศพของสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆอีกมากมาย
" ปล้นสินะ "
หมิงซื่อคิดว่าหมู่บ้านนี้คงจะถูกพวกโจรชั่วเข้าโจมตีอย่างแน่นอน เด็กหนุ่มเดินสำรวจไปทั่วทั้งหมู่บ้านเพื่อดูให้แน่ใจว่ายังเหลือผู้รอดชีวิตอีกมั้ย แต่สุดท้ายก็ไม่เจอเขาจึงเดินกลับไปหาเสวี่ยหลง
" มีอะไรงั้นหรือ "
เมื่อกลับมาเขาเห็นเสวี่ยหลงยืนอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่งมันกำลังเอาเท้าใหญ่ ๆ ของมันทุบไปที่พื้นไม้ในบ้าน แน่นอนอยู่แล้วว่ามันสร้างความแปลกใจให้กับเขา
" ข้างใต้นี้สินะ "
หมิงซื่อถามเสวี่ยหลงเจ้าม้าขาวพยักหน้าตอบเมื่อสั่งเกตดูดี ๆ เขาพบว่ามันมีลมลอดออกมาจากช่องไม้ตรงพื้นหมายความว่ามันต้องมีบางอย่างอยู่ข้างใต้อย่างแน่นอน เด็กหนุ่มกวาดสายตาไปทั่วเขาพบว่ามีส่วนหนึ่งของพื้นแปลก ๆ เมื่อดูดี ๆ กับพบว่ามันเป็นเหมือนกับแผ่นไม้ปิดเอาไว้
" ฮึบ "
แอ๊ดดด
เขาใช้แรงไม่มากนักในการดึงแผ่นไม้ออก
ชิ้ง
ทันทีที่เปิดออกเสียงของคมมีดก็แหวกอากาศตรงเข้ามายังใบหน้าของเขาหมิงซื่อจับมีดนั้นเอาไว้ก่อนจะมองคนที่ลอบโจมตีเขา
เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มอายุเจ็ดแปดขวบ และ สาวน้อยอายุประมาณห้าขวบตัวสั่นจับเอวพี่ชายอยู่ข้าง ๆ
" พวกเจ้านี่ซ่อนเก่งจริง ๆ เลยน้า "
หมิงซื่อยิ้มและพูดกับทั้งสองแต่ดูเหมือนพวกเขาจะยังไม่อยากพูดกับเขาหมิงซื่อจึงเข้าใจ คนแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้แถมเพิ่งเกิดเหตุการแบบนั้นจะไว้ใจได้ยังไง
" นี่ข้าไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะ "
หมิงซื่อนำแอปเปิ้ลออกมาให้พวกเขาคนละลูกซึ่งดูเหมือนจะได้ผลทั้งคู่รีบหยิบไปและกินมันทันที แต่พี่ชายกินไปครึ่งหนึ่งก่อนจะให้น้องสาวกินต่อ ช่างเป็นพี่ชายที่แสนดีจริง ๆ
" พวกเจ้าชื่ออะไรงั้นรึ บอกพี่ชายคนนี้ได้รึเปล่า "
ทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่คนพี่จะพูดขึ้น
" ข...ข้าคงเอ๋อ และนี่ เย่วเอ๋อ "
" อืม...ชื่อพวกเจ้านี่เพราะจริง ๆ เลยนะ พวกเจ้าพอจะบอกพี่ชายคนนี้ได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ "
....
เงียบไปสักพักคงเอ๋อก็ค่อย ๆ พูดขึ้นมาอีกครั้ง
" ท่านแม่ของข้า ถูกจับไป "
" เอ๋ ถูกจับไปงั้นรึ หมายความว่ายังไง "
" พวกโจร...มันเข้ามาเพื่อจะจับพวกเราไปขายเป็นทาส ส...ส่วนผู้หญิงก็จะถูกขายให้กับหอนางโลม "
" อืม... "
หมิงซื่อลูบครางพรางครุ่งคิดพอนึกดูดี ๆ ศพที่อยู่ข้างหน้ามันมีแต่คนแก่ทั้งนั้นเลยไม่ว่าจะหญิงหรือชายล้วนเป็นคนชราทั้งสิ้น
" พวกมันมีกันกี่คนงั้นรึ "
" ป...ประมาณยี่สิบคน "
" เช่นนั้นพวกเจ้ารออยู่นี่ข้าจะไปเอาแม่เจ้ากลับมาเอง "
" เอ่อ พี่ชายอย่าได้เอาชีวิตไปเสี่ยงเล... "
ไม่ทันที่คงเอ๋อจะได้พูดจบหมิงซื่อก็หายไปจากตรงนั้นแล้วทั้งคู่ได้แต่มองหน้ากันก่อนจะหันไปหาเจ้าม้าสีขาว มันเพียงแค่เดินออกไปข้างนอกและนอนลงเพียงเท่านั้น
" เป็นโจรที่กระจอกจริง ๆ ทำไมถึงทิ้งรอยเท้าไว้มากขนาดนี้กันนะ "
หมิงซื่อวิ่งตามรอยเท้ามาด้วยความที่ตัวเขานั้นมักจะไปล่าสัตว์กับพ่อตลอดจึงได้วิชาการแกะลอยชั้นสูงมาจากพ่อของเขาหมึงซื่อจึงตามร่องรอยได้ง่าย ๆ
ผ่านไปหนึ่งถึงสองเค่อหมิงซื่อก็มาหยุดบนกิ่งไม้
" เจ้าพวกนี้แปลกจริง ๆ "
ตรงหน้าของเขาคือแคมป์ขนาดใหญ่มีชายฉกรรจ์หลายคนยืนเฝ้ายามกันอย่างขันแข็งและไม่ไกลนักเขาก็เห็นรถม้าที่ข้างหลังบรรทุกคนหลายสิบอยู่ภายในกรงมีทั้งหมดสามคันเป็นผู้หญิงเด็กและชายที่ร่างกายกำยำ
ที่หมิงซื่อบอกว่ามันแปลกก็คือโดยปกติทั่วไปแล้วผู้คนมักจะเดินทางกันตอนกลางวันและหยุดพักตอนกลางคืนแต่โจรพวกนี้กลับพักตอนกลางวัน
" หรือพวกมันแค่พักเฉย ๆ แล้วเดินทางต่อ...อืมแต่ช่างเถอะแบบนี้ก็ดีแล้ว "
หมิงซื่อประเมินพลังของโจรทั้งกลุ่ม พลังของพวกมันทั้งหมดเฉลี่ยอยู่ที่ปราณก่อเกิด ขั้นห้า
" ข้าควรออกไปเปิดตัว หรือ เก็บพวกมันทีละคนดี "
แน่นอนอยู่แล้วใครจะบ้าโผล่ไปให้พวกมันเห็น
" นี่เจ้าคิดว่าพวกมันจะขายได้เท่าไหร่ "
ชายฉกรรจ์สองคนยืนข้างกันพูดคุยกันโดยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ากำลังถูกจ้องมองอยู่
" มันต้องได้ราคาดีอย่างแน่นอน นังผู้หญิงพวกนั้นมีแต่คนสวย ๆ "
" ฮ่าฮ่าพูดแล้วข้าก็อยากจะลิ้มลองพวกมันสักครั้งแต่หัวหน้าดันขัดไว้ซะได้ "
ระหว่างที่พวกมันกำลังคุยกันอย่างสนุกปากหมิงซื่อก็อยู่ข้างหลังของมันเรียบร้อยเด็กหนุ่มกำมีดในมือแน่น
ฉึก ฉึก
หมิงซื่อใช้มีดของเขากระซวกพวกมันจากด้านหลังโดยที่มันไม่ทันจะได้รู้สึกตัวเลยเสียด้วยซ้ำสติก็พลันดับวูบลง หลังจัดการเสร็จจึงลากพวกมันไปไว้ในพุ่มไม้
' เสร็จไปสอง เหลืออีก สิบแปดคน '
พวกมันไม่ได้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มหมิงซื่อคิดว่าเขาจะเก็บพวกตัวที่หลงกลุ่มให้หมดก่อนจะเปิดเผยตัวอย่างน้อยก็ลดจำนวนพวกมันไปได้เยอะอยู่เพราะถ้าออกไปตอนนี้เลยแม้เขามั่นใจว่าชนะได้แต่มันเปลืองแรงเกินไปหน่อย
ฉึก ฉึกฉึกฉึกฉึกฉึกฉึก
โดยที่ไม่มีผู้ใดได้รับรู้หมิงซื่อได้สังหารพวกมันไปหลายคน แม้แต่ตอนที่ยืนฉี่อยู่ก็ถูกเขาสังหารไปแล้วเช่นกัน โจรที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเพียงแค่พวกที่เฝ้ากรงสามคนและพวกในเต็นท์เท่านั้น
" ชู่ว... "
" ??? "
หมิงซื่อที่แอบอยู่ในพุ่มไม้ได้สบตากับหญิงสาวนางหนึ่งก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ส่งสัญญาณบอกให้นางเงียบซึ่งนางก็พยักหน้าตอบเขา
ชิ้ง ฉึก ฉึก ฉึก
ภายในเสี้ยววิชายฉกรรจ์ที่เฝ้ากรงอยู่ลงไปนอนจมกองเลือดผู้คนที่ภายในกรงต่างตกใจกลัวแต่ก็ไม่มีใครส่งเสียงเพราะหญิงสาวคนนั้นได้กระซิบบอกพวกเขาเอาไว้ ในสายตาของหลายคนเริ่มแดงกล่ำ แต่หมิงซื้อก็บอกพวกนางว่าอย่าเพิ่งร้องให้ออกไปจากที่นี่ก่อน
หมิงซื่อมองไปที่กรงทั้งสามที่ล็อคเอาไว้เขาเดาว่ากุญแจมันจะต้องอยู่กับตัวหัวหน้าภายในเต็นท์อย่างแน่นอนทุกคนได้แต่มองหน้าเขา
" แค่กรงโง่ ๆ นี่ไม่จำเป็นต้องไขกุญแจหรอก "
ตู้ม ตู้ม ตู้ม
เสียงประตูกรงทั้งสามระเบิดดังสนั่นหมิงซื่อใช้แขนของเขาดึงประตูเหล็กออกราวกับมันไม่ได้มีความแข็งแรงเลยแม้แต่น้อย ทุกคนในกรงต่างตกใจแต่พวกเขาก็รีบพากันออกมา ไม่นานนักเสียงภายในเต็นท์ก็ดังออกมาพร้อมกับจิตสังหารที่พุ่งตรงมาที่เขา
หมิงซื่อหันหลังกลับมาเห็นชายฉกรรจ์หน้าตาน่ากลัวยืนกันอยู่สามคนพร้อมกับมองมาที่เขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกลิ่นคาวเลือดที่ออกมาจากตัวมันทำให้เด็กหนุ่มรู้ได้เลยว่ามันผ่านการฆ่าคนมาอย่างมากมาย
" แกเป็นใครกันไอหนู "
ชายตรงกลางกล่าว้นพร้อมกับจ้องมาที่หมิงซื่อด้วยความน่าเกลียดในใจของตัวหัวหน้ารู้สึกหวั่นวิตกเล็กน้อยตอนออกมาเพราะลูกน้องต่างหายไปหมดด้วยประสบการณ์ของมันบอกว่าลูกน้องของมันตายหมดแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ทำเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งมันก็รู้สึกวางใจไปนิดนึง
" อืม...พูดยากแหะ ข้าแค่ผ่านทางมาเท่านั้นเอง "
แน่นอนว่าหมิงซื้อไม่อยากบอกชื่อเขากับพวกมัน ใบหน้าของพวกมันน่าเกลียดยิ่งขึ้นทั้งสามปล่อยแรงกดดันชั้นปราณนักรบ ขั้นสอง ออกมาเพื่อที่จะทำให้หมิงซื่อเกรงกลัว
" เฮ้ ๆ พวกเจ้าอย่าทำให้ข้ากลัวสิ "
หมิงซื่อได้แต่เกาหัวแล้วยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่จริงจังก่อนที่ร่างของเขาจะหายไป
ฉึก
" อ๊ากกก "
พริบตาเดียวท่ามกลางความตกใจของทั้งสามชายทางขวาก็ถูกมีดเล่มหนึ่งแทงทะลุอกมันกรีดร้องก่อนจะล้มลงไปสิ้นใจทันที พวกมันมองไปที่ชายคนนั้นด้วยความตกใจก่อนที่เสียงโหยหวนจะดังขึ้น
" อ๊ากกก "
ทีนี้เป็นเสียงของชายที่อยู่ด้านซ้ายมันเอามือกุมคอที่เลือดสีแดงสดกำลังไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่งใบหน้าของตัวหัวหน้ายิ่งน่าเกลียดมันพลันหวาดกลัวอย่างสุดหัวใจ แต่หมิงซื่อเป็นคนไม่ชอบทำอะไรยืดเยื้อเพราะงั้นไม่นานหัวมันก็หลบตูบกลิ้งไปตามพื้น
เหล่าชาวบ้านที่เห็นต่างก็หวาดกลัวและดีใจ พวกเขาดีใจที่เจ้าโจรชั่วช้าพวกนี้ตายอีกด้านก็หวาดกลัวเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ถือมีดเล่มหนึ่ง...ฟังไม่ผิดมีดเพียงแค่เล่มเดียวแต่เขากับตัดหัวโจรชั่วได้นี่มันน่าหวาดกลัวเกินไปสำหรับชาวบ้านเหล่านี้
" ฮี่ฮี่ เอาล่ะพวกท่านเดินตรงไปทางนั้นเรื่อย ๆ ก็จะกลับถึงบ้านพวกท่านอย่างปลอดภัย "
เด็กหนุ่มสลัดภาพลักษณ์ที่น่ากลัวเมื่อครู่ทิ้งไปพร้อมกับรอยยิ้มที่หล่อเหลาราวเทพบุตรเตรียมพร้อมที่จะกระชากใจสาว ๆ ออกมาได้ทุกเมื่อ ชาวบ้านทุกคนต่างมองหน้ากันก่อนจะพากันขอบคุณหมิงซื่อ
" ไม่เป็นไรหรอกพวกท่านไม่ต้องคิดมาก คงเอ๋อ กับ เย่วเอ๋อ เป็นคนขอให้ข้ามาช่วยน่ะ "
" เอ๊ะ "
ทันทีที่พูดชื่อของเด็กน้อยทั้งสองหญิงสาวคนหนึ่งก็สะดุ้งขึ้นดูเหมือนนางจะเป็นแม่ของพวกเขาสินะ
" เอาล่ะพวกเข้าไปได้แล้ว เดี๋ยวข้าจะตามไป "
ไม่นานนักทุก ๆ คนต่างพากันจากไปเหล่าชายหลายคนต่างหยิบอาวุธติดมือไปเพื่อป้องกันเหล่าสัตว์ที่ดุร้าย ดูเหมือนพวกเขาจะฉลาดอยู่บ้าง เมื่อพวกเขาหายลับไปจากสายตาหมองซื่อจึงเดินเข้าไปที่เต็นท์ของหัวหน้าโจร ในเต็นท์นั้นมีเตียงและสุรามากมายและกับหีบใบหนึ่ง
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเหมือนข้าจะไม่ต้องไปหาเงินแล้วสินะ "
ภายในหีบเต็มไปด้วยเหรียญทองหลายร้อยเหรียญถึงแม้บางเหรียญจะเปื้อนไปด้วยเลือดเพราะน่าจะเป็นเงินที่ปล้นมาแต่หมิงซื่อก็มีความสุขเพราะตัวเขาไม่มีเงินติดตัวเลยสักเหรียญเดียวเพราะงั้นทันทีที่ได้ยินว่ามีเหล่าโจรชั่วเด็กหนุ่มจึงคิดแผนการนี้เอาไว้ในใจไม่เพียงแต่จะเป็นราวกับฮีโร่ในสายตาชาวบ้านแต่ยังได้เงินกลับมาด้วยนี่เรียกว่ายิงธนูนัดเดียวได้นกสองตัว.....
โปรดติดตามตอนต่อไป
ผมจะติดหัวใจหลังจากเขียนจบเล่มนะครับ แต่ไม่ติดทุกตอน